การรวมหนี้คืออะไร?

ด้วยความเป็นมนุษย์ ทุกคนล้วนอยากได้ใคร่มีกันทั้งนั้น ยกเว้นอยู่เรื่องเดียว คือ เรื่องหนี้สิน ไม่มีใครอยากมีและอยากได้แน่ๆ ยิ่งมีหนี้หลายอย่างก็ยิ่งเครียด แม้อยากปลดหนี้แค่ไหนก็หาทางออกไม่เจอ แต่ตอนนี้มีทางออกหนึ่งทางคือ การรวมหนี้ ฟังดูน่าสนใจ..ว่าแต่ การรวมหนี้ คืออะไร?

การรวมหนี้ คือ การคำนวณจำนวนเงินที่คุณเป็นหนี้อยู่มารวมกัน แล้วไปขอสินเชื่อส่วนบุคคล รีไฟแนนซ์สินเชื่อรถยนต์ รีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้าน/คอนโด รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต หรือติดต่อคลินิกแก้หนี้เสียเพื่อช่วยจัดการกับหนี้สินที่คุณเป็นอยู่ได้เพื่อนำมาปลดหนี้ทั้งหมด นั่นจะทำให้คุณเหลือหนี้เพียงแค่ที่เดียวเท่านั้น การทำอย่างนี้เป็นการลดภาระจำนวนดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือน ยิ่งมีหนี้หลายที่ก็ยิ่งมีดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายมากตามไปด้วย โดยเฉพาะดอกเบี้ยจากหนี้บางประเภทที่มีอัตราสูงมาก

การรวมหนี้นั้นคุณสามารถนำหนี้ที่มาจากการเป็นหนี้ในระบบและการเป็นหนี้นอกระบบมารวมกันได้ เช่น หนี้จากสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน หนี้จากการผ่อนบ้าน/คอนโด หนี้จากการผ่อนรถ หนี้จากการชำระบัตรเครดิต หรือหนี้จากการชำระบัตรกดเงินสด สำหรับหนี้นอกระบบนั้นคุณคงพอนึกออกว่าเป็นหนี้แบบไหน

เหตุผลที่ต้องนำหนี้ทั้งหมดมารวมกันนั้น นอกจากเพื่อลดภาระจำนวนดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนแล้ว ยังทำให้ยอดชำระที่คุณต้องจ่ายในแต่ละเดือนลดลงอีกด้วย

การรวมหนี้มีข้อดีและข้อเสียอะไรบ้าง?

การรวมหนี้เหมาะกับคนที่มีหนี้หลายก้อน เช่น หนี้จากสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน หนี้จากการผ่อนรถยนต์ หนี้จากการผ่อนบ้าน/คอนโด หนี้จากการชำระบัตรเครดิต หนี้จากการชำระบัตรกดเงินสด และหนี้นอกระบบ แม้บางคนมีหนี้เพียงอย่างเดียว คือ หนี้จากการชำระบัตรเครดิต แต่ว่ามีหนี้จากบัตรเครดิตหลายใบก็สามารถทำการรวมหนี้ได้

เมื่อคุณนำหนี้ทั้งหมดมารวมกันแล้ว อาจขอสินเชื่อส่วนบุคคล ขอรีไฟแนนซ์สินเชื่อรถยนต์ ขอรีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้าน/คอนโด ขอรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตจากธนาคารหรือสถาบันการเงินใดก็ตาม รวมถึงการใช้บริการคลินิกแก้หนี้เสีย เพื่อมาปิดหนี้ทุกที่จะทำให้เหลือหนี้เพียงแค่ที่เดียว คือที่ที่คุณไปขอสินเชื่อหรือขอกู้เงินมาเท่านั้น ฟังดูน่าจะเป็นทางออกที่ดี แต่อย่างที่ทุกคนรู้ว่าทุกอย่างย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ซึ่งรวมถึงการรวมหนี้ด้วยเช่นกัน

ดังนั้น ก่อนจะตัดสินใจทำการรวมหนี้คุณควรรู้ถึงข้อดีและข้อเสียของการรวมหนี้เสียก่อน

ข้อดี

ข้อดีของการรวมหนี้ มีอะไรบ้าง

คุณจะไม่สับสนเมื่อถึงวันชำระหนี้อีกต่อไป

เมื่อพูดถึงเรื่องหนี้สิน ยิ่งมีหนี้หลายที่เป็นหนี้หลายก้อนแตกกระจายออกไป พอถึงกำหนดวันที่ต้องชำระหนี้แต่ละก้อนคุณจะสับสนแค่ไหน เพราะวันที่ต้องชำระหนี้แต่ละก้อนนั้นไม่ใช่วันเดียวกันอย่างแน่นอน แต่ถ้าคุณทำการรวมหนี้ให้เหลือเพียงแค่ที่เดียว เรื่องความสับสนนี้จะหมดไปทันที

ลดภาระค่าดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย

หนี้แต่ละอย่างมีอัตราดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายไม่เท่ากัน ยิ่งคุณมีหนี้หลายก้อนดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายก็มากตามไปด้วย โดยเฉพาะหนี้นอกระบบที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงมากทำให้คุณต้องแบกภาระอย่างหนัก หากคุณทำการรวมหนี้โดยจ่ายดอกเบี้ยให้กับเจ้าหนี้เพียงแค่ที่เดียวเท่านั้น ดอกเบี้ยในแต่ละเดือนที่คุณต้องจ่ายก็จะลดน้อยลงมากทีเดียว

ยอดเงินที่ชำระหนี้ในแต่ละเดือนน้อยลง

ในขณะที่คุณมีหนี้หลายก้อน คุณต้องชำระเงินตามจำนวนที่ตกลงไว้กับเจ้าหนี้แต่ละที่ เมื่อนำมาคำนวณแล้วอาจเป็นจำนวนเงินที่เกือบเท่ากับรายได้ที่คุณมี ซึ่งส่งผลไม่ดีต่อการดำรงชีวิตของคุณแน่นอน แต่การรวมหนี้ทำให้คุณมีเจ้าหนี้เพียงแค่ที่เดียว คุณสามารถคำนวณและวางแผนได้อย่างชัดเจนว่ารายรับของคุณเมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายอื่นๆในแต่ละเดือนของคุณแล้ว คุณสามารถชำระเงินคืนได้ที่เดือนละเท่าไหร่ เพื่อทำให้คุณยังคงสภาพคล่องทางการเงินได้และไม่ส่งผลกระทบกับการดำเนินชีวิตของคุณด้วย

ลดภาระการจ่ายค่าธรรมเนียมต่างๆ

เมื่อถึงเวลาที่ต้องชำระหนี้ในแต่ละเดือน การเป็นหนี้หลายที่ทำให้ต้องชำระหนี้ผ่านหลายช่องทาง นั่นอาจทำให้คุณต้องเสียเงินค่าธรรมเนียมที่มาจากค่าบริการบางอย่าง นี่อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่นั่นก็ยังเป็นเงินของคุณอยู่ดี หากคุณทำการรวมหนี้ ชำระหนี้เพียงแค่ที่เดียวเรื่องค่าธรรมเนียมต่างๆเหล่านี้จะไม่มากวนใจคุณอีกต่อไป

ข้อเสีย

ข้อเสียของการรวมหนี้ มีอะไรบ้าง   ระยะเวลาในการชำระหนี้ยาวขึ้น

เมื่อคุณนำหนี้ทั้งหมดที่มีมารวมกัน ยิ่งเป็นเงินจำนวนมากเท่าไหร่นั่นจะทำให้คุณยิ่งต้องใช้ระยะเวลาในการชำระหนี้ยาวนานขึ้น เพราะเงินที่คุณต้องไปขอสินเชื่อหรือขอกู้เงินกับธนาคารหรือสถาบันการเงิน คุณต้องขอในจำนวนที่มากพอสมควร ซึ่งหากเป็นการขอสินเชื่อส่วนบุคคลคุณสามารถขอผ่อนชำระรายเดือนตามจำนวนเงินที่คุณมีแบบที่ไม่เดือดร้อนมาก นั่นจะทำให้ระยะเวลาในการผ่อนชำระของคุณยืดยาวไปด้วย อาจใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปีกว่าจะปิดบัญชีได้

อาจเจอดอกเบี้ยที่สูงกว่าเดิม

อย่าเพิ่งแปลกใจว่าทำไมคุณถึงอาจเจอดอกเบี้ยที่สูงกว่าเดิม หากการรวมหนี้ของคุณเป็นการรวมหนี้ของการชำระค่าบัตรเครดิตซึ่งปกติจะจ่ายดอกเบี้ยอยู่ที่ 18%ต่อปี เมื่อคุณทำการรวมหนี้แล้วขอสินเชื่อหรือกู้เงินกับธนาคารหรือสถาบันการเงิน ซึ่งแต่ละที่มีข้อกำหนดเรื่องอัตราดอกเบี้ยของแต่ละสินเชื่อแตกต่างกันด้วย นั่นอาจทำให้คุณต้องเจอกับอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าเดิม ดังนั้น เป็นเรื่องสำคัญที่จะคิดคำนวณเรื่องเงินที่ต้องชำระค่างวดพร้อมดอกเบี้ยในแต่ละเดือนของแต่ละธนาคารให้ดี ใช่แล้ว คุณควรตรวจสอบจากหลายธนาคารและหลายสถาบันการเงินก่อนจะตัดสินใจขอสินเชื่อ

สภาพทางการเงินคล่องเกินไป

การรวมหนี้ทำให้คุณมีเจ้าหนี้เพียงที่เดียว เงินที่คุณต้องนำมาชำระหนี้ในแต่ละเดือนก็อาจจะน้อยลงด้วย ถึงแม้นั่นอาจทำให้คุณต้องใช้เวลานานหลายปีกว่าจะปิดบัญชีได้ แต่เรื่องนี้ก็ทำให้คุณมีสภาพคล่องทางการเงินมากพอสมควร แน่นอนว่ามันดีสำหรับการดำรงชีวิตของคุณ แต่เมื่อไรก็ตามที่คุณเริ่มไม่ทำตามการวางแผนทางการเงินอย่างเคร่งครัด สภาพคล่องทางการเงินทำให้คุณชะล่าใจจนใช้เงินเกินตัวอีก เป้าหมายที่คุณจะชำระหนี้หมดจะช้าลงไปอีกทันทีหรืออาจแย่ไปกว่านั้นถ้าคุณใช้เงินเพลินจนไม่มีเงินชำระหนี้ตามที่กำหนดได้ คุณอาจต้องเป็นหนี้เพิ่มอีกด้วย

มีประเภทการรวมหนี้อะไรบ้าง?

คุณคงรู้ความหมายของ "การรวมหนี้" แล้ว ซึ่งหนี้สินของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน บางคนมีหนี้เพียงอย่างเดียว ในขณะที่บางคนมีหนี้หลายอย่าง แต่คุณไม่ต้องกังวลเพราะการรวมหนี้ช่วยคุณได้โดยหลายวิธีด้วย คุณคงอยากรู้แล้ว ถ้าอย่างนั้นเรามาดูกันว่า ประเภทของการรวมหนี้ มีอะไรบ้าง?

  • ขอสินเชื่อส่วนบุคคล
  • รีไฟแนนซ์สินเชื่อรถยนต์
  • รีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้าน
  • รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต
  • คลินิกแก้หนี้เสีย

สินเชื่อบุคคล SPEEDY LOAN

ประเภทที่ 1 ขอสินเชื่อส่วนบุคคล    การรวมหนี้โดยขอสินเชื่อส่วนบุคคลมาชำระหนี้ที่คุณมีอยู่ทั้งหมด ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการรวมหนี้ในรูปแบบของสินเชื่อส่วนบุคคล คือ สินเชื่อบุคคล SPEEDY LOAN จาก SCB สินเชื่อนี้ช่วยคุณได้อย่างไร? มาดูกัน

สินเชื่อบุคคล SPEEDY LOAN สำหรับผู้สมัครที่มีอายุระหว่าง 20-60 ปี มีรายได้ขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน สามารถสมัครได้โดยไม่ต้องมีทรัพย์สินหรือบุคคลค้ำประกัน วงเงินอนุมัติสูงสุดไม่เกิน 5เท่าของรายได้และไม่เกิน 3,000,000 บาท คุณสามารถผ่อนชำระเป็นรายเดือนได้นานสูงสุด 72 เดือน โดยคิดอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก

เห็นได้ชัดว่า หากคุณทำการรวมหนี้ทั้งหมด แล้วขอสินเชื่อส่วนบุคคลเพียงที่เดียว นำเงินที่ได้ไปปลดหนี้ที่มีอยู่ คุณจะรับภาระการจ่ายดอกเบี้ยในอัตราที่ไม่สูงมาก จำนวนเงินที่ต้องชำระในแต่ละเดือนก็เป็นไปตามความสามารถในการจ่ายของคุณ และยังมีระยะเวลาในการผ่อนชำระหนี้ที่นานขึ้นอีกด้วย

รีไฟแนนซ์สินเชื่อรถยนต์

ประเภทที่ 2 รีไฟแนนซ์สินเชื่อรถยนต์

เชื่อว่าหลายคนเคยได้ยินคำว่า "รีไฟแนนซ์สินเชื่อรถยนต์" แต่คุการรีไฟแนนซ์สินเชื่อรถยนต์คืออะไร? ให้เรามาดูด้วยกัน

การรีไฟแนนซ์สินเชื่อรถยนต์ คือ การที่คุณขอสินเชื่อก้อนใหม่จากธนาคารหรือสถาบันการเงินแห่งใหม่มาปลดหนี้สินเชื่อก้อนเก่ากับธนาคารหรือสถาบันการเงินแห่งเก่าที่คุณเป็นหนี้อยู่ ซึ่งรถยนต์ของคุณจะเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเหมือนเดิม

หลายคนคงสงสัยว่า ถ้ายังต้องนำรถมาค้ำประกันอยู่ ทุกอย่างก็เหมือนเดิมเป็นทั้งหนี้และรถยนต์ก็ยังไม่กลับมาเป็นของเรา แล้วจะทำการรีไฟแนนซ์รถยนต์ไปเพื่ออะไร? ก็เพื่อที่คุณจะได้อัตราดอกเบี้ยที่ลดลงจากเดิมและยอดชำระเงินในแต่ละงวดก็ลดลงด้วย คุณจะมีสภาพทางการเงินคล่องมากขึ้น สามารถนำไปหมุนเวียนทำอย่างอื่นได้อีก

รีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้าน

ประเภทที่ 3 รีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้าน/คอนโด

ใครๆก็อยากมีบ้านเป็นของตัวเองกันทั้งนั้นหรือได้แค่คอนโดสักห้องก็ยังดี บ้านหนึ่งหลังหรือคอนโดหนึ่งห้องราคาก็ไม่ถูกซะด้วย ถึงอย่างนั้นหลายคนก็ยอมเป็นหนี้เพื่อที่จะได้มีที่อยู่อาศัยตามฝันสักหลังหรือห้องหนึ่งจึงไปขอสินเชื่อบ้าน

ตามปกติอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อบ้านนั้นจะถูกมากในช่วง 3 ปีแรกหลังจากนั้นอัตราดอกเบี้ยจะปรับสูงขึ้น หากคุณอยากจ่ายดอกเบี้ยอัตราต่ำแบบเดิมก็สามารถทำได้ด้วยการขอรีไฟแนนซ์บ้าน/คอนโด โดยการขอสินเชื่อก้อนใหม่จากธนาคารหรือสถาบันการเงินแห่งใหม่มาชำระหนี้สินเชื่อก้อนเก่ากับธนาคารหรือสถาบันการเงินแห่งเก่าที่คุณขอสินเชื่อมาก่อน

นอกจากคุณจะได้อัตราดอกเบี้ยที่ถูกลงหรืออาจเท่าเดิมแล้ว การขอรีไฟแนนซ์บ้าน/คอนโดยังช่วยยืดเวลาในการชำระหนี้สินของคุณออกไปได้อีก

รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต

ประเภทที่ 4 รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต

ทุกวันนี้มีคนจำนวนไม่น้อยที่ชอบใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ซึ่งมีความสะดวกแถมยังได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ รวมถึงส่วนลดและโปรโมชั่นจากบัตรเครดิตที่ถืออยู่ด้วย แต่ถ้าใช้จ่ายอย่างไม่มีการวางแผนที่ดีผู้ถือบัตรก็มีโอกาสที่จะตกเข้าสู่การเป็นหนี้บัตรเครดิต บางคนก็แค่ใบเดียว ในขณะที่บางคนเป็นหนี้หลายใบ หากอยากปลดหนี้ได้เร็วคุณสามารถทำการรวมหนี้ ด้วยการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตได้ แล้วการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต คืออะไร?

การรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต คือ การย้ายวงเงินทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยที่คุณค้างชำระกับบัตรเครดิตไปยังธนาคารหรือสถาบันการเงินที่รับรีไฟแนนซ์ ซึ่งคุณจะได้รับการปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ให้เหมาะสมกับรายได้และความสามารถในการชำระหนี้ของคุณ นั่นหมายถึง อัตราดอกเบี้ยที่ลดลง จำนวนเงินที่ต้องผ่อนชำระในแต่ละเดือนลดลง ระยะเวลาในการชำระหนี้นานขึ้น ทำให้คุณสามารถจัดสรรเงินที่มีอยู่เอาไปใช้จ่ายและทำอย่างอื่นได้อีกด้วย

คลินิกแก้หนี้

ประเภทที่ 5 คลินิกแก้หนี้เสีย

เมื่อคุณไม่สบายตัวหรือไม่สบายใจก็ไปหาหมอที่คลินิกได้ แม้แต่ไม่สบายเพราะเงินในกระเป๋าไม่พอจ่ายหนี้ก็ไปที่คลินิกได้เหมือนกัน แต่ต้องไปที่ "คลินิกแก้หนี้เสีย" เท่านั้น   คลินิกแก้หนี้เสีย เป็นโครงการที่มาจากความร่วมมือของ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อช่วยเหลือและให้คำแนะนำประชาชนในการปลดหนี้เสียที่มีอยู่ เช่น หนี้สินจากสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน หนี้จากการชำระบัตรเครดิต หรือหนี้จากการชำระบัตรกดเงินสด ถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ดีสำหรับคนที่มีหนี้หลายอย่าง

นอกจากจะช่วยหาทางปลดหนี้ให้เร็วที่สุดแล้ว คลินิกแก้หนี้เสียยังให้ความรู้เรื่องการเงิน การสร้างวินัยที่ดีทางการเงิน และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายกับผู้ที่เข้ามารับคำปรึกษาด้วย เมื่อนำความรู้และคำแนะนำเหล่านั้นไปใช้ในชีวิตประจำวัน จะได้ปลอดจากภาระหนี้สินอย่างแท้จริง

วิธีสมัคร

ไม่ว่าจะเป็นหนี้จากการขอสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน หนี้จากการผ่อนรถยนต์ หนี้จากการผ่อนบ้าน/คอนโด หนี้จากการผ่อนบัตรเครดิต หนี้จากการผ่อนบัตรกดเงินสด หรือหนี้นอกระบบ เมื่อถึงเวลาที่ต้องชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยแต่ละก้อนในแต่ละเดือน บางครั้งคุณก็ลืมไปว่าต้องชำระหนี้ของที่ไหนก่อนเพราะว่าเป็นหนี้หลายที่จึงจำไม่ได้ว่าของที่ไหนต้องจ่ายภายในวันที่เท่าไหร่ ที่แย่ไปกว่านั้น ความสับสนและความวิตกกังวลในการหาเงินเพื่อมาชำระหนี้ในแต่ละเดือน ทำให้คุณลืมนึกถึงเรื่องที่สำคัญอีกเรื่องนึง คือ การพยายามปิดหนี้ให้ได้สักก้อนหนึ่งก่อน โดยเฉพาะหนี้ก้อนที่มีดอกเบี้ยสูง แต่ตอนนี้คุณสามารถทำได้ดีกว่านั้น คุณสามารถปิดหนี้ทุกที่ทุกก้อนได้หากคุณทำการรวมหนี้ ซึ่งมีขั้นตอนดังต่อไปนี้ คือ

  • คำนวณยอดรวมหนี้สินทั้งหมดที่คุณมี เพื่อจะรู้ว่าต้องใช้เงินทั้งหมดเท่าไหร่ในการปลดหนี้
  • หาข้อมูลหรือรายละเอียดเรื่องสินเชื่อส่วนบุคคล รีไฟแนนซ์สินเชื่อรถยนต์ รีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้าน/คอนโด รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต ของธนาคารหรือสถาบันการเงินต่างๆ เพื่อมาปลดหนี้ทั้งหมดที่คุณมีอยู่
  • เลือกธนาคารหรือสถาบันการเงินที่ตอบโจทย์ตรงกับความต้องการของคุณที่สุด
  • ขอแผนการชำระเงินที่ชัดเจนจากธนาคารหรือสถาบันการเงินที่คุณไปขอสินเชื่อ
  • วางแผนการเงินเป็นอย่างดีเพื่อที่คุณจะสามารถชำระหนี้รายเดือนพร้อมอัตราดอกเบี้ยตามที่ตกลงไว้กับธนาคารหรือสถาบันการเงินที่คุณไปขอสินเชื่อได้ตรงตามกำหนดเวลา

คำนวณยอดรวมหนี้สินและดูว่าคุณสามารถใช้สินทรัพย์ใดได้บ้าง

ขั้นตอนแรกของการรวมหนี้ก็คือ การคำนวณยอดรวมหนี้สินทั้งหมดที่คุณมี เพื่อจะรู้ว่าคุณต้องใช้เงินทั้งหมดเท่าไหร่ในการปลดหนี้ วิธีที่ดีที่สุดในการคำนวณนั้นคือ การเขียนรายการหนี้สินทั้งหมดของคุณลงในกระดาษ การทำเช่นนี้คุณจะไม่หลงลืมหนี้สินของที่ใดที่หนึ่งไป ตัวอย่างเช่น คุณมีหนี้อะไรบ้าง?

  • หนี้จากสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน :  เดือนละ...........บาท  จำนวน........เดือน  รวมเป็นเงิน............บาท
  • หนี้จากการผ่อนรถยนต์ : เดือนละ...........บาท  จำนวน........เดือน  รวมเป็นเงิน...........บาท
  • หนี้จากการผ่อนบ้าน/คอนโด : เดือนละ...........บาท  จำนวน........เดือน  รวมเป็นเงิน............บาท
  • หนี้จากการผ่อนบัตรเครดิต : เดือนละ...........บาท  จำนวน........เดือน  รวมเป็นเงิน............บาท
  • หนี้จากการผ่อนบัตรกดเงินสด : เดือนละ...........บาท  จำนวน........เดือน  รวมเป็นเงิน............บาท
  • หนี้นอกระบบ : เดือนละ...........บาท  จำนวน........เดือน  รวมเป็นเงิน............บาท
  • หนี้อื่นๆ (ถ้ามี) : เดือนละ...........บาท  จำนวน........เดือน  รวมเป็นเงิน............บาท

เมื่อคุณจดรายการหนี้ทั้งหมดออกมาได้แล้วจัดการรวมยอดเงินทุกรายการ ซึ่งนั่นเป็นยอดเงินทั้งหมดที่คุณต้องใช้ในการปลดหนี้ การคำนวณยอดรวมหนี้สินทั้งหมดที่คุณมีนี้ทำเพื่ออะไร? ก็เพื่อตอนที่คุณไปขอสินเชื่อหรือขอกู้เงินกับธนาคารหรือสถาบันการเงินใด คุณควรขอสินเชื่อหรือขอกู้เงินตามจำนวนเงินที่คุณเป็นหนี้ทั้งหมดเพื่อนำเงินไปปิดบัญชีหนี้ทุกบัญชีได้ หรือคุณอาจขอมากกว่านั้นอีกนิดหน่อยเพื่อมาเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินของคุณ

เริ่มมองหา บริษัท ผู้ให้บริการรวมหนี้

หลังจากที่คุณคำนวณยอดรวมหนี้สินทั้งหมดที่คุณต้องชำระแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือ คุณต้องเริ่มมองหาธนาคารหรือสถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อให้กับบุคคลทั่วไปได้หรือที่เรียกว่า สินเชื่อส่วนบุคคล นั่นเอง นี่หมายรวมถึงการขอสินเชื่อเพื่อรีไฟแนนซ์ด้วย โดยทั่วไปการขอสินเชื่อส่วนบุคคลจะได้วงเงินประมาณ 3-5 เท่าของรายได้ที่คุณได้รับ เมื่อรู้อย่างนี้แล้วคุณควรไปที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินที่มีชื่อเสียงหรือที่คุณคุ้นเคยเป็นส่วนตัวเท่านั้นไหม? นั่นไม่ใช่ความคิดที่ดี เพราะอะไร? เพราะว่าธนาคารหรือสถาบันการเงินต่างๆมีข้อกำหนดและเงื่อนไขในการคิดดอกเบี้ยแตกต่างกัน อย่าลืมว่าการที่คุณไปขอสินเชื่อหรือขอกู้เงิน คุณไม่ได้ชำระคืนเฉพาะเงินต้นเท่านั้นแต่คุณต้องจ่ายดอกเบี้ยด้วย ดังนั้น คุณต้องคำนวณทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยว่าคุณต้องจ่ายเดือนละเท่าไหร่ เมื่อรวมทั้งหมดแล้วเป็นเงินที่คุณต้องจ่ายเท่าไหร่กันแน่ มันคุ้มค่ากับการที่คุณนำหนี้ทั้งหมดมารวมกันเพื่อการขอสินเชื่อในครั้งนี้แล้วนำไปปลดหนี้ไหม? นี่เป็นเหตุที่ทำให้คุณต้องตรวจสอบเรื่องนี้จากหลายธนาคารและหลายสถาบันการเงิน ก่อนทำการตัดสินใจขอสินเชื่อ

ดูว่าคุณสามารถตอบสนองความต้องการ

เมื่อคุณหาข้อมูลและรายละเอียดเรื่องข้อกำหนดและเงื่อนไขในการคิดดอกเบี้ยสำหรับการขอสินเชื่อจากหลายธนาคารและหลายสถาบันการเงินแล้ว คุณลองเลือกธนาคารหรือสถาบันการเงินที่เข้าตาคุณที่สุด แล้วค่อยๆตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมดอีกครั้ง เพื่อทำให้แน่ใจว่าสินเชื่อของธนาคารหรือสถาบันการเงินนั้น ให้วงเงินสินเชื่อที่ครอบคลุมหนี้ทั้งหมดที่คุณมีอยู่เพื่อคุณจะสามารถปิดหนี้ทุกบัญชีได้ ที่สำคัญคือเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่คุณต้องจ่าย เมื่อรวมกับเงินต้นทั้งหมดที่คุณต้องจ่ายมันคุ้มค่ากับการขอสินเชื่อเพื่อปลดหนี้จากการรวมหนี้ในครั้งนี้ไหม? จำนวนเงินที่คุณต้องชำระในแต่ละเดือนเพียงพอกับรายรับและรายจ่ายที่คุณมีอยู่ก่อนแล้วไหม? คำตอบของคำถามทั้งสองข้อนี้ เป็นตัวบ่งชี้ว่าคุณจะสามารถปลดหนี้ได้จริงในจำนวนเงินพร้อมดอกเบี้ยที่คุ้มค่าและตรงตามเวลาที่กำหนดไว้หรือไม่ หากมั่นใจว่าคุณสามารถควบคุมทุกอย่างได้ ก็ตัดสินใจไปขอสินเชื่อกับธนาคารหรือสถาบันการเงินนั้นๆ

ขอแผนการชำระเงินที่ชัดเจน

ทุกอย่างที่เราทำจะสำเร็จได้ก็มาจากการวางแผนที่ดี เป็นเช่นนั้นกับการการรวมหนี้ของคุณด้วย การตัดสินใจทำการรวมหนี้ของคุณจะประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงได้นั้น คุณต้องมีแผนการชำระเงินที่ชัดเจนในแต่ละเดือนไปจนถึงการชำระหนี้ได้อย่างครบถ้วนตามสัญญา ซึ่งคุณสามารถขอแผนการชำระเงินได้จากธนาคารหรือสถาบันการเงินที่คุณไปขอสินเชื่อ ทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญ? เพราะค่าดอกเบี้ยอาจแตกต่างกันตามวงเงินที่ได้รับ อีกทั้งระยะเวลาในการชำระหนี้ก็มีกำหนดเวลาที่ต่างกันด้วย เช่น 24 เดือน 60 เดือน หรือ 72 เดือน นั่นอาจทำให้การชำระหนี้รายเดือนของแต่ละปีถูกคิดดอกเบี้ยไม่เท่ากัน

ให้แน่ใจว่าคุณสามารถจ่ายเป็นรายเดือนและดอกเบี้ยเงินกู้

การได้รับอนุมัติสินเชื่อทำให้คุณมีเงินเพียงพอที่จะไปปิดบัญชีหนี้ทั้งหมดที่คุณมีอยู่ก่อนได้ แต่นั่นไม่ใช่ขั้นตอนสุดท้ายที่จะบ่งบอกว่าการรวมหนี้ของคุณสำเร็จแล้ว หลังจากนี้ต่างหากที่เป็นชีวิตจริงที่คุณต้องเผชิญ

เมื่อได้รับอนุมัติสินเชื่อแล้ว คุณต้องไม่ลืมขอแผนการชำระเงินจากธนาคารหรือสถาบันการเงินมาด้วย เพื่อที่คุณจะรู้ว่าในแต่ละเดือนของแต่ละปีนั้นคุณต้องชำระเงินคืนพร้อมดอกเบี้ยเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ ทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญ? เพราะคุณจะสามารถวางแผนการเงินของตัวคุณเองได้ เริ่มจาก คุณมีรายได้ต่อเดือนทั้งหมดเท่าไหร่? เช่น

  • รายได้จาก..(งานประจำ)..จำนวน..............บาท/เดือน
  • รายได้จาก..(อาชีพเสริม)..จำนวน..............บาท/เดือน
  • รายได้จาก..(ค่าเช่าบ้าน/คอนโด)..จำนวน..............บาท/เดือน
  • รายได้อื่นๆ..(ถ้ามี)..จำนวน..............บาท/เดือน

เมื่อจดบันทึกออกมาเรียบร้อยแล้ว รวมยอดเงินซึ่งเป็นรายได้ต่อเดือนของคุณทั้งหมด แล้วจดรายการซึ่งเป็นรายจ่ายประจำที่คุณต้องจ่ายทุกเดือนออกมาด้วย เช่น

  • ค่าเช่าที่อยู่อาศัย/บ้าน/คอนโด : จำนวน................บาท/เดือน
  • ค่าสาธารณูปโภค (ค่าไฟฟ้า-ค่าน้ำประปา) : จำนวน................บาท/เดือน
  • ค่าโทรศัพท์/อินเทอร์เน็ต : จำนวน................บาท/เดือน
  • ค่าเดินทาง/ค่าน้ำมันรถ : จำนวน................บาท/เดือน
  • ค่าอาหาร : จำนวน................บาท/เดือน
  • ค่าของใช้ในบ้าน/ของใช้ส่วนตัว : จำนวน................บาท/เดือน
  • ค่าอื่นๆ (ถ้ามี) : จำนวน................บาท/เดือน

เมื่อจดทุกรายการออกมาเรียบร้อยแล้ว รวมยอดเงินซึ่งเป็นรายจ่ายประจำของคุณทั้งหมด เพื่อดูว่ายังมีเงินพอสำหรับค่างวดรายเดือนพร้อมดอกเบี้ยจากสินเชื่อที่คุณขอมาได้หรือไม่ ถ้าคำตอบคือ ไม่พอ นั่นหมายความว่าคุณอาจต้องลดค่าใช้จ่ายบางอย่างลงมาอีกหรือคุณอาจจะหารายได้เสริมเพิ่มขึ้นอีกทาง เพื่อจะมีเงินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายทั้งหมดในทุกๆเดือนไปจนกว่าคุณจะชำระเงินคืนที่ขอสินเชื่อมากับทางธนาคารหรือสถาบันการเงินได้ครบถ้วน

เห็นได้ชัดว่าการรวมหนี้ของคุณจะประสบผลสำเร็จอย่างแท้จริง เมื่อคุณมีการวางแผนการเงินที่ดีจนสามารถชำระคืนเงินสินเชื่อที่คุณขอมาได้ครบถ้วน

สรุป: อยากรวมหนี้ ต้องรู้อะไรก่อน?

เมื่อคุณเป็นหนี้หลายที่ มีหนี้หลายก้อน อาจมีบางคนหรือบางบทความแนะนำให้คุณทำ "การรวมหนี้" เพื่อลดภาระการเป็นหนี้หรือถึงกับปลดหนี้ของคุณได้ บางคนอาจเคยได้ยินคำนี้มาก่อนแล้ว แต่บางคนก็เพิ่งรู้จักคำนี้เป็นครั้งแรก ดังนั้น ก่อนที่คุณจะตัดสินใจทำอะไรลงไป คุณควรรู้ก่อนว่า "การรวมหนี้" แท้จริงแล้วคืออะไรกันแน่?

การรวมหนี้ คือ การคำนวณจำนวนเงินที่คุณเป็นหนี้อยู่มารวมกัน แล้วไปขอสินเชื่อส่วนบุคคลหรือรีไฟแนนซ์สินเชื่อต่างๆเพื่อนำมาปลดหนี้ทั้งหมด นั่นจะทำให้คุณเหลือหนี้เพียงแค่ที่เดียวเท่านั้น

ข้อดีของการรวมหนี้ คือ คุณจะไม่สับสนเมื่อถึงวันชำระหนี้อีกต่อไป ลดภาระค่าดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย ยอดเงินที่ชำระหนี้ในแต่ละเดือนน้อยลง และลดภาระการจ่ายค่าธรรมเนียมต่างๆ

ข้อเสียของการรวมหนี้ คือ ระยะเวลาในการชำระหนี้ยาวขึ้น อาจเจอดอกเบี้ยที่สูงกว่าเดิม และมีสภาพทางการเงินคล่องเกินไป

ขั้นตอนของการรวมหนี้ มีดังต่อไปนี้ คือ:

  • คำนวณยอดรวมหนี้สินทั้งหมดที่คุณมี เพื่อจะรู้ว่าต้องใช้เงินทั้งหมดเท่าไหร่ในการปลดหนี้
  • หาข้อมูลหรือรายละเอียดเรื่องสินเชื่อของธนาคารหรือสถาบันการเงินต่างๆ เพื่อมาปลดหนี้ทั้งหมดที่คุณมีอยู่
  • เลือกธนาคารหรือสถาบันการเงินที่ตอบโจทย์ตรงกับความต้องการของคุณที่สุด
  • ขอแผนการชำระเงินที่ชัดเจนจากธนาคารหรือสถาบันการเงินที่คุณไปขอสินเชื่อ
  • วางแผนการเงินเป็นอย่างดีเพื่อที่คุณจะสามารถชำระหนี้รายเดือนพร้อมอัตราดอกเบี้ยตามที่ตกลงไว้กับธนาคารหรือสถาบันการเงินที่คุณไปขอสินเชื่อได้ตรงตามกำหนดเวลา

หากพิจารณารายละเอียดต่างๆทั้งหมดนี้แล้ว คุณอยากจะทำการรวมหนี้บ้างก็สามารถทำตามขั้นตอนต่างๆนี้ได้