บอกก่อนนะครับ บัตรสะสมแต้มนั้นเป็นกลยุทธ์ทางการค้าชนิดหนึ่งของทางร้านค้าทั้งหลาย ที่มีจุดประสงค์เพื่อให้ลูกค้ามาใช้บริการกับทางร้านค้าให้บ่อยขึ้น ถ้าให้สังเกตง่ายๆเลยที่ทุกคนในทุกวันนี้ต้องเคยเห็นหรือเคยใช้คือบัตรสะสมแต้มของร้านน้ำชากาแฟทั่วไป ที่ส่วนใหญ่มีบัตรสะสมแต้มซื้อ 10 แก้ว ฟรี 1 แก้ว เพื่อนๆบางท่านอาจจะกินน้ำชากาแฟจากร้านค้าบ้างบางเวลาหรือสองสามวันครั้งนึงแต่เมื่อเพื่อนได้รับหรือมีบัตรสะสมแต้มแล้วพฤติกรรมของเพื่อนๆอาจจะเปลี่ยนไปเป็นจากสองสามวันกินทีอาจจะเป็นกินทุกวันเพื่อให้ครบ 10 แก้ว เพื่อที่จะได้รับฟรี 1 แก้ว นี้คือตัวอย่างที่สังเกตเห็นได้ทั่วไป แบบนี้บัตรสะสมแต้มจะช่วยให้ประหยัดเงินได้จริงหรือไม่ ถ้าสำหรับเพื่อนที่เป็นเหมือนตัวอย่างอาจจะบอกว่าไม่ได้ช่วยเพราะจากที่นานๆทีกินน้ำชากาแฟเปลี่ยนมากินทุกวันก็คงทำให้เสียเงินจากที่ไม่ต้องเสียเงิน แต่บัตรสะสมแต้มนั้นจะช่วยประหยัดเงินได้จริงๆสำหรับคนที่กินน้ำชากาแฟเป็นประจำอยู่แล้วทุกวันนั้นถือบัตรสะสมมีประโยชน์สำหรับคนพวกนี้ เพราะฉะนั้นการจะตอบคำถามของหัวข้อในวันนี้ ว่า บัตรสะสมแต้มช่วยให้คุณประหยัดเงินได้จริงหรือไม่ ต้องพิจารณาเป็นตัวบุคคล แน่นอนว่าบัตรสะสมแต้มนั้นมีหลากหลายประเภทนอกจากบัตรสะสมแต้มของร้านน้ำชากาแฟที่ยกตัวอย่างมา

เพราะฉะนั้นการที่จะรู้ได้ยังไงว่ามันจะช่วยให้ประหยัดเงินได้จริงหรือไม่นั้นก็คงจะต้องสำรวจจากการใช้งานบัตรสะสมแต้มของเพื่อนๆนั้นเอง โดยการพิจารณาจากหัวข้อย่อยที่ผมได้นำมาให้เพื่อนๆในวันนี้ คุณใช้บัตรสะสมแต้มบ่อยแค่ไหน?  ตรวจดูเงื่อนไขของบัตรสะสมแต้มให้ดี เปรียบเทียบบัตรสะสมแต้มต่างๆ เมื่อพิจารณาครบแล้วเพื่อนๆก็จะรู้ว่าบัตรสะสมนั้นมันสามารถที่จะช่วยเพื่อนๆที่จะประหยัดเงินได้จริงๆไหม

คุณใช้บัตรสะสมแต้มบ่อยแค่ไหน?

ให้เพื่อนสังเกตการใช้จ่ายของเพื่อนๆในชีวิตประจำวัน ถ้าคนที่ทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายก็จะรู้อยู่แล้วว่าในแต่ละเดือนใช้จ่ายไปกับอะไรบ้างและนั้นก็จะเป็นเรื่องง่ายที่จะสังเกตว่าการใช้จ่ายนั้นมีความจำเป็นหรือไม่จำเป็นและมีการใช้บัตรสะสมแต้มเข้ามาด้วยหรือไม่ และการใช้จ่ายนั้นจำเป็นจริงๆหรือใช้จ่ายทั้งๆที่มันไม่จำเป็นจริงๆแต่เพื่อสะสมแต้มเท่านั้น ให้เพื่อนๆลองสังเกตกันดูนะครับ เมื่อเรารู้แล้วว่าการใช้จ่ายของเรานั้นเป็นสิ่งจำเป็นจริงๆและได้พ่วงการใช้บัตรสะสมแต้มไปด้วยนั้นก็หมายความว่าบัตรสะสมแต้มสามารถที่จะช่วยเพื่อนๆประหยัดเงินได้จริงๆเพราะบัตรสะสมแต้มนั้นส่วนใหญ่ก็มีเพื่อลดราคา แลกของรางวัล หรือลดแลกแจกแถมนั้นเองนะครับ แต่ถ้าสังเกตดูแล้วการใช้จ่ายนั้นไม่ได้ใช้จ่ายสำหรับสิ่งที่จำเป็นกับเพื่อนๆจริงๆแต่เป็นการใช้จ่ายเพื่อที่จะได้สะสมแต้มเท่านั้นก็หมายความได้ว่าบัตรสะสมแต้มไม่ได้ช่วยเพื่อนๆในการประหยัดเงินจริงๆ ยังไงก็ให้เพื่อนๆสังเกตดูนะครับ โดยอาจจะเริ่มจากการทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายก่อนแล้วค่อยเช็ครายการไหนจำเป็นไม่จำเป็นแล้วก็ค่อยตามด้วยการดูว่ารายการนั้นๆมีบัตรสะสมแต้มเข้ามาเกี่ยวด้วยไหม นะครับ

ตรวจดูเงื่อนไขของบัตรสะสมแต้มให้ดี

บัตรสะสมแต้มของร้านอาหาร หรือ ร้านค้า นั้นบางทีก็มีข้อจำกัดเล็กๆน้อยๆที่เราอาจจะไม่ได้สังเกต จนทำให้เสียผลประโยชน์ในการใช้บัตรสะสมแต้มไป เช่น ระยะเวลาที่สะสมแต้ม ยกตัวอย่างสแตมป์ของเซเว่นนะครับ สแตมป์ของเซเว่นก็เป็นหนึ่งในบัตรสะสมนะครับคล้ายๆกันถ้าอยู่ในช่วงที่เป็นโปรโมชั่นสแตมป์เซเว่นที่ใช้แทนเงินสดได้ถือว่ามีประโยชน์เป็นอย่างมากสำหรับหลายๆคนเลยนะครับแต่ถ้าช่วงโมชั่นของสแตมป์ตัวนั้นหมดไปสแตมป์นั้นก็ไร้ค่าไปเลยนะครับ เพราะฉะนั้นระยะเวลาของการสะสมแต้มก็เป็นสิ่งที่จำเป็นและห้ามมองข้ามเด็ดขาดนะครับไม่งั้นจะเสียผลประโยชน์ในการสะสม ต่อมาคือ การจำกัดสาขาในการใช้บัตรสะสมแต้ม สำหรับบัตรสะสมแต้มของแบรนด์ที่มีหลายสาขา บางทีก็จะมีบัตรสะสมแต้มที่ใช้ได้เฉพาะบางสาขาเท่านั้น โผล่มาให้เห็นกันนะครับ ผมจะยกตัวอย่างนะครับ เช่น บัตรลดราคาของ KFC เราได้รับจาก KFC สาขาไหนก็จะต้องใช้กับสาขานั้นนะครับ หรือบางโปรโมชั่นของKFC ก็ไม่ได้มีทุกสาขานะครับ คล้ายกับบัตรสะสมแต้มที่จำกัดสาขาเหมือนกันนะครับเพราะฉะนั้นอยากให้สังเกตก่อนใช้หรือก่อนเริ่มสะสมแต้มด้วยนะครับว่าถ้าสะสมไปแล้วเราจะมีโอกาศได้ใช้รึป่าวถ้ามันจำกัดสาขา

ไม่งั้นเพื่อนๆที่ไม่ได้สังเกตข้อจำกัดเล็กๆน้อยๆพวกนี้หรือไม่ได้ตรวจสอบเงื่อนไขให้ดีก็จะเสียผลประโยชน์ไปนะครับ ทำให้บัตรสะสมแต้มไม่มีประโยชน์และไม่ได้ช่วยประหยัดเงินเพื่อนๆแม้แต่บาทเดียวอย่างแน่นอนเลยนะครับ

เปรียบเทียบบัตรสะสมแต้มต่างๆ

การเปรียบเทียบบัตรสะสมแต้มต่างๆทำให้เรารู้ว่าบัตรไหนคุ้มที่จะสะสมแต้ม เช่นบัตรสะสมแต้มของร้านชากาแฟ ทุกครั้งที่เพื่อนๆซื้อ 1 แก้วราคา 20 บาท จะเท่ากับ 1 แต้ม เมื่อครบ 10 แต้ม เพื่อนๆจะได้ชาหรือกาแฟฟรี 1 แก้วราคา 20 บาท บัตรสะสมแต้มมีอายุการใช้งาน หนึ่งเดือน เท่ากับว่า ในหนึ่งเดือนเพื่อนๆจะต้องทำการซื้อกาแฟหรือชา 10 แก้วเพื่อรับฟรี 1 แก้ว เป็นมูลค่า 200 บาท แล้วจะได้กาแฟฟรีหนึ่งแก้ว ในมูลค่า 20 บาท ตีเป็นเปอร์เซ็นเท่ากับ 10 % ของเงินที่เสียไป เอามาเทียบกับบัตรสะสมแต้มของปั้มน้ำมัน ทุกการเติม 1 ลิตร จะได้รับ 1 แต้ม เมื่อครบ 500 แต้มสามารถที่จะแลกเป็นเงินสดได้ 100 บาท สมมุติค่าน้ำมันที่เพื่อนๆเติม 30 บาท ต่อลิตร และในทุกเดือนเพื่อนจะต้องเติมน้ำมัน 3000 บาท เท่ากับใน 1 เดือนเพื่อนๆเติมน้ำมันไป 100 ลิตร ได้ 100 แต้ม ระยะเวลาของการสะสมแต้มของบัตรสะสมแต้ม คือ 3 ปี เท่ากับคุณจ่ายค่าน้ำมันไปทั้งหมด 3000x36=108,000  บาท เอา 108,000มาหารราคาน้ำมันต่อลิตร30บาท =3600 แต้ม แลกเป็นเงินได้ = 720 บาท คิดเป็นเปอร์เซ็น เท่ากับ 0.8% ถ้าสังเกตบัตรสะสมแต้มของปั้มน้ำมันจะคืนเป็นเปอร์เซ็นน้อยกว่า แต่ให้เพื่อนคิดว่าอะไรจำเป็นกับชีวิตเพื่อนมากกว่ากันระหว่าง้ำมันรถหรือชากาแฟ คิดว่าทุกคนต้องตอบว่าน้ำมันรถใช้ไหมครับ ถูกต้องนะครับน้ำมันนั้นสำคัญกว่า ชากาแฟกินก็ได้ไม่กินก็ได้ เพราะฉะนั้น การเปรียบเทียบบัตรสะสมแต้มต่างๆนั้นจะทำให้เรารู้ว่าอันไหนคุ้มมากกว่ากันที่จะสะสมแต้มที่จะช่วยใหเพื่อนๆประหยัดเงินไปได้

สรุป: บัตรสะสมแต้มมีติดตัวดีหรือไม่ดี

สำหรับเพื่อนๆที่ได้ทำการตรวจสอบและพิจารณาตามหัวข้อที่ผมนำมาให้อ่านในวันนี้ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วพบว่าบัตรสะสมแต้มนั้นช่วยประหยัดเงินของเพื่อนๆได้จริงๆมันก็ต้องเป็นเรื่องที่ดีที่จะมีบัตรสะสมติดตัวไว้อยู่แล้ว