ในแวดวงการเงินและการค้าในหลายประเทศชั้นนำ ต่างตบเท้ามาเข้าร่วม Ripple กันยกใหญ่ ไม่เว้นแม้แต่ในประเทศไทย. นวัตกรรมการเงินเพื่อความไร้พรมแดนนี้ จะตอบโจทย์ชีวิตเราและคู่ค้าทางธุรกิจได้อย่างไร ร่วมถึงเราจะเห็นอนาคตของเจ้า Ripple ในทิศทางไหนต่อ ให้เรามารู้จักไปพร้อมๆกันเลยในบทความว่า Ripple คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร และเข้ามามีบทบาทอย่างไรในวงการการเงินบ้านเราแล้วบ้าง เพื่อก้าวสู่โลกการเงินในอนาคตที่สดใส สะดวก และปลอดภัยมากกว่า แบบที่เราสัมผัสได้จริง

Ripple คืออะไร

นวัตกรรมที่สถาบันการเงินหลายแห่ง และธนาคารทั่วโลก ยอมรับในฐานะ Platform Blockchain ฮอตฮิตในขณะนี้ก็คือ Ripple. บางคนก็เคยคิดว่า Ripple เป็นชื่อของเหรียญสกุลเงินใด หรือชื่อของบริษัทใดมั๊ย... ความจริงแล้ว Ripple ได้มีการใช้ด้วยกันใน 2 ความหมาย คือทั้งเป็นชื่อเรียก เงินดิจิตอลเคอเรนซี่ มีอักษรย่อว่า XRP และยังเป็น Open Payment Network เพื่อการรับและส่งเงินในรูปแบบ ดิจิตอลเอ็กซ์เซส จากแนวคิดของ Blockchain เพื่อสินทรัพย์ทางอิเล็กทรอนิกส์แบบที่สะดวกกว่าเดิม

สำนักงานใหญ่ของ Ripple ตั้งอยู่ที่เมืองซานฟรานซิสโก และขยับไปเมืองใหญ่ทั่วโลกแล้วตั้งแต่ปี 2012 มีผู้ร่วมก่อตั้งทั้ง นักพัฒนาสกุลเงินคริปโต , วิศวกร , Senior Director จาก eBay , อดีตนักพัฒนาระบบการเข้ารหัสจาก NASA และนักเทคโนโลยีจากหลายสถาบัน

โดยเป้าหมายของ  Ripple มีเพื่อสร้างรูปแบบในการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ ให้มีมาตรฐานเดียวกันมากขึ้นในทั่วโลก เพื่อการประหยัดเวลา ลดในส่วนของต้นทุนและค่าใช้จ่าย ทำให้การโอนเงินเพื่อชำระแบบข้ามประเทศง่ายมากกว่าที่เคย และปรับตัวเข้ากันกับโลกแห่งเทคโนโลยีมากขึ้น โดยอาจมีการตั้งชื่อด้วยว่า Interledger. และความแตกต่างของ  Ripple ที่ไม่เหมือนกับ Blockchain แบบเดิมๆ ก็คือ ไม่สามารถขุด หรือสร้างเองได้ เป็นระบบเปิดที่แตกต่างจากระบบปิดของบิทคอยย์ และเรื่องการลงทะเบียน เพื่อเข้าถึง วง Consortium Blockchain ก่อนเพื่อเข้าสู่เครื่อข่าย นั่นเอง

ประโยชน์ของ Ripple

ในยุคของเรานี้ Ripple มีประโยชน์มากแน่ๆ ในเรื่องการใช้ชีวิต จากเดิมๆ ที่กว่าเราจะติดต่อซื้อขายกันกับต่างประเทศ ก็อาจมีปัญหาบ่อยครั้ง ในเรื่องความล่าช้าในการโอนเงินข้ามประเทศ ความไม่โปร่งใสหรือเช็คยอดไม่ได้ Ripple จึงได้ก้าวเข้ามาเพื่อแก้ปัญหาในส่วนนี้ด้วย. Ripple ถือว่ามีค่าธรรมเนียมการโอนที่ค่อนข้างถูกว่า โอนในทรัพย์สินได้หลากหลายแม้แต่ทองคำ มีการเข้ารหัสที่ปลอดภัยและรวดเร็ว แบบไม่ต้องผ่านตัวกลางใดๆ อย่างคอมพิวเตอร์ หรือการยืนยันธุรกรรมแบบสกุลเงินดิจิตอลอื่นๆ ทั้งยังมีสถาบันการเงิน ธนาคาร และบริษัทชั้นนำ เข้าร่วม Ripple Network แล้วมากมายด้วย

เมื่อมี Ripple ก็เหมือนมีรูปแบบตัวกลางในการจ่ายเงินและแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ให้เราเลือกมากขึ้น ช่วยทั้งลดต้นทุน ลดเวลาในการรับ-ส่งเงิน ก็ยังทำให้ SWIFT ที่เคยผูกขาดระบบจ่ายเงินนี้ ต้องมีหนาวๆ ร้อนๆ กันแน่ ยิ่งอนาคต  Ripple ยังจะผลักดันในเรื่องมาตรฐาน ร่วมกับ W3C ถ้าเอาเข้าจริง Web Payment Standards นี้ อาจจะฝั่งช่องทางการชำระเงินมาตั้งแต่ JavaScript และ Web Browser กันเลยทีเดียว

การใช้งาน Ripple ในประเทศไทย

ปัจุบัน มีธนาคารในประเทศไทยหลายแห่งแล้ว ที่ได้เข้ามาร่วมกัน การใช้งาน Ripple อย่างเช่น ธนาคารกรุงศรีอยุธยา  ได้มีการเริ่มใช้ Ripple Net กับบริษัทปิโตรเคมีขนาดใหญ่ๆ ที่ต้องมีการโอนเงินระหว่างประเทศแล้ว จึงเพิ่มความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจกับคู่ค้าได้มากกว่า ตรวจสอบได้ และเสร็จสิ้นภายในเวลาไม่กี่วินาที. หรือแม้แต่ทางฝากฝั่งของธนาคารไทยพาณิชย์หรือ SCB และธนาคาร ซีไอเอ็มบี ก็ได้เริ่มมีการส่งชื่อเข้าร่วมทุนใน Ripple เพื่อนวัตกรรมการเปลี่ยนแปลงการเงินโลกไปแล้วด้วย

Ripple นวัตกรรมเพื่อการชำระข้ามพรมแดนที่เราวางใจได้

เราจึงเห็นแล้วว่า นวัตกรรมการเงิน Ripple นี้ เกิดมาเพื่อการทำให้ธุรกิจทั้งภายใน และภายนอกประเทศของเรา ทำได้ง่ายดายและไม่ติดขัด โดยเราสามารถนำมาเป็นตัวช่วยสำคัญได้เลย เมื่อมีธุรกิจที่ต้องชำระเงินแบบข้ามพรมแดน. ทำให้เรามีเครือข่ายการเงินที่สะดวกมากกว่า เป็นระบบ Payment ที่ธนาคารในประเทศไทยต่างยอมรับ และดูทีท่าว่าจะมีการต่อยอดไปอีกในอนาคต ถือว่าช่วยให้ การซื้อขายแลกเปลี่ยนที่เราจะทำในวันข้างหน้า อาจจะลืมเรื่องการพกเงินสดเพื่อชำระกันอย่างเติมตัวก็อาจเป็นไปได้ เราจึงคงต้องจับตาดูกันต่อไป ว่า Ripple เอง จะสามารถขับเคลื่อนแบบที่ตั้งใจไว้ และสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ถึงจุดไหนนั่นเอง