คนที่เป็นหนี้ก็เปรียบเหมือนสุภาษิตไทยคำนี้ได้ที่ว่า วัวสันหลังหวะ คือคนที่มีแผลอยู่ที่ด้านหลังแค่สะกิดก็เจ็บแล้ว หรืออีกคำหนึ่งที่บอกว่า กระต่ายตื่นตูม คือ คนที่ขี้ตกใจหวาดระแวง นี้คือพฤติกรรมของคนที่เป็นหนี้ดังนั้นคนเหล่านี้จึงกลัวนู่นกลัวนี่ทั้งๆที่ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ จึงเป็นจุดอ่อนที่จะโดนหลอกเอาได้ง่ายๆ และบางครั้งก็ตกเป็นเหยื่อของการทวงหนี้ที่ผิดกฎหมายทำให้ปัญหาที่มีอยู่นั้นยิ่งแย่ลงเข้าไปอีก โลกทุกวันนี้ช่างหาความจริงใจได้ยากเหลือเกินแล้วการหลอกลวงนั้นก็ไม่ได้มาจากที่ไหนไกลบางครั้งก็มาจากเจ้าหน้าที่ที่ทำการทวงหนี้นั่นแหละ ซึ่งจะมาในรูปแบบจดหมายทวงหนี้ที่มีข้อความลักษณะข่มขู่ทำให้กระวนกระวายใจแล้วรีบไปจัดการโดยที่ไม่ได้ตั้งสติไว้ก่อนเพราะความกลัว และในบางจดหมายก็มีการเรียกเก็บดอกเบี้ยที่สูงมากเกินจริงจนทำให้หลายคนที่เจอแบบนี้โดยที่ยังไม่ได้ตรวจสอบมีความเครียดหนักมาขึ้นกว่าเดิมจนรู้สึกว่าไม่มีทางจะชำระหนี้ได้แน่นอนเป็นต้นเหตุให้คิดสั้นได้

แต่เดี๋ยวก่อนนะคะลูกหนี้ทั้งหลายอย่าตกเป็นเหยื่อเรื่องนี้ง่ายๆ เพราะเข้าใจว่าการเป็นหนี้ก็หนักหนามากอยู่แล้วยังจะโดนหลอกอีกคงแย่น่าดู ดังนั้นคุณควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าจดหมายทวงถามหนี้ที่คุณได้รับนั้นถูกต้องตามกฎหมายแล้วหรือไม่ แล้วจะสามารถดูจากอะไรได้บ้างบทความนี้จะมาช่วยให้คุณตรวจสอบค่ะ โดยตรวจสอบจากเรื่องต่อไปนี้ คือ ตรวจสอบจากสัญญาเงินกู้เป็นหลัก / ตรวจสอบจากอัตราดอกเบี้ย / ตรวจสอบจากข้อความข้อมูลในจดหมาย การตั้งสติและตรวจสอบก่อนช่วยป้องกันคุณไม่ให้ตกเป็นเหยื่อได้นะคะมาดูรายละเอียดกันค่ะ

ตรวจสอบจากสัญญาเงินกู้เป็นหลัก

ถ้าว่ากันตามกฎหมายก็จะมีดังนี้ คือ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 653 บัญญัติไว้ว่า ( การกู้ยืมเงินมากกว่าสองพันบาทขึ้นไปนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งและลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ ) จากการอ่านบัญญัติกฎหมายแล้วจะเห็นว่าการทำสัญญากันก่อนกู้เงินนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆถ้าไม่มีสัญญาก็ไม่สามารถจะมาฟ้องร้องได้ แล้วถ้ามีการทำสัญญาแล้วการจะฟ้องร้องก็ต้องยึดตามหลักสัญญาก่อนการกู้เงินเป็นหลักจะฟ้องร้องเอามากกว่านั้นไม่ได้ ดังนั้นเมื่อลูกหนี้ถูกฟ้องร้องให้ชำระหนี้โดยเฉพาะมาในรูปแบบจดหมายต้องตรวจสอบว่าตรงตามสัญญาการกู้เงินไหม? มีตรงไหนที่ผิดไปจากสัญญาไหม? เพื่อแน่ใจว่าว่าตัวคุณเองได้รับความยุติธรรมอย่ามัวแต่กลัวเมื่อถูกทวงถามหนี้จนไม่เป็นอันทำอะไร ไม่อย่างนั้นคุณจะถูกหลอกได้ง่ายๆหรือเสียเปรียบเสียผลประโยชน์นะคะลูกหนี้ทั้งหลาย

ตรวจสอบจากอัตราดอกเบี้ย

ในเรื่องของดอกเบี้ยในการชำระหนี้นั้นก็สำคัญมากค่ะที่คุณในฐานะลูกหนี้จะต้องตรวจสอบดูให้ดีดีเพื่อไม่เสียเปรียบ ถ้ามีการเรียกเก็บดอกเบี้ยมากเกินไปหรือผิดปกติก็สามารถฟ้องร้องกลับ หรือมีการต่อสู้คดีได้ อย่างเช่น มีการคิดดอกเบี้ยเกินกว่าร้อยละ 15 ต่อปี อย่างถือว่ามีความผิดแล้วค่ะ คุณสามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นหนี้เท่านี้ควรจะมีดอกเบี้ยเท่าไหร่? ซึ่งของแต่ละคนคงไม่เหมือนกัน อย่ายอมอะไรง่ายๆไม่อย่างนั้นคนที่เป็นหนี้เพียงเล็กน้อยอาจจะกลายเป็นหนี้ก้อนโตได้ถ้าคุณไม่ศึกษาหาความรู้เอาไว้ก่อนนะคะ เพราะพวกที่ถือไพ่เหนือกว่าจะสามารถมาเอาเปรียบคุณในเรื่องนี้ได้ง่ายเลยหล่ะ

จดหมายที่มีข้อมูลไม่ชัดเจนคลุมเครือ

จดหมายการทวงหนี้ที่ไม่ตรงกับสัญญาการกู้ยืมในตอนแรกนั้นถือว่าไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะเรื่องของระยะเวลาในการชำระหนี้เมื่อลูกหนี้ไม่สามารถชำระหนี้ได้และเกิดการค้างชำระต่อมาเจ้าหนี้มีการทวงถามหนี้แบบไม่เป็นธรรมอย่างเช่น ส่งจดหมายมาให้ชำระหนี้ 300,000 บาท ภายในเวลา 20 วัน แบบนี้ถือเป็นการกำหนดระยะเวลาโดยมิชอบหรือมาดูกันว่าแบบไหนถือว่าถูกแบบไหนถือว่าผิด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 203 ที่บอกว่า ( ถ้าเวลาอันพึงจะชำระหนี้นั้นมิได้กำหนดลงไว้หรืออนุมานจากพฤติการณ์ทั้งปวงก็ไม่ได้ไซร้ ท่านว่าเจ้าหนี้ย่อมจะเรียกให้ชำระหนี้ได้โดยพลัน และฝ่ายลูกหนี้ก็ย่อมจะชำระหนี้ของตนได้โดยพลันดุจกัน ) ถ้าในกรณีที่ทำสัญญาเงินกู้โดยไม่ได้ระบุเวลาการชำระหนี้ที่แน่นอนการที่เจ้าหนี้เรียกเก็บเงินจากลูกหนี้แบบกำหนดเองแบบนี้ถือว่าทำได้ แต่ถ้าในสัญญาการกู้ยืมมีการระบุเวลาการชำระหนี้ที่แน่นอนก็ต้องยึดตามนั้นจะมากำหนดเองไม่ได้ถือว่าผิดค่ะ และหากไม่มีการชำระหนี้ตามเวลาที่กำหนดไม่ว่าจะในสัญญาหรือไม่เจ้าหนี้ก็มีสิทธิ์ฟ้องร้องลูกหนี้ได้เพราะมีผิดการชำระหนี้ แต่ลูกหนี้จำไว้เลยว่ายังไงก็มีทางออกเสมออย่างพึ่งตกใจไปนะคะ เพราะยังมีกฎหมายที่มีรายละเอียดเพิ่มเติมมากกว่านี้เมื่อถึงขั้นตอนการฟ้องร้องกันในชั้นศาล หรือระหว่างการเจรจากันระหว่างเจ้าหนี้ และลูกหนี้ค่ะ แต่สุดท้ายไม่ว่าจะนำเรื่องนี้ไปขึ้นศาลจนถึงคดีแพ่งยังไงก็ตามแต่สุดท้ายศาลก็ต้องแนะนำให้มีการเจรจาประนอมหนี้กันอยู่ดีระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้เพราะกฎหมายไม่มีบังคับให้ขูดรีด หรือรีดไถ่เงินจากลูกหนี้มากเกินไปจนหมดโอกาสการทำมาหากิน และการดำรงชีพ หรือการดำเนินชีวิตค่ะ ส่วนใครที่เจอการขูดรีดจากหนี้นอกระบบก็สามารถฟ้องร้องได้เพื่อเอาผิดกับเจ้าหนี้นั้นๆที่ข่มขู่หรือถึงกับทำร้ายร่างกายค่ะ ใครเป็นหนี้นอกระบบก็สบายใจได้นะคะเพราะตอนนี้กฎหมายคุ้มครองแล้วค่ะ

จดหมายก็กลายเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพได้ถ้าไม่ระวัง

ในโลกที่อันตรายตอนนี้คุณเองต้องระวังตัวเอาไว้ให้มากๆเพราะเหล่ามิจฉาชีพนั้นแฝงตัวอยู่ในทุกๆที่ แม้แต่ทางจดหมายก็ตาม เพื่อความแน่ใจคุณต้องตรวจสอบกับบริษัทที่เป็นเจ้าหนี้โดยตรงอย่าพึ่งกระทำการใดใดทั้งสิ้น โดยเฉพาะการกระทำที่ไม่มีการปรึกษาก่อนเพราะจะทำให้คุณตกเป็นเหยื่อได้ง่ายๆ แล้วการเป็นหนี้จะยิ่งแย่เข้าไปอีก และถึงแม้จดหมายนั้นจะมาอย่างถูกต้องก็ต้องตรวจสอบข้อความข้างในว่าถูกต้องตากฎหมายหรือไม่ทั้งเรื่องของระยะเวลา และดอกเบี้ย ที่บังคับให้คุณต้องรับผิดชอบนั้น ถ้ามีเรื่องที่ไม่ถูกต้องคุณสามารถต่อสู้เพื่อความยุติธรรมได้นะคะ การที่คุณเป็นหนี้ไม่ได้หมายความว่าคุณเป็นคนทำผิดดังนั้นไม่ต้องกลัวมากเกินไป การเป็นหนี้เป็นเจรจาไกลเกลี่ยกันได้แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น แต่การหนีปัญหาต่างหากที่จะทำให้สถานการณ์นั้นมันแย่ลงไปไม่ว่าปัญหาอะไรก็ตามค่ะ ดังนั้นคุณอย่าปล่อยให้ความกลัวมันมาทำให้คุณไม่ระวังตัวจากเหล่ามิจฉาชีพที่คอยจ้องจะดูดเงินของคุณไปได้ อย่างที่บอกแม้แต่จดหมายที่ดูไม่มีพิษไม่มีภัยอะไรก็กลายเป็นเครื่องมือได้แล้วก็เป็นการหลอกที่แนบเนียนด้วยเพราะสามารถทำให้เหมือนจริงได้ง่ายมากกว่าเว็บไซต์หรือการหลอกลวงทางโทรศัพท์เสียอีก จึงควรระวังทุกฝีก้าวเมื่อทำธุรกรรมทางการเงินทางที่ดีก่อนเป็นหนี้ก็ควรคิดให้ดีดีค่ะ เพื่อจะได้ไม่ต้องเป็นหนี้เลยจะดีกว่าเยอะ