New Normal ของเป็นคำที่เพื่อนๆคุ้นหูกันในช่วงนี้ใช่ไหมครับ เนื่องจากเป็นเรื่องที่หลายคนกำลังต้องพยายามปรับตัวรับกับรูปแบบชีวิตแบบใหม่นี้ เนื่องจากมีการรณรงค์การอย่างมากให้คำนึงถึงความปลอดภัยและเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19​ ในรูปแบบชีวิตที่เราเคยชินกันมาตามปกติต้องพยายามปรับเปลี่ยน ซึ่งหลายๆอย่างถูกเปลี่ยนไปอย่างมากครับ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการทำธุรกิจหรือทำการทำงานของอาชีพต่างๆ บทความนี้ผมจะพาไปดูครับว่ามีอาชีพอะไรบ้างที่มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน เพื่อตอบรับกับ New Normal

ร้านตัดผมและร้านเสริมสวย

เป็นเรื่องปกติครับถ้าเราจะต้องการตัดผมที่ยาวของเรา เราก็ต้องไปที่ร้านตัดผมใช่ไหมล่ะครับ ร้านตัดผมก็จะมีบริการตัดผมให้กับเรา ส่วนถ้าเพื่อนๆคนไหนที่เป็นผู้หญิง อยากสวยอยากงาม ก็ต้องไปใช้บริการที่ร้านเสริมสวย แต่เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า ทำให้มีการสั่งให้หยุดการเปิดร้านตัดผมและร้านเสริมสวย ซึ่งในหลายพื้นที่ก็ใช้มาตรการ เหล่านี้ทำให้ร้านบริการต่างๆเหล่านี้จำเป็นจะต้องหยุดลง

เนื่องจากการต้องปิดร้านทำให้พวกเขาขาดรายได้อย่างหนัก ทำให้หลายคนเลือกปรับเปลี่ยนวิธีการในการให้บริการจากการเปิดหน้าร้านเป็นการไปให้บริการตามบ้านแทน ซึ่งการให้บริการแบบนี้ก็ทำให้ไม่ต้องพบปะกับผู้คนจำนวนมาก เพราะเนื่องจากการไปให้บริการตามบ้านก็ให้บริการเป็นรายบุคคล ไม่มีการมานั่งรอเข้าคิวกันเป็นจำนวนมากเหมือนกับการเปิดร้านโดยทั่วไป และวิธีการปรับเปลี่ยนแบบนี้ยังได้รับค่าตอบแทนที่เพิ่มมากขึ้นด้วย เนื่องจากลูกค้าที่เรียกใช้บริการ ก็ต้องจ่ายค่าบริการที่สูงขึ้นเพิ่มเติม เนื่องจากเป็นการให้บริการแบบพิเศษ แล้วคนที่ยอมทำอาชีพนี้ก็ไม่ได้มีช่างทุกคนทำ

แม้ในช่วงหลังจะมีการผ่อนปรนมาตรการนี้ในบางพื้นที่ โดยมีการยอมให้เปิดร้านบริการตัดผมและเสริมสวยได้ ลูกค้าบางคนก็ยังรู้สึกกังวลกับการแพร่ระบาดของเชื้ออยู่ รวมไปถึงไม่ใช่ทุกพื้นที่ที่มีการอนุญาตให้เปิดร้านได้ ตามเมืองใหญ่ๆก็ยังคงมีมาตรการสั่งให้ปิดร้านอยู่ เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Corona ครับ ร้านที่เปิดได้ก็ต้องมีมาตรการในการป้องกันเพื่อไม่ให้มีการแพร่ระบาดเกิดขึ้นจากร้านครับ อย่างเช่นลูกค้าที่จะเข้ามาใช้บริการก็ต้องใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ทุกครั้งก่อนเข้ามาในร้าน หรือการนั่งรอคิวที่ต้องรักษาระยะห่างจากกัน ก็ต้องรอดูกันต่อไปครับว่าการปรับเปลี่ยนวิธีการให้บริการของร้านตัดผมและร้านเสริมสวยจะมีไปจนถึงเมื่อไหร่

​ ร้านอาหาร

ร้านอาหารก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการเพื่อตอบรับกับ New Normal เนื่องจากร้านอาหารก็เป็นแหล่งที่มีผู้คนเข้ามาใช้บริการกันมาก จึงทำให้มีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสได้ จึงทำให้มีมาตรการในการสั่งห้ามไม่ให้ร้านอาหารต่างๆ เปิดให้บริการแบบปกติ ก็คือตามปกติแล้วจะมีการสั่งอาหารแล้วก็ไปนั่งกินในร้านได้ใช่ไหมครับ แต่วิธีการใหม่ก็คือให้ร้านอาหารแต่ละร้าน ขายอาหารแบบห่อกลับบ้านเท่านั้น ก็คือเปิดหน้าร้านในส่วนที่เป็นจุดส่งอาหารให้กับลูกค้า และหลายๆร้านก็ยังไม่อนุญาตให้ลูกค้าเข้ามาในร้านอาหารด้วย

การปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการนี้ทำให้ การให้บริการแบบเดลิเวอรี่จึงเป็นจุดที่เกิดความต้องการมากขึ้น เนื่องจากการไปเข้าคิวรอซื้ออาหารจำเป็นจะต้องรออยู่ภายนอกร้าน ซึ่งหลายๆร้านการจะยืนรอหน้าร้านก็คือเราต้องยืนตากแดด ก็ลองนึกภาพดูนะครับว่าเพื่อนๆอยากจะไปยืนรอคิวนานๆเพื่อรอรับอาหารมากินที่บ้าน หรือใช้บริการสั่งได้ที่พอดีมาส่งให้ที่บ้านเลยดีกว่า แล้วอีกอย่างเพื่อนๆก็คงไม่อยากจะออกไปไหนมาไหนถ้าไม่จำเป็นในเมื่อเรามีทางเลือกในการจัดส่งอาหารมาให้ใช่ไหมล่ะครับ

และถึงแม้ในช่วงหลังจะมีการอนุญาตให้เปิดให้บริการแบบนั่งกินในร้านได้แล้ว แต่รูปแบบการให้บริการก็ยังไม่เหมือนเดิมครับ โดยร้านอาหารจะต้องมีกฎให้ลูกค้านั่งแยกโต๊ะกัน ก็คือต้องนั่ง 1 โต๊ะต่อ 1 คนเท่านั้น แม้ว่าจะมากันเป็นครอบครัว มาจากบ้านเดียวกัน ก็ต้องนั่งแยกโต๊ะกัน ซึ่งหลายคนก็บ่นเหมือนกันครับว่าถ้าแบบนี้ก็กินที่บ้านยังดีกว่า

นักกีฬา​ E-sport​

อีกชื่อหนึ่งที่ผมสังเกตว่ามีการเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานก็คือนักกีฬาอีสปอร์ตครับ โดยปกติแล้วนักกีฬาอีสปอร์ตจะต้องทำการฝึกซ้อมและเข้าแข่งขันร่วมกันกับทีมกีฬาอีสปอร์ตที่สังกัดอยู่ แล้วจะมีการจัดการแข่งขันกีฬาอีสปอร์ตขึ้นเป็นมหกรรมกีฬา ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดถูกหยุด บางกิจกรรมก็ถูกยกเลิกบางกิจกรรมก็ถูกเลื่อน ทำให้ในช่วงนี้นักกีฬา E-sport​ ถือว่าได้รับผลกระทบครับจากการที่พวกเขาไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขันตามกำหนดการเดิม แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีการแข่งขันหรือไม่มีกิจกรรมอะไรให้กับนักกีฬาทำเลย

เนื่องจากกีฬาอีสปอร์ตเป็นกีฬาที่จัดการแข่งขันโดยใช้วีดีโอเกมเป็นหลัก ซึ่งวีดีโอเกมหลายวีดีโอเกมก็เป็นวีดีโอเกมแบบออนไลน์ ซึ่งการที่เป็นเกมออนไลน์ก็ทำให้ผู้เล่นสามารถแข่งขันกันโดยไม่ต้องอยู่ที่เดียวกันก็ได้ พูดง่ายๆก็คือแข่งจากที่บ้านตัวเองก็ได้ครับ ทำให้มีการจัดการแข่งขันกีฬา E-sport​ แบบออนไลน์ เป็นการแข่งขันแบบ Game from home ซึ่งนักกีฬาที่จะเข้าร่วมการแข่งขันก็อาจจะต้องมีการอัพเกรดอินเตอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ในการแข่งเกมของตัวเองให้มีคุณภาพพอกับเกณฑ์ที่ทางผู้จัดการแข่งขันได้กำหนด เพิ่งถึงแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงวิธีการแข่งขัน แต่ผู้เล่นหรือนักกีฬาก็ยังสามารถเข้าร่วมการแข่งขันทั้งแบบเดี่ยวและแบบทีม รวมไปถึงยังสามารถฝึกซ้อมร่วมกับเพื่อนร่วมทีมได้อีกด้วย ทำให้ไม่มีอุปสรรคแม้ว่าการแข่งขันที่จะจัดเป็นมหกรรมกีฬาถูกยุติไป

​ ปรับตัวให้เข้ากับ New Normal

การปรับตัวให้เข้ากับ New Normal จะทำให้เราสามารถยังคงดำเนินชีวิตต่อไปได้แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงการใช้รูปแบบชีวิตตามปกติไปอย่างมาก ซึ่งจะเห็นได้ว่าการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างส่งผลต่อการทำงานอาชีพรวมไปถึงการหารายได้ ดังนั้นถ้าเราสามารถปรับตัวและปรับเปลี่ยนวิธีการให้เกิดประโยชน์ เราก็จะสามารถใช้ชีวิตแบบ New Normal ได้ตามปกติครับ แล้วเมื่อเวลาผ่านไปบางครั้งเราอาจจะรู้สึกว่ารูปแบบชีวิตแบบ New Normal ก็เป็นอะไรที่ไม่ได้ยากเกินไป และไม่ได้ส่งผลกระทบร้ายแรงอะไร