"การลงทุน" คืออะไร?

หลายคนคิดว่าการลงทุนเป็นเรื่องยาก ถ้าอยากจะลงทุนก็ต้องมีเงินเยอะๆ ซึ่งการลงทุนบางรูปแบบก็เป็นอย่างนั้นจริง แต่รู้ไหมว่าจริงๆแล้วการลงทุนคืออะไร? ถ้าจะสรุปง่ายๆการลงทุนก็คือการที่เราเอาเงินที่เราเก็บสะสมไว้ หรือเงินที่เรามีและไม่จำเป็นต้องใช้ ที่หลายคนเรียกว่าเงินเย็น ไปสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าดอกเบี้ยจากการเก็บเงินออมไว้ในธนาคาร โดยการเอาเงินของเราไปให้บริษัท หรือกลุ่มบุคคลให้เขาเอาไปบริหาร ไม่ว่าจะเป็น การลงทุนกับหุ้นต่างๆ สินค้าบางประเภท การลงทุนกับกองทุน พันธบัตรรัฐบาล หลักทรัพย์ต่างๆ หรืออสังหาริมทรัพย์ ต่างก็เรียกว่าการลงทุนกันทั้งนั้น แต่ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ยิ่งได้ผลตอบแทนจากการลงทุนมากเท่าไหร่ ความเสี่ยงในการลงทุนก็จะสูงตามไปด้วยเท่านั้น ทำให้หลายคนก่อนที่จะลงทุนเงินสักก้อนก็ต้องคิดแล้วคิดอีก คิดหลายตลบเพื่อจะหาว่า การลงทุนคราวนี้มีความเสี่ยงแค่ไหน คุ้มค่ากับผลตอบแทนไหม บางคนที่ลงทุนแล้วรวยเป็นเศรษฐีเลยก็มี แต่ก็มีกลุ่มคนอยู่ไม่น้อยที่ล้มละลายหรือเป็นหนี้สินไปกับการลงทุน แต่การลงทุนแบบที่ความเสี่ยงต่ำ ไม่จำเป็นต้องใช้เงินในการลงทุนเยอะ และได้ผลตอบแทนดีก็ยังมีอยู่ ทำให้การลงทุนเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น หลายคนก็เริ่มหันมาสนใจการลงทุน และการหาข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด คนที่มีงานอาชีพประจำอยู่แล้ว ก็หันมามองการลงทุนกับกองทุนต่างๆ หรือหุ้นบางประเภท เพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาว หรือเพื่อเก็บเงินไว้ใช้ยามเกษียณ หรือบางคนที่มีประสบการณ์และทุนอยู่พอตัว ก็หันมาเป็นนักลงทุนเต็มตัว เพราะข้อดีอย่างหนึ่งของการเล่นหุ้นและการลงทุนก็คือ เราไม่ต้องมาบริหารบริษัทหรือธุรกิจด้วยตัวเอง ตราบใดที่หุ้นที่เราลงทุนไปยังทำงาน บริษัทยังไม่ล้มละลาย ธุรกิจยังไปต่อได้อยู่ เราก็จะได้เงินปันผลจากการลงทุนตามที่ตกลงไว้เเน่นอน ดังนั้น สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งของการลงทุนเลยก็คือ ไม่ว่าเราจะลงทุนกับอะไรก็ตาม ความเสี่ยงในการลงทุนจะมากหรือน้อย ก่อนการลงทุนเราต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนตัวนั้นให้ดีก่อนตัดสินใจ เพราะการมองแต่เงินปันผลที่จะได้จากการลงทุน อาจจะทำให้เราพลาดในการตัดสินใจก็เป็นได้ เพราะทุกการลงทุนมีความเสี่ยงในตัวมันเองอยู่แล้ว

แนะนำวิธีลงทุนง่ายๆ

หลายคนกำลังมองหาวิธีที่จะทำให้เงินของตัวเองเพิ่มพูนขึ้น โดยวิธีการใดก็ได้พี่ต้องให้เงินของตัวเองมีความเสี่ยงน้อยตีสุด หรือไม่มีความเสี่ยงเลย วันนี้จะพูดถึงการลงทุนที่ช่วยให้หลายคนที่ สนใจเกี่ยวกับการลงทุนซึ่งผู้ที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนก็สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการลงทุนที่ไม่เยอะหรือผู้ที่มีกำลังทรัพที่เยอะกว่า ก็สามารถทำได้เช่นกันการลงทุนนี้เรียกว่าการฝากประจำซึ่ง ผู้ฝากสามารถเลือกซื้อกำหนดระยะเวลาในการฝากได้ ว่าจะฝากระยะสั้นหรือระยะยาวไม่ว่าจะเป็น 3 เดือน 6 เดือน 9 เดือน 12 เดือน 24 เดือน หรือ 36 เดือน การฝากประจำจะได้ดอกเบี้ยที่แน่นอนตามกำหนดเวลาที่คุณฝากมาและอัตราดอกเบี้ยจะได้มากกว่าการฝากออมทรัพย์ปกติ คุณสามารถเช็คอัตราดอกเบี้ย แต่ละธนาคารจะให้เท่าไหร่ ซึ่งแต่ละธนาคารอาจจะมีอัตราดอกเบี้ยที่ไม่เท่ากัน คุณสามารถเลือกใช้บริการธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยดีที่สุด เมื่อครบกำหนดการฝากคุณจะได้รับเงินต้น พร้อมกับดอกเบี้ย การลงทุนแบบนี้แทบไม่มีความเสี่ยงเลย การลงทุนวิธีนี้เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ผู้ปกครองสามารถฝึกลูกหลานให้รู้จักการและมีวินัยในการออมด้วย

การลงทุนสำคัญอย่างไร?

การลงทุนเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญมาก นั่นถือเป็นการเพิ่มค่าของเงิน ทำให้ผู้ที่ลงทุนได้รับผลกำไรหรือผลตอบแทนจากการลงทุน เงินลงทุกยังมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ เพราะเงินที่ลงทุนนำมาหมุนเวียนในการใช้ประกอบธุรกิจ กิจการต่างๆอีกด้วย เช่น การจ้างแรงงาน การสร้างโรงงาน เป็นต้น ภาครัฐยังสามารถนำเงินลงทุนของผู้ที่ลงทุนไปใช้หมุนเวียนในการพัฒนาประเทศได้อีกด้วย การลงทุนนั้นทำให้เราได้เรียนรู้สิ่งที่คนอื่นไม่เคยรู้ โดยส่วนใหญ่คนทั่วไปอาจจะรู้จักแค่ว่าสินค้าอะไรเป็นที่นิยม แต่ถ้าคุณเป็นนักลงทุนคุณอาจจะรู้เพิ่มเติมอีกด้วยว่าสินค้านั้นเป็นของบริษัทอะไร รายได้ของบริษัทนั้นมากจากไหน ถ้าเราเป็นนักลงทุนทำให้เราได้พบเจอเพื่อนใหม่ๆที่เป็นนักลงทุนเหมือนกับเรา และทำให้เราได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประโยชน์ระหว่างกันได้  ทำให้เรารู้จักวิธีที่จะวางแผนและบริหารด้วย เพราะ เมื่อเราเริ่มออมและเริ่มที่จะลงทุนก็ทำให้เรารู้จักคิดที่วางแผนโดยรวมว่าจะทำยังไงดีให้เกิดประโยชน์มากที่สุด การลงทุนยังช่วยให้เรารู้จักวางแผนการใช้จ่ายอีกด้วย การลงทุนนั้นเป็นอาชีพที่สามารถสร้างกำไรได้สูงมากหากมีความรู้ด้านนี้จริงๆ

ทำไมถึงลงทุนล่ะ?

ทำไมต้องลงทุนล่ะ ก็เพราะว่ามนุษย์เราทุกคน เมื่อโตขึ้นก็อยากทำนู่นทำนี่เพื่อที่จะได้สิ่งที่ต้องการ ตอนที่ดิฉันยังเป็นเด็กอยู่ ดิฉันลงทุนลงแรงในการทำขนมที่จะเอาไปขายที่โรงเรียนเพื่อจะได้เงินมาใช้จ่าย ส่วนตัวแต่พอโตขึ้นดิฉันมีเงินอยู่ก้อนหนึ่งก็เลยซื้อสลากออมสินซึ่งในตอนนั้นดิฉันคิดว่าการซื้อสลากออมสินช่วยให้ดิฉันได้รับดอกเบี้ยและยังสามารถถูกรางวัลได้ด้วยนี่ก็เป็นการลงทุนเหมือนกัน ดังนั้นการลงทุนจึงเป็น

เพื่อสำรองสภาพคล่อง

เพื่อสำรองสภาพคล่องเป็นการลงทุนระยะสั้น เพราะว่าคนเราควรมีเงินสำรองอย่างน้อยสามถึงหกเดือนของค่าใช้จ่าย ดังนั้นไม่ควรลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากเกินไปเพราะจะทำให้ประสบปัญหาการขาทุนได้

เพื่อสร้างรายได้

เพื่อสร้างรายได้จะเป็นการลงทุนระยะกลางเป็นการเพิ่มช่องทางสร้างรายได้และเพิ่มผลตอบแทนที่สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ

เพื่อสร้างการเติบโต

เพื่อสร้างการเติบโตจะเป็นการลงทุนระยะยาวโดยมีแผนการจ่ายเงินหลังจากสามปีขึ้นไปและนอกจากนั้นเงินลงทุนยังมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศด้วยเราว่างเงินลงทุนหมุนเวียนไปยังผู้ขาดแคลน ทุนเพื่อพัฒนาหรือขยายธุรกิจ รสามารถช่วยภาครัฐไปใช้หมุนเวียนในการพัฒนาประเทศได้ซึ่งการลงทุนจึงเป็นตัวสะท้อนความมั่งคั่งของประเทศ ดังนั้นการลงทุนจึงช่วยให้ผู้ลงทุนได้รับผลตอบแทนและเงินลงทุนนั้นยังสามารถไปใช้หมุนเวียนในการพัฒนาประเทศอีกด้วย

มีการลงทุนแบบไหนบ้าง?

เดี๋ยวนี้ผู้คนเริ่มสนใจการลงทุนมากขึ้นเพื่อที่ จะได้รับผลตอบแทนที่มากขึ้นจากสินทรัพย์ที่เอาลงไปลงทุน ซึ่งการลงทุนสามารถแบ่งประเภทออกได้ 3 ประเภทหลักๆ

ตามระยะเวลาของการลงทุน

ตามระยะเวลาของการลงทุนซึ่งได้แก่การลงทุนชั่วคราว กับ การลงทุนระยะยาว  การลงทุนชั่วคราวคือการลงทุนที่ไม่เกิน 1 ปี ซึ่งรวมถึงหลักทรัพย์เพื่อค้า หลักทรัพย์เพื่อขาย เงินลงทุนทั่วไป และตราสารหนี้ที่จะครบกำหนดไปใน 1 ปี ส่วนการลงทุนระยะยาวเป็นการลงทุนที่ถือไว้เกินหนึ่งปีรวมถึงตราสารทุนที่จัดประเภทเป็นหลักทรัพย์เพี่อยู่ขายลงทุนทั่วไป ตราสารหนี้ที่จัดประเภทเป็นหลักทรัพย์เพี่อขายและตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกำหนด

ตามสถานสภาพของผู้ถือหลักทรัพย์ต่อกิจการ

ตามสถานสภาพของผู้ถือหลักทรัพย์ต่อกิจการ ซึ่งได้แก่ :

  • (ก) ”ตราสารทุน”เป็นสัญญาที่แสดงว่าผู้ถือตราสาร มีความเป็นเจ้าของในส่วนได้เสียคงเหลือของกิจการที่ได้ลงทุน

  • (ข) ”ตราสารหนี้”เป็นสัญญาที่แสดงว่าผู้ออกตราสารมีภาระผูกพันทั้งทางตรงและทางอ้อมที่จะต้องจ่ายเงินสดหรือทรัพย์สินอื่นให้แก่ผู้ถือตราสารตามจำนวนและเงื่อนไขที่ได้กำหนดไว้โดยชัดเจน
 ** แบ่งตามวัตถุประสงค์ของการถือหลักทรัพย์**

  • หลักทรัพย์เพื่อค้า

  • หลักทรัพย์เพื่อขาย

  • เงินลงทุนทั่วไป

  • ตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกำหนด

การเล่นหุ้น

การเล่นหุ้น หรือการลงทุนหุ้น คิดว่าหลายคนคงเคยได้ยินคำแบบนี้กันหรือบางคนอาจจะมีหุ้นกับบริษัทอยู่แล้วก็ได้ และการมีหุ้นอยู่ในมือนั้น ก็หมายความว่าเรามีสิทธิ์ในความเป็นเจ้าของกิจการหรือบริษัทตัวนั้นอยู่ เเต่เพื่อนๆเคยสงสัยไหมว่า การจะเล่นหุ้นหรือเป็นเจ้าของหุ้นสักตัวเนี่ย เราต้องไปซื้อขายหุ้นตัวนั้นกันที่ไหน? ถ้าเพื่อนๆอยากจะซื้อหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ สามารถไปซื้อได้จาก 2 ตลาดด้วยกัน คือตลาดแรก และตลาดรอง ถ้าเพื่อนๆซื้อหุ้นจากตลาดแรก หรือการซื้อหุ้น IPO และราคาหุ้นจากตลาดแรกก็จะถูกกำหนดโดยผู้จัดจำหน่ายที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการซื้อขาย อย่างเช่น บริษัทหลักทรัพย์ และการซื้อขายหุ้นในตลาดรอง หรือตลาดหลักทรัพย์ ราคาของหุ้น ก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพตลาด demand supply และผลการทำงานของบริษัท และผลตอบแทนจากการเล่นหุ้นก็จะมีอยู่ 2 แบบด้วยกัน คือ Capital Gain คือการเก็งกำไรจากส่วนต่างของหุ้นที่เราซื้อมาแล้วก็ขายไป อีกแบบก็คือเงินปันผล ซึ่งเป็นกำไรจากส่วนแบ่งที่บริษัทนั้นแบ่งให้กับผู้ถือหุ้นแต่ละคน และถ้าเราอยากจะซื้อขายหุ้นนั้น เราก็ต้องไปเปิดบัญชีหุ้นซะก่อน หรือที่เราเรียกกันว่าการ "เปิดพอร์ต" นั่นเอง เราต้องไปเปิดบัญชีหุ้นกับบริษัทหลักทรัพย์หรือที่เรียกกันว่า "โบรกเกอร์" เพื่อเป็นคนกลางในการซื้อขายหุ้นของเรา ซึ่งเมื่อเราเปิดบัญชีหุ้นแล้ว โบรกเกอร์ก็จะช่วยเราซื้อขายหุ้นออนไลน์ หรือแม้แต่การซื้อขายหุ้นผ่านนายหน้าของโบรกเกอร์เอง แต่การเล่นหุ้นก็มีความเสี่ยง เพื่อจะเป็นนักเล่นหุ้นที่ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีประสบการณ์และความรู้เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ดังนั้น ก่อนที่เพื่อนๆจะตัดสินใจเล่นหุ้นหรือซื้อหุ้นกับบริษัทไหนก็อย่าลืมศึกษาข้อมูลรายละเอียดของการลงทุนกับบริษัทนั้นดีๆด้วย

การลงทุน Forex

Forex ชื่อเต็มคือ Foreign Exchange เป็นตลาดที่ทำการแลกเปลี่ยนซื้อขายสกุลเงินทั่วโลก มากกว่า 200 คู่สกุลเงิน แม้แต่เงินสกุลบาทก็สามารถทำการซื้อขายในตลาด Forex ได้ เป็นตลาดการเงินยักษ์ใหญ่ ที่เปิดทำการซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมง ยกเว้นวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดราชการ การลงทุนใน Forex ถ้าจะอธิบายง่ายๆ ก็คือการนำเงินที่เรามีไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินอีกสกุลหนึ่ง ซึ่งเราจะเก็งกำไรได้จากความต่างของค่าสกุลเงินที่เราทำการซื้อขายนั้นเอง ยิ่งขายออกได้มากกว่าจำนวนเงินที่ซื้อเท่าไหร่ เราก็จะได้กำไรมากเท่านั้น การลงทุน Forex เป็นการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนเร็ว เมื่อเทียบกับการลงทุนในรูปแบบอื่นๆ ทำให้นักลงทุนหลายคนสนใจการลงทุนในตลาด Forex แต่การลงทุน Forex นั้นมีความเสี่ยงสูงมาก เพราะว่าค่าของสกุลเงินเป็นสิ่งที่ไม่แน่ไม่นอน และเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆก็ส่งผลอย่างมากต่ออัตราการแลกเปลี่ยนสกุลเงินไม่ว่าจะเป็น การค้าระหว่างประเทศ ความมั่นคงทางการเมือง นโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ถ้าเงินสกุลนั้นเป็นที่ต้องการของตลาดค่าของสกุลเงินก็จะสูงขึ้น กลับกันถ้าเศรษฐกิจในประเทศไม่ดีก็จะส่งผลให้นักลงทุนถอนทุนออกจากประเทศ และค่าเงินของสกุลตัวนั้นก็จะตกลงมาทันทีเลย ถ้าจะสรุปแล้วการลงทุน Forex ก็เหมือนกับการลงทุนทั่วไปที่มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ยิ่งผลตอบแทนสูง ความเสี่ยงก็สูงตามไปด้วย เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ชอบเสี่ยงและรับความเสี่ยงสูงได้ เน้นทำกำไรในช่วงสั้นๆ ตัดสินใจซื้อขายได้อย่างรวดเร็วฉับพลัน แต่ไม่ว่าเพื่อนๆจะลงทุนในรูปแบบไหน ก็อย่าลืมหาข้อมูลพื้นฐานการลงทุนเกี่ยวกับตลาดนั้นๆก่อนการลงทุนให้ดีด้วย

การลงทุนในทองคำ

ทองคำ เป็นเครื่องวัดฐานะและความมั่งคั่งส่วนบุคคล ถ้าใครมีทองเยอะนั่นหมายความว่ามีเงินเยอะ และทองคำเป็นเครื่องประดับที่รับความนิยมมากและในปัจจุบันนี้มีการลงทุนในทองคำ ได้รับความนิยมมากขึ้นผู้คนเริ่มหันมาสนใจซื้อทองคำเก็บสะสมไว้ เนื่องจากซื้อขายคล่องตัว ได้มีธุรกิจเกี่ยวกับการลงทุนทองคำที่ให้ประโยชน์หลายทางกับผู้ลงทุน เพราะว่า

ผลตอบแทน
 ผู้ลงทุนได้สร้างโอกาสผลตอบแทน จากราคาทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งดูเหมือนว่าช่วงที่ผ่านมาราคาทองคำอาจจะมีความผันผวนอยู่บ้างแต่ถึงอย่างไรต้องทำก็มีโอกาสที่จะสูงขึ้นได้ในระยะยาว

อัตราเงินเฟ้อ

ต้องทำใจป้องกันความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อ ในยามที่ อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นราคาทองคำก็มักจะขยับขึ้นด้วย บางครั้งราคาทองคำเพิ่มขึ้นสูงกว่าการเพิ่มของอัตราเงินเฟ้อ นั่นเป็นโอกาสที่ผู้ครอบครองทองคำจะได้รับกำไร

การลดความเสี่ยง

การสะสมทองเป็นการกระจายการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยง เพราะว่าการลงทุนทองคำจะได้ผลตอบแทน ที่ไม่เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับการลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ หรือสินทรัพย์เพื่อการลงทุนอื่นๆดังนั้นผู้ที่ลงที่ลงทุนในทองคำจะรู้สึกอุ่นใจได้มากขึ้น

การลงทุนอสังหาริมทรัพย์

หลายคนอาจมองหาช่องทางเพิ่มเติมเพื่อสร้างกำไรจากเงินที่มีอยู่ หลายคนสนใจที่จะลงทุนอสังหาริมทรัพย์  อสังหาริมทรัพย์ก็มีหลายแบบ เช่น  เพื่อสร้างกระแสเงินสดได้อย่างระยะยาว เช่น อาจจะปล่อยบ้าน คอนโด หอพัก ตลาดนัด ให้เช่าเพื่อเก็งกำไรด้วยการซื้อมา เช่น เราอาจจะซื้อขายที่ดิน เป็นต้น  การลงทุนอสังหาริมทรัพย์เป็นการลงทุนที่ใช้เงินทุนสูง แต่ว่าก็มีประโชน์เหมือนกันเพราะถ้าเราได้กำไรจากการปล่อยบ้าน คอนโด หรือ หอพักให้เช่า เราสามารถนำเงินที่ได้รับจากค่าเช่าไปช่วยผ่อนดอกเบี้ยเงินกู้ได้ นอกเหนือจากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ด้วยตัวเองแล้วยังสามารถลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ผ่านกองทุนรวม Property Fund ได้ ซึ่งข้อดีคือ เราสามารถลงทุนได้ด้วยเงินที่น้อยกว่า ได้ต้องดูแลทรัพย์ด้วยตัวเองแต่ว่าถ้าขึ้นชื่อเรื่องการลงทุนแล้ว ย่อมมีความเสี่ยงเสมอ และเราสามารถลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ได้ 2 วิธี วิธีแรกคือ สำหรับบุคคลทั่วไป สามารถลงทุนทางตรงผ่านการซื้อบ้านหรือคอนโด แล้วปล่อยเช่า วิธีที่สองคือ ลงทุนทางอ้อมผ่านการซื้อกองทุนอสังหาริมทรัพย์ การลงทุน 2 ประเภทนี้จะมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างออกกันไปข้อดีคือ คุณสามารถได้กำไรมากกว่าทั้งจากส่วนต่างของราคาขาย และค่าเช่า  ส่วนในเรื่องของข้อเสียคือ ต้องใช้เงินลงทุนสูงหน่อย

ในส่วนของกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ข้อดีคือ:

ใช้เงินลงทุนน้อย

ในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ต้องมีปัจจัยหลักโดยรวมหลายๆปัจจัย เช่น ทำเล เพราะว่าคนที่ซื้อบ้านหรือคนที่จะเช่าต้องดูทำเลของสถานที่เป็นส่วนใหญ่ว่าเป็นสถานที่ที่เหมาะกับความต้องการของคนที่จะซื้อ หรือ เช่า

ราคา

ถ้าเราได้ราคาที่สูงเราต้องมี3ปัจจัยที่ดีและสมราคาด้วย

ปริมาณ

ปริมาณอสังหาริมทรัพย์ในท้องตลาดหรือในทำเลเดียวกัน

สิ่งอำนวยความสะดวก

เพราะสิ่งนี้เป็นปัจสำคัญเลยที่จะทำให้คนที่จะซื้อหรือเช่านั้นใช้ในการตัดสินใจเช่น อาจจะมีสระว่ายน้ำ ฟิตเนส อื่นๆ

ในการที่จะลงทุนอสังหาริมทรัพย์ก็มีความเสี่ยงเหมือนกัน เพราะต้องใช้การลงทุนมูลค่าที่สูง และยังมีสภาพคล่องตัวต่ำเนื่องจากไม่ใช่ทรัพย์สินที่ทำการซื้อขายหรือเช่ายืมได้ในระยะที่รวดเร็ว เพราะนอกจากการที่จะหาลูกค้าที่มีความต้องการนั้น ต้องผ่านหลายขั้นตอนทั้งในเรื่องการทำสัญญา การโอน การกู้ยืมและอื่นๆ

การลงทุนกองทุนรวม

กองทุนรวมคือ การนำเงินระดมทุนจากผู้คนในจำนวนมากและนำไปจดทะเบียนให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล แต่การลงทุนกองทุนรวมมีความเสี่ยงเช่นเดียวกับการลงทุนทั่วไป ตัวอย่างเช่น:

กองทุนรวมตลาดเงิน

การลงทุนแบบนี้เป็นการอยู่ในความเสี่ยงระดับที่ต่ำมาก และเหมาะกับผู้ที่ลงทุนไม่ต้องการความเสี่ยง

กองทุนผสมรวม

กองทุนนี้อยู่ในความเสี่ยงระดับปานกลาง ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้เรื่องการลงทุนมากแต่ต้องการผลที่ตอบแทนสูง

กองทุนรวมทรัพย์สินทางเลือก

นี่เป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงในการทำงาน เพราะกองทุนนี้เป็นการลงทุนในทรัพย์สินประเภทอื่น ที่นอกเหนือจากสินทรัพย์ทั่วไปในพื้นฐาน

แต่ว่าขั้นตอนในการลงทุนนั้นกองทุนนั้นไม่ยากเท่าไหร่ แต่ว่าก่อนที่จะลงทุนนั้นคุณต้องคิดให้ดีๆก่อนว่าแบบนั้นคุณสามารถทำได้ โดยขั้นตอนในการลงทุนมีดังนี้

การทำความรู้จัก

คุณต้องทำความรู้จักกับตัวเองก่อน เพราะขั้นตอนนี้สำคัญมาก เราต้องคิดด้วยว่าการที่เราจะลงทุนนี้เราจะลงทุนไปเพื่ออะไร ต้องการผลตอบแทนเท่าไหร่ ต้องลงทุนอย่างไร มีความเสี่ยงมากแต่ไหน และมีเงินลงทุนเท่าใด

การวิเคราะห์

ต้องวิเคราะห์ถึงภาพรวมในการลงทุน เพราะว่าต้องดูสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันว่าเป็นอย่างไรบ้างเหมาะแก่การลงทุนหรือไม่

การเลือก เลือกกองทุน วิธีนี้คุณต้องศึกษาข้อมูลดีๆในการตัดสินใจว่าจะลงทุนแบบไหน ประเภทอะไร และนำมาเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสีย เพื่อที่จะได้เลือกให้ตรงตามความต้องการของคุณ

เมื่อการลงทุนรวมได้รับกำไรผู้ที่ถือหน่วยลงทุนจะได้รับ

ส่วนแบ่งกำไรในรูปของเงินปันผล

ส่วนแบ่งกำไรในรูปของเงินปันผล (Dividend) เฉพาะในกรณีที่กองทุนรวมนั้นมีนโยบายปันผล ซึ่งแต่ละกองทุนจะมีนโยบายที่ไม่เหมือนกัน

กำไรส่วนเกินมูลค่าหน่วยลงทุน

กำไรส่วนเกินมูลค่าหน่วยลงทุน (Capital Gain) จะได้รับเมื่อผู้ลงทุนขายคืนหน่อยลงทุนให้กับบริษัทจำกัดการลงทุนที่สูงกว่าราคาที่ซื้อมาตอนแรก

การลงทุนตราสารหนี้

การลงทุนแบบตราสารหนี้คือ การตราสารทางการเงินที่ผู้ถือ มีสถานะเป็นเจ้าหนี้ เนื่องจากตราสารหนี้มีมากมายหลายประเภท ก่อนที่เราจะทำการลงทุนเราต้องรู้ก่อนว่า วัตถุประสงค์ที่เราจะลงทุนคืออะไร ต้องการผลตอบแทนที่สูง หรือ ต่ำ มีระยะเวลาในการลงทุนนานเท่าไหร่  เราสามารถแบ่งตราสารหนี้ได้หลากหลาย ได้แก่ ตราสารหนี้ประเภทจ่ายดอกเบี้ย และตราสารหนี้ประเภทการจ่ายหนี้แบบลอยตัว ตราสารหนี้ปกติ ได้แก่ พันธบัตรรัฐบาล คำว่า ปกติ ในที่นี้คือ ตราสารหนี้ในการจ่ายดอกเบี้ยเป็นงวดๆ และจ่ายเงินต้นคืนงวดสุดท้าย แต่ถึงอย่างไร ช่วงหลังมานี้ ได้มีความนิยมออกตราสารอีกประเภทหนึ่งที่เรียกว่า ตราสารหนี้ชนิดทยอยเงินต้นคืน ซึ่งโดยส่วนใหญ่หุ้นกู้ในภาคเอกชนมีออกมาในลักษณะนี้ทั้งหมด ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิสจำกัด (มหาชน) เป็นต้น แต่โดยทั่วไป ตราสารหนี้ภาครัฐมักจะมีสภาพที่คล่องตัวที่สูงกว่าภาคเอกชน ผู้ลงทุนควรที่จะพิจารณาความเสี่ยงในด้านนี้ด้วยเหมือนกัน ถึงแม้คุณตัดสินใจซื้อหรือขายเรียบร้อยแล้ว แต่ขอจำไว้ว่า อย่าที่จะลืม ติดตามผลการลงทุนของคุณ และติดตามข้อมูลข่าวสาร เพื่อที่จะสามารถทำให้คุณปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุนได้ตามสภาพการณ์

การลงทุนใน Peer-to-Peer (P2P) Lending

Peer-to-Peer Lending หรือ P2P Lending ก็คือระบบตลาดสินเชื่อออนไลน์ที่ไม่จำเป็นต้องผ่านตัวกลาง หรือผ่านธนาคารแบงค์ไหนๆ เป็นระบบสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคลนั้นเองค่ะ ซึ่งระบบตลาดสินเชื่อออนไลน์จะทำงานผ่าน platform "ผู้กู้" จะต้องยื่นวัตถุประสงค์การกู้ยืมเงินผ่านทางแพลตฟอร์ม และ "ผู้ให้กู้" ก็จะพิจารณาเลือกให้สินเชื่อ เมื่อทั้งผู้กู้และผู้ให้กู้พอใจกับข้อตกลงนี้ก็จะลงนามสัญญาเงินกู้ด้วยกัน แต่ดอกเบี้ยที่ผู้กู้จะได้สูงสุดไม่เกิน 15% ต่อปีตามที่กฎหมายกำหนด และถึงแม้ว่าเราจะไม่ใช่นักธุรกิจ แต่เราก็สามารถขอกู้ได้ อย่างถ้าเป็นบุคคลธรรมดาก็จะขอกู้ได้ไม่เกิน 1.5 - 5 เท่าของรายได้ แล้วถ้าเป็นนักธุรกิจก็จะขอกู้ได้ไม่เกิน 50 ล้านบาท จะบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลสามารถปล่อยกู้ได้ ถ้าเป็นนักลงทุนรายย่อยก็ปล่อยกู้ได้ไม่เกิน 5 แสนบาทต่อปี แต่ถ้าเป็นสถาบันต่างๆ ก็ไม่มีการจำกัดจำนวนเงินในการปล่อยกู้ ซึ่งทางผู้กู้และผู้ให้กู้ก็จะได้รับประโยชน์จากระบบตลาดสินเชื่อออนไลน์ เพียงแต่ทุกการลงทุนมีความเสี่ยงและความเสี่ยงของ Peer-to-Peer Lending ก็คือ มีโอกาสที่ผู้กู้จะก่อภาระหนี้สินเกินตัว และนั่นก็จะเป็นความเสี่ยงของผู้ให้กู้ด้วย โครงการลงทุนใน Peer-to-Peer Lending ไม่ใช่การฝากเงิน ดังนั้น จึงไม่ได้รับการคุ้มครองเงินฝาก ผู้ให้กู้อาจจะไม่ได้เงินชำระหนี้ตามสัญญา รวมทั้งจะไม่สามารถยกเลิกการให้สินเชื่อ หรือเรียกให้ชำระหนี้ก่อนกำหนดได้ค่ะ เรียกได้ว่าทุกการลงทุนย่อมมีความเสี่ยงจริงๆ ดังนั้นไม่ว่าจะลงทุนกับอะไรไม่ว่าจะเป็นผู้กู้หรือผู้ให้กู้ ก็อย่าลืมศึกษาข้อมูลของตลาด Peer-to-Peer Lending กันดีๆ

การลงทุนใน Cryptocurrency (สกุลเงินดิจิทัล)

คิดว่าหลายคนคงคุ้นกับเงินดิจิตอลกันอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าตังค์ออนไลน์ต่างๆ หรือ e-Wallet ที่เรารู้จักต่างก็เป็นเงินดิจิตอล แต่สกุลเงินดิจิตอล (Cryptocurrency) นั้นต่างออกไป เพราะสกุลเงินดิจิตอล ที่ใช้กันทั่วโลกนั้นจำเป็นต้องใช้อัลกอริทึมในการเข้ารหัส ซึ่งทำให้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีการปลอมแปลงสกุลเงินดิจิตอล หรือการจ่ายเงินซ้ำ และสกุลเงินดิจิตอลตัวแรกที่รู้จักกันบนโลกนี้ก็คือ "บิทคอยน์" และการลงทุนในสกุลเงินดิจิตอลนั้นตอนนี้ก็ทำได้ 2 วิธีด้วยกัน วิธีที่ 1 คือ ลงทุนโดยการขุด bitcoin ก็คือการที่ นักขุด (Miner) จะต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่เรียกว่า ASIC เพื่อใช้ถอดรหัสข้อมูลของธุรกรรมนั้นๆและจะได้รางวัลเป็น bitcoin นี้เองค่ะ แต่เครื่องมือที่ใช้ในการขุด bitcoin ก็จะแอบแพงอยู่นิดนึง วิธีที่ 2 ลงทุนโดยการเทรด bitcoin ก็เหมือนกับการซื้อขายสกุลเงินทั่วไป เราก็จะเก็งกำไรจากการซื้อ-ขายสกุลเงินดิจิตอลที่เรามีอยู่ และวิธีนี้ก็ทำได้ง่ายกว่าเพราะเราไม่จำเป็นต้องไปซื้อเครื่องขุด bitcoin ค่ะ แต่ทุกการลงทุนย่อมมีความเสี่ยง ไม่เว้นแม้แต่ในตลาดสกุลเงินดิจิตอลก็เช่นกัน เพราะสกุลเงินดิจิตอลยังไม่มีหน่วยงานที่คอยกำกับดูแลอย่างเป็นทางการ บวกกับค่าของสกุลเงินดิจิตอลนั้น มีความผันผวนในแต่ละวันสูงมาก และไม่ค่อยมั่นคง ทำให้การถือสกุลเงินดิจิตอลตัวใดตัวหนึ่งไว้นานๆก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไหร่ และสกุลเงินดิจิตอลก็อยู่ในระบบดิจิตอลทั้งหมด ทำให้มีความเสี่ยงที่แฮกเกอร์มือดี จะขโมยข้อมูลของเราไปได้ค่ะ แต่ไม่ว่าเพื่อนๆจะลงทุนอะไร ก็อย่าลืมศึกษาข้อมูลการลงทุนกันดีๆก่อน

มี Tips อะไรบ้างสำหรับคนที่สนใจในการลงทุน?

สำหรับคนที่สนใจในการลงทุนเรามีเคล็ดลับมานำเสนอเพื่อให้การลงทุนเป็นเรื่องง่ายและได้กำไรสำหรับคุณโดยมีวิธีการดังต่อไปนี้:

แนวโน้มของตลาด

ต้องรู้แนวโน้มของตลาดว่าอยู่ในแนวไหนถ้าตลาดอยู่ในช่วงขาลงไม่จำเป็นต้องลงทุนก่อนรอให้ตลาดขาขึ้นแล้วค่อยลงทุน

จังหวะเวลา

จังหวะเวลาที่เหมาะสมทำไมจึงสำคัญ เพราะการเคลื่อนไหวของตลาดมีขาขึ้นมีขาลง คุณต้องลงทุนช่วงขาขึ้นเท่านั้น อย่าไปลงทุนช่วงขาลง หรือสัณญาณที่จะปรับตัวเป็นขาลง

ใช้เงินเย็น

คือเงินก้อนที่คุณไม่ได้นำมาใช้ในชีวิตประจำวันและไม่มีผลต่อการดำเนินชีวิตของคุณ

ห้ามโลภ

เมื่อคุณเห็นว่าได้กำไรพอประมาณ แล้วให้ตัดขายทำกำไรทันทีอย่านึกเสียดายถ้าหุ้นตัวนั้นจะปรับตัวขึ้นไปอีก

เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา

เพราะว่าการทำตามตำราอาจใช้ไม่ได้ผลทั้งหมดดังนั้นการเรียนจากประสบการณ์และลงมือทำ และดูแนวทางประสบการณ์ของคนอื่นที่เคยผ่านมา หรือหาความรู้เพิ่มเติมทั้งแนวความคิจากคนรุ่นเก่า และคนรุ่นใหม่จะเสริมให้คุณสามารถทำธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น