เป็นเรื่องปกติของการแก้ปัญหา ถ้าเรามีปัญหาอะไรสักอย่างแล้วต้องการแก้ปัญหานั้นเราก็ควรที่จะแก้มันที่ต้นเหตุ ซึ่งปัญหาในวันนี้ที่จะพูดถึงกันคือปัญหาของการกู้บ้านไม่ผ่าน ต้นเหตุของปัญหามาจากไหน และแก้ยังไง ผมจะมาบอกให้ในบทความนี้ บ้านเป็นสิ่งที่ทุกคนย่อมอยากจะมีเป็นของตัวเองอยู่แล้ว เรียกว่าเป็นความฝันของใครหลายๆคนเลยก็ว่าได้ ซึ่งนั้นมันเป็นเรื่องยากมากในยุคที่มีค่าครองชีพสูงแบบนี้การจะซื้อบ้านสักหลังเป็นเรื่องยาก เพราะด้วยค่าใช้จ่ายที่มีเยอะมาก ทำให้เรื่องของการกู้ซื้อบ้านส่วนใหญ่มีโอกาสไม่ผ่าน  ซึ่งถ้าเพื่อนๆสังเกตกันจะเห็นว่าในปีที่ผ่านมา ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้นดูจะซบเซาลง มีคนซื้อน้อยลง ซึ่งนั้นเป็นความจริงแค่ส่วนเดียว การที่คนเรานั้นซื้อบ้านกันน้อยลงไม่ใช่เพราะไม่อยากที่จะซื้อแต่ส่วนหนึ่งนั้น กู้ซื้อบ้านไม่ผ่านนั้นเอง ผมเข้าใจว่าการที่ใครสักคนหนึ่งนั้นจะซื้อบ้านสักหลังต้องมีการเตรียมตัวเป็นอย่างดี ซึ่งนั้นก็เป็นเรื่องที่ดีในการเตรียมตัวที่จะซื้อบ้าน แต่เมื่อมีการเตรียมตัวมาแล้วกับกู้ซื้อบ้านไม่ผ่าน ผมว่าคงจะมีคนสงสัยกันใช่ไหมล่ะครับ ว่านั้นเพราะอะไร ผมอยากให้เพื่อนๆไปดูด้วยกันเลยครับ ว่าต้นเหตุมันมาจากอะไร

ไม่มีเงินเก็บเลย

ต้นเหตุที่หนึ่ง ที่มักทำให้คนส่วนใหญ่ไม่สามารถกู้บ้านผ่านได้นั้น คือ การไม่มีเงินเก็บเลย เงินเก็บหรือเงินออมในบัญชีธนาคารนั้นเป็นปัจจัยแรกเลยที่ธนาคารจะทำการตรวจเช็คเวลาที่เราทำเรื่องขอสินเชื่อหรือกู้เงิน การที่คิดว่า ธนาคารนั้นเวลาที่มีการขอสินเชื่อทางธนาคารจะดูที่ฐานเงินเดือนเป็นหลักนั้น บอกเลยว่าคิดผิด ฐานเงินเดือนก็มีส่วนอยู่เหมือนกันในการขอกู้แต่มันไม่ใช่ทั้งหมดนะสิครับ

ถึงแม้เพื่อนๆจะมีฐานเงินเดือนอยู่ที่ เดือนละ 30,000 บาท ถึง 40,000 บาทก็ตาม แต่ถ้าในบัญชีเพื่อนๆไม่มีเงินเก็บเงินออมเลยสักก้อน เมื่อธนาคารทำการตรวจเช็คแล้ว มันจะทำให้ทางธนาคาร คิดได้ว่า เพื่อนๆนั้นอาจจะมีหนี้อยู่ก็เป็นได้ทำให้ไม่เหลือเงินเก็บในบัญชีเลย ถึงแม้ฐานเงินเดือนจะผ่านแต่ทางด้านธนาคารอาจจะไม่อนุมัติก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นวิธีแก้ไขก็ง่ายนิดเดียว คือให้เพื่อนๆตั้งเป้าหมายการออมไว้แต่เนิ่นๆก่อนจะทำการขอกู้บ้านให้ในบัญชีเพื่อนๆมีเงินเก็บสักก้อนก่อน แล้วการกู้บ้านของเพื่อนๆจะเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นครับ ลองนำไปใช้กันดู

ฐานเงินเดือนไม่เพียงพอ

ต้นเหตุที่สอง คือ เรื่องของฐานเงินเดือน ปัญหานี้ส่วนใหญ่มักเกิดกับ ฟรีแลนซ์ เพราะด้วยหน้าที่การงานของฟรีแลนซ์ ทำให้มีเงินเข้าออกในบัญชีที่ไม่สม่ำเสมอ หรือ เรียกว่ามีฐานเงินเดือนไม่มั่นคงนั้นเอง ซึ่ง ถ้าดูจากต้นเหตุแรกแล้วเพื่อนๆจะเห็นได้ว่า ฐานเงินเดือนนั้นก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทางธนาคารเอามาพิจารณาว่าจะให้กู้ผ่านหรือไม่ผ่านด้วย วิธีการแก้ไข ก็เป็นวิธีง่ายๆเลยคือให้เพื่อนๆพยายามทำให้มีเงินเข้าในธนาคารเป็นประจำจำนวนเท่าๆกันในทุกๆเดือน ทำให้ได้อย่างสม่ำเสมอก่อนจะขอกู้สักประมาณ 6 เดือนเป็นขั้นต่ำ ซึ่งถ้ากู้ผ่านทางธนาคารจะกำหนดเงินที่ต้องชำระเป็นรายงวดโดยการกำหนดจากฐานเงินเดือนที่เพื่อนๆเอาเข้าเป็นประจำทุกเดือนประมาณ 25 – 30% ของรายได้ต่อดือน

ถ้าเป็นพนักงานประจำเรื่องของฐานเงินเดือนก็เป็นเรื่องง่ายอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นปัญหานี้จะเป็นเรื่องยุ่งยากของ ฟรีแลนซ์มากกว่า แต่ถ้าเพื่อนๆเป็นพนักงานประจำอยู่ก็จริงแต่ฐานเงินเดือนก็ยังไม่พอนั้นก็มีวิธีแก้ไขอยู่เหมือนกัน ด้วยการขอกู้ร่วม ซึ่งนั้นเป็นการเพิ่มโอกาสทำให้กู้ผ่านได้ โดย ผู้ที่จะสามารถกู้ร่วมได้นั้น มีดังนี้ ผู้ที่มีนามสกุลเดียวกัน ถ้าเป็นพี่น้องก็ต้องมีพ่อแม่เดียวกัน ถ้าเป็นคู่รักสามีภรรยากรณีที่ยังไม่จดทะเบียนสมรสก็ต้องแสดงหลักฐานอย่างอื่น เช่น ลูก การ์ดแต่งงาน หรือ รูปแต่งงาน

มีหนี้สินติดตัว

การที่ทำให้ธนาคารคิดว่าเรามีหนี้สินแบบต้นเหตุแรกนั้นด้วยการไม่เหลือเงินเก็บก็ทำให้มีโอกาสกู้ไม่ผ่านแล้ว แต่นี้ทางธนาคารมีข้อมูลหลักฐานเลยว่าเรานั้นมีหนี้สินนั้น ยิ่งแล้วใหญ่ การที่มีหนี้สินนั้นทำให้การกู้ผ่านได้ยากมากหรือแทบไม่มีทางผ่านเลย อันนี้หมายถึง คนที่เคยมีประวัติด้วยนะครับ การที่เคยมีประวัติก็มีความเสี่ยงแบบเดียวกัน ยกตัวอย่างหนี้สินที่ธนาคารจะรู้แน่ๆและไม่ให้สินเชื่อกับเราแน่นอน คือ การเป็นหนี้บัตรเครดิตหลายตัว การที่เราจ่ายหนี้ไม่ตรงเวลา หรือหนักไปถึงขั้นไม่จ่ายหนี้เลย ซึ่งสิ่งพวกนี้จะทำให้ธนาคารไม่มีทางปล่อยกู้ให้อย่างแน่นอน 100% เลยผมรับประกัน ซึ่งวิธีแก้ต้นเหตุของปัญหานี้ คือ การใช้หนี้ให้หมด ยิ่งเร็วเท่าไรยิ่งดี เพื่อไม่ให้ตัวเพื่อนๆเองนั้นมีหนี้ติดตัว และถึงแม้เพื่อนๆจะเคยเป็นหนี้ทำให้มีประวัติแต่นั้นก็ยังพอมี โอกาสมากกว่า คนที่ยังมีหนี้สินอยู่นะครับ คำแนะนำตรงตัวเลย คือ รีบแก้หนี้ก่อน และหลังจากนั้นก็ลองทำตาม วิธีแก้ต้นเหตุที่ หนึ่ง และ สองต่อ เพราะถ้าหากเพื่อนๆมีหนี้สินอยู่ ไม่ว่าจะทำวิธีหนึ่ง วิธีที่สองดีขนาดไหน ก็ต้องบอกเลยโอกาสมันก็ยังน้อยอยู่ดี

เตรียมเอกสารไม่ครบ

การทำธุรกรรมอะไรแบบนี้ เรื่องของเอกสารก็เป็นเรื่องที่สำคัญและมองข้ามไปไม่ได้ เพราะมีคนที่กู้บ้านไม่ผ่านเพราะเอกสารไม่ครบก็มีมาแล้ว ซึ่งเอกสารที่เพื่อนๆจะต้องเตรียมมานั้นรายละเอียดผมบอกไม่ได้ เพราะแต่ละธนาคารในการขอยื่นกู้สินเชื่อก็จะมีวิธีและขั้นตอนที่แตกต่างกันออกไป เพราะฉะนั้นการที่เพื่อนๆจะสามารถเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนได้ เพื่อนๆควรจะถามจากพนักงานถึงรายละเอียดของการเตรียมเอกสาร เวลาจะขอกู้สินเชื่ออย่างไปอายที่จะถามนะครับในเรื่องแบบนี้ ไม่รู้ไม่ได้แปลว่าเพื่อนๆโง่นะครับ แต่ไม่รู้แล้วทำเป็นรู้นั้นแหละครับที่โง่กว่า แต่ในเรื่องของเอกสารพื้นฐาน ผมก็พอจะบอกได้อยู่ว่าเพื่อนจะต้องเตรียมอะไรบ้าง เอกสารพื้นฐานที่ทุกธนาคารจะต้องขอเวลาที่เพื่อนๆไปกู้สินเชื่อ นั้นก็ คือ สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สลิปเงินเดือนย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน รวมไปถึงหนังสือรับรองเงินเดือน ประมาณนี้ ส่วนที่เหลือเพื่อนๆต้องถามจากพนักงานเองแล้วล่ะครับ

ผู้กู้ร่วมไม่พร้อม

เพื่อนๆจำคำแนะนำที่ผมบอกว่าถ้าฐานเงินเดือนยังไม่พอให้เพิ่มโอกาสโดยการขอกู้ร่วมได้ไหมครับ แต่ถ้าหากขอกู้ร่วมแล้วผู้กู้ร่วมที่เราเลือกมาไม่มีความพร้อม นั้นก็จะทำให้เพื่อนๆกู้ไม่ผ่านเหมือนกันนะครับ  เพราะการขอกู้ร่วมนั้น เปรียบไดเหมือนกับเป็นดาบสองคมเลยล่ะครับ เป็นดาบสองคมยังไง ตอบ คือ การขอกู้ร่วมนั้นเป็นเรื่องจริงที่มันสามารถเพิ่มโอกาสให้กู้ผ่านได้ง่ายขึ้นและยังสามารถที่จะขอกู้ที่จำนวนเงินมากขึ้นอีกด้วย แต่มันก็มีข้อเสียอยู่ที่ว่า เกณฑ์การพิจารณาของทางธนาคารในการขอกู้ร่วมคือทางธนาคารจะพิจารณาทั้งสองคนโดยไม่ได้พิจารณาเพียงผู้กู้หลักเพียงคนเดียว ซึ่งถ้าผู้กู้ร่วมของเรามีคุณสมบัติไม่เพียงพอแล้วล่ะก็ เช่นมีรายได้ที่ไม่สม่ำเสมอ เคยเป็นหนี้ หรือเคยมีประวัติเสีย หรืออาจจะกำลังเป็นหนี้อยู่ นั้นก็จะทำให้การกู้ขอเราไม่ผ่านไปด้วยเหมือนกัน

จะแก้ปัญหาต้องแก้ที่ต้นเหตุ คำนี้นำมาใช้ได้กับทุกปัญหา

อย่างที่บอกไปแล้วในตอนแรกว่า การแก้ปัญหานั้นต้องแก้ที่ต้นเหตุ และวิธีการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุนั้นก็ใช้ได้กับทุกๆปัญหาไม่เพียงแต่ปัญหาการกู้บ้านเท่านั้น ซึ่งในบทความน้สิ่งที่ผมนำมาให้กับเพื่อนๆได้อ่านนั้นก็เป็นปัจจัยเกือยจะทั้งหมดของผู้ที่กู้บ้านแล้วมักจะเจอและทำให้ไม่ได้รับการอณุมัติจากทางธนาคาร ซึ่งในบางคนก็ยังไม่รู้หรือไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าทำตัวเขานั้นถึงกู้บ้านไม่ผ่าน หวังว่าพอได้อ่านบทความนี้แล้ว จะทำให้มีความรู้และสามารถนำไปปรับใช้และทำให้สามารถกู้บ้านผ่านกันด้วยนะครับ ขอให้มีบ้านตามความฝันเร็วกันนะครับ