ชำระสินเชื่อช้าแต่ไม่อยากเสียเครดิตบูโร ทำยังไงดี

update

update

เราอาจเคยได้ยินชื่อบริษัทข้อมูลบัตรเครดิตแห่งชาติ หรือเครดิตบูโร บ่อยๆหรือผ่านๆใช่ไหมคะ มันคือบริษัทที่ทำให้หน้าที่รวบรวมข้อมูลเครดิตจากสถาบันการเงินหลายๆ แห่งที่เป็นสมาชิก โดยที่ทุกๆ สิ้นเดือน สถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกเหล่านี้จะส่งรายงานประวัติการเงินของเราไปที่เครดิตบูโร เป็นการเก็บข้อมูลประวัติการชำระหนี้ของเรา จากนั้นบริษัทเครดิตบูโรจะนำข้อมูลมารวบรวมประมวลผลเป็นข้อมูลเครดิตภาพรวมให้สมาชิกอีกทีหนึ่ง ซึ่งข้อมูลจากบัตรเครดิตแห่งชาตินี้เองที่สถาบันการเงินต่างๆพิจารณาอนุมัติสินเชื่อของเรา จะผ่านไม่ผ่านก็อยู่ที่วินัยการชำระสินเชื่อก่อนหน้าของเราแล้วล่ะคะ ซึงจะส่งผลอย่างไรนั้นไปติดตามกันเลยคะ

late payment

Pormezz/shutterstock.com

ข้อเสียของการชำระเงินสินเชื่อล่าช้า

-เป็นผลเสียที่แสดงผลในอนาคต เพราะแสดงถึงความไม่รับผิดชอบของตัวเรา และทำให้เราถูกมองได้ว่าเรานั้นไม่มีความสามารถที่จะรับผิดชอบภาระหนี้ที่เรามีอยู่ได้อีกด้วย -มีความเสี่ยงสูงที่ไม่สามารถซื้อสินค้าแบบผ่อนได้อีกหรือถ้าได้ก็จะเป็นแบบผ่อนในอัตราที่สูงกว่า

ข้อเสียของการเสียเครดิตบูโร

-โอกาสการขอทำบัตรเครดิตผ่านก็อาจจะยากขึ้น เพราะสถาบันการเงินจะพิจารณาจากากรจ่ายชำระหนี้ของคุณด้วยเช่นกัน -การขอสินเชื่อและเงินกู้อาจไม่ได้รับการอนุมัติจากธนาคาร -มีผลกระทบต่อธุรกิจของคุณหากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจหรือกำลังจะเป็นเข้าของธุรกิจใหม่ เพราะธุรกิจต่างๆจำนวนมากต้องการความช่วยเหลือจากเงินกู้ธนาคารเพื่อขยายธุรกิจหรือเริ่มต้นธุรกิจใหม่เมื่อคุณมีประวัติเครดิตบูโรที่ไม่ดีทางธนาคารจะพิจารณาการขอสินเชื่อของคุณไม่ผ่านแม้ว่าแนวคิดธุรกิจของคุณจะดีมากก็ตาม -ซื้อรถหรือซื้อบ้านได้ยากธนาคารตรวจสอบเครดิตของคุณก่อนให้สินเชื่อ ด้วยเครดิตที่ไม่ดีของคุณอาจทำให้ธนาคารปฏิเสธการขอสินเชื่อของคุณ หรือหากได้รับการอนุมัติคุณอาจต้องจ่ายอัตราดอกเบี้ยที่สูง

จ่ายเงินล่าช้ากี่ครั้งถึงจะเสียเครดิตบูโร

-มีหนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน หรือค้างชำระติดต่อกัน 3งวด ซึ่งถ้าเจอแบบนี้โอกาสขอสินเชื่อ หรือบัตรเครดิตก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2557 ทางคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิต ได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เรื่องอายุข้อมูลในการประมวลผลข้อมูล การประมวลผลข้อมูลของบริษัทข้อมูลเครดิต และการส่งข้อมูลของสมาชิก โดยระบุว่า อายุข้อมูลในการประมวลผลของบริษัทข้อมูลเครดิต มีกำหนดไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันที่บริษัทข้อมูลเครดิตได้รับข้อมูลจากสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิก และกรณีที่ลูกหนี้มีการผิดนัดชำระหนี้สินเชื่อ ให้สถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกนำส่งข้อมูลของลูกหนี้ต่อไปเป็นเวลา 5 ปี โดยให้เริ่มนับระยะเวลา 5 ปี ในวันถัดจากวันที่ลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ครบ 90 วัน และกรณีที่ข้อมูลของลูกหนี้อยู่ระหว่างการประมวลผลของบริษัทข้อมูลเครดิตมีอายุของข้อมูลเกินกว่า 8 ปี นับแต่วันที่ลูกค้าผิดนัดชำระหนี้เกิน 90 วัน ให้บริษัทข้อมูลเครดิตหยุดการประมวลผลข้อมูล (http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2557/E/185/24.PDF?fbclid=IwAR3ljZZL7-3byuMAtD2BKzMoD5tTqyOTOtlqgAvGMAx5EmTsEJiqnW6FMSQ)

วิธีแก้ไขเครดิตบูโรเมื่อชำระล่าช้าเกินกว่าที่กำหนด

เครดิตบูโรเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลง หรือลบประวัติได้ เว้นแต่ว่าข้อมูลที่ทางสถาบันการเงินนั้นส่งข้อมูลที่ได้ถูกต้องเราสามารถทำเรื่องโต้แย้งได้ แต่คนที่เคยมีประวัติ ติด ก็ยังมีทางแก้ไขและสร้างประวัติการเงินของเราใหม่ และสามารถขอสินเชื่อใหม่ได้ค่ะ ดังนั้นไม่ต้องเคียดจนเกินไปว่าชีวิตนี้ไม่สามารถขอสินเชื่อหรือทำบัตรเครดิตได้อีก ซึ่งมีวิธีการดั้งต่อไปนี้ 1 สรุปรายการหนี้ที่ยังคงค้างชำระอยู่ เช่น เป็นหนี้ให้กับสถาบันการเงินใด เป็นจำนวนเท่าไร ดอกเบี้ยเท่าไร ต้องชำระต่องวด และต้องชำระหนี้ที่เราค้างไว้ทั้งหมด 2 ใช้หนี้ให้ตรงเวลาทุกงวด เก็บเอกสารการชำระหนี้ทุกชิ้นไว้ทั้งหมด เพราะสามารถนำสเตทเมนท์ที่ชำระตรงเวลานี้ เป็นหลักฐานไปยื่นให้เจ้าหน้าที่ดูเมื่อเวลาต้องการขอสินเชื่อตัวใหม่หลังจากที่พ้นการติดเครดิตบูโร 3 ถ้าเราไม่ได้ขอสินเชื่อ หรือจะสมัครบัตรเครดิตก็รอให้ธนาคาร หรือสถาบันการเงิน (อดีต) เจ้าหนี้เราส่งข้อมูลอัพเดตเข้าไปที่เครดิตบูโรก็ได้ ซึ่งโดยปกติเขาก็จะส่งข้อมูลรายงานกันเป็นรายเดือน แต่ถ้าเราอยากขอสินเชื่อ หรือสมัครบัตรเครดิต กรณีแบบนี้ ข้อมูลเราอาจอัพเดตไม่ทันสถานการณ์ หรือชื่อเราอาจยังเป็นหนี้ค้างชำระกับสถาบันการเงิน (อดีต)อยู่ ดังนั้น เราควรจะต้องช่วยตัวเองโดยการเดินเรื่องโต้แย้งความถูกต้องของข้อมูลเข้าไปที่เครดิตบูโรเลยเพื่อความรวดเร็วหลังจากที่เราชำระหนี้สถาบันการเงิน (อดีต)เสร็จ เมื่อสถาบันการเงินที่เราจะขอสินเชื่อเข้าไปดูข้อมูลก็จะเห็นว่าข้อมูลเราไม่อัพเดต หรืออยู่ในขั้นตอนการโต้แย้ง หรือแก้ไขข้อมูลให้ Update อยู่

สิ่งที่ควรทำเพื่อไม่ให้ติดบัญชีค้างชำระเพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการติดเครดิตบูโร
1 ระมัดระวังในการสร้างหนี้ หมายถึง ก่อนจะใช้บัตรเครดิต ให้คำนึงถึงจำนวนเงินที่เราต้องชำระในแต่ละเดือนก่อน เช่น การผ่อนรถ ผ่อนบ้านเท่าไหร่ต่อเดือน แล้วใช้บัตรเครดิตควรไม่เกินกี่บาทต่อเดือนเพื่อภาระหนี้ในแต่ละเดือนจะได้ไม่สูงเกินไป 2 ถ้าบัญชีบัตรเครดิตไหนไม่ใช้แล้วก็ปิดไปดีกว่า เพราะถ้ามีจำนวนบัตรเครดิตมาก สถาบันการเงินจะมองว่าเรามีแนวโน้มที่จะเกิดการก่อหนี้มากขึ้นและไม่สามารถชำระหนี้ตามที่กำหนดไว้ได้ 3 ชำระเงินให้ตรงเวลา การที่เราชำระเงินไม่ตรงตามเวลาที่กำหนดไว้ในแต่ละงวด หรือไม่ชำระเงินติดต่อกัน 6-7 งวด แสดงถึงความไม่มีความรับผิดชอบและอาจแสดงให้เห็นว่าเรามีปัญหาทางการเงินเข้าแล้ว ถ้าหากค้างชำระ 1-2 งวดยังไม่เท่าไร แต่ถ้ามากๆ เข้า แบบนี้เครดิตเสียแน่นอนและโอกาสการขอสินเชื่อก็จะเป็นศูนย์ด้วย 4 ถ้าพบข้อมูลในใบแจ้งหนี้ที่ผิดปกติหรือคลาดเคลื่อน ให้ติดต่อสถาบันการเงินทันทีเพื่อแก้ไขข้อมูล

If you like this page share

บัตรเครดิต

แนะนำ
  • รับเงินคืน
  • คะแนนสะสม
  • เงินคืนเติมน้ำมัน
  • การสะสมไมล์
  • ช้อปปิ้ง
  • อื่น ๆ
ค่าธรรมเนียมรายปี
  • ฟรีปีแรก
  • ฟรี
  • ฟรีตลอด
โปรโมชั่น
  • ใช่
  • ไม่
Related
แท็ก