3 เคล็ดลับทางการเงินที่ใครอยากเป็นเศรษฐีต้องรู้ไว้ เคยได้ยินคำว่าเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกที่จะเป็นได้กันใช่มั้ยคะ? มั่นใจว่าร้อยทั้งร้อยต้องเคยได้ยินประโยคนี้กันแน่ๆ ดังนั้นการที่คนธรรมดาคนหนึ่งเกิดมีความต้องการจะเป็นเศรษฐีขึ้นมาก็ไม่ได้แปลว่าเป็นไปไม่ได้นะ อะไรก็เกิดขึ้นได้ แต่การเป็นเศรษฐีอย่างสมบูรณ์แบบและมีความสุขไปด้วยนั้น

เราต้องปรับทัศนะกันก่อนนิดนึงนะคะ คือเราจะไม่คิดเรื่องเงินเป็นหลัก เราต้องคิดถึงเรื่องอื่นๆด้วย ซึ่งวันนี้จะนำ 3 เคล็ดลับในการที่จะเป็นเศรษฐีได้สำเร็จและปรับทัศนะความคิดของคุณไปด้วยในเรื่องเหล่านี้ เช่น เรื่องเงิน เรื่องเวลา เรื่องสุขภาพ แล้ว 3 อย่างนี้มาเกี่ยวกันได้ยังไง? ทำไมต้องคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ถ้าอยากเป็นเศรษฐี แล้วทุกคนเคยทราบคำนิยามของการเป็นเศรษฐีไหมคะ?

ก่อนอื่นเรามาดูการนิยามความหมายของการเป็นเศรษฐีกันดูนะคะว่าตรงกับคำนิยามของคุณทุกคนกันบ้างหรือเปล่า?

การเป็นเศรษฐี คือ การมีชีวิตที่เรียบง่าย เมื่อคนคนนั้นมีเงินมากมายแล้วจะไม่ใช้เงินนั้นอย่างฟุ่มเฟือยเรื่อยเปื่อย เพราะเขาจะมีการวางแผนการใช้เงินมาอย่างดีจนกว่าจะมาเป็นเศรษฐีได้ เขาจะเห็นคุณค่าของเงินที่หามาได้ด้วยความอดทน และคนที่เป็นเศรษฐีจะมีการจัดสรรเงินส่วนต่างๆอย่างมีคุณภาพด้านความคิด เพราะเขาจะมีความคิดในเรื่องอนาคต มองการณ์ไกล มองมุมกว้าง และมองหาโอกาส และไม่ยอมเสียเม็ดเงินไปง่ายอย่างไม่มีเหตุผล เพราะกว่าจะมาถึงวันนี้ได้พวกเขาเหล่านั้นต้องผ่านการทำงานที่ทุ่มเทมามาก และ การเป็นเศรษฐี ก็ไม่ได้จะเน้นที่จำนวนเงินที่เขามีหรือความร่ำรวยเท่านั้นคนที่เป็นเศรษฐีต้องมีระบบความคิดที่พิเศษมีการพัฒนาสมองของตัวเองอยู่เรื่อยๆ นั่นคือความร่ำรวยจะมาได้จากนิสัยทางการเงินการใช้ชีวิตที่ดีของคุณไม่ได้อยู่ที่โชคอะไรทั้งนั้น แล้วก็ต้องมีความอยากที่จะเป็นอย่างนั้นและทำอะไรก็ตามเพื่อให้ได้มาซึ่งความร่ำรวยอย่างต่อเนื่อง มีเป้าหมายและทำตามเป้าหมายทุกวันๆสม่ำเสมอ คนที่เป็นเศรษฐีเขาไม่ได้แค่คิดถึงเป้าหมายเป็นวันๆหรือเดือนๆแต่คิดเป็นชั่วโมงเลยนะคะ คือทำให้เวลาที่ผ่านไปมีค่ามากที่สุด

ยิ่งคุณตั้งเป้าหมายตั้งแต่อายุยังน้อยจะช่วยให้คุณมีเวลามากขึ้นที่จัดการกับเป้าหมายนั้น ตอนนี้คุณคงอยากจะอยู่ในฐานะเศรษฐีกันดูบ้างแล้วใช่มั้ยล่ะ งั้นเรามาดู 3 เคล็ดลับที่เกริ่นมากันค่ะ

เรื่องเงิน

ก่อนที่คุณจะมีเงินเยอะได้นั้น คุณก็ต้องทำงาน แต่ให้มีทัศนะแบบนี้นะคะ คือไม่ทำงานเพื่อเงิน เพราะการมีความคิดที่จะทำงานเพื่อให้ได้เงินเยอะเท่านั้นคุณอาจจะสะดุดได้ จากความเครียด ความกดดัน และทำให้คุณขาดความสุข แต่ถ้าคุณเปลี่ยนทัศนะมาทำงานอย่างขยันขันแข็งเพราะคุณรักการงานของคุณ คุณชอบงานของคุณ อยากทำทุกวันอยากอยู่กับมันและคุณจะทำงานอย่างมีความสุข ลดความเหนื่อยล้าและทำงานได้ในระยะยาวอย่างต่อเนื่องมากขึ้น สิ่งนี้สำคัญมากเมื่อคุณเลือกงานประจำที่คุณจะทำ จริงอยู่หลายคนอาจจะไม่ได้ทำงานที่ตัวเองอยากจะทำ แต่สักวันคุณต้องมีโอกาสเลือกงานที่คุณรักแน่ๆ ดังนั้นเมื่อโอกาสนั้นมาถึงให้รีบคว้าไว้ หรือ พยายามหาโอกาสนั้นให้เร็วที่สุด และเมื่อคุณได้งานที่รักที่ชอบแล้วให้วางแผนให้เร็วที่สุดเพื่อการเก็บเงินและหาความรู้เพื่อการลงทุนให้มากๆ นั่นก็เป็นเรื่องของทัศนะในการทำงาน

แต่ไม่ใช่ว่าไม่สนใจเรื่องเงินเลยเพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าการที่คุณจะเป็นเศรษฐีได้นั้นคุณก็ต้องมีเงินเยอะไว้ก่อน ดังนั้น การศึกษาด้านการเงินจึงเป็นสิ่งที่คุณต้องทำ ศึกษาเรื่องเงินให้ได้มากที่สุดในทุกๆเรื่อง และมองหาประสบการณ์และเรียนจากประสบการณ์ของคนอื่นๆคู่ไปด้วย

เมื่อคุณมีความรู้แล้วเรื่องเงิน ก็มาต่อกันที่การเก็บออมอย่างมีประสิทธิภาพไม่ใช่ทำแบบขอไปที มีการวางแผนการเก็บออมที่ได้ผลตอบแทนมากที่สุด และต่อมาก็เรื่องการลงทุนเพื่อหากำไรให้เม็ดเงินของคุณโตเร็วขึ้น สิ่งสำคัญในเรื่องเงินก็คือ รู้จักการใช้เงิน/เป็นคนมัธยัสถ์/เริ่มต้นลงทุนธุรกิจ/ลงทุนอย่างฉลาด/มีการจัดสรรงบประมาณ นี่คือเรื่องเงินที่คุณควรจำและนำไปใช้คุณอาจจะต้องปรับเปลี่ยนหลายอย่างแต่เพื่อความร่ำรวยในอนาคตก็ถือว่าคุ้มค่านะคะ

เรื่องเวลา

ใครว่าเวลาไม่สำคัญบ้างคะ? บอกเลยว่าคุณกำลังคิดผิด เวลา คือ สิ่งมีค่ามากๆ เพราะเราไม่สามารถหามาใช้คืนได้ เงิน คุณอาจจะหาใหม่ได้อยู่เรื่อยๆ แต่เวลาที่คุณเสียไปแล้วทำยังไงก็เอาคืนมาไม่ได้ต่อให้คุณมีเงินมากแค่ไหนก็ตาม ดังนั้นคุณต้องใช้เวลาทุกนาทีให้มีค่า เพื่อจะเป็นเศรษฐีได้คุณต้องมีการบริหารจัดการเวลาในการทำงานทำเงินของคุณ

คุณต้องทำตารงการทำงานของคุณให้ชัดเจนแน่นอนในแต่ละวัน นอกจากการวางแผนทางการเงินแล้วคุณต้องวางแผนการใช้เวลาด้วยนะคะ เมื่อคุณจัดสรรเวลาในการทำงานอย่างแน่นอนแล้ว

คุณต้องยึดถือตารางอย่างเคร่งครัดแม้คนรอบข้างก็ต้องเคารพต่อตารางงานของคุณด้วย เพราะคนที่เป็นเศรษฐีจะไม่ยอมเสียเวลาในการทำงานให้กับอะไรก็ตามถ้าเวลานั้นคือเวลางานของเขา เพราะถ้าเวลางานของคุณถูกขัดจังหวะนั้นอาจหมายถึงเงินที่จะต้องเสียไปด้วย และต้องมีความสมดุลในการแบ่งเวลาด้วยนะคะ ไม่ใช้เวลามากเกินไปกับการทำงาน ต้องแบ่งเวลาในแต่ละวันเป็นสี่ส่วนดังน่ะ

  • เวลาทำงาน
  • เวลาพักผ่อนส่วนตัว
  • เวลาให้ครอบครัว
  • เวลาหาความรู้เพิ่มความสามารถ

ถ้าทั้งสี่อย่างนี้สมดุลกันคุณจะทรงตัวต่อไปได้ไม่หนักอย่างใดอย่างหนึ่งและมีแนวทางการมีชีวิตเพื่อเป็นเศรษฐีอย่างมีความสุข และสุขภาพดี

คนที่เป็นเศรษฐีเห็นคุณค่าเวลาอย่างมาก จึงมักจะตื่นเข้าไม่ตื่นสายไม่ขี้เกียจไปทำงานเร็วเพื่อได้รับสิ่งที่ดีก่อนใครๆ นี่คือทัศนะและการประพฤติที่คนที่อยาเป็นเศรษฐีต้องมี

เรื่องสุขภาพ

การมีเงินเยอะมีความรู้ความสามารถจนเป็นเศรษฐีได้นั้นจะไร้ประโยชน์ไปทันทีถ้าคุณมีสุขภาพที่แย่ เจ็บป่วย เพราะต่อให้คุณมีเงินเยอะแค่ไหนโรคร้ายบางอย่างก็ไม่สามารถรักษาได้ สุขภาพที่จะพูดถึงคือทั้งสุขภาพกายและสุขภพาจิต ทั้งสองอย่างนี้ต้องดีไปคู่กันค่ะ จริงอยู่ที่ว่าการที่คุณจะเป็นเศรษฐีได้นั้นคุฯก็ต้องทุ่มเททั้งแรงการแรงใจและเวลาเพื่อการทำงาน แต่ในระหว่างทำสิ่งเหล่านี้คุณต้องดูแลสุขภาพไปด้วยนะคะ

การทำงานที่คุณรักส่งผลที่ดี่ต่อสุขภาพจิตใจของคุณ ส่วนร่ายการก็ต้องการการพักผ่อน และผ่อนคลาย คุณต้องหากิจกรรมที่คุณจะรู้สึกผ่อนคลายทำในยามว่าง เช่น การออกกำลังกาย การท่องเที่ยว ทำงานอดิเรกที่คุณชอบและรัก การใส่ใจเรื่องอาหารการกินก็มีส่วนช่วยในการดูแลสุขภาพของคุณ ไม่จำเป็นต้องเป็นอาหารแพงๆหรูหรา แค่อาหารที่มีประโยชน์อิ่มท้องก็เพียงพอแล้วค่ะ

และเมื่อคุณอยู่ในช่วงเวลาพักผ่อนคุณก็ต้องปล่อยวางเรื่องงานทันที ไม่หมกมุ่นเคร่งเครียดเรื่องงาน พยายามอยู่ห่างจากพลังงานด้านลบแต่อยู่กับพลังงานด้านบวก คือคำพูดดีๆ คนที่ยิ้มแย้มแจ่มใส มองโลกในแง่บวกเสมอ สิ่งนี้จะส่งผลต่อสุขภาพจิตใจและสมองของคุณให้โลดแล่นในการทำงานขึ้นมาค่ะ

ทำไมการมีสุขภาพดีจึงมีผลต่อการเป็นเศรษฐี ก็เพราะคุณจะไม่สามารถหาเงินได้เมื่อคุณต้องนอนอยู่บนเตียงที่โรงพยาบาล การรักษาสุขภาพให้ดีอยู่เสมอจึงเกี่ยวข้องอย่างมากต่อทุกแง่มุมของการทำงานหาเงินและความสุขในชีวิต ความเจ็บป่วยจะถ่วงทุกอย่างในชีวิตของคุณเอาไว้

สรุป : ทำอย่างไรให้สามอย่างนี้ไปด้วยกันได้?

เริ่มจากการที่คุณต้องการจะเป็นเศรษฐีแต่คุณก็คงอยากเป็นเศรษฐีที่มีความสุขด้วยใช้มั้ยคะ? จึงต้องมีทัศนะดังนี้ มีความสมดุล ในเรื่องเงิน เวลา สุขภาพ คุณต้องเป็นอิสระจากสามอย่างนี้ เพราะคนร่ำรวยมีสองแบบด้วยกัน คือ รวยแบบมีความสุข และรวยแบบไร้ความสุข คุณลองเลือกดูนะคะว่าอยากจะเป็นแบบไหน มั่นใจมากๆว่าคุณคงเลือกร่ำรวยแบบมีความสุขแน่ๆ ดังนั้นคุณต้องบริหารสามอย่างนี้ให้ดี เรื่องเงินก็ต้องมีความรู้ทางการเงินอย่างเคร่งเครียดได้เงินมาแล้วเหนื่อยล้าขาดความสุข บริหารจัดการเวลาอย่างดีแบ่งเวลาแต่ละวันอย่างชัดเจนให้ตัวคุณได้พักผ่อน นี่สำคัญส่งผลต่อไปถึงเรื่องการดูแลสุขภาพทั้งกายและใจ

ถ้าทั้งสามอย่างนี้สมดุลแล้วและไปด้วยกันได้ดีแล้ว เศรษฐีอย่างคุณก็มีความสุขแน่นอนค่ะ และอีกคุณลักษณะที่ดีของคนร่ำรวยที่ดี คือ ไม่เห็นแก่ตัวไม่เบียดเบียนคนอื่น แต่ต้องพยายามสร้างคุณค่าให้แก้คนอื่นพยายามช่วยเหลือและให้โอกาสคนอื่นๆนั่นจะทำให้คุณกลายเป็นเศรษฐีตัวจริงได้ค่ะ และพยายามมีความสุขในการหาเงินที่เน้นเรื่องนี้ก็เพราะว่าคุณจะเป็นเศรษฐีคุณต้องมีอิสระทางการเงินด้วย เพราะการมีเงินเยอะอย่างเดียวไม่ได้ทำให้มีความสุข อย่าหมกมุ่นแต่ความร่ำรวยจนลืมชีวิตตัวเองและครอบครัวค่ะ

และข้อคิดให้จำก็คือ คนยากจนส่วนใหญ่มักตัดสินใจเรื่องเงินโดยใช้แค่อารมณ์เท่านั้นจึงส่งผลต่อการใช้จ่ายเงินแต่คนร่ำรวยจะมีเหตุผลในการใช้เงินมากกว่า มีเป้าหมาย มีการจัดการ รวมไปถึงการดูแลตัวเองดูแลคนในครอบครัว คุณต้องมีความทะเยอทะยานมากเข้าไว้นะคะ การเป็นเศรษฐีก็ไม่ไกลเกินเอื้อมต่ะ