ขึ้นชื่อว่าอาชีพฟรีแลนซ์แน่นอนว่าฟรีแลนซ์นั้นแปลว่าอิสระ เรารู้ ทุกคนรู้ ว่าฟรีแลนซ์นั้นจำนวนเงินที่ได้ก็อิสระเช่นกัน ซึ่งเงินที่ได้ในแต่ละเดือนเงินก็จะได้ไม่แน่นอน เลยทำให้การวางแผนทางด้านการเงินของฟรีแลนซ์นั้นค่อนข้างจะลำบากกว่าคนที่มีเงินเดือนแน่นอนนิดหน่อยไม่ว่าจะเป็นเรื่องการวางแผนค่าใช้จ่ายต่างๆ แต่ไม่ใช่ว่าฟรีแลนซ์อย่างเราๆจะไม่สามารถวางแผนทางด้านการเงินได้ ในความเป็นจริงนั้นไม่ว่าจะอาชีพในการวางแผนทางการเงินถือว่าเป็นสิ่งที่พื้นฐานสำหรับการใช้ชีวิตของเราเลยก็ว่าได้ หากวางแผนไม่ดีก็จะทำให้เรานั้นบริหารเงินในค่าใช้จ่ายต่างๆไม่ถูก แต่ถึงตอนนี้แล้วเพื่อนๆที่กำลังอ่านบทความของเราทาง MoneyDuck อยู่ เพื่อนๆได้เข้ามาอ่านถูกบทความแล้วล่ะค่ะ ใช่ค่ะ วันนี้เราจะพาเพื่อนๆไปอ่านสาระดีๆของเรื่องที่ว่าฟรีแลนซ์อย่างเราๆจะวางแผนการเงินอย่างไรให้ปัง จะเป็นยังไงตามมาอ่านกันเลยค่า

วางแผนการใช้จ่ายให้ชัดเจน

อย่างแรกที่สำคัญและถือว่าเป็นเบสิคของการวางแผนทางการเงินเลยก็ว่าได้นั่นคือการวางแผนเรื่องรายจ่ายต่างๆค่ะ โดยอาจจะเป็นการคำนวณจากเดือนที่ผ่านมาก็ได้ ว่าเราใช้เงินกับค่ากินอาหารเท่าไหร่ ค่าไฟในเดือนที่แล้วกี่บาท ค่าน้ำเดือนที่แล้วเท่าไหร่ ลองคำนวณค่าใช้จ่ายต่างๆโดยประมาณเอาค่ะ แล้วเราก็เอามารวมว่าในหนึ่งเดือนเราต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง และเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ ซึ่งข้อดีของการคำนวณเงินแต่ละเดือนล่วงหน้า ทำให้เราสามารถคำนวณค่าใช้จ่ายอื่นๆถูกค่ะ อาจจะเป็นการตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป หรือเมื่อคำนวณแล้วเราอาจจะมีเงินเหลือเอาไว้ใช้ช้อปของเราก็ได้ค่ะ ซึ่งการช้อปนั้นก็ควรคำนึงถึงเงินเก็บไว้ด้วย ซึ่งข้อต่อไปของเราถือว่าต้องใช้ความอดทนไม่น้อยเลยทีเดียว รวมไปถึงการหักห้ามใจของเราด้วยค่ะ เพราะฉะนั้นแล้วอย่าลืมที่จะวางแผนคำนวณค่าใช้จ่ายกันนะคะ และในแต่ละเดือนก็อาจจะมีค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไป ดังนั้นแล้วอย่าลืมเซฟเงินตัวเองกันด้วยนะคะ

เงินสำรองฉุกเฉินสำคัญที่สุด!

แน่นอนว่าทุกๆคนควรมีเงินสำรองกันเอาไว้เผื่อในวันข้างหน้ามีเรื่องฉุกเฉินเกิดขึ้นมา เราจะได้นำเงินตรงนั้นมาใช้จ่ายในส่วนที่เราจำเป็น อย่างที่ได้บอกไปในข้อที่แล้วค่ะว่า พอมาถึงข้อนี้เราต้องใช้ทั้งความอดทนต่อของที่เราอยากได้และความพยายาม เพื่อให้ได้เงินก้อนที่เอามาไว้ใช้ในตอนที่มีเหตุจำเป็น แล้วฟรีแลนซ์สามารถเก็บเงินได้อย่างไร ไม่ยากเลยค่ะ ต่อจากข้อเมื่อกี้เลยคือพอเราวางแผนคำนวณค่าใช้จ่ายต่างๆเสร็จปุ๊บ และเราทำการชำระในเดือนนั้นหมดแล้ว เงินส่วนที่เหลือเนี่ยเราอาจจะแบ่งมาสัก 20% หรือกี่เปอร์เซ็นต์ก็ได้ค่ะเรื่องเงินเก็บตรงนี้ก็อยู่ในดุลยพินิจของเพื่อนๆได้เลยค่ะว่า จะเก็บในแต่ละเดือนเท่าไหร่ แต่ว่าที่สำคัญนั้นคือความอดทนและความห้ามใจต่อสิ่งของต่างๆ วันใดวันหนึ่งเราอาจจะอยากได้รองเท้าที่ออกใหม่ แต่เราไม่มีเงินเก็บ มีก็เพียงแต่เงินฉุกเฉิน แนะนำว่าเพื่อนๆอย่าเอาเงินฉุกเฉินตรงนี้ออกมาใช้ดีกว่านะคะ เราอาจจะเก็บเงินไว้สิงก้อนก็ได้ก้อนหนึ่งคือเอาไว้ใช้ตอนฉุกเฉิน ส่วนอีกก้อนนำมาใช้ตอนที่เราอยากได้ของต่างๆก็ได้ค่ะ

ประกันชีวิตก็ต้องทำ!

เรื่องของประกันชีวิตนั้นก็ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญของทุกๆคนเลยก็ว่าได้ค่ะ ซึ่งการทำประกันชีวิตก็ถือว่าให้สิทธิต่างๆกับเรามากเลยทีเดียว เพราะว่านอกจากจะให้ความคุ้มครองแล้ว ยังให้ค่าชดเชยหากเกิดเหตุการณ์ต่างๆที่ได้กำหนดกันไว้ในสัญญา ซึ่งในแต่ละประกันชีวิตก็จะให้ความคุ้มครองที่แตกต่างกันไป เราจึงควรเลือกประกันชีวิตที่เหมาะกับตัวเรามากที่สุด โดยประเภทของประกันชีวิตนั้นมี 4 ประเภทดังนี้ค่ะ แบบสะสมทรัพย์ แบบคุ้มครองชีวิตตลอดชีพ แบบบำนาญ และสุดท้ายแบบชั่วระยะเวลาค่ะ ซึ่งประกันชีวิตประเภททั้ง 4 แบบนี้จะให้ความคุ้มครองที่แตกต่างกันไป และเพื่อนๆที่จะทำประกันชีวิตก็อย่าลืมที่จะศึกษาประเภทประกันชีวิตนั้นๆกันด้วยนะคะ และหากถึงคราเวลาเซ็นสัญญาประกันชีวิตแล้วควรอ่านรายละเอียดให้ครบทุกตัวอักษรเลยค่ะ เพราะเราอาจจะโดนหลอกในสัญญานั้นก็ได้ ดังนั้นก่อนจะสมัครประกันชีวิตดูให้ดีๆก่อนนะคะ

เรื่องการลงทุน รู้สักนิดจะติดใจ

หากเพื่อนๆที่เป็นฟรีแลนซ์มีเงินเก็บที่สามารถลงทุนได้ ก็ลองเปิดใจให้กับการลงทุนก็ได้นะคะ เพราะว่าอาจจะทำให้เรามีรายได้เสริมเข้ามาจากการลงทุนในครั้งนี้ก็ได้ค่ะ การลงทุนนั้นก็เช่นเดียวกับการทำประกันชีวิตที่เราต้องศึกษาข้อมูลต่างๆไว้ให้ดี เพราะตามโทรทัศน์เพื่อนๆคงเคยได้ยินข่าวที่ประชาชนล้มละลาย หรือการโดนหลอกลวงกันใช่ไหมคะ สิ่งที่เราจะบอกคือในยุคปัจจุบันของเรานี้มันกระโดดก้าวไกลไปมาก มีทั้งคนดีและคนไม่ดีปะปนกันอยู่ค่ะ เราจึงอย่าไว้ใจใครง่ายๆ วิธีแก้ปัญหาจากตรงนี้เลยคือ การลงทุนให้พอดีพอเหมาะไม่ลงทุนจนหมดตัว ตามพระบรมราโชวาทของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ค่ะ นั่นคือการเดินทางสายกลาง ไม่มากไปไม่น้อยไปเอาแต่พอดี เพราะฉะนั้นหากคิดจะลงทุนก็ต้องศึกษาให้ดีก่อนลงมือกันนะคะ

รายได้ควรได้รับหลายๆทาง

เนื่องจากการเป็นฟรีแลนซ์นั้นเราจะมีอิสระในการทำงานของตนเอง ซึ่งในแต่ละงานนั้นก็อาจจะมีเวลาเหลือ เราจึงสามารถนำเวลาที่เหลือตรงนี้ไปหารายได้เสริมให้กับตัวเองได้ค่ะ อาจจะเป็นการทำงานพาร์ทไทม์ หรือว่าการขายของมือสองอย่างเช่นรองเท้า เสื้อผ้า แต่การทำงานนั้นก็ควรมีเวลาพักให้กับตัวเองกันด้วยนะคะ อย่าทำงานหักโหมมากจนเกินไปเพราะอาจจะส่งผลกระทบต่อร่างกายและต่อการทำงานของเราด้วยก็ได้ ดังนั้นแล้วหารายได้เสริมเพื่อมาแบ่งเบาค่าใช้จ่ายภายในบ้าน หรือจะนำเงินที่ได้จากรายได้เสริมนำมาเก็บไว้เป็นเงินฉุกเฉินหรือเงินเก็บเวลาอยากได้ของอะไรก็ได้ค่ะ

วางแผนเรื่องเงินฉบับฟรีแลนซ์ไม่ยากแบบที่คิด!

ก็จบกันไปแล้วค่ะสำหรับการวางแผนทางเงินสำหรับฟรีแลนซ์ยังไงให้ปัง ซึ่งวิธีที่เราได้บอกไปเพื่อนๆสามารถค่อยๆเริ่มทำก็ได้ค่ะ เพื่อที่จะสามารถปรับการดำรงชีวิตในด้านต่างๆได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการคำนวณรายจ่าย หากเพื่อนๆเพิ่งเริ่มวางแผนการเงินกันก็ควรที่เริ่มจากสิ่งนี้ก่อนเป็นอันดับแรกค่ะ อย่างที่ได้บอกไว้ในช่วงแรกเลยค่ะเราสามารถคำนวณได้จากเดือนที่ผ่านมาโดยการประมาณเอาค่ะ ต่อมาคือเรื่องของเงินสำรองฉุกเฉินค่ะ โดยเรื่องเงินสำรองฉุกเฉินนั้นต้องใช้ความอดทนและความพยายามมากพอสมควรเลยที่จะไม่ใช้เงินสำรองก้อนนั้น ซึ่งหากเพื่อนๆอยากได้ของอะไรแนะนำว่าให้เก็บเงินไว้ 2 ก้อนค่ะ ก้อนแรกเอาไว้ใช้ในยามที่มีเหตุจำเป็น ก้อนที่2ให้เราเก็บไว้ใช้เมื่อเราอยากได้ของอะไรค่ะ ต่อมาคือเรื่องของการทำประกันชีวิตแน่นอนว่าไม่ใช่แค่ฟรีแลนซ์ทีต้องทำ แต่ประกันชีวิตนั้นมีความจำเป็นกับทุกคน ซึ่งก่อนที่เราจะทำการสมัครประกันชีวิตเราต้องศึกษารายละเอียดต่างๆให้ดีก่อนค่ะ และเรื่องของการลงทุนก็สามารถสร้างรายได้ให้กับเราได้นะคะ โดยที่การลงทุนนั้นควรลงทุนให้พอเหมาะไม่มากจนเกินไปและควรศึกษาให้ดีเช่นเดียวกับประกันชีวิตค่ะ และสุดท้ายคือเรื่องของการหารายได้เสริม เราอาจจะนำเงินจากรายได้เสริมมาแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายภายในบ้านก็ได้ หรือจะนำมาเป็นเงินเก็บก็ได้เช่นเดียวกันค่ะ