เนื่องจากประกันมีหลากหลายรูปแบบ และประกันแต่ละรูปแบบก็ให้ความคุ้มครองที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นในการจะเลือกซื้อกรมธรรม์ต่างๆเราควรที่จะศึกษาข้อมูลให้ดี แล้วเมื่อจะตัดสินใจเลือกซื้อกรมธรรม์ต่างๆก็ควรที่จะมองถึงความเหมาะสมกับช่วงอายุของเรา เนื่องจากแต่ละช่วงอายุก็จะมีความต้องการหรือรูปแบบชีวิตที่แตกต่างกันออกไป รวมไปถึงสภาพทางการเงินของเราก็มีผลต่อความสามารถในการจ่ายค่าเบี้ยประกันด้วยครับ

แรกเกิดถึงวัยรุ่น

แรกเกิดถึงวัยรุ่น

เด็กในช่วงแรกเกิดโดยเฉพาะในช่วง 5 ปีแรก สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดก็คือเรื่องของสุขภาพของเด็กครับ เนื่องจากเด็กจะมีภูมิคุ้มกันที่ต่ำ ทำให้มีโอกาสที่จะเจ็บป่วยได้ง่ายกว่าในช่วงวัยอื่น เราจะสังเกตได้ว่าเราจะเห็นว่ามีเด็กป่วยบ่อยๆใช่ไหมครับ ดังนั้นพ่อแม่ควรเลือกที่จะทำประกันที่ให้ความคุ้มครองสำหรับตอนที่ไม่สบาย ต้องไปหาหมอไปโรงพยาบาล​ ซึ่งจะช่วยให้สามารถที่จะแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในด้านการรักษาพยาบาล ที่มีโอกาสเกิดขึ้นบ่อยๆครับ

พอพ้นช่วงวัยเด็ก เข้าสู่ช่วงของวัยรุ่น ก็เป็นช่วงที่เริ่มสบายใจได้ในเรื่องของโรคภัยไข้เจ็บครับ เนื่องจากวัยรุ่นก็จะมีภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้น แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือเนื้อเรื่องของอุบัติเหตุ เนื่องจากช่วงวัยรุ่นก็เป็นช่วงที่มีพละกำลังมาก แล้วก็ชอบใช้ชีวิตแบบโลดโผน อาจจะมีความคึกคะนองด้วย เน้นความสนุก ซึ่งก็มักจะได้รับอุบัติเหตุจากการเล่นกีฬาหรือการขับขี่​รถจักรยานยนต์​ นอกนั้นประกันที่ควรจะพิจารณาในช่วงนี้ก็ควรจะเป็นประกันอุบัติเหตุครับ

อีกเรื่องหนึ่งที่ควรพิจารณาด้วยในเรื่องของการทำประกันในช่วงวัยเด็กถึงช่วงวัยรุ่น ก็คือในเรื่องของเบี้ยประกันครับ เนื่องจากเด็กและวัยรุ่นยังไม่ถึงช่วงวัยทำงาน และมีภาระค่าใช้จ่ายในหลายๆด้านที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้ไปจนถึงค่าใช้จ่ายในโรงเรียน ทั้งค่าเทอมและอุปกรณ์การเรียน ทำให้การที่จะคิดทำประกันในช่วงนี้ควรจะเป็นการทำประกันที่มีการแบ่งจ่ายเบี้ยประกันที่ไม่สูงมากนัก เพื่อไม่ให้เกิดการกระทบกับค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นๆครับ

ช่วงเริ่มทำงาน

ช่วงเริ่มทำงาน

สำหรับคนในวัยทำงานในช่วงต้นๆ ซึ่งก็จะเริ่มตั้งแต่ช่วงอายุประมาณ 20 ปีขึ้นไป เรื่องแรกที่ควรจะนึกถึงในการเลือกซื้อประกันก็คือ เรื่องของรายได้ เนื่องจากเป็นช่วงที่เริ่มต้นทำงาน ดังนั้นส่วนใหญ่แล้วเราจะมีเงินเก็บไม่ค่อยมาก ดังนั้นการเลือกซื้อกรมธรรม์ในขั้นแรกๆควรจะซื้อในแบบที่เบี้ยประกันไม่สูงมากครับ เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับค่าใช้จ่ายของเรา ดังนั้นประกันแบบสะสมทรัพย์จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะกับช่วงนี้ครับ ซึ่งนอกจากจะเป็นการทำประกันที่ให้ความคุ้มครองแล้ว ยังเป็นการช่วยสร้างวินัยการออมให้กับเราอีกด้วยครับ เรียกได้ว่าได้ประโยชน์ 2 ต่อเลยทีเดียว จริงๆ 3 ต่อด้วยซ้ำครับ เพราะประกันแบบสะสมทรัพย์ยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย ซึ่งเป็นอีกเรื่องที่เราต้องคิดถึงครับเนื่องจากการทำงานอาชีพจะมีเรื่องภาษีเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยครับ

นอกจากนั้นประกันแบบสะสมทรัพย์ระยะยาวยังเป็นการสร้างรากฐานความคุ้มครองที่มั่นคงให้กับเราด้วยครับ เนื่องจากประกันแบบนี้จะให้ความคุ้มครองที่ส่งผลระยะยาว

วัยทำงานและเริ่มสร้างครอบครัว

วัยทำงานและเริ่มสร้างครอบครัว

ช่วงนี้จะเป็นช่วงของอายุประมาณ 30 ถึง 45 ปีครับ ก็เป็นช่วงที่เริ่มสร้างเนื้อสร้างตัว เริ่มมีความมั่นคงในระดับหนึ่ง และก็กำลังจะเพิ่มความรับผิดชอบมากขึ้นไปอีกระดับหนึ่งด้วยครับ เพราะนอกจากจะเริ่มสร้างครอบครัวแล้ว ในปัจจุบันคนในวัยนี้มักจะพยายามมองหาธุรกิจส่วนตัวด้วย ซึ่งเมื่อก่อนการทำแบบนี้จะเป็นในช่วงท้ายๆของวัยทำงาน ถ้างั้นสำหรับหัวหน้าครอบครัวแล้วถือว่า มีความสำคัญอย่างมากกับการทำประกันชีวิตที่จะเน้นในเรื่องของการคุ้มครองชีวิตครับ เนื่องจากถ้าเกิดหัวหน้าครอบครัวเกิดป่วยหรือเสียชีวิตอย่างกะทันหัน ประกันชีวิตแบบให้ความคุ้มครองชีวิตก็จะช่วยให้ครอบครัวสามารถเดินหน้าต่อไปได้

ใกล้เกษียณ

ใกล้เกษียณ

ช่วงอายุตั้งแต่ 46 ปีขึ้นไปจนถึง 60 ปี ซื้อเป็นช่วงที่เรียกได้ว่าเป็นช่วงก่อนเกษียณหรือเป็นช่วงท้ายๆของวัยทำงานครับ ช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงที่เริ่มมีความมั่นคงทางการเงินที่สูง เนื่องจากเรามีเงินเก็บมากขึ้น ตำแหน่งงานหรือรายได้ก็อยู่ในช่วงที่สูงขึ้น รวมไปถึงภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ก็ลดน้อยลงโดยเฉพาะเรื่องการเลี้ยงดูครอบครัวครับ ทำให้ช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่เหมาะสมที่เราจะเริ่มมีการเตรียมการวางแผนการใช้ชีวิตในวัยเกษียณ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนทางการเงิน และการมองหาความคุ้มครองที่จะช่วยสร้างความอุ่นใจให้ชีวิตในวัยเกษียณครับ ดังนั้นเมื่อมองหาการทำประกันในช่วงวัยนี้ควรจะมองหาประกันที่ให้ความคุ้มครองแบบครอบคลุมหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นความคุ้มครองเกี่ยวกับสุขภาพเพื่อเตรียมการสำหรับตอนที่อายุมากขึ้นซึ่งเจ็บป่วยได้ง่าย รวมไปถึงความคุ้มครองอุบัติเหตุ ที่ก็มีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นตามอายุเหมือนกันครับ

หลังเกษียณ

หลังเกษียณ

ช่วงหลังเกษียณหรือตั้งแต่อายุ 60 ปีขึ้นไป ถือซะว่าเป็นช่วงที่หลายคนเริ่มลดการใช้จ่ายในส่วนความต้องการส่วนตัวลง ยิ่งอายุมากขึ้นการไปท่องเที่ยว หรือช้อปปิ้งเพื่อความบันเทิงก็จะยิ่งลดลงครับ แต่จะมองไปถึงการเตรียมการต่างๆเพื่อลูกหลาน รวมไปถึงเมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายก็อ่อนแอลง ทำให้ค่าใช้จ่ายในส่วนการรักษาพยาบาลหรือการอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุ​ ก็เป็นเรื่องที่ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายจำนวนมากครับ แล้วถ้าเราไม่ได้มีการเตรียมการหรือทำประกันเผื่อไว้ก็อาจจะทำให้เราเสียเงินเก็บทั้งหมดไปกับการรักษาพยาบาลได้ ถึงแม้เราอาจจะไม่ได้เตรียมการมาก่อนล่วงหน้าแต่ก็ยังพอมีทางออกที่จะช่วยแก้ไขปัญหาในช่วงบ่ายนี้ได้ครับ นั่นก็คือการทำประกันชีวิตที่ออกแบบมาสำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นประกันที่ให้กับคนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปโดยเฉพาะครับ

เลือกประเภทให้เหมาะกับอายุ เพื่อความคุ้มครองที่ตรงกับความจำเป็น

เลือกประเภทให้เหมาะกับอายุ เพื่อความคุ้มครองที่ตรงกับความจำเป็น

แต่ละช่วงอายุก็มีความต้องการความคุ้มครองที่จำเป็นแตกต่างกันออกไปครับ ตั้งแต่วัยเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน ไปจนถึงวัยเกษียณ ก็มีปัจจัยหลายๆอย่างที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งก็ทำให้ต้องการประกันชีวิตที่ตรงกับความจำเป็นแตกต่างกันออกไป ดังนั้นควรทำการศึกษาประเภทของประกันชีวิตว่าให้ความคุ้มครองแบบไหน ตรงกับความจำเป็นหรือไม่ เพื่อจะได้เลือกซื้อประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองที่คุ้มค่าที่สุดครับ