จากผลสำรวจในปัจจุบัน คนไทยนิยมไปท่องเที่ยวต่างประเทศกันมากขึ้น เช่น เมื่อปี 2560 มียอดสูงถึง 8.83 ล้านคน ตามมาด้วยยอดใช้จ่าย 286.02 พันล้านบาท เฉลี่ยแล้วเกือบ 4 ทริปต่อปี โดยมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกปี แบบที่สวนทางกับเศรษฐกิจ ทำไมล่ะ? เนื่องจากความเครียดและความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักในทุก ๆ วัน หากมีโอกาสในการไปเที่ยว ใครล่ะจะไม่คว้าไว้ โดยสำหรับบางท่านก็เลือกประเทศที่จะไปเที่ยวจากการดูค่าเงินในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา อย่างปีนี้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ ประเทศแถบสแกนดิเนเวีย ยุโรปตะวันออก ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ จึงมาแรง หรือญี่ปุ่นก็เป็นประเทศโปรดของคนไทยเลย แล้วคุณล่ะกำลังมอง ๆ ประเทศไหนอยู่... แต่เดี๋ยวก่อน หากเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ยังถือเป็นปัจจัยลำดับต้น ๆ ที่ต้องให้ความสนใจอยู่ล่ะก็ เพราะทุกการเดินทางท่องเที่ยวก็ย่อมมีค่าใช้จ่ายอยู่เสมอ และบ่อยครั้งที่ความฝันของเราอาจต้องพับเก็บไปเพียงเพราะว่าเงินในกระเป๋ายังไม่พอ วันนี้เราจับกระแสการท่องเที่ยวแบบฉลาดมาฝากกัน ด้วย 5 วิธีท่องเที่ยวต่างประเทศแบบสบายกระเป๋า เพื่อให้เราสามารถพูดได้ว่า อยากไปเที่ยว อย่าเดี๋ยว ลุยเลย!!

มีแอพพลิเคชันด้านการท่องเที่ยวและข้อมูลที่พัก

แน่นอนว่า ก่อนที่เราจะไปเที่ยวต่างประเทศกัน ก็ต้องมีการวางแผนที่ดีด้วย การดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นเพื่อเช็คข้อมูลเกี่ยวกับงบประมาณการท่องเที่ยว จึงถือว่าฉลาดมาก แทนที่เราจะพยายามจอง ทำรายการทุกอย่าง และดูแลงบประมาณค่าใช้จ่ายเองอย่างวุ่นวาย สมัยนี้ก็มีแอพพลิเคชั่นสำหรับการเดินทาง เช่น  Mint Appication จะช่วยกำหนดงบประมาณสำหรับแต่ละทริป และรวบรวมข้อมูลรายจ่ายที่เราต้องเสีย พร้อมความปลอดภัยข้อมูลส่วนตัว หรือ TripIt แอพพลิเคชั่นสำหรับวางแผนการเดินทางได้ด้วยตัวเอง และจองทั้งตั๋วเครื่องบิน โรงแรมที่พัก ร้านอาหาร เช่ารถ และที่สะดวกมากๆคือแนะนำตำแหน่งที่นั่งบนเครื่องบินให้เราได้อีก

สำหรับการหาข้อมูลที่พักให้พร้อม คนส่วนใหญ่เลือกโรงแรมในเครือมีชื่อเสียงที่พวกเขาคุ้นเคย ดูโปรโมชั่นส่วนลดในเว็บไซต์ค้นหาที่พัก แต่หากเราเดินทางในกลุ่มเพื่อนๆ สามารถใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกับคนอื่นได้ การเลือกพักโฮสเทลก็อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าในการช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้มากด้วย ใครชอบความส่วนตัวขึ้นมาหน่อย ก็มีสมาชิกของ VRBO.Com, Airbnb.com หรือ Home Exchange แต่ก็อย่าลืมเลือกที่พักให้ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวในแพลนของเรา เช่น ใจกลางเมือง ใกล้กับสายรถไฟ หรือป้ายรถประจำทาง เพื่อสะดวกและประหยัดค่าเดินทางเพิ่ม

หาส่วนลดตั๋วเครื่องบินหรือตั๋วโปรโมชั่น

สมัยนี้ ตั๋วโปรถูก ๆ ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป  การกดติดตามและไลค์เพจท่องเที่ยว ก็ทำให้เราไม่พลาดตั๋วโปรดีๆอย่างแน่นอน เช่นเช่น Traveloka, Jetradar, Expedia, Skyscanner, Ar-pae.com, ติดโปร – PRO addict, เพื่อนบอกโปร, Chang Trixget , อาแปะ และ Google Flight ที่จะช่วยเปรียบเทียบราคาของทุกสายการบิน  แจ้งข่าวให้เราทราบเป็นประจำ หรือแม้กระทั่ง “ทัวร์ไฟไหม้” เหลือที่นั่งให้เราพอไปแจมด้วยได้ ราคาทัวร์ก็จะถูกกว่าปกติมาก

ช่วงเวลาที่เราจะได้ตั๋วถูกที่สุดนั้น ควรซื้อตั๋วล่วงหน้าภายใน 90-180 วันก่อนการเดินทาง ในบางเส้นทางเที่ยวบินต่อจะมีราคาถูกกว่าเที่ยวบินตรง แต่จะเสียเวลามากกว่า ลองเปรียบเทียบราคาและระยะเวลาเดินทางก่อนตัดสินใจซื้อตั๋วว่าคุ้มค่าเงินและเวลาไหม หรือการเลือกซื้อตั๋วเครื่องบินไปและกลับจากสายการบินเดียวกัน ก็อาจถูกกว่าการจองแยกสายการบิน แถมยังง่ายต่อการจัดการปัญหาหากต้องเลื่อนหรือยกเลิกเที่ยวบินกระทันหัน อาจเลือกบินวันธรรมดา ราคาถูกกว่าแน่ๆ  หรือ บางเมืองอาจมีสนามบินให้บริการมากกว่า 1 แห่ง จึงต้องเปรียบเทียบราคาตั๋วบินไปลงแต่ละสนามบิน อาจช่วยประหยัดราคาและเพิ่มความสะดวกในการเดินทางจากสนามบินไปยังแหล่งท่องเที่ยวเป้าหมายของเราด้วย ดังนั้น ตั๋วโปรมีมาให้เห็นได้บ่อยๆ เราก็ต้องขยันส่องนั่นแหละ

เปรียบเทียบการเดินทางและการเช่ารถ

ถ้าเราขับรถเป็น หรือมีเพื่อนๆในกลุ่มที่เดินทางไปร่วมทริปหลายคน การเช่ารถก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งทีน่าสนใจ  เพราะบางพื้นที่ ระบบขนส่งสาธารณะก็ยังไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ หรืออาจต้องเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าการเช่ารถ หลายคนก็หนักเลยล่ะ แต่การเช่ารถเราสามารถสัมผัสกับทัวทัศน์อันหลากหลายได้อย่างใกล้ชิด โดยอาจเลือกจากรีวิวของคนที่เคยเช่ารถจากบริษัทนั้นไป โดยไม่ลืมทำความเข้าใจเกี่ยวกับเครื่องหมายการขับรถในประเทศนั้นๆ และเงื่อนไขประกันเดินทางที่บริษัทจะชดเชยให้หากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเพิ่มเติม

แต่หากประเทศหรือเมืองนั้น ๆ มีระบบขนส่งสาธารณะที่ค่อนข้างดี เราก็ไม่จำเป็นต้องเช่ารถขับ อาจมองหาตั๋วรถไฟหรือรถโดยสารที่มีส่วนลดพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยว หรือสำหรับเยาวชน หรือซื้อบัตรโดยสารแบบเหมา เพื่อใช้บริการกับขนส่งมลชนของท้องถิ่นนั้นๆ ตามกำหนดได้แบบไม่จำกัดเที่ยว บางแห่งยังสามารถใช้เป็นส่วนลดค่าเข้าชมของสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ได้อีกด้วย แต่ด้วยความที่สะดวกมาก ๆ ระบบการซื้อตั๋วที่เราไม่คุ้นเคยหรือเส้นทางที่มีมากมายหลายสายก็อาจทำให้สับสนได้เช่นกัน จึงควรวางแผนเส้นทางล่วงหน้าอย่างละเอียดเพื่อจะได้ไม่หลงทางให้เสียเวลา

ร่วมกิจกรรมฟรีต่างๆ

เทคนิคนี้ไม่พูดถึงไม่ได้ เกือบทุกเมืองใหญ่ๆ จะมีการจัดงานนิทรรศการ หรืองานเทศกาลที่เปิดให้เข้าร่วมกิจกรรมได้ฟรีมากมาย แต่เราก็ต้องใช้เวลาค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับเมืองที่จะไปด้วย รู้พวกช่วงเวลา ตลอดจนรายละเอียดในการจัดงานสักหน่อย  เช่น พิพิธภัณฑ์ในลอนดอน , ปารีส ฟรีทุกวันอาทิตย์แรกของเดือน ตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคมถึงมีนาคมเท่านั้น หรือหากเราต้องเดินทางด้วย Uber หรือ Grab ในเมืองนั้นๆ การเตรียมคูปองส่วนลดสำหรับค่าใช้จ่ายเป็นหนึ่งสิ่งที่จะช่วยประหยัดได้ไม่มากก็น้อย แนะนำ iPrice ซึ่งมีคูปองที่หลากหลายรูปแบบให้เลือกใช้  แค่เราควรเซฟคูปองเผื่อเอาไว้ใช้ระหว่างการเดินทาง

ในบางประเทศแถบเอเชีย ญี่ปุ่น, เกาหลี, ไต้หวัน ก็มีนโยบายเพื่อโปรโมตการท่องเที่ยวผ่านการทำ Tax Refund ให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้จ่ายในประเทศด้วย ดังนั้น การเก็บใบเสร็จและนำไปขอคืนภาษีที่สนามบินจะช่วยให้เราประหยัดได้อีก หรือ บริษัทบัตรเครดิตต่างปล่อยสิทธิพิเศษดีๆมากมายสำหรับลูกค้าผู้ใช้บัตร หรือ หากเห็นการเล่นเกม ประกวด ชิงรางวัล ก็ลองรวมแจมดูได้ อย่ารอช้า ท่องไว้ บินฟรี พักฟรี อาจรอเราอยู่

คำนวณเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนเงินมาดี

เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศนั้น มีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เราจึงต้องตรวจสอบดีๆ อย่างน้อย 2 อาทิตย์ จนถึงหนึ่งเดือน ก่อนจะออกเดินทางเพื่อให้สามารถแลกเงินได้ในเรตเงินที่ดีที่สุด นอกจากนั้น หากต้องเดินทางต่อกันหลายๆประเทศ ควรดูเพิ่มเติมว่าจะแลกเงินจากประเทศไหน หน่วยสกุลเงินอะไรก็เป็นเรื่องที่ควรทำด้วย เช่น เงินดอลลาร์สหรัฐฯ ถ้าไปแลกแถวออสเตรเลียหรือนิวซีแลนด์ จะได้เรตดีกว่าแลกในยุโรป เป็นต้น ที่สำคัญ การแลกเงินที่คุ้มค่าที่สุด ก็คือในช่วงค่าเงินไทยแข็งตัว โดยเราอาจหาแหล่งคาดการณ์ค่าเงินได้คร่าวๆ จากพวกแนวโน้มขึ้นลงของค่าเงินในเว็บไซต์ทางการเงินต่างๆ ที่มีให้เห็นอยู่ทั่วไป ส่วนการแลกเงินคืนหลังเดินทาง หากเรามีเงินเหลือหลังจากการเที่ยวในทริปถ้าสามารถรอให้ค่าเงินบาทไทยอ่อนตัว ก็จะได้กำไรส่วนต่างจากค่าเงินที่แลกด้วยเช่นกัน

ส่วนเรื่องการใช้บัตรเครดิตในต่างประเทศ อาจบวกเพิ่มเสมอในอัตรา 2.0 – 2.5% ของยอดใช้จ่าย แต่ก็มีประโยชน์ คือ เก็บคะแนนสะสม มีเวลาผ่อนชำระสินค้า สิทธิพิเศษในการใช้เลาจ์ของสนามบิน หรือใช้ในการซื้อของที่ผู้อื่นฝากซื้อ และซื้อของแพงแทนเงินสด  ปลอดภัยกว่าการพกเงินสดทีละมากๆ และไม่เสียค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงิน เราก็ต้องชั่งน้ำหนักดูว่าคุ้มค่าต่อการใช้ด้วยหรือไม่นั่นล่ะ

ทำให้ทุกการท่องเที่ยวของคุณเป็นมือโปร!!

เพราะเราต่างก็มีประเทศที่อยากลองไปเที่ยวด้วยกันทั้งนั้น การได้ออกเดินทางท่องเที่ยวถือเป็นโอกาสที่ดี ที่เราจะได้เปิดโลกกว้าง สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ในแบบที่ไม่เคยเจอ  มีเพื่อนร่วมทางที่ดี สามารถเที่ยวได้อย่างสบายใจ และอาจได้มิตรภาพกลับมาด้วย จากเทคนิค หาแอพลิเคชั่นด้านการท่องเที่ยวและเตรียมข้อมูลที่พักล่วงหน้า , มีส่วนลดหรือโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบิน , เลือการเดินทางสาธารณะหรือเช่ารถอย่างฉลาด , มีส่วนร่วมในกิจกรรมที่น่าสนใจ และ ศึกษาอัตราแลกเปลี่ยนเงินมาอย่างดี เพื่อที่เราจะได้เปลี่ยนจากบรรยากาศแบบเดิม ๆ ออกไปศึกษาวัฒนธรรมใหม่ ๆ และทำตามความฝัน แต่อย่างไรก็ตาม นอกจากจะคิดถึงเรื่องสนุกแล้ว เราก็ต้องห่วงความปลอดภัยของตัวเองด้วยเช่นกัน อยู่ที่ไหนก็ไม่อุ่นใจเหมือนบ้านเรา ไม่ว่าประเทศไหน ๆ ก็มีพวกมิจฉาชีพที่หวังจะเอาเปรียบนักท่องเที่ยวด้วยกันทั้งนั้น จึงควรมีสติและรอบคอบมากขึ้น เพื่อดูแลความปลอดภัยของตัวเองและผู้ร่วมทริปตลอดเวลา

อีกแง่นึงที่สำคัญที่สุด เป็นสุดยอดของทริป ก็คือ ร่างกายของเรา หากเราป่วย หรือไม่สบาย ก็จะทำให้การเดินไปเที่ยวต่างประเทศของเรา ไม่สนุกเอาได้ ฉะนั้น ระหว่างการเดินทางไปเที่ยวก็ควรดูแลรักษาสุขภาพให้ดีอยู่เสมอ. การติดตามข่าวสถานการณ์บ้านเมืองของประเทศปลายทางก็เป็นสิ่งที่ลืมไม่ได้ หลายครั้งที่บางประเทศเกิดความไม่สงบทางการเมือง พายุเข้า แผ่นดินไหว ก็ควรทำความเข้าใจและมองหาประกันการเดินทาง ติดไปเอาไว้ด้วย  เพราะหลายประเทศก็ถือเป็นข้อบังคับด้วยซ้ำ ถือว่าดีกับเรา เพราะเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเราจะได้มีคนดูแลค่าใช้จ่าย  เช่น ถูกยกเลิกเที่ยวบิน เจ็บป่วย เกิดอุบัติเหตุ จะได้ขอเคลมประกันเดินทางได้ ดังนั้น หวังว่า ทุกคนจะได้แนวคิดดีๆ ก่อนลงมือสานฝันเก็บเงินไปเที่ยวกันจากวิธีเที่ยวต่างประเทศแบบสบายกระเป๋าและโปรกว่าเดิมนั่นเอง