เมื่อพูดถึงการลงทุน มุมมองของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไป บางคนมองว่าการลงทุนเป็นช่องทางที่สามารถทำให้เรารวยได้เพราะเห็นหลายคนที่ลงทุนแล้วร่ำรวยกัน แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ลงทุนแล้วหมดตัว  ส่วนบางคนมองว่า การลงทุนเป็นเรื่องของคนรวย แต่ในความเป็นจริงมีเงินแค่ 1,000 บาทก็ลงทุนได้  สำหรับนักการเงิน การลงทุนคือการเอาเงินจำนวนหนึ่งไปซื้อสินทรัพย์ โดยคาดหวังว่าในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคต เงินจำนวนนี้จะงอกเงย  ให้ผลตอบแทนขึ้นมาและสามารถชดเชยเวลา อัตราเงินเฟ้อ และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างคุ้มค่า

เราจะเห็นว่ามุมมองในการลงทุนของแต่ละคนนั้นมีความแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง การลงทุนถือได้ว่าเป็นการเริ่มต้นในการวางแผนทางการเงินสำหรับอนาคตได้อย่างฉลาด และการลงทุนก็มีหลายประเภท เราสามารถเลือกลงทุนได้ตามความรู้ ความสามารถ และตามความถนัดรวมถึงต้นทุนของเรา และการลงทุนของคนในแต่ละช่วงอายุก็มีความแตกต่างกันด้วย ดิฉันคิดว่า การลงทุนของคนที่มีวัยต่างกันน่าสนใจ ในบทความนี้ก็เลยนำข้อมูลมาเล่าให้เพื่อนๆฟังว่า อะไรคือความแตกต่างในการลงทุนระหว่างลูกวัยรุ่นและคุณพ่อในวันเกษียณ ? มาฝากกันค่ะ เช่น ศักยภาพและความสามารถทางร่างกาย, เป้าหมาย, ความพร้อมทางการเงิน, วิธีคิดและการวางแผน ขอเพื่อนๆอ่านดูความแตกต่างแต่ละข้อว่ามีความน่าสนใจตรงไหนกันบ้าง เผื่อเราจะเอาไปเป็นไอเดียสำหรับการลงทุนของเราได้ค่ะ

ศักยภาพและความสามารถทางร่างกาย

วัยรุ่น ความสามารถ และศักยภาพทางด้านร่างกาย ได้เปรียบคนสูงอายุอยู่แล้ว ใครๆต่างก็มีความอิจฉาคนที่เป็นวัยรุ่น และคนที่อยู่ในวัยทำงาน เพราะคนวัยนี้จะเต็มเปี่ยมไปด้วย พละกำลังทั้งด้านร่างกาย และความคิด จะทำอะไรก็ดูจะง่ายไปหมด และสามารถเข้าใจสิ่งใหม่ๆได้ง่ายขึ้นด้วย ส่วนการตัดสินใจทำได้อย่างรวดเร็ว กล้าได้กล้าเสีย ยอมรับความเสี่ยงได้สูงมากเพราะเขาคิดว่า ถึงแม้จะพลาด หรือขาดทุนก็ยังมีเวลาในการแก้ตัว และศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมได้เรื่อยๆ พูดง่ายๆก็คือ ยังมีเวลาในการหาเงินและเริ่มต้นใหม่ได้นั่นเอง การลงทุนของวัยนี้จึงเน้นที่ผลตอบแทนเป็นหลักค่ะ

วัยเกษียญ เป็นวัยที่ผ่านโลกมาเยอะแล้ว ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ จะเริ่มมีความรู้สึกอิ่มตัวกับทุกสิ่งที่ทำและพอใจกับทุกสิ่งที่มี   ความหนุ่มแน่น และความกระตือรือร้นที่เคยมีก็เริ่มจะลดลง  วัยนี้ส่วนใหญ่จะเป็นวัยที่ใช้เงินมากกว่าการหาเงิน การลงทุนของคนในวัยนี้ส่วนใหญ่จะเน้นความมั่นคง และมีความเสี่ยงต่ำไม่ขาดทุน เพราะไม่มีเวลาสำหรับการแก้ตัว และหาเงินมาลงทุนเพิ่มอีกแล้ว สามารถลงทุนได้ในระยะกลางๆ หรือระยะสั้นเท่านั้น และการลงทุนจะเน้นการ รักษาเงินต้นมากกว่า ผลตอบแทนค่ะ

เป้าหมาย

ความแตกต่างในการลงทุนอีกอย่างหนึ่งระหว่างวัยรุ่นกับวัยเกษียณก็คือ เป้าหมายค่ะ เพื่อนๆคงเคยได้ยินคำพูดของวัยรุ่นมาแล้วใช่มั้ยคะว่า เป้าหมายมีไว้พุ่งชน !  แสดงว่าวัยนี้มีเป้าหมายในการต่อสู้ พร้อมจะฟันฝ่าทุกปัญหา กล้าได้กล้าเสีย ตัดสินใจ กล้าเสี่ยง กล้าลงทุน เพราะมีเป้าหมายที่แน่นอนชัดเจน บวกกับมีความพร้อมทั้งด้านกำลัง ความคิด และความสามารถ ในการเรียนรู้อย่างไม่มีขีดจำกัดเป้าหมายการลงทุนจึงเน้น ผลตอบแทนและกำไรเป็นหลักถึงแม้จะเสี่ยงก็ยอม เช่น ลงทุนในหุ้น หรือ Forex    วัยเกษียณ เป้าหมายในการลงทุนก็จะต่างออกไป เพราะวัยนี้มีทุกสิ่งที่ต้องการครบแล้ว มีฐานะครอบครัวค่อนข้างมั่นคง มีบ้านอยู่ มีรถใช้ มีเงินเก็บ คนวัยนี้ส่วนใหญ่จะลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ ไม่ต้องทุ่มเวลาและกำลังไปกับมันมากๆส่วนใหญ่จะลงทุนในกองทุน พันธบัตรรัฐบาล หรือสลากออมสิน และเงินฝากประจำ เพราะเป็นการลงทุนที่แทบจะไม่ต้องทำอะไรเลย ส่วนเวลาที่มีก็จะใช้ไปกับการดูแลสุขภาพร่างกาย เป็นหลัก

ความพร้อมทางการเงิน

เมื่อพูดถึงการลงทุนก่อนอื่นเราต้องมีความพร้อมในการการเงิน เรื่องเงินลงทุนก็มีความแตกต่างกันระหว่างวัยรุ่นกับวัยเกษียณ เมื่อพูดถึงความพร้อมเรื่องเงินวัยรุ่นอาจจะยังไม่พร้อมเท่ากับวัยเกษียณ เพราะทำงานมาก่อนหลายสิบปี ทำให้มีทรัพย์สินและเงินเก็บมากกว่า ถ้าคนวัยเกษียณจะลงทุนก็สามารถทำได้เลย เมื่อพูดถึงการลงทุนของวัยรุ่นเงินทุนส่วนใหญ่มักจะมาจาก พ่อแม่ หรือมาจากการกู้จากสถาบันการเงิน การกู้เงินเพื่อการลงทุนมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง เพราะถ้าธุรกิจไปไม่รอด เราจะต้องรับผิดชอบเงินกู้พร้อมดอกเบี้ย ถ้าวัยรุ่นมีความพร้อมทางด้านเงินลงทุน รู้จักหาแหล่งเงินทุน บวกกับความคิดและมุมมองที่กว้างไกลในการทำธุรกิจ รู้ทันทิศทางของตลาด และตอบโจทย์ของผู้บริโภคได้ ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า!

วิธีคิดและการวางแผน

วัยที่ต่างกัน วิธีคิดและการวางแผนก็ย่อมแตกต่างกันอยู่แล้วโดยเฉพาะเรื่องของการลงทุน วัยรุ่นเมื่อเริ่มลงทุนมักจะคิดถึงผลตอบแทน ที่รวดเร็ว และใช้เวลาไม่มาก การวางแผนจะเป็นแบบระยะสั้นๆ ดูแล้วได้ผลตอบแทนสูงก็พอใจ ถึงแม้จะเสี่ยงก็ยอม เพราะวัยรุ่นมักจะมองทุกอย่างในแง่บวก และถือว่าการลงทุนเป็นประสบการณ์ใหม่ ถ้าขาดทุนก็ถือว่าเป็นบทเรียน พลาดไปแล้วก็เริ่มต้นใหม่ได้ เพราะยังมีเวลา  ส่วนวัยเกษียณมักจะมีวิธีคิดที่ละเอียด ลึกซึ้ง และซับซ้อน ชอบวางแผนล่วงหน้าเป็น 10 ปี คิดถึงผลได้ ผลเสียว่า ในระยะสั้น กับระยะยาว การลงทุนแบบไหนคุ้มค่ากว่ากัน อาจจะเป็นเพราะว่ามีประสบการณ์ และผ่านโลกมาเยอะ เลยไม่อยากเจ็บตัว และสูญเงินลงทุนไปง่ายๆ เพราะเงินที่เก็บเอาไว้ก็เพื่อใช้หลังเกษียณ ถ้าลงทุนไปตามกระแสอาจจะแย่ได้

การลงทุนเป็นสิ่งที่ดีแต่ต้องมีความรอบคอบ

ใครๆต่างก็รู้ดีว่า การลงทุนในอะไรซักอย่าง ถือเป็นการวางแผนทางการเงินสำหรับอนาคตที่ฉลาดเพราะการลงทุน จะช่วยเราไม่เหนื่อยมากจนเกินไป เพราะเป็นการใช้เงินทำงานอีกที แต่ใช่ว่าการลงทุนทุกอย่างจะทำให้เราร่ำรวยขึ้นมาในระยะเวลาอันสั้นได้ เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง เมื่อคิดจะลงทุนเราต้องมีความรู้ และศึกษารายละเอียด และเงื่อนไขต่างๆอย่างดี และมีความพร้อมในเรื่องเงินลงทุนด้วย การลงทุนไม่ว่าจะเป็นธุรกิจแล็กๆ ไปจนถึงธุรกิจขนาดใหญ่ เพื่อจะบรรลุเป้าหมายและสำเร็จได้ ต้องอาศัยความรู้ และความรอบคอบ และไม่ประมาทค่ะ