ปัจจุบันการแข่งขันทางธุรกิจหลายๆ ครั้งถูกตัดสินกันด้วยเงินทุน ธุรกิจที่ท่อน้ำเลี้ยงเดินสะดวกที่ยาวพอ ธุรกิจนั้นก็มีโอกาสพุ่งชนความสำเร็จได้มากกว่าธุรกิจที่ติดขัดในเรื่องเงินทุน เมื่อเงินทุนมีส่วนสำคัญในการดำเนินธุรกิจนั่นเอง จริง ๆ แล้วแหล่งเงินกู้มีจำนวนไม่น้อยที่เปิดโอกาสให้เราเข้าถึง สิ่งที่ยากกว่าการค้นหาแหล่งเงินกู้คือ จะทำอย่างไรให้เจ้าของเงินเชื่อมั่นในตัวเราและธุรกิจที่เรากำลังจะทำ เพราะอยู่ดีๆ คงไม่มีใครยอมปล่อยเงินกู้ให้กับคนที่ไม่รู้แหล่งที่มาที่ไป หรือดูไม่มีความน่าเชื่อถือจริงไหม? ฉะนั้นก่อนที่เราจะเข้าไปหาแหล่งเงินกู้ เราควรเตรียมพร้อมตัวเองและธุรกิจเสียก่อน เงินกู้ ก็คือ เงินที่ลูกหนี้ไปกู้ยืมเจ้าหนี้มาพร้อมกับสัญญาว่าจะจ่ายคืนภายในกำหนดระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ โดยมีกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่จะต้องจ่ายคืนให้กับเจ้าหนี้ด้วย เงินกู้มีหลากหลายประเภทมากขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้หลักเกณฑ์อะไรในการแบ่งประเภทของเงินกู้นั้น ๆนั่นเองค่ะ

เป็นการกู้ในระบบ

มีทั้งภายในและภายนอกประเทศ เพื่อนำไปใช้ลงทุนในกิจการ ในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะแหล่งกู้ยืมภายในประเทศที่สำคัญเท่านั้น ได้แก่สถาบันการเงิน ซึ่งเป็นผู้ระดมเงินทุนจากผู้ออม และกระจายเงินออมนั้นให้กับผู้ต้องการใช้เงินทุน เพื่อใช้ลงทุนในการประกอบธุรกิจด้านต่าง ๆ เงินกู้ในระบบ เป็นเงินกู้ที่เจ้าหนี้เป็นธนาคาร สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบการที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน เงินกู้ในระบบเป็นการกู้เงินที่อยู่ภายใต้กฎหมาย มีข้อกำหนดกฎเกณฑ์ที่ทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้จะต้องปฏิบัติด้วย การกู้เงินในระบบจะต้องทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ลักษณะของการเงินกู้ในระบบจะมีความเป็นมาตรฐาน ทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ไม่มีใครเป็นฝ่ายได้เปรียบเสียเปรียบเงินกู้นอกระบบ เป็นเงินกู้ที่เจ้าหนี้และลูกหนี้ไปทำการตกลงเพื่อกู้ยืมเงินกันเองค่ะ แม้มีการทำสัญญาเงินกู้แต่รายละเอียดในสัญญาก็เป็นข้อกำหนดที่เจ้าหนี้มักกำหนดขึ้นมาเอง การกู้เงินนอกระบบส่วนใหญ่แล้วลูกหนี้มักตกอยู่ในภาวะจำยอมเนื่องจากไม่สามารถกู้เงินที่มีความเป็นมาตรฐานมากกว่าในระบบได้ จึงต้องยอมกู้เงินนอกระบบที่บางครั้งอาจไม่เป็นมาตรฐาน คิดดอกเบี้ยแพงและถูกเจ้าหนี้เอาเปรียบได้นะคะ

เงินกู้เพื่อธุรกิจ เป็นเงินกู้ที่ลูกหนี้มีวัตถุประสงค์ในการขอกู้เพื่อนำเงินไปใช้ในการดำเนินธุรกิจ รูปแบบของเงินกู้เพื่อธุรกิจก็มีการแยกย่อยลงไปอีก เช่น วงเงินเบิกเกินบัญชี เงินกู้ระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว สินเชื่อเพื่อ SME เงินกู้เพื่อการส่งออกนั่นเอง เงินกู้ลูกค้าบุคคล เป็นเงินกู้ที่ลูกหนี้ที่มีสถานะเป็นบุคคลธรรมดาต้องการกู้เงินเพื่อนำไปใช้ในวัตถุประสงค์เพื่อการดำเนินชีวิต เงินกู้ลูกค้าบุคคลมีหลายรูปแบบที่แตกต่างกันไป เช่น เงินกู้เพื่อซื้อบ้าน เงินกู้เพื่อซื้อรถยนต์ เงินกู้เพื่อซ่อมแซมบ้านหรือเป็นสินเชื่อเงินสดนั่นเองค่ะ

มีอัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามที่รัฐบาลกำหนด

interest rate

Sasun Bughdaryan/shutterstock.com

เราเชื่อว่าผู้ขอสินเชื่อแต่ละรายมีศักยภาพและประวัติเครดิตที่แตกต่างกัน เราจึงเสนออัตราดอกเบี้ยเฉพาะบุคคล ผู้กู้ที่มีพฤติกรรมและวินัยทางการเงินที่ดี ส่วนใหญ่แล้วจะได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าการกู้เงินจากธนาคารหรือสถาบันการเงิน โดยอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ระหว่าง 8-15% ต่อปี เทียบกับช่องทางการเงินปัจจุบันซึ่งดอกเบี้ยสูงถึง 20-28% ต่อปี เป็นการผ่อนชำระแบบลดต้นลดดอก ผู้กู้มีหน้าที่ในการผ่อนชำระสินเชื่อเป็นรายเดือนให้กับนักลงทุน โดยจำนวนผ่อนชำระจะประกอบด้วยเงินต้นและดอกเบี้ย เมื่อมีการผ่อนชำระเงินต้นไปด้วย มิใช่การจ่ายแต่เพียงดอกเบี้ยอย่างเดียว ทำให้ภาระดอกเบี้ยของผู้กู้น้อยลงจากการผ่อนชำระแบบลดต้นลดดอก

มีขั้นตอนในการทำงานที่ตรวจสอบได้

check steps

T.Dallas/shutterstock.com

อย่างเเรกเดินบัญชีอย่างสม่ำเสมอ การเดินบัญชีเป็นการสร้างประวัติธุรกิจของเรากับธนาคาร เพื่อใช้ดูกระแสเงินสดเข้า ออกบัญชี ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นถึงรายรับ-รายจ่ายที่เกิดขึ้นของธุรกิจได้เป็นอย่างดี โดยธนาคารจะนำข้อมูลนี้มาใช้ประกอบในการพิจารณาสินเชื่อ ดังนั้นธุรกิจควรรับและจ่ายเงินผ่านบัญชีธนาคารเป็นประจำทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอ

อย่างที่สอง รักษาเครดิตให้ดีที่สุด เครดิตที่ดีทำให้ผู้กู้มีความน่าเชื่อถือ ดังนั้นอย่าละเลยปล่อยให้เกิดหนี้ค้างชำระ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครดิตส่วนบุคคล หรือประวัติเช็คคืน ที่เรียกกันว่าเช็คเด้ง เพราะข้อมูลเหล่านี้จะสะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการด้านการเงินของเรา ซึ่งจะส่งผลต่อการพิจารณาสินเชื่ออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อย่างที่สาม เอกสารทางการค้ามีค่าต้องเก็บไว้ให้ดี เอกสารการค้าที่แสดงให้เห็นถึงรายรับ-รายจ่ายของธุรกิจเรา ไม่ว่าจะเป็น บัญชีซื้อ บัญชีขาย สำเนาใบกำกับภาษี ใบสั่งซื้อ ใบเสร็จรับเงิน เอกสารเหล่านี้สามารถนำมาใช้ประกอบการขอสินเชื่อได้ ในกรณีที่เงินหมุนเวียนในบัญชีของเราไม่แสดงถึงรายได้ที่แท้จริงของธุรกิจ

อย่างที่สี่ วางใจธนาคารในเรื่องรักษาความลับลูกค้า มีข้อมูลหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อการขอสินเชื่อ แต่เราอาจจะไม่ได้ให้ธนาคาร เพราะกลัวว่าความลับทางการค้าจะรั่วไหล ในความเป็นจริงธนาคารไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลให้กับใครได้ถ้าไม่ได้รับความยินยอมจากลูกค้า ดังนั้นจึงวางใจได้และนำส่งข้อมูลที่จำเป็นทุกอย่างเกี่ยวกับธุรกิจเพื่อสนับสนุนการขอสินเชื่อของเรา

อย่างที่ห้า ขอสินเชื่อให้เหมาะกับความต้องการ การพิจารณาสินเชื่อธนาคารจะดูจากความสามารถในการชำระหนี้ โดยพิจารณาจากรายได้ ภาระหนี้สินและค่าใช้จ่าย ซึ่งจะสะท้อนถึงความต้องการทางการเงินของธุรกิจ ดังนั้นเราควรรู้ความต้องการเงินลงทุนที่แท้จริงของธุรกิจ เพื่อขอกู้จากธนาคารในวงเงินที่ไม่มากเกินความจำเป็น เพราะอย่าลืมว่าเงินกู้นั้นมีดอกเบี้ยจ่ายที่จะเกิดขึ้นซึ่งเป็นภาระในระยะยาว

  1. เตรียมแผนธุรกิจให้พร้อม การขอสินเชื่อที่ดีจำเป็นต้องมีการเตรียมพร้อมก่อนเสมอ นอกเหนือจากเอกสารประกอบต่างๆ แล้ว สิ่งที่ท่านจำเป็นต้องทำคือ แผนธุรกิจและแผนการทางการเงินของกิจการอย่างคร่าว ๆ เช่น ต้องการเงินเท่าไหร่ รายได้โดยประมาณต่อปีเป็นเท่าไหร่ สามารถใช้หลักประกันอะไรได้บ้าง ประเมินจากเงื่อนไขของธนาคารแล้วน่าจะได้วงเงินสักเท่าไหร่ ถ้าไม่พอมีแผนจะทำอย่างไร สามารถชำระคืนได้หรือไม่ ภายในกี่ปี คำถามเหล่านี้จะช่วยในการเตรียมพร้อมก่อนดำเนินการเรื่องขอสินเชื่อ

มีระบบการทวงหนี้ที่เป็นไปตามกฎหมาย

loan agreement

Indypendenz/shutterstock.com

การกู้ยืมเงิน เป็นสัญญาชนิดหนึ่ง มีคู่กรณีสองฝ่าย คือ ฝ่ายหนึ่งเรียกว่า ผู้ให้กู้ยืม และอีกฝ่ายเรียกว่าผู้กู้ยืมสัญญากู้ยืมเงินเป็นสัญญายืมใช้สิ้นเปลือง หมายความว่า สัญญาที่ผู้ให้ยืมได้โอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นเป็นปริมาณมีกำหนดให้แก่ผู้ยืม และผู้ยืมตกลงว่าจะคืนทรัพย์สินเป็นประเภท ชนิดและปริมาณเช่นเดียวกันให้แทนทรัพย์สินซึ่งให้ยืมนั้น และสัญญายืมนี้จะสมบูรณ์ต่อเมื่อส่งมอบทรัพย์สินที่ยืม ดังนั้น การกู้ยืมเงินหรือสัญญากู้ยืมเงิน จึงเป็นสัญญายืมใช้สิ้นเปลือง ที่ ผู้กู้ยืม ไปขอกู้ยืมเงินจาตกบุคคลหนึ่ง ซึ่งเรียกว่า ผู้ให้กู้ยืม โดยผู้กู้ยืมทำสัญญาหรือข้อตกลงว่าจะชดใช้เงินคืนให้ภายในกำหนดเวลาใดเวลาหนึ่ง ซึ่งจะกำหนดอัตราดอกเบี้ยด้วยหรือไม่ก็ได้ แต่ตามกฎหมายไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปีและสัญญากู้ยืมเงินจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อได้มีการส่งมอบเงินที่กู้ยืมกันแล้ว ดอกเบี้ยที่กำหนดโดยกฎหมาย ในกรณีสถาบันการเงินหรือธนาคาร กฎหมายให้อำนาจเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่าร้อยละ 15 ต่อปีได้ แต่ต้องเป็นไปตามประกาศข้อกำหนดของธนาคารซึ่งมีกฎหมายรองรับ หากมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงในหลักฐานการกู้ยืม ขณะที่ยังทำเอกสารไม่เสร็จตามความประสงค์ของคู่กรณี ควรลงลายมือชื่อกำกับทุกครั้ง เพราะเมื่อไม่มีพยานหลักฐานที่เชื่อถือได้ ก็อาจมีการกล่าวอ้างว่าเป็นการปลอมแปลงเอกสารสัญญากู้ยืมเงิน ต้องพิสูจน์กันยาว และอาจเป็นคดีอาญาขึ้นโรงขึ้นศาลกันได้ดังนั้น ในกรณีที่หลักฐานการกู้ยืมเงินสมบูรณ์แล้ว แต่ภายหลังมีการกู้เงินเพิ่มเติม โดยไม่ทำหลักฐานการกู้ยืมขึ้นมาใหม่ แต่ไปขีดฆ่าจำนวนเงินในสัญญากู้ยืมเงินเดิม แล้วเขียนจำนวนเงินเพิ่มขึ้นตามจำนวนที่กู้ไปทั้งสองครั้งรวมกัน โดยไม่มีการลงลายมือชื่อกำกับไว้ ถือว่าการกู้ยืมเงินเฉพาะครั้งแรกเท่านั้นที่มีหลักฐานการลงลายมือชื่อผู้กู้ยืม ส่วนการกู้ยืมเงินครั้งหลังไม่มีหลักฐาน ส่งผลให้ผู้กู้รับผิดเฉพาะการกู้ยืมเงินครั้งแรกเท่านั้น ดังนั้นทางที่ดีการกู้ยืมเงินแต่ละครั้ง ต้องเขียนสัญญาใหม่ทุกครั้ง และห้ามลืมลงลายมือชื่อผู้กู้ยืมโดยเด็ดขาด ดังนั้นจะต้องมีสิ่งที่ต้องระวังด้วย เกี่ยวกับกานกู้ยืมเงิน

อย่างแรกคือ ก่อนลงลายมือชื่อ หรือพิมพ์ลายนิ้วมือ ตรวจสอบจำนวนเงินที่ระบุในสัญญาให้ถูกต้องและครบถ้วนตามจำนวนที่ได้รับ และในสัญญาต้องเขียนจำนวนเงินเป็นตัวหนังสือกำกับไว้ด้วย ตรวจสอบให้ชัดเจน ละเอียด รอบคอบ

อย่างที่2 ทำสัญญา สัญญาต้องทำอย่างน้อย 2 ฉบับ ให้ผู้กู้ยืมเงิน 1 ฉบับ ผู้ให้กู้ 1 ฉบับ หรือจะให้พยานเก็บไว้ 1 ฉบับ ด้วยก็ได้

อย่างที่3 การชำระหนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ต้องขอรับใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการรับเงิน มีลายมือชื่อผู้ให้กู้ยืมลงกำกับด้วยทุกครั้ง เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานยืนยันการชำระหนี้แล้ว ปัญหาที่พบมากคือ เมื่อชำระครบแล้ว แต่ไม่ได้ขอสัญญากู้ยืมเงินคืนจากผู้ให้กู้ แต่ต่อมามีการฟ้องร้องก็อ้างว่าชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว

ฉะนั้น ถ้าไม่มีการบันทึกไว้ในสัญญากู้ยืมหรือทำบันทึกไว้ต่างหากว่าผู้กู้ชำระหนี้เงินกู้ ฉบับลงวันที่ใด จำนวนเท่าใด และได้ลงลายมือชื่อผู้ให้กู้ไว้ หรือสัญญากู้ยืมกลับมาอยู่กับผู้กู้เพราะได้ชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว หรือมีการขีดฆ่าเพิกถอนในสัญญากู้ยืมฉบับแล้ว ก็จะนำมาอ้างว่าได้ชำระหนี้ให้แก่ผู้ให้กู้ครบถ้วนแล้วไม่ได้ แต่ถ้าชำระหนี้ครบถ้วนแล้วโดยการชำระหนี้ด้วยเครื่องประดับ

สรุป การที่จะทำตามวิธีการดูลักษณะบริษัทที่ปล่อยเงินกู้ที่น่าเชื่อก็มีขั้นตอน5อย่าง แต่ว่าเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญที่เราไม่ควรมองข้ามไม่อย่างนั้นจะทำให้เราพลาดได้นั่นเองค่ะ จึงอยากให้ทุกคนทำความเช้าใจอย่างรอบคอบเพราะเรื่องนี้มีรายละเอียดมากกว่าที่คิด ถ้าเราทำตามขั้นตอนแบะวิธีบทความนี้ก็จะประสบความสำเร็จแน่นอน!!