งานแต่งงานนั้นคือการเริ่มต้นที่จะมีชีวิตคู่อยู่ร่วมกันในงานแต่งงานนั้นก็จะต้องมีการวางแผนการเงินและงบประมาณต่างๆ ซึ่งบางครั้งแล้วอาจเป็นเรื่องใหญ่และเรื่องลำบากใจด้วยในบางครั้งสำหรับคู่สมรส แต่งงานแต่งงานนั้นก็เป็นเรื่องสำคัญมากที่จะต้องจัดขึ้นเพราะ จะทำให้เกิดความน่านับถือและความมั่นคงในชีวิตสมรสหรือครอบครัวของคุณ งานแต่งงานก็เป็นเรื่องสำคัญแต่คู่บ่าวสาวควรคำนึงถึงค่าใช้จ่ายต่างๆด้วยที่จำเป็นหรือไม่จำเป็นเพราะงานแต่งงานนั้น ก็เป็นเพียงแค่วันเดียว ดังนั้น เราต้องคิดให้ดีว่าเราอยากจะจัดงานแบบไหนที่อยู่ในงบประมาณของเราได้ ก่อนอื่นให้เรามาดูว่างานแต่งที่เราอยากจะแต่งนั้นมีกี่ประเภท งานแต่งนั้นจะมีอยู่ 3 ประเภทนั่นเองค่ะให้เรารู้ด้วยการดังต่อไปนี้

ประเภทที่ 1 คือจัดงานแต่งแบบขนาดเล็กและเรียบง่าย

ซึ่งแขกที่เข้าร่วมนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 10 คนถึง 50 คนซึ่งเราก็จะเชิญคนสำคัญ เช่น คนในครอบครัวของเรา ญาติญาติ และเพื่อนสนิท เท่านั้น งานแต่งที่จัดแบบขนาดเล็กนี้ก็จะเหมาะกับคู่สมรสที่ไม่อยากให้ค่าใช้จ่ายนั้นมากเกินไปนั่นเองค่ะ

ประเภทที่ 2 คือจัดงานแต่งแบบขนาดกลาง

ส่วนใหญ่แล้วเราก็จะเห็นตัวอย่างจากหลายๆคนซึ่งจัดงานแต่งแบบนี้และปกติก็จะมีแขกอยู่ที่ประมาณ 50 ถึง 150 คนซึ่งก็ไม่มากเกินไปและอยู่ในความพอดี สำหรับคู่สมรสที่มีงบประมาณนี้ค่ะ และเราสามารถเชิญแขกได้ตามความเหมาะสม แต่การจัดงานแบบนี้ก็จะมีค่าใช้จ่ายมากขึ้นกว่าเดิม แต่ถ้าใครชอบประมาณนี้ก็สามารถจัดงานแต่งแบบขนาดกลางได้ค่ะ

ประเภทที่ 3 คือ จัดงานแต่งแบบขนาดใหญ่โต

ปกติแล้วก็จะมีประมาณ 200 คน หรือมากกว่านั้น ส่วนใหญ่แล้วคู่บ่าวสาวที่จัดงานใหญ่โตนั้นจะเป็นคนมีฐานะและทางบ้านก็สนับสนุน ค่าใช้จ่ายนั้น ทางญาติหรือครอบครัวก็ช่วย ค่าใช้จ่ายนั้นถ้าพูดถึงก็สูงมากทีเดียว ถ้าหากว่าเรามีงบประมาณพอเราก็สามารถจัดงานแบบนี้ที่เราต้องการได้ค่ะ

มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?

เมื่อพูดถึงค่าใช้จ่ายแล้วทั้งสองคน ก็จะต้องมานั่งคิดแล้วว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างที่จะต้องเตรียม ซึ่งเป็นไปไม่ได้แน่นอนถ้าหากไม่มีการเตรียมล่วงหน้า งานแต่งงานนั้นก็จะออกมาไม่สมบูรณ์ซึ่งถ้าเราอยากจะให้งานแต่งออกมาแบบสมบูรณ์ก็จะต้องมีการเตรียมตัวอย่างดี ดังนั้น ให้เรามาดูว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างที่เราจะต้องเตรียมและ เราจะทำอย่างไรเพื่อที่จะไม่ให้เกินงบที่เราตั้งไว้นั่นเอง

ชุดแต่งงาน แต่งหน้า ทำผม

สิ่งที่สำคัญที่สุดในงานนั้นก็คือความรักของคู่บ่าวสาวที่มีให้กันและกัน และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือเรื่องก็คือเจ้าสาวและเจ้าบ่าวจะต้องมีความสง่างามเป็นพิเศษในงานแต่งงาน ซึ่งอย่างที่เราได้ทราบกันว่ามีอยู่ 3 ประเภท ดังนั้นให้เรามาดูกันค่ะว่า การซื้อชุดแต่งงานแต่ละประเภทนั้นเป็นอย่างไร ดังต่อไปนี้ค่ะ

ประเภทที่ 1 คือ จัดงานแต่งแบบขนาดเล็ก

ซึ่งถ้าหากเราจัดงานแต่งแบบขนาดเล็กเราคงไม่ซีเรียสกับชุดมากนักซึ่งเราสามารถที่จะเช่าชุดงานแต่งงานที่ราคาไม่แพงและเรียบง่ายดูดีได้ เพราะว่า เจ้าบ่าวเจ้าสาวนั้นก็จะใส่เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น สำหรับผู้หญิงก็อาจจะเช่า แต่ถ้าสำหรับผู้ชายถ้าหากว่าเลือกชุดที่สามารถ ใส่ได้ทั้งในงานแต่งงานและใส่ได้ในงานอื่นๆด้วยก็สามารถซื้อได้สักชุดนึงแล้วแต่เราเลือกค่ะ

เรื่องการแต่งหน้า เป็นเรื่องดีถ้าหากว่าเจ้าสาวมีฝีมือในการแต่งหน้า ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องจ้างช่างแต่งหน้าก็ได้เพราะจริงๆแล้วการแต่งหน้าเจ้าสาวนั้น ก็ไม่ได้ลงหนักเกินไปจะอยู่ในความหวานๆซึ่งปกติแล้วผู้หญิงก็จะแต่ลุคนี้เป็นกัน และเราก็ได้ใช้เครื่องสำอางของเราด้วยก็จะไม่เป็นการสิ้นเปลืองอย่างหนึ่งค่ะ แต่ถ้าหากเราอยากให้ลูกของเราดูสมบูรณ์ ก็สามารถที่จะจ้างช่างแต่งหน้าก็ได้ ที่ไม่แพงเกินไปค่ะ

ประเภทที่ 2 คือจัดงานแบบขนาดกลาง

ซึ่งสามารถเช่าชุดได้ที่ดูดีมากกว่าหรือถ้าอยากแตกต่างก็อาจจะ ตัดชุดก็ได้ และค่าใช้จ่ายก็จะเพิ่มขึ้นมา ตั้งแต่หลักพันไปถึงหลักหมื่นค่ะ นี่ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกชุดแบบไหน แต่ถ้าให้ดีกว่าเราก็น่าจะเลือกแบบที่เข้ากับชุดเจ้าบ่าวด้วยให้อยู่ในความพอดี และชุดเจ้าบ่าวนั้นก็จะราคาไม่ค่อยแพงมากกว่าชุดเจ้าสาวเพราะว่าชุดของเจ้าสาวนั้นจะมีรายละเอียดมากกว่าแน่นอนว่าค่าใช้จ่ายก็จะแพงกว่าอยู่แล้วค่ะ

ประเภทที่ 3 คือจัดงานแต่งแบบขนาดใหญ่โต

แน่นอนว่าชุดของเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะต้องอลังการและสวยงามมากๆ ซึ่งก็จะเพิ่มความหรูหราและความพิถีพิถันอีกระดับเลยค่ะ และสามารถที่จะ หาดีไซเนอร์ ที่ตัดชุด นี่ก็ขึ้นอยู่กับว่าเรามีงบประมาณเท่าไหร่ และแน่นอนอยู่แล้วเขาว่าค่าใช้จ่ายนั้นก็จะเริ่มต้นหลักหมื่นถึงหลักแสนเลยค่ะ แล้วถ้าเป็นชุดของเจ้าบ่าวก็สามารถสั่งตัดพิเศษได้ราคานั้น ก็จะอยู่ที่ประมาณหลักหมื่นค่ะ

ถ่ายรูป Pre-Wedding

การถ่ายรูปนั้นก็เป็นส่วนสำคัญมากที่จะประกอบในงานแต่งงานซึ่งทำให้ดูโรแมนติกและ ทำให้แขกรู้สึกว่าคู่บ่าวสาวนั้นรักกันมากและเป็นงานที่ดูน่ารักมากๆเลยค่ะ เรื่องรูปถ่าย Pre Wedding นั้น ก็จะขึ้นอยู่กับขนาดงานแต่ง ดังนั้น ให้เราดูกันว่าแต่ละประเภทการถ่ายรูปพรีเวดดิ้งนั้นเป็นอย่างไร

ประเภทที่ 1 คือจัดงานแต่ง แบบขนาดเล็ก

เราสามารถเลือกแบบประหยัดประหยัดได้โดยการที่เราเลือกสถานที่ที่ให้ถ่ายรูปได้ฟรีและสวยงาม ซึ่งค่าจ้างการถ่ายรูปนั้นก็จะเริ่มที่ 2,000 บาท แต่ถ้าเป็นเรื่องการดูแลเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมเจ้าบ่าวเจ้าสาวก็ต้องจัดการกันเองนะคะ ซึ่งถ้าเราอยากจัดงานแบบประหยัดนั้นเราก็จะไม่คิดอะไรมาก ในเรื่องชุดเราก็สามารถเลือกชุดที่ธรรมดาธรรมดาแต่ดูน่ารักหรืออาจจะเป็นเสื้อคู่ก็ได้ และเราก็สามารถแต่งหน้าทำผมเองก็จะทำให้ประหยัดมากค่ะ และอีกอย่างหนึ่งก็คือถ้าหากว่า ทั้งสองคนเพื่อนๆที่ เป็นช่างถ่ายรูปอยู่แล้วก็จะให้พวกเขามาช่วยกัน จะแต่งและช่วยเลือกสถานที่สวยงามให้เราได้ นั่นเองค่ะ

ประเภทที่ 2 คือ จัดงานแต่งแบบขนาดกลาง

เจ้าบ่าวเจ้าสาวนั้นก็สามารถที่จะเลือก ก็จะมีหลากหลายรูปแบบที่ให้เราเลือกซึ่งดูเป็นทางการมากขึ้นด้วยค่ะและราคานี้ก็จะเริ่มต้นตั้งแต่หลักพันไปถึงหลักหมื่น นี่ก็เป็นทางเลือกที่ดีเหมือนกันที่จะเลือกรูปให้เป็นทางการมากขึ้นในงานแต่งงานก็จะออกมาดูดีว่าเป็นคู่รักที่น่ารักมากค่ะ สามารถเลือกแพคเกจที่มีทั้งรูปและวีดีโอด้วย ฉันจะทำให้คุ้มค่าและออกมาสวยงามซึ่ง และเราสามารถเก็บไว้ดูทีหลังได้ด้วยค่ะ

ประเภทที่ 3 คือจัดงานแต่งขนาดใหญ่โต

ซึ่งก็จะดูเป็นทางการมากและทำให้งานออกมาดูดี แน่นอนว่าถ้าพูดถึงค่าใช้จ่ายนั้นก็สูงเลยทีเดียวเพราะว่าจะต้องทุ่มเทให้กับการถ่ายรูป ตามความพอใจของเราค่ะ อาจจะจ้างช่างภาพที่ดีและมีฝีมือที่มาถ่ายรูป ซึ่งค่าใช้จ่ายนั้นก็จะอยู่ที่ประมาณหลักหมื่นถึงหลักแสนเลยค่ะ

สถานที่

ต่อมาเป็นเรื่องของสถานที่ซึ่งสำคัญมากที่เราจะต้องหา และต้องเลือกดูว่ามีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ นี่ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะรู้รักขนาดไหนถือเป็นแบบง่ายๆคนน้อย แต่ถ้าเราจะอยู่ข้างนอกสถานที่ก็จะมีแพ็คเกจต่างๆเรื่องอาหารหรือการจัดแต่งสถานที่ ซึ่งเราสามารถเลือกได้ตามงบประมาณที่เราตั้งเอาไว้ ดังนั้น ให้เรามาดูกันว่า สถานที่จัดงานแต่งแต่ละประเทศเป็นอย่างไร

ประเภทที่ 1 คืองานแต่งแบบขนาดเล็ก

ซึ่งค่าใช้จ่ายของสถานที่นั้นเราสามารถหักค่าใช้จ่ายส่วนนี้ออกไปได้เลยเพราะว่าถ้าหากเราจัดในขนาดเล็กและคนไม่มากสถานที่ที่เหมาะที่ 1 ก็คือบ้านของเรานั่นเองหรือบ้านของญาติที่พวกเขายินดีสนับสนุนได้ค่ะ และมีความคิดหนึ่งก็อาจจะเป็นห้องประชุมขนาดใหญ่ที่ราชการประชุมให้ จัดงานแต่งงานได้จะอยู่หลักพันถึงหลักหมื่นค่ะ

ประเภทที่ 2 คือจัดงานแบบขนาดกลาง

ซึ่งสามารถจัดงานนี้ตามโรงแรมได้ที่มีห้องขนาดใหญ่ และโรงแรมที่มีแพ็คเกจที่มีห้องเช่าซึ่งราคาจะอยู่ที่ 50,000 ถึง 200,000 บาทและทางโรงแรมนั้นก็จะมีการจัดเตรียมการตกแต่งต่างๆให้ค่ะ นี่ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ดีเหมือนกันสำหรับคนที่มีงบประมาณนี้ค่ะ

ประเภทที่ 3 คือจัดงานแบบขนาดใหญ่โต

ซึ่งเราสามารถเลือกโรงแรมและสถานที่ระดับพรีเมี่ยมได้ตามที่เราต้องการ ปกติแล้วค่าเช่าสถานที่ก็จะมีราคาสูงค่ะอยู่ที่ประมาณ 200,000 บาทจนถึง 600,000 บาทค่ะ สำหรับคนที่มีงบประมาณดังนี้ก็สามารถจัดงานแต่งงานในโรงแรมหรูหรา และเราสามารถเลือกแพ็คเกจงานที่มีรวมค่าอาหารได้ด้วยซึ่งค่าใช้จ่ายก็จะขึ้นอยู่กับจำนวนแขกที่เข้าร่วมงานแต่งงานด้วยนะคะ

การ์ดและของชำร่วย

การ์ดเชิญงานแต่งงานและของชำร่วยนั้นนี่ก็เป็นส่วนสำคัญในงานแต่งงานมาก ซึ่งในเรื่องของค่าใช้จ่ายนั้นก็ไม่สวยสักเท่าไรเราก็สามารถที่จะตั้งงบประมาณตามขนาดของงานเราได้เลยค่ะ ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับว่างานของเรานั้นอยู่ในประเภทอะไร ดังนั้น เรามาดูว่าแต่ละประเภทเราจะทำการ์ดเชิญและของชำร่วยอย่างไร

ประเภทที่ 1คือจัดงานแบบขนาดเล็ก

ถ้าพูดถึงเรื่องการ์ดงานแต่งงานนั้นก็จะเป็นแบบเรียบง่ายซึ่งไม่มีอะไรมากค่าใช้จ่ายก็จะไม่สูงซึ่งอยู่ที่ประมาณ 10 บาทต่อ 1 ใบเท่านั้น และการออกแบบต่างๆนั้นจะออกแบบให้ในการ์ดเชิญอยู่แล้วถ้าหากเราเชิญแขกจำนวนไม่มากซึ่งเป็นคนสนิทของเรานั้นเราสามารถเชิญส่วนตัวได้หรือว่าถ้าจะให้ประหยัดมากขึ้นก็จะส่งการ์ดเชิญทางออนไลน์นี่ก็จะเป็นการประหยัดอย่างมากสำหรับคนที่จะจัดงานขนาดเล็กค่ะ และของชำร่วยนั้นเราสามารถเลือกได้หลายๆอย่างและหาได้ง่ายด้วยค่ะปกติแล้วก็จะอยู่ที่ชิ้นละ 15 บาทหรือถ้าเรามีโอกาสที่จะออกแบบหรือห้องเองก็จะช่วยเรา ประหยัดเงินในส่วนนี้ด้วยค่ะ

ประเภทที่ 2 คือจัดงาน แบบขนาดกลาง

ถ้าเป็นแบบขนาดกลางนั้นสามารถซื้อการ์ดและซองซึ่งจะมีรายละเอียดและตกแต่งได้มากขึ้นและราคาก็จะอยู่ประมาณ 14-20 บาทต่อ 1 ชุดค่ะเราสามารถเลือกซื้อตามร้านต่างๆได้ที่มีแพ็คเกจมาให้เลือก ซึ่งก็จะมีหลากหลายรูปแบบที่เราสามารถออกแบบเองได้หรือว่าสั่งออกแบบตามโรงพิมพ์ต่างๆก็มีเหมือนกันค่ะ

ประเภทที่ 3 คือจัดงานแต่งขนาดใหญ่โต

ซึ่งถ้าเป็นแบบหรูหรานั้นก็จะมีการออกแบบที่เราสามารถเลือกได้เลยว่าจะเป็นแบบไหนค่ะ การ์ดงานแต่งนี้ก็จะมีการออกแบบพิเศษได้และมีลูกเล่นหลายอย่างซึ่งถ้าการ์ดนี้ก็จะมีราคาสูงขึ้นมาประมาณ 40 ถึง 60 บาทค่ะ รายการที่ได้นั้นก็จะดูสวยงามและถูกใจคู่บ่าวสาวอย่างแน่นอนค่ะ ส่วนเรื่องของชำร่วยนั้น ก็จะอยู่ที่ราคา 80-90 บาทแล้วแต่สิ่งที่เราเลือกด้วยนะคะ

อาหาร

สุดท้ายคือเรื่องของอาหารอาหารนั้นมีส่วนสำคัญมากที่จะทำให้ผู้แขกนั้นอิ่มท้องและ ทำให้แขกชื่นชมยินดีกับงานและอาหารด้วยค่ะ ซึ่งในส่วนของอาหารนั้นก็จะมีราคาที่สูงเช่นกัน และเราสามารถเลือกได้ว่าเราจะเอาแพ็คเกจไหนที่อาหารมาพร้อมกับสถานที่หรือก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะ จัดงานใหญ่โตขนาดไหนให้เราดูว่าแต่ละประเภทเป็นอย่างไร

ประเภทที่ 1 คือจัดแบบขนาดเล็ก

ซึ่งถ้าหากว่าเราจะจัดงานแบบเรียบง่ายก็ดีเพราะว่าจะทำให้ลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เป็นอย่างมากซึ่งเราสามารถ จ้างแม่ครัวมาทำอาหารให้ก็ได้หรือว่าถ้าญาติอาสาช่วยทำอาหารก็สามารถทำได้และราคาก็ไม่แพงเกินไปซึ่งน่าจะพอดีกับงบที่เราตั้งเอาไว้ถ้าหากเราจะให้ญาติช่วยกันทำอาหารเอง แต่ถ้าหากเราจ้างค่าใช้จ่ายก็จะอยู่ที่ 10,000 บาทถึง 30,000 บาทค่ะและสามารถเลือกเมนูได้ตามใจชอบนั่นเองค่ะ

ประเภทที่ 2 คือจัดแบบขนาดกลาง

ซึ่งเราสามารถเลือกการบริการตามแพ็คเกจที่รวมค่าอาหารไว้แล้วก็ได้มันก็จะมีเป็นแบบบุฟเฟ่ต์หรือเป็นแบบตรุษจีนส่วนใหญ่แล้วจะเริ่มที่ 500-600 บาทหรือไปจนถึง 1,000 บาทแต่ถ้าเป็นโต๊ะจีนก็อาจจะอยู่ที่ 2,000 บาทขึ้นไปค่ะ

ประเภทที่ 3 จัดงานขนาดใหญ่โต

ซึ่งถ้าหากเราจะขนาดใหญ่โตนั้นค่าอาหารนั้นก็จะแพงเหมือนกันเพราะคุณภาพอาหารก็จะดีมากขึ้นและจะดีเพราะว่าทางโรงแรมนั้น เป็นผู้จัดการอาหารมาให้ซึ่งจะอยู่หัวละ 1,000 บาทถึง 2,500 บาท แต่ถ้าเป็นโต๊ะจีนอาจจะอยู่ประมาณ 10,000 บาทเป็นต้นไปค่ะ

แหวนแต่งงาน

แหวนแต่งงานเป็นส่วนหนึ่งของงานแต่งงานซึ่งค่าใช้จ่ายนั้นก็สูงมากเช่นเดียวกัน เราสามารถตั้งงบประมาณที่เราตั้งเอาไว้ที่เราสามารถยอมรับได้ ซึ่งแหวนเพชรนั้นก็จะขึ้นอยู่กับขนาดของกระดาษและคุณภาพของเพชร เราสามารถไปหาเลือกซื้อดูได้ตามร้านขายแหวน ตามที่เราต้องการได้และตามที่เราตั้งงบประมาณได้ค่ะ

“ค่าใช้จ่ายในงานแต่งงานที่เราจะต้องเตรียม”

ค่าใช้จ่ายในงานแต่งงานนั้นหลักๆแล้วก็มีอยู่ 6 อย่างที่เราได้ดูไป คือ ชุดงานแต่ง รูปถ่าย สถานที่ การ์ดเชิญ อาหาร และแหวนแต่งงาน คร่าวๆก็จะมีดังนี้ซึ่งค่าใช้จ่ายนั้นก็จะขึ้นอยู่กับว่าเราจัดงานแต่งงานหรูหราขนาดไหนก็จะมีอยู่ 3 ประเภทได้แก่ จัดแบบขนาดเล็ก จัดแบบขนาดกลาง จัดแบบขนาดใหญ่โต เราก็สามารถเลือกได้ว่าอยากจะจัดแบบไหนตามงบประมาณที่เราตั้งเอาไว้ ซึ่งถ้ามีการวางแผนอย่างดีแน่นอนว่างานแต่งงานนั้นก็จะมีระเบียบเรียบร้อยและ ดูเรียบง่ายแต่สามารถดูแพงได้ซึ่งถ้าเราทำขั้นตอนให้ครบนั้นก็จะไม่มีปัญหาตามมาด้วยนั่นเองค่ะ