มีหลายคนนะคะที่บริหารจัดการการเงินของตัวเองได้เป็นอย่างดี และสุขภาพทางการเงินที่ดีในระดับหนึ่ง แม้ว่าคนคนนั้นอาจจะมีหนี้สินจากการขอสินเชื่อเพื่อซื้อรถยนต์ การขอสินเชื่อเพื่อซื้อบ้าน หรือหนี้บัตรเครดิต แต่คนที่สามารถบริหารจัดการเรื่องเงินได้เป็นอย่างดีถึงแม้จะมีหนี้สินเหล่านี้แต่ก็ยังมีสภาพคล่องทางการเงินอยู่ คือ เขายังมีเงินสดหมุนเวียนเพียงพอต่อการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันอยู่นั่นเอง แต่ถึงแม้จะมีสภาพคล่องทางการเงินก็คงไม่มีใครอยากเป็นหนี้หรอกจริงมั้ย? คำตอบคือจริงที่สุด บางคนเป็นหนี้เพราะไม่วางแผนทางการเงิน ส่วนบางคนเป็นหนี้เพราะความจำเป็น ส่วนบางคนก็ยอมเป็นหนี้เพื่อจะลงทุนหรือซื้อของใหญ่ เช่น ซื้อที่ดิน ซื้อบ้าน ซื้อรถยนต์ แม้คนนั้นจะมีสถานะทางการเงินที่ดีก็มีน้อยคนนักที่จะซื้อของใหญ่เหล่านี้ด้วยเงินสดแต่เลือกจะซื้อด้วยเงินผ่อนกันมากกว่า ดังนั้นนี้จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้คนที่มีสถานะทางการเงินที่ดีแต่ก็ยังมีหนี้สินได้ค่ะ

การไม่มีหนี้สินหรือสิ่งที่ดีที่สุดทางด้านการบริหารจัดการเรื่องเงิน ถึงแม้ว่าคุณจะมีสถานะทางการเงินที่ดี มีสภาพคล่องทางการเงินอยู่แล้วถึงจะเป็นหนี้ แต่การปลอดหนี้ก็ดีกว่า บทความนี้จะบอกว่าแม้มีสภาพคล่องทางการเงินแต่ก็สามารถเริ่มต้นปิดหนี้เพื่อปลอดหนี้ได้เหมือนกัน ไม่ใช่เพียงแค่คนที่มีปัญหาทางการเงินรุมเร้าเท่านั้นถึงจะต้องพยายามปิดหนี้ค่ะ

หยุดก่อหนี้

บทความนี้เราจะมาพูดถึงคนที่มีหนี้เพราะความจำเป็น หรือเป็นหนี้เพราะซื้อของใหญ่ และมีบัตรเครดิต แต่ยังมีสภาพคล่องทางการเงินอยู่  เช่น เมื่อครบกำหนดชำระหนี้ต่างๆรายเดือนแล้วคุณยังมีเงินเหลือใช้เพียงพอนี่คือคนที่ยังมีสภาพคล่องทางการเงินแม้เป็นหนี้ แต่ถึงแม้คุณอยู่ในสถานะแบบนี้ก็ยังประมาทถ้าคุณไม่คิดถึงการปิดหรือปลดหนี้เร็วสักวันหนึ่งคุณอาจจะขาดสภาพคล่องทางการเงินได้ เมื่อไหร่ที่ควรคิดจะปิดหนี้ได้แล้ว? เมื่อคุณเริ่มชำระหนี้แบบขั้นต่ำมากกว่าหนึ่งครั้ง การชำระหนี้แบบขั้นต่ำเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าคุณมีโอกาสจะขาดสภาพคล่องทางการเงินได้ในอนาคตถ้าคุณไม่รีบปิดหนี้ หรือยังไม่หยุดสร้างหนี้ ตอนนี้คุณมีสภาพคล่องทางการเงินแม้ชำระหนี้ขั้นต่ำซึ่งจะทำให้คุณประมาทยังสร้างหนี้เพิ่ม บางคนมีบัตรเครดิตเพิ่มขึ้น หรือมองหาสินเชื่อและเงินกู้เพื่อจะกู้เพิ่มทั้งๆที่ไม่จำเป็น ดังนั้นเหตุผลที่คุณต้องเริ่มคิดถึงการปิดหนี้ก็คือการเริ่มชำระหนี้ขั้นต่ำ เมื่อเริ่มชำระหนี้ขั้นต่ำสิ่งแรกที่จะต้องทำคือหยุดก่อหนี้เพิ่ม แล้วเริ่มวางแผนการปิดหนี้ จะวางแผนการปิดหนี้อย่างไร? เริ่มตรงไหน? มาดูกันค่ะ

สรุปรายการหนี้

เพื่อที่คุณจะปิดหนี้ได้หมดครบถ้วน อันดับแรกคุณต้องรู้ก่อนว่าคุณเป็นหนี้อะไรบ้าง? และเป็นหนี้เท่าไหร่? เอารายการหนี้สินทั้งหมดมาสรุปและรวบรวมตามความเป็นจริง ขอเน้นย้ำว่าตามความเป็นจริงนะคะ เพื่อจะวางแผนปิดหนี้ได้อย่างประสบผลสำเร็จ เมื่อมีการรวบรวมหนี้สินแล้วก็ต้องวิเคราะห์ความเป็นไปได้จริงว่าหนี้สินตัวไหนที่สามารถปิดได้เร็วที่สุดก็ให้เริ่มจากหนี้สินตัวนั้น แล้วเริ่มลงมือทำทันที การสรุปรายการหนี้สินเป็นขั้นตอนแรกที่ควรทำเพื่อจะวางแผนปิดหนี้ได้ค่ะ

หาเงินก้อนมาปิดหนี้

วิธีต่อมาเมื่อมีการสรุปรายการหนี้แล้วก็เลือกหนี้สินที่ดูเหมือนเป็นภาระหนัก หรือจะเป็นหนี้สะสมได้ง่ายแล้วเริ่มปิดหนี้ตัวนั้นก่อน อย่างเช่น หนี้บัตรเครดิต หนี้บัตรเครดิตจริงๆแล้วไม่หน้ากลัวแต่จะหน้ากลัวเมื่อคุณเริ่มชำระบัตรเครดิตขั้นต่ำ การทำอย่างนี้จะทำให้หนี้บัตรเครดิตนั้นเป็นหนี้ที่สะสมปลดหนี้ได้ยากแล้วคุณอาจจะเข้าสู่วงจรเปิดบัตรใหม่มาโปะหนี้บัตรเก่าแล้วจะวนเวียนอยู่แบบนี้ไม่จบสิ้น แต่ทางเลือกที่ดีกว่าคือ การหาเงินก้อนมาปิดหนี้บัตรเครดิตให้เหลือบัตรเครดิตที่คุณจำเป็นต้องใช้จริงก็พอ จะหาเงินก้อนจากที่ไหน บางครั้งการจะปิดหนี้ก็ต้องลงทุนและยอมแลก คุณสามารถหาเงินก้อนมาปิดหนี้บัตรเครดิตหลายๆใบในทีเดียวได้จากสินเชื่อส่วนบุคคล หรือการขายทรัพย์สินบางอย่าง แต่มันจะคุ้มค่ากับสถานะทางการเงินของคุณในตอนนี้และอนาคตอย่างแน่นอนค่ะ ลองคิดดูว่าถ้าคุณขอสินเชื่อส่วนบุคคลมากปิดหนี้บัตรเครดิตหลายๆใบผลที่ได้คุณจะเหลือหนี้สินน้อยลงแทนที่จะต้องผ่อนชำระบัตรเครดิตหลายๆใบก็มาผ่อนชำระสินเชื่อส่วนบุคคลแค่ตัวเดียว หรือถ้าคุณขายทรัพย์สินเพื่อปิดหนี้คุณก็หมดภาระหนี้สินไปเบาตัวคราวนี้ถ้าคุณจะก้าวหน้ามากขึ้นทางด้านการเงินและสร้างทรัพย์สินขึ้นมาใหม่ก็ทำได้เมื่อไหรก็ได้ ดังนั้นคุณต้องยอมแลกเพื่อให้ได้มาซึ่งความมั่นคงทางการเงินในอนาคตค่ะ การที่คุณเป็นหนี้แล้วยังมีสภาพคล่องทางการเงินทำให้คุณยังมีทางเลือกมากมายเมื่อต้องการปิดหนี้จึงต้องรีบคว้าเอาไว้ เพราะถ้าวันหนึ่งคุณขาดสภาพคล่องทางการเงินขึ้นมาทางเลือกในการปิดหนี้จะเหลือน้อยลงไปอีกค่ะ

รีไฟแนนซ์

เมื่อกี้พูดถึงการพยายามจะปิดหนี้บัตรเครดิต คราวนี้เป็นวิธีการปิดหนี้อื่นๆ เช่น หนี้รถยนต์ หนี้บ้าน ด้วยวิธีการรีไฟแนนซ์ การรีไฟแนนซ์อาจจะทำให้ระยะเวลาการชำระหนี้นั้นนานขึ้นก็เป็นไปได้ แต่จำนวนการชำระหนี้นั้นจะน้อยลงซึ่งเป็นประโยน์ เป็นประโยชน์อย่างไร? ในช่วงที่คุณผ่อนชำระหนี้ในจำนวนที่น้อยลงคุณมีโอกาสวางแผนการออมเงินเพิ่มมากขึ้น เมื่อเงินออมเพิ่มมากขึ้นการจะใช้เงินออมปิดนี้ก็มาถึงเร็วมากขึ้น ดังนั้นระยะเวลาการผ่อนชะรำที่นานขึ้นจากการรีไฟแนนซ์จึงไม่สำคัญ เพราะทุกๆหนี้สินมีเวลากำหนดที่คุณจะสามารถปลดหนี้ หรือปิดหนี้ได้ก่อนครบระยะการผ่อนชำระทั้งหมดค่ะ  การรีไฟแนนซ์บ้าง หรือรถยนต์จึงเป็นทางเลือกที่ดีในการพยายามจะปิดหนี้ค่ะ

แม้จะมีเงินเหลือหลังจากชำระหนี้แต่การปลอดหนี้คือสภาพคล่องทางการเงินอย่างแท้จริง

ก่อนหน้านี้คุณคงเข้าใจผิดคิดว่ายังมีสภาพคล่องทางการเงินทั้งที่จ่ายหนี้ได้ในแต่ละเดือนแล้วก็จ่ายหนี้แบบนี้ไปเรื่อยๆได้ แต่การทำแบบนั้นเป็นการประมาทเกินไป เพราะถ้าการจ่ายหนี้ได้ในแต่ละเดือนของคุณหมายถึงการชำระหนี้ขั้นต่ำเป็นบางครั้ง หรือบ่อยๆ นั้นคือสัญญาณเตือนว่าสภาพคล่องทางการเงินที่คุณมีนั้นไม่มั่นคงแล้วหล่ะค่ะ ถึงแม้ว่าคุณจะชำระหนี้ได้ในแต่ละเดือนแบบไม่ชำระขั้นต่ำแล้วยังมีสภาพคล่องทางการเงินอยู่ก็ควรคิดถึงการปิดหนี้ด้วย เพราะสุขภาพที่ดีทางการเงินที่แท้จริง หรือสภาพคล่องทางการเงินที่แท้จริง หมายถึง การไม่เป็นหนี้นั่นเองค่ะ คุณจึงควรลงมือทำอย่างจริงจังเพื่อปลดหนี้ และมีสถานะปลอดหนี้ให้ได้ตั้งแต่ตอนที่ยังมีสภาพคล่องอยู่เพราะมีทางเลือกให้มากกว่า อย่ารอจนขาดสภาพคล่องนะคะอาจจะสายเกินไป