ก่อนจะกู้เงิน เชื่อว่าใครหลายๆคนอาจจะต้องมีการคิดและพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน ซึ่งหากคุณต้องการที่จะกู้เงินจริงๆ ก็ควรจะต้องมีการเปรียบเทียบสถาบันการเงินหลายๆที่ และเลือกอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม และที่สำคัญจะต้องดูความสามารถในการผ่อนชำระของตัวเองอีกด้วย อย่าลืมว่าการที่จะ จะกู้เงิน จะต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน ซึ่งจะต้องเตรียมตัวและความพร้อมหลายๆ อย่าง เพราะหากคุณเตรียมตัวไม่พร้อม หรือแม้แต่ทำเรื่องกู้กับธนาคาร ผ่านแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีรายจ่ายอื่นๆ ตามมาอีก ซึ่งหากเกิดความผิดพลาด อาจทำให้คุณมีหนี้ก้อนโตก็ได้

consider loan

Mivolchan19/shutterstock.com

ประเมินฐานะทางการเงิน

คุณควรจัดทำงบการเงินเพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงสถานภาพหรือความมั่นคง ซึ่งการจัดทำงบการเงิน จะสามารถทำให้คุณทราบถึง รายรับ รายจ่าย สินทรัพย์ หนี้สิน ที่สะท้อนให้เห็นถึงสถานภาพทางการเงินที่แท้จริงตนเองและคุณสามารถจัดทำแผนการบริหารเงินและทรัพย์สินต่าง ๆ เช่น การกำหนดการใช้จ่ายเงิน การหารายได้เพิ่มเติมหรือนำไปลงทุน เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ และจะไม่เป็นการกดดันตัวเองจนเกินไป เพราะนี่ส่งผลต่อความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจของคุณโดยตรง ดังนั้นทางที่ดีคุณควรวางแผนธุรกิจให้อิงความเป็นจริงมากที่สุดเพื่อไม่เกิดความผิดพลาด

ตั้งเป้าหมายและกำหนดเวลาคืนให้ชัดเจน

การตั้งเป้าหมายในการชำระจะช่วยเราในการบริหารจัดการเงินและต้องทำอย่างเคร่งครัดไม่อย่างนั้นคุณไม่สารมารถผ่อนชำระหนี้ได้ตามกำหนดที่วางไว้โดยเราทำได้โดยการ -ไม่สร้างหนี้เพิ่มโดยไม่จำเป็น หยุดความต้องการของตัวเองทุกอย่าง เพื่อหยุดการสร้างหนี้เพิ่ม เริ่มต้นใช้จ่ายตามความเหมาะสม -คำนวณจำนวนหนี้ทั้งหมด เพื่อให้การปลดหนี้เป็นไปตามแผนการที่วางไว้ คุณจะต้องรวบรวมหนี้และจัดลำดับความสำคัญของหนี้ ลำดับหนี้คุณจะต้องเรียงจากหนี้ที่เสียดอกเบี้ยสูงสุดก่อน เพื่อให้ปลดหนี้ได้เร็วที่สุด จากนั้นเปรียบเทียบเงื่อนไขของการชำระหนี้ ควรชำระหนี้ที่มีเงื่อนไขเข้มงวดก่อน แล้วจึงชำระหนี้อื่น ๆ ตามลำดับ -คำนวณรายได้ทั้งหมด รายได้ทั้งหมดที่เข้าในแต่ละเดือนนั้น เป็นเงินจำนวนเท่าไหร่ และเหลืออยู่เท่าไหร่ เพื่อนำเงินส่วนที่เหลือไปบริหารจัดการกับการใช้หนี้ การคำนวณรายได้คงเหลือ คุณจะต้องนำรายได้ทั้งหมดต่อเดือน มาลบกับค่าใช้จ่ายจำเป็น -ชำระหนี้ตามลำดับ ถ้าคุณมีหนี้บ้าน หรือรถ แนะนำให้ชำระตามกำหนดเวลาก่อน แล้วส่วนที่เหลือค่อยทยอยชำระหนี้อื่น ๆ แต่ถ้าคุณไม่มีภาระผ่อนบ้าน ผ่อนรถ มีเพียงหนี้บัตรเครดิตและหนี้อื่น ๆ อีกเล็กน้อย แนะนำให้คุณชำระหนี้บัตรเครดิตให้มากกว่าขั้นต่ำในทุกเดือน เพื่อลดภาระดอกเบี้ยลง จากนั้นค่อยทยอยชำระหนี้ส่วนอื่น ๆ ที่เสียดอกเบี้ยต่ำ -ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปให้หมดเพื่อให้มีเงินเหลือชำระหนี้ และปลดหนี้ได้อย่างรวดเร็วที่สุด -ติดต่อประนอมหนี้ กรณีที่คุณไม่มีรายได้เพิ่ม ไม่สามารถแบ่งเงินออกมาชำระหนี้เพื่อปลดหนี้ได้ คุณก็สามารถติดต่อกับธนาคารหรือเจ้าหนี้เพื่อประนอมหนี้ได้ แต่วิธีการประนอมหนี้นั้น ไม่ได้ช่วยให้ยอดเงินต้นของคุณลดลง แต่เพียงช่วยให้คุณรับภาระหนี้ต่อเดือนน้อยลงเท่านั้น

จัดแผนบริหารการเงิน

1.จดบันทึกรายจ่ายทุกอย่างให้เป็นระบบ รวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การก่อสร้างในกรณีที่ต้องสร้างออฟฟิศหรือโรงงานเพิ่มเติม เงินเดือนพนักงาน รายจ่ายโดยประมาณแต่ละวัน ที่ต้องใช้เงินลงทุนด้วย และควบคุมให้เหมาะสม เพื่อป้องกันปัญหาการขาดเงินหมุนเวียนในระบบ และป้องกันปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจให้ไปสู่เป้าหมายสูงสุดได้ นอกจากนี้ข้อมูลทางการเงินที่คุณเก็บไว้อย่างเป็นระบบนี้ ยังสามารถป้องกันปัญหาธุรกิจกับกรมสรรพากรได้อีกด้วย เพื่อให้คุณหลุดพ้นจากปัญหาการเสียภาษีย้อนหลัง คุณจะต้องมีข้อมูลทางการเงินครบถ้วน และสามารถค้นหาออกมายืนยันได้ง่าย แต่ถ้าคุณไม่มีข้อมูลมารองรับการตรวจสอบต่าง ๆ อาจจะทำให้คุณเสียทั้งเวลาและเสียเงินบางส่วนไปโดยเปล่าประโยชน์ได้ วิธีจัดการที่ดีคือรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ไว้ด้วยกัน ด้วยโปรแกรมหรือเครื่องมือต่างๆ ซึ่งหลายๆ อุปกรณ์สามารถช่วยเราจัดเรียงเอกสารเหล่าให้เป็นระเบียบเรียบร้อยเพื่อง่ายต่อการค้นหา โดยข้อมูลเหล่านี้ควรเริ่มเก็บตั้งแต่เดือนแรกที่เริ่มต้นธุรกิจ เมื่อเกิดปัญหาขึ้น เราสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้ทำให้ไม่เสียเวลาค้นหาจากที่ต่างๆ 2. การสำรองเงินไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน ถือเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งในการดำเนิน ธุรกิจ เพราะเราไม่มีทางคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคตบ้าง การเริ่มต้น ธุรกิจ เป็นของตัวเองนั้น ผู้ประกอบการต้องมีความพร้อม และเตรียมตัวเตรียมใจที่จะรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ก่อนที่จะเริ่มธุรกิจได้ ดังนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่จะกันเงินไว้ในส่วนนี้เช่นเดียวกัน #การปฏิบัติตามแผนการอย่างเคร่งครัด การดำเนินการตามแผนอย่างเคร่งครัดและจริงจังนั้น เป็นกระบวนการสำคัญที่สุดในการวางแผนการเงิน เพราะถ้าหากผู้ปฏิบัติ ไม่ปฏิบัติตามแผนการเงินที่กำหนดไว้แล้วนั้นแผนที่วางไว้ก็ตามก็ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินที่ต้องการได้ ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่ต้องอาศัยความมุ่งมั่นและตั้งใจอย่างสูงเพราะหากขาดการปฏิบัติที่จริงจังและต่อเนื่อง ก็ยากที่จะบรรลุเป้าหมายได้