คุณเคยได้ยินเกี่ยวกับสินเชื่อกรมธรรม์ค้ำประกันหรือไม่? หากคุณมีกรมธรรม์ประกันชีวิตอยู่แล้ว และกำลังมองหาแหล่งเงินกู้ที่สะดวกรวดเร็ว สินเชื่อประเภทนี้อาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคุณ มาทำความรู้จักกับสินเชื่อกรมธรรม์ค้ำประกันให้มากขึ้นกันว่าคืออะไร พร้อมแนะนำสินเชื่อกรมธรรม์ประกันชีวิตจากธนาคารออมสินสำหรับใครที่สนใจให้ได้เอาไปเป็นไอเดีย

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ใช้อะไรค้ำสินเชื่อได้บ้าง แต่ละแบบได้อนุมัติเท่าไร ที่นี่

สินเชื่อกรมธรรม์ค้ำประกัน คืออะไร

สินเชื่อกรมธรรม์ค้ำประกัน คืออะไร

สินเชื่อกรมธรรม์ค้ำประกัน หรือที่บางคนเรียกว่า สินเชื่อที่ใช้ประกันในการค้ำประกัน เป็นรูปแบบสินเชื่อที่ให้ผู้กู้นำกรมธรรม์ประกันชีวิตของตนเองมาใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อ แทนที่จะต้องใช้บุคคลค้ำประกันหรือหลักทรัพย์อื่นๆ

วิธีนี้ช่วยให้ผู้ถือกรมธรรม์สามารถเข้าถึงเงินทุนได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องไปรบกวนคนอื่นให้มาค้ำประกันให้ ซึ่งบางครั้งอาจเป็นเรื่องลำบากใจ นอกจากนี้ยังเป็นการใช้ประโยชน์จากกรมธรรม์ที่เรามีอยู่แล้วให้คุ้มค่ามากขึ้นด้วย

สินเชื่อประเภทนี้เหมาะกับใคร

- ผู้ที่มีกรมธรรม์ประกันชีวิตอยู่แล้ว: เป็นเงื่อนไขหลักที่สำคัญที่สุด คุณต้องมีกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีมูลค่าเงินสดเพียงพอ และเป็นกรมธรรม์ที่สถาบันการเงินยอมรับ

- ผู้ที่ต้องการเงินด่วน: เนื่องจากกระบวนการพิจารณาอนุมัติค่อนข้างรวดเร็ว จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้เงินเร่งด่วน

- ผู้ที่ไม่ต้องการใช้บุคคลค้ำประกัน: หากคุณไม่อยากรบกวนคนอื่นให้มาค้ำประกันเงินกู้ให้ สินเชื่อนี้เป็นทางเลือกที่ดี

- ผู้ที่มีประวัติเครดิตไม่ดีนัก: เนื่องจากใช้กรมธรรม์เป็นหลักประกัน ธนาคารจึงมักจะพิจารณาจากมูลค่ากรมธรรม์เป็นหลัก ไม่ได้เน้นประวัติเครดิตมากนัก

- ผู้ที่ต้องการวงเงินกู้ไม่สูงมาก: โดยทั่วไปวงเงินกู้จะขึ้นอยู่กับมูลค่าเงินสดของกรมธรรม์ ซึ่งมักจะไม่สูงมากนัก เหมาะกับการกู้ยืมในจำนวนที่ไม่มากเกินไป

ความน่าสนใจของสินเชื่อกรมธรรม์ค้ำประกัน

- ไม่ต้องใช้บุคคลค้ำประกัน: นี่คือข้อดีที่สำคัญที่สุด คุณไม่ต้องไปขอร้องใครให้มาค้ำประกันเงินกู้ให้ ซึ่งบางครั้งอาจทำให้เกิดความอึดอัดใจหรือกระทบความสัมพันธ์ได้

- อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อส่วนบุคคลทั่วไป: เนื่องจากมีกรมธรรม์เป็นหลักประกัน ความเสี่ยงของธนาคารจึงต่ำกว่า ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยที่เรียกเก็บต่ำกว่าสินเชื่อส่วนบุคคลแบบไม่มีหลักประกัน

- กระบวนการอนุมัติรวดเร็ว: เมื่อเทียบกับการขอสินเชื่อประเภทอื่น การใช้กรมธรรม์เป็นหลักประกันทำให้กระบวนการพิจารณาและอนุมัติเร็วกว่า เพราะธนาคารสามารถตรวจสอบมูลค่ากรมธรรม์ได้ทันที

- ไม่กระทบต่อความคุ้มครองของกรมธรรม์: แม้จะนำกรมธรรม์มาค้ำประกันเงินกู้ แต่คุณยังคงได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขของกรมธรรม์เหมือนเดิม

- ยืดหยุ่นในการใช้เงิน: คุณสามารถนำเงินกู้ไปใช้ได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุน ชำระหนี้ หรือใช้จ่ายส่วนตัว โดยไม่มีข้อจำกัดเหมือนสินเชื่อบางประเภท

- โอกาสในการปรับโครงสร้างหนี้: หากคุณมีหนี้สินอื่นๆ ที่มีดอกเบี้ยสูงกว่า การใช้สินเชื่อกรมธรรม์ค้ำประกันอาจเป็นโอกาสในการปรับโครงสร้างหนี้ให้มีต้นทุนทางการเงินที่ต่ำลงได้

- ไม่ต้องผ่อนชำระรายเดือนก็ได้: บางสถาบันการเงินอาจมีตัวเลือกให้ชำระเฉพาะดอกเบี้ยรายเดือน และชำระเงินต้นเมื่อครบกำหนดสัญญา ทำให้ภาระการผ่อนชำระรายเดือนต่ำลง

- ไม่ต้องตรวจสอบเครดิตบูโร: เนื่องจากใช้กรมธรรม์เป็นหลักประกัน ธนาคารจึงมักไม่ตรวจสอบประวัติเครดิตอย่างเข้มงวด ทำให้ผู้ที่มีประวัติเครดิตไม่ดีนักยังมีโอกาสได้รับอนุมัติ

ขั้นตอนการสมัครสินเชื่อกรมธรรม์ค้ำประกัน

  1. ก่อนอื่นต้องตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นของตัวเองก่อน โดยต้องมีกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีมูลค่าเงินสดเพียงพอ กรมธรรม์ต้องมีอายุตามที่ธนาคารกำหนด (มักจะต้องมีอายุมากกว่า 2 ปีขึ้นไป) และต้องชำระเบี้ยประกันมาอย่างต่อเนื่องตามเงื่อนไขของธนาคาร

  2. จากนั้นให้เลือกสถาบันการเงินที่ให้บริการ โดยศึกษาข้อมูลและเปรียบเทียบเงื่อนไขของแต่ละธนาคารที่ให้บริการสินเชื่อประเภทนี้ พิจารณาอัตราดอกเบี้ย วงเงินสูงสุดที่ให้กู้ และระยะเวลาผ่อนชำระ

  3. ต่อมาเตรียมเอกสารประกอบการสมัครให้พร้อม ซึ่งมักจะประกอบด้วยบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน กรมธรรม์ประกันชีวิตฉบับจริง ใบแจ้งยอดการชำระเบี้ยประกันล่าสุด และเอกสารแสดงรายได้ (อาจต้องใช้ในบางกรณี)

  4. เมื่อเตรียมเอกสารพร้อมแล้ว ให้ยื่นใบสมัครและเอกสารประกอบทั้งหมด โดยกรอกใบสมัครให้ครบถ้วนและถูกต้อง พร้อมแนบเอกสารประกอบทั้งหมดตามที่ธนาคารกำหนด

  5. หลังจากนั้นก็รอการพิจารณาอนุมัติ ธนาคารจะตรวจสอบข้อมูลและเอกสารที่คุณยื่นมา อาจมีการติดต่อกลับเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมหรือยืนยันรายละเอียดบางอย่าง

  6. เมื่อธนาคารพิจารณาเสร็จแล้ว คุณจะได้รับแจ้งผลการอนุมัติ หากได้รับอนุมัติ ธนาคารจะแจ้งวงเงินที่อนุมัติและเงื่อนไขต่างๆ แต่หากไม่ได้รับอนุมัติ ธนาคารจะแจ้งเหตุผลให้ทราบ

  7. ขั้นตอนสุดท้ายคือการทำสัญญาและรับเงินกู้ หากคุณตกลงรับเงื่อนไขที่ธนาคารเสนอ คุณจะต้องไปทำสัญญาที่สาขาของธนาคาร เซ็นเอกสารยินยอมให้ใช้กรมธรรม์เป็นหลักประกัน และรับเงินกู้ตามช่องทางที่ตกลงกับธนาคาร เช่น โอนเข้าบัญชี หรือรับเป็นเช็ค

เอกสารที่ต้องใช้ในการสมัครสินเชื่อกรมธรรม์ค้ำประกัน

- บัตรประชาชน: ต้องเป็นบัตรที่ยังไม่หมดอายุ ใช้เพื่อยืนยันตัวตนของผู้สมัคร ควรถ่ายสำเนาทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง - สำเนาทะเบียนบ้าน: ใช้เพื่อยืนยันที่อยู่ปัจจุบันของผู้สมัคร ควรถ่ายสำเนาหน้าแรกที่มีบ้านเลขที่ และหน้าที่มีชื่อของผู้สมัคร เซ็นรับรองสำเนาถูกต้องทุกหน้า - กรมธรรม์ประกันชีวิตฉบับจริง: เป็นเอกสารสำคัญที่สุดในการขอสินเชื่อประเภทนี้ ต้องเป็นกรมธรรม์ที่มีมูลค่าเงินสดและเป็นไปตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด ธนาคารจะตรวจสอบรายละเอียดและมูลค่าของกรมธรรม์ - ใบแจ้งยอดการชำระเบี้ยประกันล่าสุด: เพื่อยืนยันว่าคุณได้ชำระเบี้ยประกันอย่างต่อเนื่องและเป็นปัจจุบัน ธนาคารจะใช้เอกสารนี้ประกอบการพิจารณาสถานะของกรมธรรม์

สินเชื่อกรมธรรม์ค้ำประกัน ธนาคารออมสิน

สินเชื่อกรมธรรม์ค้ำประกัน ธนาคารออมสิน

ธนาคารออมสินเปิดตัวบริการสินเชื่อกรมธรรม์ค้ำประกันพิเศษ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าเงินฝากสงเคราะห์ชีวิตและครอบครัว ที่อาจมีความจำเป็นต้องใช้เงินด่วนในยามฉุกเฉิน โดยใช้มูลค่าเงินสดในกรมธรรม์เป็นหลักประกัน

จุดเด่นที่น่าสนใจ

  • ไม่จำเป็นต้องมีผู้ค้ำประกัน
  • กระบวนการอนุมัติและรับเงินรวดเร็วภายใน 1 วัน
  • ขั้นตอนง่าย ใช้เพียงเล่มกรมธรรม์และบัตรประชาชน
  • ความคุ้มครองตามกรมธรรม์ยังคงอยู่เช่นเดิม

รายละเอียดสินเชื่อ

- วงเงินกู้: สูงสุด 100% ของมูลค่าเงินสดตามกรมธรรม์ (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละกรมธรรม์) - ระยะเวลากู้: 1 ปี หรือตามระยะเวลาที่เหลือของกรมธรรม์หากน้อยกว่า 1 ปี - หลักประกัน: เล่มกรมธรรม์เงินฝากสงเคราะห์ชีวิตและครอบครัว - อัตราดอกเบี้ย: 4.19% ต่อปี สำหรับทุกแบบกรมธรรม์

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ สินเชื่อกรมธรรม์ค้ำประกัน ธนาคารออมสิน ที่นี่

สินเชื่อกรมธรรม์ค้ำประกันเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มีกรมธรรม์ประกันชีวิตและต้องการเงินทุนอย่างรวดเร็ว แต่ก็มีทั้งข้อดีและข้อควรระวัง การตัดสินใจใช้บริการควรพิจารณาอย่างรอบคอบ ประเมินความจำเป็นและความสามารถในการชำระหนี้ และศึกษาเงื่อนไขต่างๆ อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ หากมีข้อสงสัยควรสอบถามเจ้าหน้าที่ธนาคารหรือที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนก่อนตัดสินใจ หากใครอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามผู้เชี่ยวชาญจาก MoneyDuck ได้ฟรี ที่ลิงก์ด้านล่าง