ในยุคที่เศษฐกิจไม่ค่อยดีแบบนี้ หลาย ๆ คนอาจจะมีรายรับไม่พอกับรายจ่ายที่มีแต่จะเพิ่มมากขึ้นทุก ๆ วัน ทำให้หลาย ๆ คน โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนอย่างพวกเราอยากที่จะลงทุนอะไรสักอย่าง หรือแม้แต่การลงทุนขายของ เพื่อจะสร้างรายได้เสริมหลังเลิกงาน แต่ว่าเพื่อน ๆ หลาย ๆ คนอาจจะรู้สึกกังวนว่าเงินเดือนเราอาจจะยังไม่ได้เยอะเยะมากมาย แล้วเราจะลงทุนอะไรดี ในเมื่อเรามีต้นทุนไม่เยอะเหมือนคนอื่น ๆ วันนี้ แอดมินอยากที่จะมาแนะนำเพื่อน ๆ เพื่อเป็นแนวทางในการให้เพื่อน ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักศึกษา หรือ ผู้ที่เพิ่งเรียนจบมาใหม่ ๆ เงินเดือนขั้นต่ำแค่ 15,000 ก็สามารถทำได้ เรามีไอเดียดี ๆ ให้เป็นแนวทางที่เพื่อน ๆ สามารถได้รับความรู้มากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับการลงทุน โดยที่เงินเดือนของเราไม่จำเป็นต้องมีมาก ถึงจะลงทุนทำธุรกิจได้ วันนี้เราจะมาดูกันว่าเราควรที่จะเริ่มต้นยังไงกันดี ถ้าพร้อมแล้ว เราไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

อันดับแรกแอดมินอยากจะแนะนำซึ่งเป็นเรื่องที่ต่อเนื่องจากบทความที่แล้วนะคะ ถ้าใครได้มีโอกาสไปอ่านมา ก็คงพอจะจำกันได้ใช่ไหมค่ะว่า เมื่อได้เงินมา สิ่งสำคัญคือเราต้องไม่ลืมที่จะนั่งลง วางแผน เรื่องการเงินของเราค่ะ เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะว่ามันจะช่วยเป็นแนวทางให้เรารู้ว่าเราจะใช้เงินของเราอย่างไรในแต่ละเดือน มาดูกัน

ในการวางแผนการเงินของตัวเองวิธีนี้ไม่ยากค่ะ เมื่อเรารู้รายได้ที่แน่ชัดของเราในแต่ละเดือน เพื่อน ๆ ก็ลองแบ่งเงินออกมาเป็นส่วน ๆ อาจจะแยกเป็นประเภทใหญ่ ๆ เช่น ส่วนแรกเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่เราจะต้องใช้ในแต่ละเดือน

ต่อมา ก็แบ่งในส่วนของเงินออมที่ต้องการจะเก็บไว้ในธนาคารเป็นเงินทุนสำรองส่วนตัวเพื่อจะใช้ได้ใยามฉุกเฉิน และต่อมา อันนี้คือหัวใจหลักของวันนี้เลย ก็คือ การที่เราจะต้องแบ่งเงินออกมาสำหรับส่วนที่เราต้องการใช้ในการลงทุนต่าง ๆ ที่เพื่อน ๆ ต้องการ

ดังนั้นในเงินของเพื่อน ๆ แอดมินอย่างจะให้คิดเป็น เปอร์เซนง่าย ๆ ในสัดส่วนแบบนี้นะคะ คือ เงิน 100 % แบ่งเป็น 3 ส่วนใหญ่ ๆ แบบนี้

1 ค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่เราจะต้องใช้ในแต่ละเดือน 30 %

2 เงินออมที่ต้องการจะเก็บไว้ในธนาคารเป็นเงินทุนสำรองส่วนตัว 10%

3 เงินที่เราต้องการใช้ในการลงทุนต่าง ๆ ของเรา 30 %

เห็นมั้ยค่ะว่าเมื่อแบ่งเป็นสัดส่วนที่ชัดเจนก็ทำให้เราสามารถที่จะจัดการกับเงินของเราได้ดียิ่งขึ้น เราจะไม่สับสน และไม่เสี่ยงต่อการกินทุน เมื่อเราจะต้องเงินของเราในการลงทุน เพราะ เรามีการจัดสรรแบ่งแยกเงินของเราไว้แล้ว เรื่องนี้อาจจะดูเล็ก ๆ แต่จริง ๆ แล้วสำคัญมากค่ะเพราะถ้าไม่วางแผนการเงินให้รัดกุมแบบนี้เงินของงพื่อน ๆ อาจะหมดตัวเอาได้ค่ะ ดังนั้นอย่าลืมแบ่งเงินตามสัดส่วนนี้ก่อนลงทุนทุกครั้งนะคะ

หลังจากที่เราวางแผนการเงินของเราเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ที่นี้ เรามาเข้าสู่หัวใจหลักของเรื่องในวันนี้กันเลย นั่นก็คือ เราจะลงทุนทำอะไรดี เพราะเมื่อเราพูดถึงการลงทุน ก็มีหลากหลายรูปแบบเหลือเกินที่เราสามารถทำได้ แต่จะมีอะไรบ้าง เรามาดูกันว่า การลงทุนแบบไหนที่เรารู้สึกว่าชอบ หรือ เหมาะสมกับตัวเราและเงินทุนของเราที่สุดในเงินเดือนขั้นต่ำแค่ 15,000 บาท

ขายของ

การลงทุนอย่างนึงที่ง่ายมาก และเป็นที่นิยมที่สุดสำหรับคนที่มีเงินทุนน้อย ๆ นั่นก็คือการขายของค่ะ ซึ่งการขายของนั้นก็มีหลากหลายแหล่างมากมายในทุกวันนี้ที่เราสามารถจะออกไปขายได้อาทืิเช่น

1 การขายของตามตลาดนัด

ตลาดนัดในบ้านเราจังหวัดนึงนี่มีเยอะเยะมากมายกันเลยทีเดียวค่ะ ไม่ว่าจะเป็นตลาดนัดพื้นบ้านตามชนบท ไปจนถึงตลาดนัดในเมือง อย่าง ถนนคนเดิน ตลาดไนท์มาร์เก็ตต่าง ๆ ก็ เป็นแหล่งรวมของคนรุ่นใหม่ไฟแรงและออกไปหารายได้เสริมกันมากมาย มีสินค้าหลากหลาย ถ้าใครที่คิดอยากจะขายของที่ตลาดนัด แอดมินขอแนะนำเพื่อน ๆ ให้ทำแบบนี้ค่ะ

1.1 ลองสำรวจตลาด ว่าง ๆ ลองจัดเวลาไปเดินดูรอบ ๆ ตลาดที่เราสนใจจะลงทุนเพื่อนำสินค้าไปขาย ว่ามีสินค้าอะไรแล้วบ้าง อะไรยังไม่มี หรือมีน้อย เพื่อน ๆ อาจจะมีสินค้าที่อยากขายไว้ในใจสัก 2 ถึง 3 อย่าง และลองดูว่าสำหรับตลาดนี้เราควรขายอะไร สินค้าอะไรขายดี หรือ กำลัง เป็นที่นิยม

1.2 คู่แข่ง สินค้าที่เราอยากจะจายนั้นเราก็ต้องดูด้วยว่าในตลานนั้น ๆ ที่เราต้องการจะไปขายของ มีคู่แข่งเยอะรึเปล่า เพราะถ้าสินค้าไหนมีคนขายเยอะแล้ว และขายมานานกว่าเรา ก็อาจจะยากเพราะลูกค้ามีตัวเลือกเยอะไป ดังนั้น แนะนำว่าให้หาสินค้าตัวอื่นมาขาย หรือ หาที่แปลกใหม่จะดีกว่าค่ะ เพราะจะได้เพิ่มโอกาสในการขายมากกว่าแน่นอน ถ้าเรามีสินค้าที่หลากหลายและน่าสนใจให้กับลูกค้า ยังไงก็ลองคิดเรื่องนี้กันด้วยนะคะ

1.3 กลุ่มลูกค้า เมื่อสำรวจตลาดอีกสิ่งที่ควรทำคือ เราต้องสังเกตุลูกค้าที่เดินไปมาในตลาดว่า ส่วนใหญ่แล้วเป็นใครที่มาเดินตลาดนั่น ๆ ที่เราต้องการไปขายของ ลูกค้าเป็นกลุ่ม เป็นวัยรุ่นนักเรียนนักศึกษา หรือ คนทำงาน หรือว่ามาเป็นครอบครัว ที่แนะนำให้สังเกตุ ก็เพราะว่า เราจะได้เลือกสินค้าที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าในตลาดส่วนใหญ่ เพื่อให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด ซึ่งจะเกิดผลดีต่อยอดขายของเรา ถ้าเราเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าค่ะ เรื่องนี้จึงสำคัญ

1.4 ค่าเช่าแผง การขายของตามตลาดส่วนใหญ่ก็มักจะมีค่าเช่าแผงในการขายของด้วย ดังนั้นในช่วงแรก ๆ เพื่อน ๆ ก็ต้องเลือกตลาดที่มีค่าเช่าไม่สูงมาก เช่นตามถนนคนเดิน อาจจะไม่ต้องมีที่ประจำในช่วงแรกค่ะ ไปจับฉลากเอา ซึ่งค่าเช่าแผงก็จะถูกว่า และประหยัดต้นทุนเราด้วยค่ะ

1.5 ทำการตลาด เมื่อเริ่มขายแล้ว สิ่งสำคัญเลยเราต้องทำการตลาดเป็น เช่นตั้งราคาสินค้า ที่ลงท้ายด้วยเลข 9 ทำให้ดูน่าสนใจ น่าซื้อ และดูไม่แพง เช่นถ้าเพื่อน ๆ ขายต่างหู คู่ละ 19 บาท ถ้าซื้อ 3 คู่ก็ 50 บาท โดยอาจจะมีราคาเหมา ๆ เป็นตัวเลือกให้กับลูกค้า และเทคนิคนี้ก็ทำให้ลูกค้าอยากจะซื้อให้คุ้มค่า เพราะ ถูกกว่าถ้าเลือกซื้อ 3 คู่ เมื่อคิดถึงความคุ้มแล้ว ใคร ๆ ก็อยากซื้อ แน่นอนค่ะ และอีกเทคนิคสำคัญ เราต้องไม่ลืมที่จะจัดร้านให้น่าสนใจ เพื่อเรียกลูกค้ามาร้านเรา อาจจะมีไฟสว่าง ๆ จัดร้านให้ดูสวยงาม มีราคาชัดเจน เป็นต้นค่ะ

2 การขายของออนไลน์

การขายสินค้าผ่านออนไลน์นี่เป็นอีกหนึ่งช่องทางการขายของที่มาแรงมาในยุคนี้ ซึ่งการที่เราขาของออนไลน์นั้น จะช่วยผู้ให้เราสามามรถประหยัดเงิน และที่สำคัญเรายังไม่ต้องไม่ต้องไปเสียค่าเช่าพื้นที่ ไม่ต้องสต็อกสินค้าทีละมาก ๆ อีกด้วย เหมาะอย่างยิ่งกับผู่ที่มีต้นทุนไม่มาก และอยากหารายได้เสริมค่ะ เพราะเราสามารถทำงานนี้ที่บ้านหรือที่ไหนก็ได้ แค่มีอินเตอร์เน็ตติดตัว และยังเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ซื้ออีกด้วยค่ะ เพราะลูกค้าไม่จำเป็นจะต้องต้องเดินทางมาถึงตลาดที่ขายสินค้า ซึ่งเป็นการประหยัดเวลาให้ลูกค้า อีกทั้งผู้ขายสินค้าอย่างเรา ก็สามารถทำการค้าขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่การขายสินค้าด้วยวิธีนี้อาจมีข้อเสียนิดนึงคืออาจจะมีคู่แข่งเยอะทั้งด้านสินค้าที่มีโอกาสซ้ำกัน และราคาที่แข่งกันสูง ซึ่งในการขายของออนไลน์ เรานั้นไม่สามารถเชียร์ลูกค้า หรือ โน้มน้าวใจให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าของเราได้ผ่านทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ ดังนั้นในการขายของในร้านค้าออนไลน์ของเราจึงจำเป็นจะต้องดูสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ อาทิเช่น

2.1 สร้างความน่าเชื่อถือ

เราควรที่ตอบข้อสงสัยลูกค้าเร็ว ๆ ค่อย ๆ สร้างความมั่นใจ เช่นเมื่อมีรีวิว ก็ให้ลงรีวิวเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือว่าเรานั่นส่งสินค้าจริง และมีคนได้รับสินค้าจากร้านของเรา ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ก็สามารถประสบความสำเร็จในการขายของออนไลน์ได้ไม่ยาก เพราะมีหลายช่องทาง หลายเว็บไซต์เลยที่เรามารถสมัครเข้าไปขายของ หรือ ขายตามโซเชียลต่าง ๆ ก็ ได้ จับสินค้าดี ๆ น่าสนใจสักชิ้น ก็รุ่งแน่นอนค่ะ

2.2 เทคนิคการขาย

การขายของออนไลน์นั้นก็ต้องมีเทคนิคการขายเช่นกัน เพื่อน ๆ อาจจะฝากคนรู้จัก หรือเพื่อน ๆ ให้ช่วยแชร์ ช่วยโปรโมท ร้านเราให้เป็นที่รู้จัก ในช่วงแรกอาจทำโปรโมชั่น เล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น การลด แลก แจก แถม เราอาจจะลดราคาสินค้าพิเศษช่วงเปิดร้านใหม่ หรือ แจกของนิด ๆ หน่อย ๆ เล่นเกมหรือทำกิจกรรมกับลูกค้าก็ได้ค่ะ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า และยังดึงดูดลูกค้าให้สนใจมาซื้อของร้านเราด้วย อันนี้ก็เป็นเทคนิคง่าย ๆ เบื้องต้นที่เพื่อน ๆ สามารถ เอาไปใช้ได้ค่ะ

3 เป็นตัวแทนจำหน่าย

อันนี้แนะนำสำหรับคนไม่มีทุน หรือต้นทุนน้อย ๆ เช่นน้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ถ้าอยากมีายได้เพิ่มน้อง ๆ ก็ลองไปสมัครเป็นตัวแทนจำหน่อยสินค้าต่าง ๆ นะคะ ซึ่งทุกวันนี้มีเจ้าของสินค้าที่ขายดี ๆ ก็รับสมัครตัวแทนจำหน่ายให้เค้า แบบที่ไม่ต้องสต๊อกสินค้า เราก็สามารถมีรายได้จากส่วนต่างที่เค้าจะแบ่งให้เราจากยอกขาย น่าสนใจและไม่เสี่ยงด้วยเทคนิคง่าย ๆ ที่ต้องทำคือ

3.1 ลองเลือกสินค้าที่น่าสนใจ เราลองเลือกสินค้าที่น่าสนใจสักชิ้น เช่นดูว่าสินค้าของร้านไหนดูมีคุณภาพ เป็นที่นิยม ขายดี ถ้าเค้าเปิดรับสมัครตัวแทนจำหน่อยแล้วก็ลองไปสมัครเป็นตัวแทนขายกันดูค่ะ สินค้าที่รับตัวแทนมีหลากหลายประเภทมาก ๆ ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องสำอางค์ อาหารเสริม ของจุกจิก เครื่องเขียน เราก็ลองดูนะคะว่าเราชอบอะไร ลองไปเลือกสมัครกันดูค่ะ

ซื้อกองทุน

การซื้อกองทุนนั้นก็เป็นอีกการลงทุนนึงนะคะ ที่หลาย ๆ คนให้ความสนใจ เพราะว่า ถ้าใครที่บอกว่าไม่ถนัดการออกไปขายของตามตลาดนัดล่ะก็คงจะสนใจเรื่องการลงทุนกับกองทุนรวม เพราะเราไม่ต้องทำอะไรมากค่ะ ก็นำเงินส่วนที่เราแบ่งไว้สำหรับลงทุน เปลี่ยนเงินส่วนนี้ของเรา ไปซื้อกองทุนรวมแทน เพื่อ ที่้เราจะได้รับผลตอบแทนมากยิ่งขึ้น แต่หลายคนอาจกังวลว่าแล้วเราควรเลือกกองทุนแบบไหนถึงจะดี เรามีเทคนิคการเลือกมาแนะนำกันเล็กน้อยค่ะ อาทิเช่น

ดูแนวโน้มตลาด

เราสามารถเลือกกองทุนได้โดยการดูจากผลประกอบการของกองทุนรวมนั้น ๆ ที่เราสนใจว่าผลประกอบการเป็นอย่างไร ดีหรือไม่ดี เมื่อเราสังเกตุลักษณะของกองทุนก็ช่วยเราตัดสินใจได้ว่าเราควรจะซื้อกองทุนไหนดี เหตุผลที่เราจะต้องดูแนวโน้มของตลาดก็เพราะว่า ผลตอบแทนการลงทุนมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตามราคาของสินทรัพย์ในกองทุนค่ะ ดังนั้นการซื้อกองทุนรวมก็จำเป็นที่จะต้องดูหลาย ๆ ด้านไม่ว่าจะเป็น แนวโน้มอัตราดอกเบี้ย เพราะในการเลือกลงทุนให้สอดคล้องกับแนวโน้มตลาด ก็จะทำให้เรามีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นค่ะ

เลือกกองทุนที่เหมาะสมกับเรา

แนะนำว่าในช่วงแรก คนที่มีทุนน้อยก็ควรเลือกกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ เพราะว่าหลาย ๆ ท่านอาจจะยังมีต้นทุนยังไม่เยอะ ถ้าจะให้เสี่ยงก็คงไม่กล้าเสียแน่นอน แนะนำให้ลองซื้อ กองทุนพันธบัตร หรือเราสามารถกระจายความเสี่ยงโดยการซื้อหลายๆ กองทุนก็ได้ค่ะ อันนี้เหมาะมากสำหรับคนที่ต้นทุนต่ำ และที่สำคัญความเสี่ยงน้อยค่ะ ยังไงเพื่อน ๆ ก็ลองศึกษาเกี่ยวกับการลงทุนแบบกองทุนรวมดูนะคะ ลองซื้อหนังสือมาอ่านเพิ่มเติมเพื่อจะมีความรุ้มากขึ้น และลดความเสี่ยงด้วยค่ะ

สรุป

อันนี้ก็เป็นเทคนิคเบื้องต้นง่าย ๆ ที่เพื่อน ๆ สามารถทำได้ เห็นแล้วใช่ไหมค่ะว่าการลงทุนนั้นไม่จำเป็นที่เราจะต้องรอให้มีเงินมาก ๆ ก่อนถึงจะลงทุนได้ เงินที่้เรามี แม้จะไม่มาก แต่ก็มีวิธีมากมายที่สามารถช่วยเรามีรายได้เพิ่มขึ้น จากเทคนิคต่าง ๆ ที่เราได้แนะนำเพื่อน ๆ ไปข้างต้น ลองเอาไปทำตามกันดูนะคะ แล้วพบกันใหม่บทความหน้านะคะ