ในยุคปัจจุบัน เราเกือบทุกคนต้องมีเรื่องให้เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมการเงินอยู่เป็นประจำ เช่น คนที่ขายของออนไลน์ น้อยคนนักที่จะไม่ได้สมัครบริการ Internet Banking หรือที่เรียกว่า ธนาคารออนไลน์บนอินเตอร์เน็ต นั่นก็เพราะว่า เดี๋ยวนี้ทุกอย่างทำได้ง่ายๆ ผ่านอินเตอร์เน็ต ไม่ต้องไปที่ธนาคารด้วยตัวเอง ทำให้ประหยัดเวลา ดังนั้นแต่ละธนาคารต่างก็พากันปล่อยโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าหันมาเปิดใช้บริการธนาคารออนไลน์ บทความนี้เลยของแนะนำแอพพลิเคชั่น 2 ตัวด้วยกัน นั่นคือ Krungsri Mobile App จากธนาคารกรุงศรีอยุธยา และ K Plus จากธนาคารกสิกรไทย

krungsri

แอป Krungsri ถูกออกแบบโดยคำนึงถึง User Experience (UX) ผสมการนำเทคโนโลยี AI และ Machine Learning มาใช้ และยังมี Robo Advisor ที่สามารถให้ข้อมูลและคำปรึกษาด้านการลงทุนร่วมกับพนักงานที่ปรึกษาทางการเงิน

ขั้นตอนการใช้แอพ

สำหรับแอพ Krungsri นั้นมีให้โหลดได้ทั้งบนระบบปฏิบัติการ iOS และ Android หลายคนไม่ทราบว่าจะต้องเปิดใช้งานอย่างไร หรือสมัครที่ไหน ต้องไปแจ้งเปิดใช้บริการที่ตู้ ATM หรือไม่ ทางธนาคารกรุงศรีได้แก้ปัญหาตรงส่วนนี้ด้วยโดยสามารถเปิดใช้งาน Mobile Banking ได้จากแอพเลย หรือแจ้งกับทางธนาคารด้วยตัวเอง

การสมัครไม่ยุ่งยากเลยแม้แต่นิดเดียว เพียงแค่กรอกข้อมูลตามที่แอพถามเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นบัญชีเงินฝาก กองทุน บัตรเครดิต หรือสินเชื่อ ก็สามารถเพิ่มเข้ามาเป็นข้อมูลในแอพได้ สามารถยืนยันตัวตนผ่าน PIN หรือ Touch ID ได้เลย และสามารถสร้างรหัส 6 หลักได้ ซึ่งรหัส 6 หลักนั้นก็มีความปลอดภัยอยู่ในระดับหนึ่งแต่ที่สำคัญที่สุดเราสามารถเปิดใช้งาน Touch ID หรือการแสกนนิ้วมือเพื่อเข้าใช้งานได้ด้วย

ทำอะไรได้บ้าง

เราสามารถใช้งานแอพของธนาคารในเรื่องของการจัดการและโอนเงินระหว่างบัญชีต่าง ๆ เป็นหลัก ซึ่ง Krungsri ก็สามารถทำในส่วนนี้ได้เหมือนที่มันควรจะเป็น แต่ก็ได้มีฟีเจอร์ที่ช่วยให้การทำธุรกรรมสะดวกยิ่งขึ้น เช่น

Save and Share ฟีเจอร์ที่จะบันทึกภาพการทำธุรกรรมของเราแบบอัตโนมัติ ซึ่งสามารถกกดแชร์ให้กับเพื่อนหรือร้านค้าได้ทันทีในกรณีที่ต้องการบอกว่า เราได้ทำการโอนเงินไปแล้ว

ตั้งเวลาโอนได้ อีกหนึ่งความสะดวกเลยก็คือเราสามารถตั้งเวลาเพื่อทำการโอนเงินได้ ตรงนี้จะสะดวกมากสำหรับคุณพ่อหรือคุณแม่ที่ตั้งให้โอนเงินเข้าบัญชีของลูกเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย ซึ่งเราก็จะสามารถตั้งได้ว่าจะให้โอนครั้งเดียว หรือโอนทุก วัน, สัปดาห์ หรือ เดือน

My Portfolio เป็นการนำเอาบริการต่าง ๆ ในเครื่อธนาคารกรุงศรีมารวมไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นบัญชีเงินฝาก กองทุน บัตรเครดิต หรือสินเชื่อ ก็สามารถกดดูได้จากตรงนี้เลย พร้อมเพย์ เราสามารถลงทะเบียนใช้งาน PromptPay ซึ่งเป็นบริการรับเงินโอนผ่านเลขประจำตัวประชาชนหรือเบอร์โทรศัพท์ ซึ่งในส่วนนี้เราไม่จำเป็นต้องไปที่ตู้ ATM หรือสาขาธนาคาร แต่สามารถกรอกรายละเอียดลงในแอพพร้อมเปิดใช้งาน PromptPay ได้เลย

จุดเด่นของแอพ

หลักๆเลยก็คือสามารถค้นหาตู้เอทีเอ็ม ส่วนลดร้าน และอัตราแลกเปลี่ยน นอกจากการใช้งานหลัก ๆ แล้วแอพ Krungsri ยังมีฟีเจอร์เพิ่มเติมคือเราสามารถกดรับส่วนลดร้านค้าและสิทธิพิเศษต่าง ๆ ได้จากในแอพซึ่งเป็นสิทธิพิเศษสำหรับผู้ใช้งานแอพ Krungsri

KPlus

K PLUS เน้นผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง มีบริการอื่นๆ ที่ไปไกลกว่าธนาคาร และไม่จำเป็นต้องมาจากธนาคารกสิกรไทยเพียงอย่างเดียวธนาคารกสิกรไทย พร้อมเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ 3 ฟีเจอร์เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานแอพ กว่า 5 ล้านคนให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น และครอบคลุมการใช้งานมากขึ้นโดยบางรายการไม่ต้องไปธนาคาร หรือโทรหา call center ก็ทำได้

ขั้นตอนการใช้แอพ

เริ่มต้นจากการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น K Plus จาก App Store สำหรับมือถือระบบปฎิบัติการ iOS ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น K Plusจาก Play Store สำหรับมือถือระบบปฎิบัติการ Android เมื่อเริ่มใช้งานผ่านแอพพลิเคชั่น แอะจะให้เราสร้างชื่อผู้ใช้งาน และรหัสผ่านในการเข้าใช้งานครั้งแรก หลังจากนั้นทำการตั้ง PIN ตัวเลข 6หลัก เพื่อใช้ในการเข้าใช้งานครั้งต่อไป

คุณสมบัติของผู้สมัครใช้บริการ เป็นลูกค้าประเภทบุคคลธรรมดา มีบัญชีเงินฝากกับธนาคารกสิกรประเภทออมทรัพย์ บัญชีกระแสรายวัน หรือบัญชีเงินฝากประจำอย่างน้อย 1 บัญชี (ต้องเป็นบัญชีชื่อเดียวเท่านั้น)

มีอีเมล (Email Address) และเบอร์โทรศัพท์มือถือ ให้ไว้กับธนาคาร สมัครใช้บริการผ่านสาขาของธนาคาร ซึ่งจะได้รับ Email จากธนาคารแจ้งการสมัครเสร็จสมบูรณ์

ขั้นตอนการสมัครและเริ่มใช้บริการ สมัครบริการที่สาขาของธนาคาร ได้รับ Email แจ้งรหัสอ้างอิง

นำรหัสอ้างอิงที่ได้รับสร้างบัญชีผู้ใช้งานผ่านเว็บไซต์ K Plus

ทำอะไรได้บ้าง

บริการ K Plus เป็นช่องทางในการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านอินเตอร์เน็ตที่ธนาคารได้พัฒนาขึ้นเพื่อให้ลูกค้าของธนาคารสามารถบริหารจัดการด้านการเงินได้ด้วยตนเอง บนพื้นฐานของระบบการรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน โดยให้บริการทั้งในรูปแบบของเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่น รองรับการใช้งานทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยมีบริการต่างๆ เช่น บริการเรียกดูข้อมูลบัญชีเงินฝาก ข้อมูลรายละเอียดกองทุนรวม บริการโอนเงินระหว่างบัญชีตนเอง โอนเงินให้บุคคลอื่นและโอนเงินต่างธนาคาร บริการชำระค่าสินค้าหรือบริการ เป็นต้น

บริการข้อมูลบัญชี ทั้งบัญชีเงินฝากและบัญชีกองทุนรวม ตรวจสอบยอดเงินคงเหลือ และรายการเคลื่อนไหวในบัญชีเงินฝากที่มีอยู่กับธนาคาร ทั้งบัญชีประเภทออมทรัพย์ ประเภทกระแสรายวัน และประเภทเงินฝากประจำ

ยอดเงินคงเหลือในบัญชีเงินฝาก รายการเคลื่อนไหวในบัญชีเงินฝากแบบย้อนหลัง โดยสามารถเรียกดูหรือสั่งพิมพ์ย้อนหลังได้ 180 วัน และรายการเคลื่อนไหวในบัญชีเงินฝากแบบรายวัน ตรวจสอบยอดคงเหลือ และรายการเคลื่อนไหวในบัญชีกองทุนรวมของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ภัทร จำกัด ที่ได้ลงทุนผ่านธนาคารในฐานะตัวแทนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน

การจัดการบัญชี เพิ่ม ลด แก้ไขบัญชีตนเอง หรือบัญชีผู้อื่นทั้งภายในธนาคาร และต่างธนาคาร

แก้ไขข้อมูลบัญชีตนเอง เช่น ชื่อย่อบัญชี หรือแก้ไขข้อมูลบัญชีผู้อื่น เช่น ชื่อย่อบัญชี หมวดหมู่ อีเมลหรือหมายเลขโทรศัพท์มือถือเพื่อใช้สำหรับแจ้งผลการทำรายการ

บริการโอนเงิน บริการโอนเงินระหว่างบัญชีตนเอง ภายในธนาคารสามารถโอนเงินจากบัญชีออมทรัพย์ หรือ กระแสรายวัน เพื่อนำเงินเข้าบัญชีฝากประจำ (ประเภทสมุดคู่ฝาก) บัญชีออมทรัพย์ หรือบัญชีกระแสรายวัน ได้ทันที และบริการโอนเงินต่างธนาคาร สามารถโอนเงินจากบัญชีออมทรัพย์ หรือ กระแสรายวัน เพื่อนำเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ หรือบัญชีกระแสรายวันของบุคคลอื่น ได้ทันที

บริการชำระเงินด้วย QR Code สามารถสร้าง QR Code เพื่อรับชำระเงินจากผู้อื่น เพิ่มความสะดวก ปลอดภัย และรวดเร็ว สร้าง QR Code จากหมายเลขโทรศัพท์มือถือ หรือเลขประจำตัวประชาชน ที่ได้ลงทะเบียนบริการ KK พร้อมเพย์ไว้กับธนาคาร QR Code ที่สร้างขึ้น สามารถใช้แอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือของต่างธนาคาร สแกนเพื่อชำระเงินได้ และสามารถใช้ K Plus บนโทรศัพท์มือถือ สแกน QR Code ทั้งของธนาคารและต่างธนาคารเพื่อชำระเงินได้

บริการชำระค่าสินค้าและบริการ (Bill Payment) สามารถหักเงินจากบัญชีออมทรัพย์หรือกระแสรายวันเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆได้ สามารถใช้แอพพลิเคชั่น K Plus ในการสแกนหรือบาโค้ด QR Code/Barcode เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆได้

บริการเตือนเพื่อจ่าย (Pay Alert) สามารถเรียกเก็บเงินจากผู้อื่น โดยเรียกเก็บผ่านหมายเลขโทรศัพท์มือถือ หรือเลขประจาตัวประชาชน ที่ลงทะเบียนผ่านบริการพร้อมเพย์ ผู้เรียกเก็บเงินและผู้ถูกเรียกเก็บ จะต้องลงทะเบียนบริการพร้อมเพย์ทั้ง 2 ฝ่ายเพื่อใช้บริการนี้ รายการที่เรียกเก็บเงินจากผู้อื่น มีอายุในการรอรับชำระเงิน 45 วัน กรณีได้รับข้อความเรียกเก็บเงิน สามารถชำระเงินให้ผู้เรียกเก็บเงินโดยวิธีการโอนเงินหรือวิธีการชำระค่าสินค้าและบริการ

บริการบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e Donation) สามารถหักเงินจากบัญชีออมทรัพย์หรือกระแสรายวันเพื่อบริจาคได้สามารถใช้แอพพลิเคชั่น K Plus ในการสแกนหรือเบราว์ QR Code/Barcode หรือ กรอกรหัสอ้างอิง (Reference No.) เพื่อบริจาคได้ เรียกดูและสั่งพิมพ์รายการบริจาคย้อนหลังได้ 180 วัน อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้บริจาคให้สามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้โดยไม่ต้องนำหลักฐานการบริจาคมาแสดงต่อกรมสรรพากร

บริการด้านกองทุนรวม (Mutual Fund) สามารถซื้อ ขายคืน และ/หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนในกองทุนรวมต่างๆ ที่ธนาคารเป็นตัวแทน สามารถเรียกดูข้อมูลกองทุนรวม ข้อมูลระดับความเสี่ยงของผู้ขอใช้บริการ (Risk Profile) และข้อมูลอื่นๆ เช่น ข่าวสารกองทุน เป็นต้น ตามที่ธนาคารได้จัดให้มีขึ้น สามารถแจ้งเตือนการจ่ายเงินปันผลกองทุนรวมของผู้ขอใช้บริการได้

จุดเด่นของแอพ

  1. สามารถตรวจสอบ E-SLIP ว่าเป็นของจริงหรือไม่ ด้วยการสแกน QR CODE วิธีตรวจสอบสลิปโอนเงินด้วย QR CODE 1.เลือกสแกนที่หน้าแรก > 2. ถ้ามี Code อยู่ตรงหน้าก็สแกนได้เลย หรือ เซฟมาเป็นรูปก็กดเลือกรูปได้เลย > 3. เมื่อตรวจสอบเสร็จจะมีการยืนยันการตรวจสอบสลิปและขึ้นข้อมูลการโอนให้

  2. ตั้งค่าโอนเงินไปบัญชีอื่นผ่าน WIFI ได้แล้ว เวอร์ชั่นก่อนถ้าเปิด WiFi จะโอนได้เฉพาะรายการที่บันทึกไว้เป็นรายการโปรดเท่านั้น หรือหากตั้งยินยอมการใช้ WiFi ก็ต้องเข้ามากดใหม่ทุกๆ 90 วัน แต่ตอนนี้สามารถโอนผ่าน WiFi ได้แล้ว

  3. K-TODAY + MY FAVORITE บอกข่าวสาร โปรโมชั่น และ บันทึกรายการโปรด K+Today เป็นการแจ้งเตือนบอกข่าวสารโปรโมชั่น อะไรลดราคา หรือ โปรโมชั่นจากพวกบัตรสมาชิกของเราที่เพิ่มไว้ My Favorite ในแอปฯ แบบเดิม จะต้องเข้าเมนู My Favorite จากแถบเมนูด้านล่าง My Favorite คือให้เลือกรายการโปรด เรียกง่ายๆก็เลือกเอารายการที่ใช้งานบ่อยๆ โดยจะมีให้เลือกทั้งหมด 3 อย่าง คือโอนเงิน เติมเงิน และ จ่ายบิล สามารถไปกดเพิ่มรายการได้เลย

4.ตั้งเวลาโอนได้ สำหรับคนที่มีรายจ่ายประจำ หรือ อยากจะโอนเก็บไปไว้อีกบัญชีทุกเดือน ก็ตั้งเวลาไว้ได้ แค่ต้องเอาเงินเข้าก่อนวันที่ตั้งโอน วิธีก็เหมือนโอนปกติเลย แต่จะมีแถบให้เลือกตั้งเวลา เลือกได้ทั้งแบบรายครั้ง รายสัปดาห์ และ รายเดือนเลย ตั้งโอนได้แม้ยอดในบัญชีจะยังไม่ถึงยอดที่เราตั้งโอน แต่ว่าถ้าถึงเวลาแล้วยอดเงินไม่พอแอปก็จะมีแจ้งเตือน

สรุป

Mobile Banking App ของแต่ละธนาคารที่กล่าวมานั้น เป็นการให้บริการตามลักษณะการใช้งานของแต่ละธนาคาร เพื่อให้ผู้ใช้บริการสะดวกสบาย โดยมาพร้อมกับระยะเวลาการทำธุรกรรมที่รวดเร็วขึ้น ซึ่งแต่ละธนาคารมีการพัฒนามากขึ้นตามลำดับ ทั้งนี้ หากชอบแบบใด? หรือสะดวกใช้บริการของธนาคารไหน? ก็สามารถดูรายละเอียดจากเว็บไซต์ของธนาคารและเลือกใช้กันตามความเหมาะสมได้เลยครับ