ถ้าเราเลือกทำประกันรถยนต์​ ประกันชั้น 1 ให้ความคุ้มครองกับเราได้ครอบคลุม​มากที่สุด ช่วยให้เราหมดกังวลเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ถึงแม้เราจะไม่อยากให้เกิดอุบัติเหตุ เเต่อุบัติเหตุก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างไม่คาดคิด แล้วเมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้ว ต้องมีค่าใช้จ่ายต่างๆที่เราต้องเสียไปมากพอสมควร ยิ่งถ้าเราเป็นฝ่ายผิด การทำประกันก็ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายที่เราต้องเสียไป ไม่ทำประกันชั้น 1 ก็ทำให้เราลดภาระค่าใช้จ่ายนั้นลงไปได้อีกมาก

เงื่อนไขความคุ้มครองประกันประเภท1

ถ้าเราเกิดอุบัติเหตุ​ทางรถยนต์​ ประกัน​รถยนต์​ชั้น 1 จะให้ความคุ้มครองกับเราในส่วนต่างๆต่อไปนี้ ความคุ้มครองต่อผู้อื่นที่ได้รับผลกระทบ​จาก​อุบัติเหตุ​ของเรา บริษัทประกันภัยจะรับผิดชอบต่อชีวิต ร่างกายอนามัยและทรัพย์สินของผู้อื่น คือถ้าเราขับรถแล้วเป็นฝ่ายทำให้เกิดอุบัติเหตุ หรือก็คือเป็นฝ่ายผิด และทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ พิการหรือเสียชีวิต หรือทำให้ทรัพย์สิน​เสียหาย​ ทางบริษัทประกันจะรับผิดชอบให้ทั้งหมด โดยจะจ่ายชดใช้และจ่ายค่าสินไหมต่างๆตามเงื่อนไขในกรมธรรม์

ความคุ้มครองต่อผู้ทำประกัน ผู้ขับขี่ และผู้โดยสารในรถ บริษัทประกันภัยจะรับผิดชอบต่อชีวิต ร่างกายและอนามัยของผู้ทำประกัน ผู้ขับขี่ และผู้ที่โดยสารในรถยนต์คันที่ทำประกัน โดยบริษัทประกันจะรับผิดชอบในส่วนของ ค่ารักษาพยาบาลถ้าได้รับบาดเจ็บ และค่าสินไหมทดแทนถ้าเกิดพิการหรือเสียชีวิต บริษัทประกันภัยจะรับผิดชอบ ถ้าเกิดอุบัติเหตุ​และรถยนต์​ที่​ทำ​ประกัน​ได้รับ​ความเสียหาย​ โดยบริษัทประกันจะจ่ายค่าซ่อม และมีอู่ที่รองรับการซ่อมรถให้กลับมาอยู่สภาพเดิม ซึ่งจะรับผิดชอบทั้งตัวรถและอุปกรณ์เสริมต่าง ที่ผู้ทำประกันได้ติดตั้งไว้

บริษัทประกันภัยจะรับผิดชอบถ้าเกิดการสูญหายหรือเกิดไฟไหม้ บริษัทจะจ่ายค่าเสียหายให้ หลังจากมีการตรวจสอบจากทางเจ้าหน้าที่​ตำรวจและเจ้าหน้าที่ของบริษัทประกัน ว่ารถยนต์​ถูกโจรกรรม​จริงหรือไม่ และถ้าเกิดไฟใหม้​ก็ตรวจสอบว่าเป็น​อุบัติเหตุ​หรือไม่ เมื่อตัวสอบได้แล้วว่าเป็นการถูกโจรกรรม​หรือไฟใหม้​เพราะ​อุบัติเหตุ​ ประกันก็จะจ่ายค่าชดเชยให้ ไม่ว่าจะเป็นการสูญหาย​ทั้งคันหรือถูกขโมยอุปกรณ์​บ้างส่วนไป และเมื่อถูกไฟใหม้​ด้วย

ข้อเสียของการเคลมมากเกินไป

จริงๆแล้วไม่มีใครอยากให้เกิดอุบัติเหตุ​ ดังนั้นเราก็ไม่อยากให้เกิดอุบัติเหตุด้วย เพราะมีอุบัติเหตุ​แต่ละครั้งเราต้องเสียเวลา ทรัพย์สิน​ เสี่ยงต่อชีวิต ไม่ตายก็พิการ​ แต่หลายครั้งด้วยความเร่งรีบหรือด้วยความจำเป็นบางอย่างทำให้เราเผลอประมาท หรืออาจจะดูนิสัยส่วนตัวที่เราเป็นคนไม่ระมัดระวัง อาจชะล่าใจคิดว่ารถเรามีประกันอยู่แล้ว มีอุบัติเหตุก็เรียกเคลมให้ได้ แต่จริงๆแล้วในประโยชน์ของการเคลมประกันรถยนต์ ถึงแม้ไม่มีข้อกำหนดระบุในเงื่อนไขกรมธรรม์​ว่าสามารถเคลมได้สูงสุดกี่ครั้ง แต่ถ้าบ่อยมากเกินไปก็มีข้อเสียอยู่เหมือนกัน ให้เรามาดูกันว่ามีข้อเสียอะไรบ้าง

​#1ค่าเบี้ยประกันภัยในปีต่อประกันรถยนต์ ก็จะถูกปรับเพิ่มสูงขึ้น

เนื่องจากบริษัทประกันภัยรถยนต์ ให้ความประกัน คุ้มครองแลกกับผลกำไรที่ทางบริษัทจะได้รับ ทำให้ทางบริษัทจะไม่ยอมเป็นฝ่ายเสียเปรียบหรือไม่ได้อะไรตอบแทนเลย ดังนั้นเพื่อผลประโยชน์ของทางบริษัท ถ้าเรามีประวัติ​การเรียกใช้การเคลมรถยนต์บ่อยๆ ทางบริษัทจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเรียกเก็บเบี้ยประกันเพิ่มขึ้น ผลคือ เราก็จะต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้น ยิ่งเกิดอุบัติเหตุ​บ่อยเท่าไหร่ เราก็ยิ่งโดนปรับเบี้ยประกัน​สูง​ขึ้น​เท่านั้น

​#​2บริษัทประกันปฏิเสธการรับประกัน

เมื่อเรามีประวัติ​การเรียกเคลมรถยนต์บ่อยๆ จะทำให้ทางบริษัทมองว่าเราเป็นผู้ขับขี่ที่มีความเสี่ยงจะเกิดอุบัติเหตุ​สูง แล้วถ้าบริษัทประกันภัยมองว่าเรามีการเรียกใช้การเคลมบ่อยเกินไป ก็มีสิทธิ์ที่บริษัทจะส่งหนังสือยกเลิกกรมธรรม์ของเรา ไม่ใช่แค่บริษัทประกันบริษัท​เดิมเท่านั้นที่จะไม่รับการทำประกันของเรา ถึงแม้เราจะไปยื่นขอทำประกันกับบริษัทประกันบริษัทอื่น บริษัทประกันใหม่ที่เราจะขอทำประกันนั้นก็สามารถตรวจสอบประวัติการเรียกเคลมของเราได้ เพราะ​บริษัท​ประกันภัยแต่ละบริษัท​จะมีการจัดทำแบล็ค​ลิสต์​ของลูกค้า ทั้งชื่อ ประวัติการขับขี่ รถยนต์​คันที่มีการเรียกเคลมประกัน ความเสียหายที่ได้รับการเคลมในแต่ละครั้ง และพฤติกรรมการเคลมที่มีความน่าสงสัย และจะส่งต่อข้อมูลเหล่านี้ให้กับบริษัทประกันรถยนต์บริษัท​อื่นๆ เพื่อเป็นข้อมูลในการอนุมัติ​การขอทำประกัน แล้วถ้ามีการตรวจสอบพบว่าเราเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งมากเกินไป บริษัทประกันบริษัท​ใหม่​ที่เราไปขอทำประกันก็จะมองว่ามีความเสี่ยงมากเกินไปที่จะรับทำประกันให้ และบริษัทประกันนั้นก็จะปฏิเสธการขอทำประกันภัยจากเรา

​​3เราจะไม่ได้รับส่วนลดจากบริษัทในเงื่อนไขการมีประวัติขับขี่ที่ดี

โดยทั่วไปแล้วบริษัทประกันภัยจะมีส่วนลดค่าเบี้ยประกัน ถ้าเราไม่มีประวัติการเคลมติดต่อกัน ยิ่งถ้าไม่ได้เรียกเคลมนานเท่าไหร่ก็จะยิ่งได้ส่วนลดมากเท่านั้น ไปในทางกลับกัน ถ้าเราเรียกใช้การเคลมบ่อย เราก็จะไม่ได้รับส่วนลดในส่วนนั้น

​สรุป:ประกันประเภทอื่นๆก็เคลมทั้งปีแบบประเภท1หรือไม่"

เนื่องจากเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ไม่มีกำหนดว่าเราสามารถเรียกเคลมประกันได้กี่ครั้งใน 1 ปี ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้หมายความ​ว่าเราจะเรียกเคลมรถยนต์เท่าไหร่ก็ได้ เพราะเราก็จะรับผลเสียจากการเคลมประกันมากเกินไปด้วยเหมือนกัน ยิ่งกับประกันที่มีชั้นต่ำลงมา ก็ยิ่งมีข้อเสียมากขึ้น เพราะ​ด้วยเบี้ยประกันที่ถูกลงมา บริษัทยิ่งมีความเสี่ยงในการจ่ายค่าชดเชยมากขึ้น ทำให้เสียงที่บริษัทจะยกเลิกการให้ประกันกับเรา หรือจะทำให้เบี้ยประกันในปีต่อๆไปนั้นสูงมากขึ้นตามความบ่อยในการเรียกเคลมประกันของเรา ดังนั้น ทางที่ดีถึงแม้เราจะไม่สามารถ​ป้องกัน​ไม่​ให้​เกิด​อุบัติเหตุ​ได้ 100 เปอร์เซ็นต์​ แต่เราก็สามารถลดความเสี่ยง​ให้มีน้อยที่สุดได้ โดยการ​ไม่​ประมาท​และใช้​ความ​ระมัดระวัง​ใน​การ​ขับขี่​ให้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้