เงินประกันสังคมที่เหล่าผู้ประกันตนและนายจ้างจ่ายสมทบในทุกเดือนนั้น จะกลับมาดูแลผู้ประกันตนในวิธีต่างๆ  เช่น จ่ายเงินสบทบกรณีว่างงาน จ่ายค่ารักษาพยาบาล ค่าทำฟัน ค่าคลอดบุตร หรือแม้แต่ค่าทำศพ แต่รู้มั๊ยนะ? เงินประกันสังคมสามารถกู้ได้แล้ว!!

ใครจะนึกว่าในวันนึง คำว่า ‘สินเชื่อ’ กับ ‘ประกันสังคม’ จะมารวมกันได้. สำหรับคนที่ชอบเงินกู้แบบปลอดภัยและดอกเบี้ยต่ำ! โดยเฉพาะเหล่าผู้ประกอบการทั้งหลายที่สถานการณ์โควิด-19 ทำให้เจ็บหนัก คงได้เฮกันถ้วนหน้าแล้ว เมื่อสินเชื่อจากประกันสังคมมีดีกว่าที่เราคิด และกำหนดระยะเวลาเหลือแค่สิ้นปีนี้เท่านั้น!

ของดีมีวันหมดและสินเชื่อดีต้องบอกต่อ เงินประกันสังคมสามารถกู้ได้อย่างไร ทำที่ไหน มีเงื่อนไขอะไรบ้าง วันนี้ขอนำข้อมูลมาฝากชาว MoneyDuck ทุกคนไม่ให้ตกกระแสกันเลยคร้า..

วัตุประสงค์ของโครงการ

การกู้เงินจากประกันสังคม หรือสินเชื่อ สปส. เพื่อส่งเสริมการจ้างงาน โครงการนี้ ถือว่าได้ดำเนินงานแล้วเสร็จตามระเบียบคณะกรรมการประกันสังคม ว่าด้วยการจัดหาผลประโยชน์ของกองทุนประกันสังคม  เพื่อนำเม็ดเงินไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินในกองทุนประกันสังคมมาใช้ให้ก่อผลประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมแก่นายจ้างและผู้ประกันตรง เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนและเสริมสภาพคล่องเพื่อรักษาสภาพการจ้างงานไว้  รวมถึงช่วยรักษาสภาพและพัฒนาระบบเศรษฐกิจภายในประเทศค่ะ

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา นางพิศมัย นิธิไพบูลย์ โฆษกสำนักงานประกันสังคม ได้ออกมาเปิดเผยว่า สำนักงานประกันสังคม และกระทรวงแรงงาน ได้ร่วมกันจัดโครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน ในวงเงินไม่เกิน 30,000 ล้านบาท เพื่อให้สถานประกอบ สามารถกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องในบริษัท สร้างศักยภาพ และใช้เป็นทุนหมุนเวียนเพื่อให้เกิดการจ้างงานอย่างต่อเนื่องได้แล้ว

โดยให้เป็นการกู้เพื่อรีไฟแนนซ์ ไม่เกิน ร้อยละ 50 ของวงเงินปล่อยกู้ของธนาคารค่ะ และธนาคารที่เข้าร่วมโครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงานนี้จะมีอยู่  2 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK)  ที่ให้วงเงินสินเชื่อ สำหรับการกู้ในโครงการนี้ จำนวน 2,000 ล้านบาท และอีกธนาคารที่ได้เข้าร่วมโครงการสินเชื่อนี้สดๆร้อนๆ ก็คือ  ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) ด้วยวงเงินของสินเชื่อเพิ่มเติมอีก 2,000 ล้านบาท

โดยระยะเวลาในการยื่นคำขอกู้สินเชื่อโครงการนี้ เราสามารถทำได้ถึง  31 ธันวาคม 2563 นี้เท่านั้น! หรือจนกว่าวงเงินของสินเชื่อโครงการจะหมด จึงถือเป็นงบการจัดสรรจากทางภาครัฐที่เข้ามาช่วยเหลือที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

เงื่อนไขการยื่นกู้

คุณสมบัติของผู้กู้สินเชื่อประกันสังคมโครงการนี้ มีเงื่อนไขว่า ต้องเป็นสถานประกอบการที่ขึ้นทะเบียนกับประกันสังคม และทำการจ่ายเงินสมทบเข้าในกองทุนประกันสังคมมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือนค่ะ.  โดยหลังจากได้รับสินเชื่อแล้ว ยังจะต้องรักษาจำนวนผู้ประกันตนให้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของจำนวนผู้ประกันตนในวันที่ได้รับสินเชื่อตลอดอายุโครงการ 3 ปี เพื่อไม่ให้มีการทอดทิ้งลูกจ้างและสำนักงานประกันสังคมจะทำการตรวจสอบข้อมูลอีกในทุกๆ 1 ปี

หากผู้ประกอบการท่านไหนสนใจ ก็สามารถขอหนังสือรับรองสถานประกอบการได้แล้ววันนี้ ที่สำนักงานประกันสังคมในทุกพื้นที่ ทั้งกรุงเทพมหานคร หรือต่างจังหวัดในทุกแห่ง เพื่อทำการติดต่อขอยื่นกู้กับธนาคารที่เข้าร่วมโครงการฯค่ะ

อัตราดอกเบี้ยเงินกู้

สินเชื่อประกันสังคม เปิดเงื่อนไขด้วยจำนวนดอกเบี้ยต่ำ 3-5% เพื่อสนับสนุนโครงการฯ และให้ธนาคารสามารถนำปล่อยเป็นวงเงินสินเชื่อแบบดอกเบี้ยต่ำ โดยจำแนกเป็น

  • กรณีการกู้มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน จะกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ร้อยละ 3% ต่อปี และคงที่ 3 ปี

  • กรณีการกู้ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือใช้บุคคลค้ำแทน จำกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ร้อยละ 5% ต่อปี และคงที่ 3 ปี

วงเงินการปล่อยสินเชื่อ

วงเงินการปล่อยสินเชื่อในครั้งนี้ จากการที่สำนักงานประกันสังคมได้ทุ่มงบในวงเงิน 30,000 ล้านบาท จะแบ่งได้ คือ

วงเงิน 18,000 ล้านบาท

สำหรับสถานประกอบการที่มีลูกจ้างไม่เกิน  50 คน  จะสามารถกู้ได้ในวงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อราย

วงเงิน 9,000 ล้านบาท

สำหรับสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 51-200 คน จะสามารถกู้ได้ในวงเงินไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อราย

วงเงิน 3,000 ล้านบาท

สำหรับสถานประกอบการที่มีลูกจ้างเกิน 200 คน จะสามารถกู้ได้ในวงเงินไม่เกิน 15 ล้านบาทต่อราย

ประกันสังคม และ 2 แบงค์ใหญ่ เปิดตัวโครงการปล่อยสินเชื่อเพื่อการจ้างงาน!

จะเห็นว่า ข้อสรุปสำหรับวงเงินสินเชื่อประกันสังคมโครงการนี้ จะเน้นที่การช่วยเสริมสภาพคล่องในกิจการและบริษัท เพื่อเสริมสร้างการจ้างงานให้เป็นไปได้แบบต่อเนื่อง จึงเป็นประโยชน์ทั้งแก่นายจ้างและลูกจ้าง ในสถานประกอบการณ์ต่างๆที่เคยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ โควิด-19 ที่ผ่านมา

และขอย้ำกันอีกทีว่า ท่านใดที่สนใจสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงานจะต้องรีบเตรียมตัวกันแล้ว เพราะกำหนดระยะเวลาจะยื่นกู้ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 นี้! โดยสามารถติดต่อขอหนังสือรับรองสถานะความเป็นสถานประกอบการ ได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครทุกพื้นที่ จังหวัด/สาขาทุกแห่ง เพื่อนำทั้งหนังสือรับรองที่ออกโดยสำนักงานประกันสังคมนี้ และเอกสารการยื่นกู้ตามระเบียบของธนาคาร ไปติดต่อขอยื่นกู้กับ 2 แบงค์ใหญ่ที่เข้าร่วมโครงการฯ คือ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) และ ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) ได้เลยตั้งแต่วันนี้ แล้วทางธนาคารจะแจ้งผลการพิจราณาให้กับสถานประกอบการของคุณโดยตรงค่ะ. หากสนใจสินเชื่อดี ดอกเบี้ยต่ำสำหรับสถานประกอบการตัวนี้ล่ะก็ ต้องรีบซะหน่อยแล้ว!