ถือว่าเป็นวิกฤตค่อนข้างรุนแรงครับ จะส่งผลกระทบไปทั่วโลกและทุกคนได้รับผลกระทบด้วยกันหมดครับ กับวิกฤตไวรัสโคโรน่า หรือที่เรียกกันว่า COVID-19​ ซึ่งหนึ่งที่หลายคนให้ความสนใจซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการได้รับผลกระทบจากวิกฤตในครั้งนี้ก็คือเรื่องของการหารายได้ครับ ผมเชื่อครับว่าเพื่อนๆเองก็ได้รับผลกระทบในเรื่องนี้ด้วยเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19​ ทำให้มีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยเกี่ยวกับการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส เนื่องจากดูเหมือนว่าเป็นไวรัสที่แพร่ระบาดและติดต่อกันได้อย่างง่ายมากๆครับ ไม่ว่าจะมีการพยายามควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอย่างมาก จำนวนผู้ติดเชื้อก็มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆครับ

ในบทความนี้ผมเลยจะพาไปดูกันครับว่ามีอาชีพอะไรบ้างที่ มีอัตราการติดเชื้อไวรัส COVID-19​ มากที่สุด และน่าจะมาจากสาเหตุอะไร และเพื่อนๆที่ทำงานในสายอาชีพเรานั้นควรจะมีการป้องกันตัวยังไงบ้าง เพื่อที่เราจะมาวิเคราะห์หาแนวทางในการป้องกันเพื่อที่เราจะยังสามารถทำอาชีพเหล่านั้นหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้อยู่ ในขณะที่ความปลอดภัยก็ยังเป็นเรื่องสำคัญ โดยผมจะอ้างอิงจากเว็บไซต์ของสำนักข่าวต่างๆนะครับ ข้อมูลก็จะเป็นเฉพาะกลุ่มอาชีพภายในประเทศเท่านั้นซึ่งมีความใกล้ตัวกับเรามากที่สุด

อาชีพรับจ้างทั่วไปหรือฟรีแลนซ์

ถือว่าเป็นอาชีพที่รู้สึกแปลกใจอยู่บ้างนะครับกับการที่ขึ้นมาอยู่เป็นอันดับที่ 1 เลย โดยมียอดผู้ติดเชื้อรวมทั้งสิ้น 395 ราย (สถิติในเดือนเมษา​ยน)​ ที่แปลกใจเพราะว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพอิสระแล้วก็ส่วนมากหลายคนทำงานคนเดียว คือทำงานส่วนตัวครับกับการรับจ้างทั่วไป ไม่ต้องไปทำงานที่ออฟฟิศเหมือนกับพนักงานประจำทั่วไป โดยส่วนมากหลายคนจะเลือกทำงานที่บ้านหรือที่ที่มีความเป็นส่วนตัวเพื่อที่จะมีสมาธิในการทำงาน เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ การที่อาชีพรับจ้างทั่วไปหรือว่าฟรีแลนซ์นี้ที่ทำให้มีอัตราการติดเชื้อสูงอาจจะเป็นเพราะว่าด้วยความที่เป็นอาชีพอิสระ ไม่ได้ยึดกฎเกณฑ์ของบริษัทหรือหัวหน้างาน ซึ่งอาจทำให้ไม่ได้มีการป้องกันหรือระมัดระวังในเรื่องของการติดเชื้อ รวมไปถึงอาจจะมีการติดเชื้อมาจากคนที่ติดต่อเกี่ยวข้องในการทำงานด้วยครับ เนื่องจากขั้นตอนของการทำงานรับจ้างโดยทั่วไปจะต้องมีการติดต่อเพื่อจ้างงาน ดังนั้นก็เลยเป็นไปได้ครับว่าในตอนที่มีการติดต่อจ้างงานกันก็อาจจะทำให้เกิดการแพร่เชื้อได้ รวมไปถึงอาจจะเกี่ยวข้องกับขั้นตอนการทำงานด้วยเพราะเนื่องจากหลายคนจำเป็นจะต้องไปเก็บข้อมูลต่างๆเพื่อนำมาใช้ในการทำงาน ซึ่งอาจจะเกิดการไม่ได้ระมัดระวังและได้รับเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกาย

จริงๆวิธีการป้องกันก็ไม่ได้เป็นเรื่องอื่นเรื่องไกลตัวนะครับ ก็เพียงแค่เราพยายามเคร่งครัดในการทำตามคำแนะนำที่สื่อต่างๆกำลังรณรงค์ให้เราทำตาม ซึ่งก็จะเป็นการช่วยป้องกันตัวเราเองได้อย่างดีมากๆครับ และเพื่อนๆที่ทำงานฟรีแลนซ์หรืออาชีพรับจ้างทั่วไป ตอนที่ไปติดต่อรับงานหรือการทำงานก็ควรที่จะเพิ่มความระมัดระวังและมีการป้องกัน

​ ค้าขายและธุรกิจ​ส่วนตัว

ตามมาเป็นอันดับ 2 ครับกับตัวเลข 308 ราย กับอาชีพค้าขายและทำธุรกิจส่วนตัว ซึ่งก็ถือว่าเป็นอาชีพที่ต้องมีการติดต่อพบปะพูดคุยกับลูกค้าในระหว่างทำการซื้อขาย ซึ่งก็จะเป็นช่วงที่มีโอกาสเสี่ยงในการที่จะได้รับเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งจากการที่เชื้อไวรัสโคโรน่าเป็นไวรัสที่สามารถติดอยู่ตามสิ่งของหรือธนบัตรได้ระยะเวลาหนึ่ง จึงอาจเป็นสาเหตุครับที่ทำให้พ่อค้าแม่ค้าหลายคนติด เนื่องจากลูกค้าที่มีเชื้อไวรัสโคโรน่าอาจจะเข้ามาในร้านและหยิบจับสินค้าในระหว่างที่เลือกซื้อสินค้าอยู่ จึงทำให้เกิดการแพร่ระบาดในช่วงเวลานั้นครับ รวมไปถึงตอนที่มีการจ่ายเงินให้กับพ่อค้าแม่ค้าก็อาจจะได้รับเชื้อมาจากธนบัตรได้

มาตรการในการป้องกันที่ให้ร้านค้าต่างๆมีแอลกอฮอล์ล้างมืออยู่หน้าร้าน เพื่อให้ลูกค้าล้างมือก่อนจะเข้ามาในร้าน ก็ถือว่าเป็นมาตรการหนึ่งที่ถือว่าช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้ดีทีเดียวครับ รวมไปถึงต้องมีความเข้มงวดที่จะให้ลูกค้าทุกคนต้องใส่หน้ากากอนามัยก่อนจะเข้ามาในร้าน และไม่อนุญาตให้คนที่ไม่มีหน้ากากอนามัยใส่เข้ามาในร้าน รวมไปถึงการที่พ่อค้าแม่ค้าจำเป็นจะต้องขยันล้างมือให้บ่อยๆครับ โดยเฉพาะควรจะล้างมือทันทีหลังจากที่รับเงินจากลูกค้า แต่ในบางครั้งเมื่อจำเป็นที่จะต้องเข้าไปพูดคุยกับลูกค้าก็ควรจะเว้นระยะห่างให้เหมาะสมตามที่ได้มีการให้คำแนะนำออกมา ก็คือควรอยู่ห่างจากลูกค้าประมาณ 1 ถึง 2 เมตร

พนักงานบริษัทและพนักงานโรงงาน

ตามมาเป็นอันดับที่ 3 ครับด้วยตัวเลข 235 ราย ก็ถือว่าเป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงอยู่ไม่น้อยครับเนื่องจากเป็นอาชีพที่มีการพบปะกันเป็นจำนวนมาก เป็นสถานที่ทำงานที่มีคนพลุกพล่าน เนื่องจากแต่ละบริษัทก็มีพนักงานหลายคน ตั้งแต่หลายสิบคนไปจนถึงหลายร้อยคนเลยทีเดียวครับ รวมไปถึงพนักงานโรงงานในบางโรงงานก็มีตั้งแต่หลักร้อยขึ้นไป ทำให้มีโอกาสค่อนข้างสูงครับในการที่พนักงานของบริษัทและโรงงานจะมีการแพร่ระบาดของเชื้อต่อกันไป

แม้ว่าทางออกที่ดีที่สุดของการหยุดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19​ ก็คือการเอางานกลับไปทำที่บ้านครับ ไปในบางบริษัทก็จำเป็นที่จะต้องให้พนักงานยังคงไปทำงานที่บริษัทอยู่ รวมไปถึงพนักงานโรงงานก็ยังจำเป็นจะต้องไปทำงานในโรงงานต่อเนื่องจากเป็นกำลังหลักของการผลิตสินค้า ดังนั้นเมื่อจำเป็นที่จะต้องไปทำงานในสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน จึงเป็นเรื่องสำคัญมากขึ้นครับที่เราจะต้องพยายามหาวิธีป้องกันตัวเองอย่างมาก อย่างแรกเลยคือเพื่อนๆจำเป็นจะต้องเซฟตัวเอง ทั้งการใส่หน้ากากอนามัยป้องกัน ซื้อหน้ากากพลาสติกใสเพื่อป้องกันละอองน้ำลายจากคนอื่น รวมถึงจะเป็นการเซฟคนอื่นด้วยเนื่องจากก็จะป้องกันละอองน้ำลายของเราได้กระจายไปสู่คนอื่น รวมไปถึงบริษัทก็จะมีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือหรือเราสามารถพกไปที่ทำงานด้วยตัวเองก็ได้ และควรใช้บ่อยๆเมื่อเราหยิบจับสิ่งของมา เพื่อป้องกันไม่ให้เราเผลอหยิบอะไรกินโดยที่ไม่ได้ล้างมือก่อน และถึงแม้ว่าจะมีการป้องกันโดยการใส่หน้ากากแล้ว การเว้นระยะห่างจากคนอื่นในระยะที่จำเป็นก็ถือว่ายังคงเป็นเรื่องเหมาะสมครับ

​ จริงๆแล้วไม่ว่าจะทำอะไรควรป้องกันตัวเองให้มากๆ

จริงๆแล้วใน 5 อันดับอาชีพที่ผู้ติดเชื้อมากที่สุดอีก 2 อันดับถัดมาก็คือ พนักงานของสถานบันเทิงและนักเรียนนักศึกษา แต่เนื่องด้วยสถานบันเทิงต่างๆถูกสั่งให้หยุดทำการ และโรงเรียนรวมถึงมหาวิทยาลัยก็หยุดการเรียนการสอน ทำให้ปัจจัยเสี่ยงในการที่กลุ่มอาชีพเหล่านี้จะติดเชื้อจากการที่พวกเขาทำงานหรือไปเรียนก็ไม่มีแล้ว แต่กลุ่มคนที่ทำอาชีพเหล่านี้บางครั้งก็จำเป็นที่จะต้องหารายได้เพื่อที่จะเลี้ยงตัวเอง อย่างเช่นคนที่ทำงานสถานบันเทิงเมื่อไม่สามารถไปทำงานได้ก็จำเป็นที่จะต้องหาอาชีพอื่นเพื่อให้ตัวเองยังคงมีรายได้อยู่ แล้วบางครั้งก็อาจจะต้องเลือกอาชีพ 3 อย่างที่พูดถึงในบทความนี้ ดังนั้นถ้าเพื่อนๆจะตัดสินใจเลือกงานอะไรก็ตาม จึงควรคำนึงถึงเรื่องของความปลอดภัยและการป้องกันการติดเชื้อและการแพร่ระบาด เพื่อที่ว่าเมื่อเราทำงานแล้วโรคระบาดเหล่านั้นจะไม่ส่งผลเสียต่องานอาชีพของเราครับ