บอกเลยว่าช่วงวิกฤต โควิด-19 ที่ยาวนานนี้ หลายคนต้องเฝ้าระวังกัน อยู่แต่บ้านจึงจะปลอดภัยที่สุด จะออกไปไหน ทำอะไร หรือใช้ชีวิตปกติก็ไม่สะดวกเหมือนแต่ก่อนๆ โดยเฉพาะพวกปัจจัย 4  ของกินของใช้เราก็ต้องคิดวิธีได้มันมากันมากขึ้น มีอะไรบ้างมั๊ย? ที่จะเพิ่มความสะดวกของผู้บริโภคเช่นเราในช่วงนี้กัน ลองมาเช็คพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้คนในสังคมเพื่อการปรับตัว และหาวิธีปกป้องตัวเองและร่วมรับผิดชอบต่อสังคมอย่างฉลาดในวิกฤตโควิด-19 ครั้งนี้  เราจะได้เดินหน้าช้อปต่อแบบไม่ต้องรอ มาดูกันเลย

การช้อปผ่านบัตรเครดิต

แค่ปลายนิ้วเราอยากได้อะไรก็เพียงสั่งให้ส่งตรงถึงบ้านกันได้ ด้วยสินค้ายังชีพในซุปเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์ที่หลากหลาย จะผักผลไม้ ข้าวสารอาหารแห้ง สแน็คเครื่องดื่ม หรือสินค้าออร์แกนิค เราก็ช้อปกันได้แบบไม่ต้องออกไปไหน แต่ปัญหาที่หลายคนกังวลในช่วงนี้ คือเรื่องเงิน แม้ไม่ใช่แค่เรื่องเงินไม่พอในบัญชี โอนไม่สะดวก หรือไม่มีเงินสดในมือ เพราะถึงจะมี ก็กังวลกันไปว่า ธนบัตรที่เราถืออยู่ จะมีเชื้อโรค หรือไวรัสโควิด ติดอยู่มั๊ยนะ ธนบัตรใบนึงก็ไม่รู้ผ่านมือมาแล้วกี่คนบ้าง เงินทอนที่ได้มาอีกล่ะ ดังนั้น สิ่งที่จะช่วยปกป้องเราไปอีกขั้น ก็คือ การช้อปผ่านบัตรเครดิต

ข้อดีของการช้อปผ่านบัตรเครดิต คือ เราไม่ต้องไปวิ่งวุ่นเพื่อกดเงินจากตู้ ATM เพิ่มความปลอดภัยที่ไม่ต้องหยิบจับเงิน ที่อาจเป็นแหล่งแพร่เชื้อไวรัส แถมบัตรเครดิตยังมีดีลส่วนลด และข้อเสนอสุดพิเศษของหลายธนาคารในช่วงนี้ด้วย ถ้าบัตรเครดิตในมือเราร่วมรายการ เราก็จะซื้อสินค้าได้ในราคาที่ถูกลง ได้รับเครดิตเงินคืนแค็ชแบ็คในช่วงที่ต้องประหยัดกว่าเดิม. รวมไปถึงการเลือกจ่ายบิลค่าสาธารณูปโภคต่างๆ ถ้าผูกบัตรเครดิตให้ชำระ ค่าน้ำ ค่าไฟ หรือค่าอินเทอร์เน็ต แบบตัดอัตโนมัติ เราก็จะไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการชำระที่เคาร์เตอร์เซอร์วิสหลายๆครั้ง หรือแม้แต่โปรโมชั่นผ่อนจ่ายแบบ 0 % พฤติกรรการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตแบบนี้ ก็ถือว่ามาช่วงเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้เรา แถมยังทำให้ผ่านวิกฤติได้อย่างปลอดภัยมากขึ้นด้วย

การช้อปผ่านแชทโดยใช้ C-commerce

C-commerce ย่อมาจาก Conversational Commerce ที่แปลว่า การค้าขายบนการสนทนา ซึ่ง Facebook แพลตฟอร์มโซเชี่ยลมีเดียยักษ์ใหญ่ของโลก ก็ได้ออกมาจัดอันดับให้ประเทศไทยเรา มาแรงแซงเป็นอันดับ 1 ในการช้อปผ่านแชท ในระบบไลฟ์ถ่ายทอดสดด้วย. จากฐานเฉลี่ยที่คนไทยมีการใช้งานอินเตอร์เน็ตถึง 9 ชั่วโมงต่อวัน จึงทำให้วงการค้าปลีกในบ้านเรา ประสบความสำเร็จมาก ยิ่งประกอบกับช่วงการระบาดของไวรัสโควิด ผู้คนไม่สามารถออกจากบ้านเพื่อช้อปปิ้งหรือเดินตลาดนัดได้แบบเดิมๆ การซื้อขายผ่านทางแชทด้วย C-commerce ที่มีสถิติการซื้อซ้ำถึง 75 % จึงถือว่าตอกย้ำความสำเร็จของพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคในแบบที่สวยงาม

โดยการช้อปผ่าน C-commerce นี้ คนไทยถึง 9 ใน 10 คนเลือกใช้เพราะ การสามารถตกลงการซื้อขายกับผู้ขายตัวจริงได้ในแบบทันที จะต่อรอง หรือเลือกวิธีการจ่ายเงิน ก็ยืดหยุ่นกว่าระบบ E-commerce ที่มีตัวแทนและระบบการซื้อขายที่ตายตัว และถือว่ายิ่งโกยเงินในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด เพราะคนอยู่บ้าน เพียงผู้ขายโพสต์ ใน Facebook มีคนกดไลค์ กดแชร์ การติดต่อแบบ two-way ด้วยการรีวิวและไลฟ์สด ก็ยิ่งตอบสนองนักช้อปในโลกออนไลน์ได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ

ข้อดีของการช้อปออนไลน์ใน ช่วง COVID-19

ทั้ง Top Online, Mekro Click, Fresh Mart, Happy Fresh หรือ Big C และ Lotus Online ต่างก็เป็นเว็บไซต์ซุปเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์ ที่เราไม่ต้องออกจากบ้าน ก็เลือกซื้อสินค้าที่จำเป็นกันได้ ด้วยบริการ Delivery บริการจัดส่งสินค้าให้ถึงมือเราที่บ้าน. หรือแม้แต่ฝั่ง เรื่องสุขภาพ ความงาม สินค้าแม่และเด็ก อุปกรณ์อิเล็กทรอร์นิกส์ ไปจนถึงไลฟ์สไตล์ในเรื่องแฟชั่นทั้งชายและหญิง ก็ยังมีในส่วนของทาง Lazada และ Shopee มีทั้งโค้ดส่งฟรี และแคมเปญในเทศกาลต่างๆอีกเพียบ ให้เราช้อปออนไลน์ผ่านแอพพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟน

ซึ่งคำแนะนำด้านสุขอนามัยต่างๆ ที่ออกมารณรงค์กัน ทั้งการล้างมือบ่อยๆ และชำระทำความสะอาดพวกพื้นผิว และอุปกรณ์ที่มีการสัมผัสต่างๆ ไม่ว่าทางบริษัทขนส่งออนไลน์หรือเราเองก็คงจะทำตามๆกัน. การให้ผู้ส่งวางสินค้าให้บริเวณประตู ไม่ต้องสัมผัสมือโดยตรง จ่ายเงินและให้ทิปแบบผ่านแอพพลิเคชั่น หรือบัตรเครดิตไปเลยก็ทำได้ หากต้องเซ็นต์ชื่อในบิลต่างๆ ก็ใช้ปากกาส่วนตัวของเราแทนปากกาที่หน้าร้าน เพราะการระวังตัวมากขึ้น เรื่องสุขอนามัยในช่วงโควิด-19 นี้ ก็เป็นสิ่งที่เราสามารถวางแผนได้ดีกว่าเพื่อความปลอดภัยในการจับจ่ายซื้อของ. ยิ่งหากเรามีการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตในการช้อปแล้วล่ะก็ ทุก 25 บาท ก็จะได้รับคะแนนสะสม ที่ใช้เป็นส่วนลดในการซื้อครั้งถัดไป แลกของรางวัล รวมถึงพวกเครดิตเงินคืนแบบคุ้มๆกันไปเลย สิ่งนี้ก็ถือเป็นข้อดีของการช้อปออนไลน์จริงๆ

ทริคช้อปปิ้งยังไงให้เงินเหลือเผื่ออนาคต

พฤติกรรมการช้อปปิ้งถือว่าช่วยผ่อนคลายและช่วยลดความเครียดของผู้คนได้ดีในช่วงสถานการณ์โควิด-19 แบบนี้ แต่ถึงยังไง การวางแผนการเงิน ก็ยังเป็นสิ่งที่นักช้อปอย่างเราต้องไม่ลืมและลงมือทำแบบควบคู่กันไปด้วย โดยเราอาจเริ่มจากการแบ่งเงินออกเป็นส่วนๆ ช้อปแบบมีระบบให้ไม่สะเทือนเงินออม พอถึงช่วงจ่ายเงินก็สำรวจโปรโมชั่นและดีลส่วนลดในบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตให้ดี ยิ่งรวมกับคะแนนสะสมแบบคูณสองในช่วงนี้และเครดิตเงินคืน ยิ่งจัดเป็นทริคการช้อปปิ้งดีๆที่ช่วยเราเหลือเงินเผื่ออนาคต

วิธีคลาสสิคที่เรายังทำได้ในทุกการช้อป คือ การเปรียบเทียบราคาก่อนการตัดสินใจ เพราะสินค้าที่เราต้องการมันคงไม่ได้มีมาแบรนด์เดียว และเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่นในการช้อปของเราก็ไม่ได้มีที่เดียว จึงต้องรีเสิร์ชสักหน่อย เรื่องแคมเปญ ดีลส่วนลด การแจกคูปองฟินๆ นาทีทองหรือ Flash deal พร้อมการมองหาร้านที่ส่งฟรี หรือได้ของแถมเยอะกว่า ถ้าเราทำแบบนี้ คิดก่อนซื้อให้ดี เราก็จะได้สินค้าที่ต้องการแบบมีราคาที่ถูกลง และได้สิทธิพิเศษมากกว่า เผื่อเงินเหลือยาวๆ ไว้ช้อปปิ้งครั้งหน้าอีกด้วยไงล่ะทุกคน

ปกป้องตัวเองและมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยพฤติกรรมการช้อปปิ้งอย่างฉลาด!

ในสถานการณ์โควิด-19 แบบนี้ ที่ผู้บริโภคหลายคนอยู่บ้าน อยู่ในช่วงกักตัว หรือ Work From Home เราก็ยังต้องมีการจับจ่ายใช้สอยอยู่ แต่เพื่อที่จะทำได้แบบสะดวก ปลอดภัย ไม่เสี่ยงโรค แถมยังประหยัดเงินในกระเป๋าไปด้วย เราก็ต้องสนใจพฤติกรรมการช้อปแบบฉลาด เพื่อผู้บริโภคอย่างเราจะได้ปกป้องตัวเองมากขึ้นในช่วงโควิด และมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งการเปลี่ยนมาใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่มีดีลส่วนลด และโปรโมชั่นสุดพิเศษจากหลายธนาคาร ไม่ต้องหยิบจับเงินโดยตรง หรือการช้อปผ่านแชทโดยใช้ C-commerce ที่เราจะได้เห็นการรีวิวสินค้าจริง ได้ติดต่อกับผู้ขายโดยตรงผ่านการไลฟ์สด ไว้เป็นทางเลือกกัน. แต่สิ่งที่ลืมไม่ได้อีกก็คือ การระวังตัวมากขึ้นในเรื่องของสุขอนามัยในการช้อปปิ้ง และทริคดีๆ อย่างการ ช้อปแบบมีระบบให้ไม่สะเทือนเงินออมและการเปรียบเทียบราคาก่อนตัดสินในซื้อ สิ่งเหล่านี้ รวมๆแล้วก็ถือเป็นพฤติกรรมของผู้บริโภคในช่วงที่โควิดมันยังไม่ผ่านไป ซึ่งเป็นวิธีที่เราต้องปรับตัว เพื่อให้อยู่รอดปลอดภัยกันนั่นเอง