ความรวย เป็นสิ่งที่ ไม่มีใครปฎิเสธ ใช่มั้ยคะ? แต่ว่า การจะเป็นคนรวย ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ โดยเฉพาะคนที่มีรายได้น้อย แต่อย่าพึ่งถอดใจนะคะ เพราะ มันเป็นไปได้ แล้ว ต้องทำยังงัย ลองอ่านเคล็ดลับต่อไปนี้ดูสิคะ.

จ่ายแล้วจด

การเก็บเงินเป็นวิธี รวย ที่ใช้ได้จริง กับทุกคน แต่ต้องมีวินัยนะคะ จ่ายแล้วจด หรือ จดทุกย่างที่ซื้อ และ จดทุกวัน การจดค่าใช้จ่ายทุกอย่างเป็นสิ่งที่ดี และสำคัญมาก ถ้าเราอยากจะรวย ปัญหาของคนส่วนใหญ่ก็คือ ไม่มีเงินเก็บ ทั้งๆที่ได้เงินทุกเดือน เพราะซื้อทุกอย่างที่ต้องการ ซื้อนู้น ซื้อนี่ ซื้อได้ทั้งวัน พอรู้ตัวอีกที อ้าว ! เงินหายไปไหนหมด

เรามีทางออกให้ค่ะ ท่องจำให้ขึ้นใจเลยค่ะว่า จ่ายแล้วต้องจด หรือ ทำบัญชี รายรับ -รายจ่าย ในแต่ละวันให้เป็นนิสัยจะทำให้รู้ว่า อะไรที่เราจำเป็น และไม่จำเป็นต้องซื้อบ้าง พอเราจดรายรับ-รายจ่ายในแต่วันแล้ว เราจะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า นิสัยการใช้เงินของเราเป็นอย่างไร

คุณเห็นด้วยมั้ยคะว่า บางครั้งเราจะรู้สึกว่า การจดรายการของที่เราซื้อทุกอย่างในแต่ละวัน มันเป็นเรื่อง ยุ่งยาก วุ่นวาย และเสียเวลา น่าเบื่อ จะจดอะไรกันนักกันหนา ทำงานมาก็แสนจะเหนื่อย ขอจ่ายแบบสบายๆ หน่อยเถอะ ถ้าเราคิดและจ่ายตามใจแบบนี้ไปเรื่อยๆ สภาพทางการเงินของเราจะเป็นยังงัย จะมีเงินเหลือตอนสิ้นเดือนมั้ย จะมีเงินไว้ใช้ตอนฉุกเฉินรึเปล่า จริงๆ แล้วเป็นเรื่อง น่าคิด มากเลยค่ะ

โดยเฉพาะ สมัยนี้ที่ไม่มีอะไรแน่นอน ไม่ว่าจะเป็น ระบบเศรษฐกิจ สูขภาพร่างกายของเรา และความปลอดภัย คิดเผื่อไว้ก็ไม่เสียหายนะคะ ให้เราเริ่มวางแผนเพื่ออนาคตที่มั่นคงกันเถอะค่ะ แต่จะทำยังให้ การจ่ายแล้วจด ไม่น่าเบื่อ เริ่มแรก เราต้อง สร้างแรงบันดาลใจ ให้กับตัวเองก่อนค่ะ วันนี้เรามีเคล็ดลับ เล็กๆ น้อยมาฝากด้วยค่ะลองอ่านกันดูนะคะ…เผื่อว่าใครจะนำไปลองทำดูบ้าง….

    1. หาสมุดบัญชีที่เราชอบ และ ปากกาดีๆ ซักด้ามนึง หรือ บางคนอาจจะไม่ชอบเขียน ก็สามารถ Download โปรแกรม ที่ช่วยให้เราลงบัญชีได้ง่ายขึ้นมาใช้ก็สะดวกดีค่ะโดยปกติถ้าเราชอบอะไรเราจะมีความสูข และไม่รู้สึกเบื่อใช่มั้ยคะ การหาสมุด หรือ โปรแกรมบัญชีที่เราชอบเอาไว้จดรายรับ
    1. ทำบัญชีง่ายๆไม่สับสน ถ้าเป็นสมุด ให้เราแบ่งเป็นช่อง รายรับ
    1. ปิดบัญชีทุกวัน พอจบวัน เราต้องรวมยอด รายรับ
    1. วางแผนใช้เงินจากสมุดบัญชี เมื่อเห็นบัญชีในแต่ละวันที่เราลงรายรับ
    1. ทำเหมือนกันทุกวัน ลงบัญชี รายรับ

ศึกษาเรื่องภาษี และจัดการอย่างฉลาด

นอกจากจะ จ่ายแล้วจดแล้ว เราควรจะรู้เรื่องของ ภาษี ด้วยค่ะ โดยเฉพาะ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งเป็นภาษีที่ ผู้มีรายได้ตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ต้องจ่ายและให้มีการ การจ่ายปีละ 1 ครั้ง โดยปกติจะให้ผู้มีรายได้นำแบบแสดงรายการเงินได้ของ ปีนั้นๆ ไปยื่นกับ กรมสรรพากร ภายในเดือน มกราคม ถึง มีนาคม ของปี ถัดไป การเสียภาษีของผู้มีรายได้ มีหลายกรณี เช่น ให้หัก ณ ที่จ่าย และบางกรณีกฎหมายกำหนดให้ ยื่นแบบเสียภาษีตอนครึ่งปี โดยดูจากรายได้ที่เกิดขึ้นจริงในช่วง 6 เดือนแรกของปี นอกจากเรารู้ว่า มีหน้าที่ ต้องเสียภาษีตามกฎหมายแล้ว เราต้องรู้ ด้วยว่า ต้องทำอย่างไรบ้าง เช่น..

ขั้นตอนการเสียภาษี

  • อันดับแรก เราต้องไป ขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี จากกรมสรรพากร ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว เรามี บัตรประจำตัวประชาชนอยู่แล้ว จะ ใช้หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนแทน เลขประจำตัวผู้เสียภาษีได้เลยค่ะ
  • ไปยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีของเงินได้ ปีละ 1ครั้ง เงินได้ของปีนี้ ต้องยื่นแบบแสดงราย การเสียภาษี ภายในวันที่ 31 มีนาคม ของ ปีถัดไป ในกรณีผู้ที่มีรายได้ จาก การให้เช่า รายได้จากทรัพย์สิน รายได้จากวิชาชีพอิสระ รายได้จากการรับเหมา หรือ จากธุรกิจ ต้องยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษี กลางปี สำหรับเงินได้ในช่วง 6 เดือนแรกของปี ภายใน เดือน กันยายนของทุกปี

มีสิทธิหักค่าลดหย่อนอะไรได้บ้าง ค่าลดหย่อนภาษี เป็นส่วนหนึ่งที่นำมาคำนวณภาษีที่กฎหมายกำหนดให้นำไปหักออกจากเงินรายได้ อีก หลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว บุคคลธรรมดามีการหักค่าลดหย่อนได้จาก

  • คู่สมรสที่มีรายได้ ทั้งคู่ หักค่าลดหย่อนได้ ไม่เกิน 120,000 บาท
  • ลูกตามกฎหมาย และ ลูกบุญธรรม หักค่าลดหย่อนได้ คนละ 30,000 บาท
  • ค่าเลี้ยงดูคนพิการ หรือ ทุพลภาพ หรือค่าเลี้ยงดูพ่อ
  • ค่าเบี้ยประกันชีวิต, ค่าเบี้ยประกันสูขภาพของพ่อแม่
  • เงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
  • ค่าซื้อสินค้า อาหาร เครื่องดื่มจาก ร้านค้า หรือ โรงแรมที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • ค่าอุปกรณ์ตกแต่งรถ

จะเสียภาษีวิธีไหน

การเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา บางกรณี ก็หัก ณ ที่จ่ายเลย บางกรณี ต้องยืนแบบแสดงรายการเสียภาษีกับเจ้าหน้าที่สรรพากร เราสามารถจ่ายได้หลายวิธีค่ะ เช่นจ่ายโดย เงินสด บัตรเครดิต เช็ค ธนาณัติ

การศึกษาเกี่ยวกับภาษี เป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะช่วยให้เรารู้ว่า เงินที่ได้มานั้น ต้องมีการเสียภาษีแบบประเภทไหน มีขั้นตอนอย่างไร มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างที่เอามาหักค่าลดหย่อนภาษีได้ รายละเอียดเหล่านี้จะช่วยให้เราจัดการกับ รายได้ของเราได้อย่างฉลาด แน่นอนค่ะ แต่ต้องทำแบบมีเป้าหมายด้วยนะคะ.

มีเป้าหมายในอนาคต

เมื่อเรารู้ วิธี เก็บเงิน และรู้เกี่ยวกับ ภาษีแล้ว เราต้องรู้ด้วยว่า เป้าหมายของเราคืออะไร?

เป้าหมาย คือ จุดประสงค์ที่เราต้องการ เป็นการ เริ่มต้นการวางแผนในชีวิต และลงมือทำให้สำเร็จ

เป้าหมายที่วางไว้จะความสำเร็จ ควรเป็นเป้าหมายที่ ยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนได้ตามสภาพการณ์ และ เหมาะสมกับตัวเรา

เป้าหมายมีความสำคัญอย่างไร?

    1. ทำให้ชีวิตมีจุดมุ่งหมาย
    1. ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับตัวเอง ทำให้เข้มแข็ง มีแรงกระตุ้นที่ดี เมื่อประสบความสำเร็จ
    1. ช่วยบอกให้รู้ถึง ระดับวุฒิภาวะ ของตัวเอง ในด้าน ร่างกาย สติปัญญา ความสามารถทางการเงิน ครอบครัว และ สังคมว่าเป็นอย่างไร

การตั้งเป้าหมายดีอย่างไร ?

    1. ทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น เช่น รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เราต้องการ และ อะไรที่เราอยากทำให้สำเร็จมากที่สุด เมื่อรู้แล้วลงมือทำตามให้สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้.
    1. ทำให้มีเวลาได้คิดทบทวนปีที่ผ่านมา เมื่อเวลาผ่านไปเราจะรู้ว่า ชีวิตเราเป็นอย่างไร แผนที่เราวางไว้เป็นอย่างไรสำเร็จตามเป้าหมายรึเปล่า เราได้รับอะไร และ เสียอะไรไปบ้าง การคิดทบทวนจะทำให้เรารู้ว่า มีข้อผิดพลาดอะไรมั้ยที่ต้องแก้ไข มีสิ่งดีๆอะไรบ้างที่เราได้ทำไป จะช่วยให้เการพัฒนาเป้าหมายที่วางไว้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น.
    1. ทำให้ทุกวันมีเป้าหมาย เมื่อเรากำหนดเป้าหมายได้ เราจะกำหนดเวลาได้ว่าจะใช้เท่าไหร่ เมื่อทำได้เราจะมีความภูมิใจในตัวเอง เห็นคุณค่าในเวลา และความพยายามที่เราทำลงไป ว่ามันมีความหมายมากมายขนาดไหน.

5 วิธีช่วยให้เป้าหมายที่วางไว้สำเร็จ

    1. มีความตั้งใจว่า ที่เราทำนั้น เพราะต้องการอะไร
    1. กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน และสอดคล้องกับความเป็นจริง
    1. วางแผนที่สอดคล้องกับ เป้าหมายที่วางไว้
    1. ลงมือทำ ด้วยความตั้งใจ ไม่หวั่นไหว และ ไม่กลัวอุปสรรคที่จะเกิดขึ้น
    1. ให้ความสำเร็จเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยรักษามาตราฐานที่ดีนั้นเอาไว้ และไม่หยุดในการพัฒนาความรู้ ความสามารถให้กับตัวเอง.

วางแผนการเกษียณตั้งแต่เนิ่นๆ

เราควรวางแผนเกษียณอายุเมื่อไหร่ ? เรื่องนี้อาจจะยังไม่มีอยู่ในความคิดของคนที่พึ่งจะเริ่มทำงานอย่างแน่นอนใช่มั้ยคะ ถึงแม้เราจะยังไม่ได้คิดตอนนี้ แต่นี่เป็น เรื่องสำคัญ ที่ต้องคิดและเริ่มวางแผนได้แล้ว ยิ่งได้วางแผนตั้งแต่ เริ่มทำงาน จะช่วยให้เรา มีเวลา ในการเก็บเงินมากขึ้น ถึงแม้เป้าหมายในการเกษียณของแต่ละคน แตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ เหมือนกัน คือ การวางแผนเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมาย เราจะทำได้อย่างไรบ้าง เรามีข้อมูลให้พิจารณาคร่าวๆ ดังนี้ค่ะ…

    1. สำรวจตัวเอง : ว่า รายได้ของเราในทุกวันนี้เป็นอย่างไร เราจะทำงานี้ได้จาถึงวันเกษียณมั้ย
    1. สำรวจแหล่งเงินที่จะได้หลังเกษียณ : เช่น เรามีอสังหาริมทรัพย์ กองทุนบำเหน็จบำนาญหรือกองทุนสำรองเพื่อเลี้ยงชีพ มีเงินปันผลมั้ย รวมแล้ว จะมีเงินหลังเกษียณเท่าไหร่
    1. คำนวณ และวางแผนเป้าหมายค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ : เช่น คำนวณ ค่าใช้จ่ายแต่ละเดือน และ จำนวณปีที่เราจะมีชีวิตอยู่หลังเกษียณ โดยปกติ ค่าเฉลี่ยของชีวิตคนเราจะอยู่ที่ 80 ปี แล้าเราอยากเกษียณตอนอายุเท่าไหร่หล่ะ ต้องการใช้ชีวิตแบบไหนหลังเกษียณ และต้องใช้เงินเท่าไหร่ และมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างที่ต้องเตรียมไว้
    1. ลงมือทำตามแผน
    1. ติดตาม ทบทวน ประเมินผล

สรุป

ถึงแม้จะมีรายได้น้อย ก็ มีเงินเก็บเยอะได้ และ รวยได้ แน่นอน เพียงแต่ เราต้องมี วินัย กับตัวเอง โดยการ จ่ายแล้วจด จดทุกรายการที่ซื้อในแต่ละวัน ตามความเป็นจริง ทำเป็นประจำ ศึกษา เรื่อภาษีให้ดี เรื่อง ค่าใช้จ่ายอะไรบ้างทีานำมาใช้ หักลดหย่อนภาษีได้ หลังจากนั้นก็ เริ่ม ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน แค่ต้องเป็นเป้าหมายที่ ทำได้จริง เหมาะกับเรา และเริ่ม วางแผนเก็บเงินไว้ใช้หลังเกษียณ อายุ คิดว่าจะ เกษียณตอนอายุเท่าไหร่ดี เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว ลงมือทำตามแผนที่วางไว้ ได้เลยค่ะ แต่ต้องทำ ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ นะคะ รับรอง อนาคตมั่นคง และมี ชีวิตหลังเกษียณที่สูข สบายแน่นอน ค่ะ.