‘คุณพร้อมแค่ไหนกับวัยเกษียณ?’ หากตอบว่า ‘ยังไม่ได้คิดเลย!’ ก็คงต้องรีบลงมือและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้แล้วล่ะค่ะ. เพราะตั้งแต่ปี 2568 นี้ ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัวแล้ว ด้วยสัดส่วนผู้สูงอายุที่มากถึง 20% ของจำนวนประชากร และยังจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่จำนวนรายได้หลังเกษียณที่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตโดยเฉลี่ยของคนในประเทศ กลับอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าเกณฑ์..

ทำไมคนไทยมีเงินเก็บไม่พอใช้หลังเกษียณ เราจะมีวิธีออมและเริ่มต้นวางแผนทางการเงินให้พร้อมตั้งแต่วันนี้ได้อย่างไร มีอาชีพเสริมแบบไหนบ้างที่น่าสนใจสำหรับวัยเกษียณ เปิดข้อมูลครบ จบที่นี่ที่เดียวค่ะ

เหตุผลที่ทำให้เงินเก็บไม่พอใช้หลังการเกษียณ

คำถามที่น่าสงสัยอย่าง ทำไมคนไทยถึงมีเงินเก็บไม่พอใช้หลังการเกษียณ? คำตอบนั้นมีอยู่ว่า ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้นิ่งนอนใจซะทีเดียว หรือบางคนก็อาจลงมือกันบ้างแล้วด้วย แต่ผลการศึกษาของธนาคารแห่งประเทศไทยนั้นพบว่า แทบทั้งชีวิตคนไทยกลับมีรายได้ไม่เคยพอกับค่าใช้จ่าย จึงไม่สามารถมีการบริโภคในแบบที่ยั่งยืนได้ พร้อมเหตุผลที่สรุปได้ ดังนี้

เหตุผลที่ 1 คือ การมีรายได้ที่ไม่เติบโตให้เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย เพราะโดยเฉลี่ย ในช่วงวัยรุ่นหรือวัยเริ่มทำงาน (อายุต่ำกว่า 24 ปี) จะมีรายได้ที่ถือว่าน้อยกว่าเกณฑ์ค่าใช้จ่าย พอขยับช่วงวัยสร้างฐานะ (อายุระหว่าง 25-59 ปี)  ก็จะมีรายได้มากกว่าเกณฑ์ค่าใช้จ่าย แต่พอเข้าสู่ช่วงวัยเกษียณอายุ หรือ 60 ปีขึ้นไป รายได้กลับขยับลดลงมาน้อยกว่าเกณฑ์ค่าใช้จ่ายกันอีกครั้ง จึงสรุปได้ว่า รายได้โดยเฉลี่ยของคนไทยจะสูงกว่ารายจ่ายแค่เพียงช่วงเดียวของอายุเท่านั้น และไม่ตอบโจทย์การบริโภคตลอดอายุขัย อย่างเพียงพอค่ะ

เหตุผลที่ 2 คือ เรื่องการออมที่ลดลงแบบสวนทางกับการบริโภคหรือหนี้ที่มีแต่จะเพิ่มสูงขึ้น ด้วยสัดส่วนประชากรที่มีการออมเงินเพื่อใช้จ่ายในยาวเกษียณยังมีจำนวนแค่ 25 % จึงมีตัวเลขที่มากกว่าครึ่งของจำนวนประชากรที่ยังไม่มีการออมเพื่อการเกษียณหรือมีแผนการรองรับเมื่อเข้าสู่ช่วงสูงวัยซึ่งยังคงมีหนี้ด้วย

เหตุผลที่ 3 คือ มีตัวเลขของการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย หรือให้ความสำคัญกับเรื่องการท่องเที่ยว จับจ่ายสินค้าแฟชั่นและแบรนด์เนม ใช้ชีวิตแบบสายกินสนุกเฮฮา มากกว่าการเตรียมการเรื่องแผนชีวิตเพื่อพัฒนาตนเอง และให้ความสำคัญกับการศึกษาที่เกี่ยวกับช่องทางการลงทุนค่ะ

เหตุผลที่ 4 คือ การไม่ได้คิดคำนวณในเรื่องอัตรค่าเงินเฟ้อ จึงอาจจะเตรียมเงินได้น้อยกว่าที่ควรมีเพื่อใช้ในแผนการเกษียณค่ะ เช่น อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น 2.5 % ต่อปี หากเราวางแผนเพื่อการเกษียณที่ปีละ  480,000 บาท แต่ในอีก 20 ปีข้างหน้า เงินจำนวนนี้ก็จะต้องเพิ่มไปอีกกว่า 60 % หรือเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นถึงสามแสนกว่าบาท!

และเหตุผลที่ 5 ที่แผนเกษียณล่มก็อาจมาจากการพึ่งพาภาครัฐมากเกินไป แบบไม่ได้เผื่อเหลือเผื่อขาด เช่น รอเงินผู้สูงอายุที่ตกเดือนละแค่ 600 บาท หรือเงินเกษียณจากประกันสังคมที่ตกเดือนละแค่ไม่ถึง 10,000 บาท และหวังค่ารักษาพยาบาลจากแค่บัตรทอง ซึ่งทั้งหมดก็ไม่ใช้แผนรองรับการเกษียณที่เพียงพอ  เพราะยิ่งอายุมากขึ้น ก็มีค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่มากขึ้น ไหนจะคนช่วยดูแลยาม หรือพยาบาลพิเศษ โดยเฉพาะแผนเกษียณของคนโสดหรือคนที่ไม่มีลูกหลานค่ะ

นอกจากนั้น ก็อาจมีเหตุผลประกอบเพิ่มเติม เช่น การเกษียณเร็วกว่ากำหนด , การคาดการอายุขัยที่น้อยเกินไป หรือการจัดสัดส่วนของสินทรัพย์ทางการเงินที่คาดเคลื่อน ก็อาจทำให้การแผนเกษียณของหลายคนอาจผิดพลาดหรือล้มเหลวเอาได้. เหตุผลเหล่านี้เราจึงควรคิดเผื่อไว้ เพื่อให้แผนการเกษียณที่วางเอาไว้รอบคอบกว่าเดิมค่ะ

‘การออม’ เป็นทางรอดที่ตรงจุด

ปัญหาหลักของการเกษียณ คือ คนไทยไร้เงินออม บวกเข้ากับรูปแบบค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้การหวังพึ่งพาลูกหลานอาจไม่ใช่ทางเลือกที่แน่นอนที่สุดอีกแล้ว หรือแม้แต่ในบางครอบครัว ที่ได้วางแผนแล้วว่าจะดูแลพ่อแม่ในยามแก่เฒ่าที่ท่านช่วยเหลือตัวเองลำบาก พอเอาเข้าจริง สถานการณ์ฉุกเฉินก็เกิดขึ้นได้เสมอ สิ่งที่คาดการณ์ก็อาจจะมาเร็วขึ้น ความพร้อมในเรื่องเงินออม จึงจะตอบโจทย์ชีวิตของทุกคนในสังคมที่สุดค่ะ

และเมื่อเข้าใกล้ช่วงวัยเกษียณเข้าไปทุกที การเก็บเงินให้ทันก็คงลำบากเหมือนกัน เราจึงควรเตรียมตัวเรื่องแผนเงินออมแต่เนิ่นๆ เพราะเงินออมก้อนใหญ่ที่ต้องเผื่อไว้ในวันข้างหน้านี้ ต่ำๆแล้ว อาจไม่น้อยกว่า 3-5 ล้านบาทเลยทีเดียว  เช่น แผนการเกษียณที่ต้องการใช้เงินเดือนละประมาณ 15,000 บาท สำหรับคนที่อายุ 25 ปี จะต้องเริ่มเก็บออมแล้ว เฉลี่ยเดือนละ 8,000 บาท  , อายุ 35 ปี เฉลี่ยที่เดือนละ 12,000 บาท , อายุ 45 ปี เฉลี่ยที่เดือนละ 20,000 บาท และหากอายุ 55 ปีขึ้นไป ก็จะต้องออมเพิ่มเป็นจำนวนถึงเดือนละ 60,000 บาท ถือว่ายิ่งปล่อยเวลาผ่านก็ยิ่งต้องออมเยอะเป็นเท่าตัวเลยล่ะ

รวมไปถึงตัวแปรที่ขัดขวางเงินออมของเราอย่าง ไลฟ์สไตล์ที่ขัดขวางเงินเก็บ , หนี้บัตรเครดิต หรือการมองแต่ความสุข ณ ปัจจุบัน ก็อาจทำให้หลายคนไม่มีการเก็บออมเงินด้วย หรือชีวิตจริงของดารา นักกีฬาที่มีชื่อเสียง พวกเขากลับถังแตก หรือถึงขั้นถูกฟ้องล้มละลาย ก็เพราะการได้เงินมาเยอะ แต่ก็ใช้จ่ายเยอะ จนหมดแบบไม่เหลือเก็บและต่อยอด ดังนั้น การออมจึงนับเป็นทางรอดที่ตรงจุดสำหรับทุกช่วงวัย และเราทุกคนนะคะ

อาชีพเสริมหลังเกษียณที่น่าสนใจ

อาชีพหลังเกษียณที่เพิ่มรายได้และเพิ่มเงินออมในกระเป๋าเรา ไม่ได้หายากค่ะ เพราะอย่างนึงที่ต้องยอมรับว่า วัยเกษียณถือไพ่เหนือกว่าหลายๆช่วงวัย ก็คือ ประสบการณ์ที่สั่งสมมา ใครที่มองว่าแก่ตัวไปเราจะทำอะไรดีนะ ที่ช่วยให้ไม่เหงาและสร้างรายได้ไปในตัวด้วย ขอบอกว่ามีไม่น้อยเลยล่ะ ดีๆไม่ดี หากลองทำแล้วติดใจ แผนนี้ก็อาจช่วยคุณเกษียณได้เร็วกว่าที่คิดไว้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น งานแปล , ที่ปรึกษาบริษัท , ล่าม , การสอนพิเศษ , วิทยากร , นักเขียน Blog และรีวิว , ช่างประดิษฐ์เฉพาะทาง , ร้านอาหารทำเลดี , การปลูกพืชผักแนวใหม่ รวมไปลงทุนแนวโฮมสเตย์ ตู้หยอดเหรียญ เราก็สามารถเลือกได้ในแนวที่ตนถนัด และทำแล้วมีความสุขที่สุด ควบคู่ไปกับการลงทุนจริงๆ ด้วยสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงพอรับได้ เช่น หุ้นปันผล พันธบัตรรัฐบาล เงินฝากแบบประจำ หรือตราสารหนี้ เราก็อาจเริ่มเป็นเสือนอนกินได้ตั้งแต่ตอนนี้ และยาวไปถึงจนวัยเกษียณเลยล่ะค่ะ

แก้ปัญหาให้แก่ไปไม่จน ด้วยแผนการเงินที่สร้างทางรอดเพื่อวัยเกษียณ!

เพราะแผนการเงินเพื่อวัยเกษียณ เราไม่ควรปล่อยให้เป็นช่วงเวลาที่สายเกินไป หรือคิดไว้แล้วแต่กลับล้มไม่ท่าเพราะความไม่รัดกุม ทางรอดที่จบครบทุกปัญหา และแก่ไปไม่จน จึงควรมาจากการเอาชนะเหตุผลที่ขัดขวางเงินเก็บออมในยามเกษียณ ด้วยการทำให้รายได้ของเราเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายและลดรายจ่ายที่ฟุ่มเฟือย  คิดคำนวณค่าเงินเฟ้อในอนาคต  มีการออมเรื่องค่ารักษาพยาบาลที่ไม่ได้หวังพึ่งพาภาครัฐเพียงอย่างเดียว รวมทั้งการเพิ่มความคล่องตัวด้วยอาชีพเสริมที่รองรับวัยเกษียณ และมีสินทรัพย์ที่เหมาะในการลงทุนอย่างที่ยกตัวอย่างกันไป

เพียงเท่านี้  เราก็จะสามารถลบคำสบประมาทต่างๆ และทำให้การมีเงินเก็บ ที่พอใช้หลังเกษียณ เป็นไปได้  ไม่มีแผนการณ์ใดที่อยู่เหนือการควบคุมของเราหรอกค่ะ หากได้ลองพยายามและลงมือทำกันอย่างเต็มที่   ขอให้ทุกคนมีแรงบันดาลใจเพื่อใช้ชีวิตปั้นปลายอย่างมีคุณภาพแบบที่หวังเอาไว้กันนะคะ เอาใจช่วยค่ะ!