เงินไม่พอใช้ ใครๆก็เป็นกันได้ แต่ปัญหาคือเราแต่ละคนมีวิธีจัดการกันยังไง? บางคนเงินเดือนไม่พอใช้ ก็ขอแค่อดทนไปให้ได้จนสิ้นเดือนพอ แต่บางครั้งเงินหมุนก็ขาดช่วง ยังไงรอสิ้นเดือนก็ไม่ทัน ทำให้หลายคนหันไปพึ่งการกู้หนี้ยืนสิน เริ่มตั้งแต่คนรู้จัก ญาติสนิทมิตรสหาย สถาบันการเงินทั้งหลาย หรือแม้กระทั่งการไปกู้หนี้นอกระบบ ที่อาจโดนขาโหดมาตามทวงหนี้ เวลามีปัญหา เราหลายๆคนมักจะนึกถึงวิธีการพวกนี้ แต่เพื่อนๆบางคนอาจจะยังไม่รู้ หรือรู้แล้วแต่ยังไม่เคยลอง ว่ามีอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยเราได้เมื่อมีปัญหาเงินขาดมือ และช่องทางที่ว่านั่นก็คือ ประกันชีวิตที่ทำไว้ยังไงล่ะ!

แต่ เอ๊ะ? เดี๋ยวก่อนนะ ประกันชีวิตของเราน่ะเหรอ กู้ออกมาได้เมื่อเงินขาดมือ?… ใช่แล้วล่ะ!! แต่การกู้เงินจากประกันชีวิตต้องทำยังไง? ดีกว่าการไปกู้เงินจากแหล่งอื่นตรงไหน? ตามมาดูกัน!

กู้เงินประกันตัวเองดีกว่ายังไง?

ดีมากเลยล่ะ คนที่เพิ่งเคยได้ยินครั้งแรกอาจจะสงสัยกันว่าประกันชีวิตหรือประกันภัยที่เราทำไว้จะกู้ออกมาใช้ได้ยังไงกัน? ก็เข้าใจได้นะ เพราะเราจ่ายค่าเบี้ยประกันไว้ก็เพื่อรับเอาความคุ้มครองจากกรมธรรม์ แต่เพื่อนๆรู้กันไหมว่า นอกจากเงินค่าเบี้ยประกันจะจะกู้ได้แล้วนั้น การกู้เงินค่าประกันชีวิตของตัวเองมาใช้ยังเป็นการแก้ไขปัญหาเงินขาดมือที่ดีอีกด้วย เพราะมันเป็นการยืมเงินของตัวเองออกมาใช้ยังไงล่ะ! กู้เงินตัวเองออกมาใช้ย่อมดีกว่าไปขอกู้เงินคนอื่นมาแน่ๆ แต่ข้อดีและสิ่งที่ต้องคำนึงถึงมีอะไรบ้าง? มาดูกัน!

ข้อดี กู้เงินประกันชีวิต

ก็อย่างที่บอกว่าการกู้เงินจากกรมธรรม์ประกันภัยจากประกันชีวิตของตัวเองเป็นการยืมเงินตัวเองออกมาใช้ ปกติถ้าเราเอาเงินตัวเองออกมาใช้ก็ไม่จำเป็นต้องเสียดอกเบี้ยจริงไหม? แต่เงินในส่วนนี้เป็นเงินที่เราเอาไปจ่ายเป็นค่าเบี้ยประกันชีวิต พอจะเอาออกมาใช้ เราก็เลยต้องเสียค่าดอกเบี้ยในการกู้ยืมด้วยนิดหน่อย

ส่วนเงินที่กู้ออกมา เราจะจ่ายเมื่อไหร่ จะจ่ายตอนไหน ทยอยจ่ายเท่าไหร่ก็ทำได้ เพราะมันเป็นเงินของเราเองยังไงล่ะ แต่มีข้อแม้อยู่อย่างคือ ต้องจ่ายคืนภายในเวลาที่กรมธรรม์ประกันภัยของเรายังมีผลบังคับใช้อยู่นั่นเอง

แถมการกู้เงินของตัวเองออกมาใช้ก็ไม่จำเป็นต้องใช้หลักทรัพย์หรือวิ่งวุ่นหาคนมาค้ำประกันให้ยุ่งยาก เพราะเงินที่เรากู้ออกมานั่นแหละเป็นสิ่งที่ค้ำประกันไว้ว่าเราจะต้องหาเงินมาจ่ายคืนแน่ๆ และต่อให้เราจะกู้เงินที่จ่ายเป็นค่าเบี้ยประกันชีวิตออกมา แต่เราก็ยังได้รับความคุ้มครองจากประกันชีวิตหรือประกันภัยที่เราทำไว้อยู่อีกด้วย

เห็นข้อดีจากการกู้เงินประกันชีวิตหรือประกันภัยของตัวเองออกมาใช้แบบนี้แล้ว เรามาดูสิ่งที่ต้องคิดและระวังเมื่อจะกู้เงินจากกรมธรรม์ประกันภัยออกมาใช้กันบ้างดีกว่า

สิ่งที่ต้องระวังเมื่อคิดจะกู้

ถึงแม้จะเป็นการกู้เงินจากประกันภัยหรือประกันชีวิตของเราออกมาใช้ จ่ายดอกเบี้ยที่แสนต่ำอย่างสบายใจ แต่อย่างแรกที่เราควรระวังไว้เลยก็คือ ต่อให้ดอกเบี้ยที่เราต้องจ่ายจะต่ำขนาดไหน ถ้าเราไม่ได้จ่ายคืนในช่วงเวลาที่กรมธรรม์ประกันภัยของเรายังมีคนบังคับใช้ล่ะก็ เงินปันผลหรือผลประโยชน์ทางประกันภัยที่เราน่าจะได้รับก็จะถูกเอาไปเป็นเงินชำระหนี้โดยอัตโนมัติทันที ถึงดอกเบี้ยจะต่ำ แต่ก็อย่าชะล่าใจจนลืมจ่ายกันล่ะ

อีกอย่างที่ต้องรู้ไว้ด้วยก็คือ ถึงจะเป็นการกู้ยืมเงินจากเงินของตัวเราเอง แต่เราจะกำหนดจำนวนเงินที่จะกู้ออกมาไม่ได้นะ ถ้ากำหนดวงเงินที่จะกู้เองได้ก็คงดีไม่น้อย

กู้เงินประกันชีวิตยังไงนะ?

ถึงจะกู้เงินของตัวเองออกมาใช้ แต่เงินก้อนนี้ก็ใช่จะเป็นของเราทั้ง 100% จะเดินดุ่ยๆไปบริษัทประกันภัยแล้วหยิบเงินของตัวเองออกมาก็ใช่เรื่อง มันก็ต้องมีขั้นตอนกันบ้าง ซึ่งขั้นตอนที่ว่าก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร ไม่ต่างจากการเดินดุ่ยๆไปเอาเงินของตัวที่บริษัทประกันภัยเลยด้วยซ้ำ เพียงแค่เราเดินเข้าไปที่บริษัทประกันภัยพร้อมกับเอกสารกรมธรรม์ของเรา หรือใบสิทธิการกู้เงิน บวกกับบัตรประจำตัวประชาชนของเราเดินไปที่เคาน์เตอร์ของบริษัทประกันภัยทางเจ้าหน้าที่ก็จะเดินเรื่องให้กับเราเลยซึ่งส่วนใหญ่แล้วใช้เวลาไม่นาน บางครั้งแค่วันเดียวก็สามารถกู้เงินของตัวเองออกมาใช้ได้แล้วล่ะ

ซึ่งการขอกู้ประกันชีวิตตัวเองออกมาใช้ก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร ขั้นตอนส่วนใหญ่บริษัทประกันภัยจะดำเนินการทำให้เราแล้วทั้งนั้น แต่หน้าที่ของเราหลักๆก็คือต้องจ่ายเงินที่กู้ออกมาจากค่าเบี้ยประกันให้หมด ในระหว่างที่กรมธรรม์ประกันภัยของเรายังมีผลบังคับใช้อยู่นะ อย่าลืมกันซะล่ะ

กู้ออกมาได้เท่าไหร่?

ทีนี้ก็มาถึงเรื่องสำคัญอีกเรื่องคือ ในเมื่อเราไม่สามารถกำหนดจำนวนเงินที่จะกู้ออกมาจากค่าเบียร์ประกันภัยของเราได้แล้ว ถ้างั้นเราจะกู้ออกมาได้เท่าไหร่? ซึ่งเรารู้แน่ๆว่าจะกู้ออกมาทั้งหมด 100% เลยคงไม่ได้ เพราะบริษัทประกันภัยส่วนใหญ่ก็คงจะไม่ยอม แต่ไม่ต้องเป็นห่วงไปนะ เพราะบริษัทประกันได้กำหนดวงเงินที่เราสามารถกู้เงินออกมาจากค่าเบี้ยประกันภัยของตัวเองได้ไม่เกิน 80% ของวงเงินที่เรามีนะจะบอกให้ แต่ก็มีบริษัทประกันบางที่ที่ไม่กำหนดจำนวนวงเงินที่เราสามารถกู้ออกมาได้อยู่ด้วยนะ

รู้แบบนี้แล้วตอนที่คิดจะทำประกันภัย ทำวงเงินสูงๆไว้อาจจะมีประโยชน์ตอนที่เงินขาดมือแบบนี้นะ เพราะมันเป็นแหล่งเงินกู้ที่เราจะสามารถกู้เมื่อไหร่ก็ได้ ถึงจะได้ไม่เต็มวงเงินที่มี แต่ก็ยังดีที่ได้กู้ง่ายๆแบบนี้นะ

ดอกเบี้ยแพงไหม?

มาถึงเรื่องสำคัญอีกเรื่องที่หลายคนอาจจะกังวลอยู่ ก็รู้แล้วว่าการกู้เงินจากค่าเบียร์ประกันภัยหรือประกันชีวิตของตัวเองเป็นแหล่งเงินกู้ชั้นเยี่ยม แต่ก็อย่างที่รู้ว่าแหล่งเงินกู้ตรงนี้ถึงจะมาจากเงินค่าเบี้ยประกันภัยของเราเองยังไง แต่ตอนนี้เจ้าของเงินก้อนนี้ก็ไม่ใช่เราอีกต่อไปแล้ว ดังนั้น กู้เงินตัวเองออกมาจากค่าเบี้ยประกันมายังไงก็ต้องเสียดอกเบี้ย แต่อัตราดอกเบี้ยก็ต่ำเอามากๆ เพราะบริษัทประกันคิดอัตราดอกเบี้ยจากการกู้เงินประกันตัวเองอยู่ที่ 6-8% ต่อปี หรือแค่ 0.5-0.7% ต่อเดือนเอง อัตราดอกเบี้ยต่ำขนาดนี้ ตอนจะกู้แทบจะไม่ต้องกังวลเลยจริงไหมล่ะ

เงินช็อตคราวหน้า ลองมองหาประกันชีวิตนะ

มาถึงตรงนี้กัน มั่นใจว่าเพื่อนๆหลายคนคงจะรู้กันแล้วล่ะว่า ประกันภัยหรือประกันชีวิตที่เราทำไว้น่ะสามารถกู้เงินออกมาใช้ได้จริงๆตอนที่เงินขาดมือ เงินช็อต หรือแม้แต่กู้ออกมาเพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆก็สามารถทำได้ เพราะมันก็คล้ายๆกับการไปขอสินเชื่อส่วนบุคคลนั่นแหละ ไม่ได้กำหนดวัตถุประสงค์ของการกู้เอาไว้ซะหน่อย แต่ถ้าคิดถึงเหตุการณ์คับขันที่ต้องใช้เงินอย่างด่วนจี๋ คราวหน้าแทนที่จะวิ่งไปหาธนาคารเพื่อรออนุมัติ หรือเสี่ยงกับการไปกู้หนี้นอกระบบ ลองค้นดูกรมธรรม์ประกันภัยหรือประกันชีวิตที่ทำอยู่ดูกันก่อนนะ