คนเราในยุคนี้มีความกระตือรือร้น รู้จักหาความรู้ในเรื่องของการลงทุนตามแหล่งลงทุนต่างๆมากกว่าคนในสมัยก่อน ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ดีค่ะที่ เพราะในปัจจุบันนี้เงินทองเป็นของหายากค่ะ แถมมูลค่าของเงินที่มีอยู่นั้นก็ยังถูกภาวะเงินเฟ้อมาฉุดรั้งให้มันมีค่าลดลงไปเรื่อยๆ การฝากประจำรูปแบบเดิมๆกับธนาคารจึงไม่สามารถที่จะเอาชนะภาวะอัตราเงินเฟ้อไปได้ ทำให้เงินออมของเรานั้นฝากไว้เท่าไหร่ก็ไม่งอกเงยเท่าที่ควรจะเป็นค่ะ การมองหาแหล่งลงทุนประเภทอื่นๆจึงได้เข้ามามีบทบาทแทนที่ในการออมรูปแบบเดิมๆค่ะ

เมื่อพูดถึง “หุ้น” นับว่าเป็นการลงทุนที่เป็นกระแสมาแรงและได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในปัจจุบันค่ะ เพราะผู้คนต่างมีความเข้าใจที่คล้ายๆกันว่าตลาดหุ้นจะสามารถสร้างผลตอบแทนให้ได้มากกว่าการลงทุนในรูปแบบอื่นๆ จึงทำให้ใครหลายๆคนขวนขวายที่จะเรียนรู้  ค้นหาเทคนิค เคล็ดลับต่างๆเพื่อแสวงหากำไรให้ได้อย่างมั่นคง และสามารถยืนหยัดอยู่ในตลาดแห่งนี้ได้อย่างถาวร ก็นับว่าเป็นสิ่งถูกต้องเลยทีเดียวค่ะ เพราะในการที่เราจะนำเงินเก็บออมของเรามาทำการลงทุนในแหล่งลงทุนใดๆ เราเองควรต้องมีศึกษา และมีความรู้ในการลงทุนนั้นๆให้ดีเสียก่อนเสมอค่ะ

ในแต่ละวันมีนักลงทุนหน้าใหม่ๆเกิดขึ้นในตลาดหุ้นมากมาย ทุกๆคนที่เข้ามาในตลาดแห่งนี้ต่างมีความคาดหวังที่เหมือนกันหมดนั่นก็คือ การที่จะนำ “กำไร” ออกจากตลาดไปได้เสมอๆค่ะ ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ค่ะ เพราะหุ้นก็คือการลงทุนประเภทหนึ่ง และการลงทุนทุกประเภทจะต้องมีทั้งกำไร และขาดทุนค่ะ ส่วนจะมากหรือน้อยนั้นก็ต้องอยู่ที่ความรู้ ประสบการณ์ที่เรานั่นเองค่ะ มือใหม่ที่ตัดสินใจเข้ามาในตลาดแห่งนี้อาจมีคำถาม และเรื่องที่อยากรู้กันมากมายใช่ไหมคะ แต่ทุกคำถามและเรื่องที่อยากรู้โดยรวมแล้วนั้นก็คงจะหนีไม่พ้นในเรื่องของวิธีการที่จะช่วยให้ได้กำไร? วันนี้เราจึงขอแนะนำ “5เคล็ดลับมือใหม่เล่นหุ้นให้ได้กำไร” มาฝากเพื่อนที่เป็นนักลงทุนมือใหม่กันค่ะ

1.เปลี่ยนคำว่า“เล่น”เป็น“ลงทุน”

สิ่งแรกที่มือใหม่นั้นควรทำความเข้าใจคือคำว่า “เล่นหุ้น” กับ “การลงทุนในหุ้น” ค่ะ ซึ่งทั้งสองสิ่งนั้นอาจมีเป้าหมายเดียวกันนั่นคือ “กำไร” แต่วิธีการที่ได้มานั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะการ “เล่นหุ้น” เป็นเข้าซื้อหุ้นไว้เพื่อการเก็งกำไรราคาหุ้นในระยะสั้นๆ คาดหวังกำไรจากส่วนต่างของราคาหุ้น แต่ “การลงทุนในหุ้น” เป็นการเข้าซื้อหุ้นเพื่อคาดหวังกำไรที่ได้มาจากการเติบโตของบริษัท ที่อาจจะออกมาในรูปแบบของเงินปันผล หรือมูลค่าหุ้นที่สูงขึ้นในอนาคตจากการที่บริษัทมีกิจการเติบโตค่ะ

อย่างที่ได้เกริ่นไปข้างต้นแล้วว่า เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ว่าการเข้ามาในตลาดหุ้นจะได้กำไรออกไปได้เสมอๆเหมือนกันหมดทุกคน จึงอยากขอแนะนำนักลงทุนมือใหม่นั้นควรเลือกที่จะ “ลงทุนในหุ้น” มากกว่า “เล่นหุ้น” เพราะในตลาดแห่งนี้นั้นคนที่เข้ามาเพียงเพื่อหวังจะได้ส่วนต่างกำไรแบบฉาบฉวยในระยะสั้นๆ มักจะจบลงที่คำว่าขาดทุนมากกว่ากำไรออกไปค่ะ อาจเพราะด้วยความรู้ ประสบการณ์ยังมีไม่มากพอ ความโลภ หรือด้วยปัจจัยอื่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งไม่สามารถที่จะสร้างความมั่นคงทางการเงินได้ในระยะยาวค่ะ แต่การเลือกลงทุนในหุ้นที่ดีๆนั้นจะเปรียบเสมือนการออมประเภทหนึ่งที่ให้ผลตอบแทนในรูปแบบของเงินปันผลกับคุณที่มากกว่าการออมประเภทอื่นๆ มิหนำซ้ำในอนาคตก็ยังได้กำไรจากมูลค่าหุ้นที่เพิ่มขึ้นซึ่งจะเอาชนะอัตราเงินเฟ้อได้อีกด้วย จึงนับเป็นการสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวได้อย่างแท้จริงที่มือใหม่นั้นควรเลือกค่ะ

2.ต้องใช้”เงินเย็น”เท่านั้น

“เงินเย็น” คือ เงินออมส่วนตัวที่คุณไม่มีความจำเป็นจะต้องใช้ และเป็นเงินออมก้อนที่เรารู้สึกว่าหากหายไปแล้วจะไม่เกิดผลกระทบต่อชีวิตของเราทั้งในวันนี้และวันข้างหน้าค่ะ นั่นจึงเรียกว่าเป็นเงินเย็นที่แท้จริง การลงทุนในตลาดหุ้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้เงินเย็นที่ว่านี้ค่ะ เงินเย็นไม่ใช่เงินก้อนที่คุณออมไว้เพื่ออนาคตทั้งหมด หรือเงินก้อนที่เตรียมไว้สำหรับเรื่องฉุกเฉิน หรือเงินก้อนที่ไปกู้เงินจากแหล่งเงินทุนต่างๆมาเพื่อใช้ในการลงทุนในหุ้นนะคะ ลองคิดดูค่ะว่าหากเพื่อนใช้เงินดังกล่าวมานี้เข้าซื้อหุ้นและต้องตกอยู่ในช่วงภาวะขาดทุน และยังคงขาดทุนต่อเนื่องลงในทุกๆวันแบบที่ยังมองไม่เห็นวี่แววของการฟื้นตัวเสียที เพื่อนจะรู้สึกอย่างไรคะ? แน่นอนค่ะว่าหากการลงทุนครั้งนี้เป็นเงินดังที่กล่าวมาแล้วนั้น ย่อมมีส่งผลเสียหายให้เกิดขึ้นกับเพื่อนๆเป็นแน่แท้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเงินออมเพื่อเกษียณ ก็จะพาให้แผนเกษียณต้องพัง หรือเงินก้อนที่เตรียมไว้สถานการณ์ฉุกเฉิน ก็ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันเมื่อต้องเจอสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือยิ่งหนักกว่านั้นคือเงินก้อนที่กู้มาใช้ในการลงทุน เพราะนอกจากเสียดอกเบี้ยแล้ว ยังต้องตามชดใช้หนี้ที่ขาดทุนไปจากการลงทุนอีกค่ะ

การใช้ “เงินเย็น” เพื่อการลงทุนในหุ้น ถือเป็นกฎเหล็กข้อสำคัญของผู้ที่เป็นนักลงทุนในตลาดหุ้นไม่ว่าจะมือเก่า หรือมือใหม่ เพราะหากคุณคิดอยากทำกำไรในตลาดแห่งนี้ คุณจำเป็นต้องให้ปฏิบัติตามกฎเหล็กข้อนี้ค่ะ เพราะด้วยเหตุผลที่ว่า หากคุณใช้เงินเย็นในการลงทุนในหุ้นแล้ว ต่อให้คุณประสบภาวะการขาดทุนอย่างไร มันก็จะไม่ส่งผลเสียอะไรต่อชีวิตของคุณ เต็มที่ก็แค่แค่รู้สึกเจ็บแปลบๆนิดหน่อยเท่านั้นเองล่ะค่ะ

3.รู้จัก“หุ้น”ให้ดีเสียก่อน

การที่เราจะเลือกลงทุนและเข้าซื้อหุ้นสักตัวนั้น มีความจำเป็นอย่างยิ่งค่ะที่จะต้องรู้จักกับหุ้นตัวนั้นๆให้ดีเสียก่อนว่าหุ้นตัวที่จะซื้อนั้นเขาประกอบธุรกิจอะไร มีผลการดำเนินงานอย่างไร ข้อมูลต่างๆ บทวิเคราะห์ ข่าว ผู้บริหาร วิสัยทัศน์ และอื่นๆ อีกมากมายที่เราเองจะสามารถข้อมูลกันได้ค่ะ เพราะยิ่งถ้าเรารู้ข้อมูลในหุ้นตัวนั้นเยอะ ก็ยิ่งทำให้เรามีข้อมูลในการคิดวิเคราะห์ถึงเหตุผลในการเข้าซื้อได้ดี โอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดก็จะน้อยลงค่ะ

สิ่งที่นักลงทุนมือใหม่ควรพึงระวังให้มากในการเลือกซื้อหุ้นนั้นคือ หุ้นที่เพื่อนบอกมา หุ้นเด็ด หุ้นวงใน หุ้นจำพวกนี้อันตรายมากค่ะ เพราะความเป็นจริงนั้นหากว่าดีจริง เขาคงเก็บเกี่ยวเอง รวยเอง จะมาบอกเราทำไมคะ หรือพวกหุ้นเด็ด หุ้นลับ หุ้นใบ้ ฯลฯ ก็สุดแล้วแต่จะตั้งชื่อให้มันล่อใจล่ะค่ะ ลองคิดดูสิคะว่า ถ้าเด็ดจริง ลับจริง วงในจริงๆ แล้วมาถึงคุณได้ มันก็ไม่ลับ ไม่ใช่วงในแล้วล่ะค่ะ อย่าลืมนะคะว่าเงินในการลงทุนนั้นคือเงินที่มาจากหยาดเหงื่อของคุณเอง การที่เข้าซื้อหุ้นตัวไหนสักตัวแบบคิดวิเคราะห์มาด้วยตัวเองนั้น ถึงแม้จะเจอเรื่องการขาดทุน มันก็ยังดีเสียกว่าที่ใช้เงินตัวเองแต่ไปลงทุนตามเขาบอกมาอีกที เพราะหากขาดทุน นั่นก็แสดงว่าคุณก็ไปร่วมขาดทุนกับเขาด้วยในแบบที่ไม่มีโอกาสจะได้คิด ได้ตัดสินใจด้วยตัวเองทั้งๆที่มันเป็นเงินของคุณ แบบนี้หากขาดทุนแล้วน่าเจ็บใจกว่าค่ะ

4.รู้จัก“ตัวเรา”ให้ดีพอ

การที่เรารู้จักตัวเองให้ดีว่าเราเป็นนักลงทุนที่จัดอยู่ในกลุ่มไหน เป็นกลุ่มที่ยอมรับความเสี่ยงได้ระดับใดถือเป็นสิ่งที่จำเป็นค่ะ เพราะว่าหากเรารู้ว่าตัวเราจัดอยู่ในกลุ่มใด จะทำให้เราสามารถเป็นนักลงทุนที่อยู่ในตลาดหุ้นได้นานค่ะ เพราะเนื่องจากเราก็จะได้เลือกลงทุนในหุ้นตามสไตล์ของเราเองได้ถูกต้อง เช่น หากเรารู้ตัวว่าเราอยู่ในกลุ่มของนักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้ไม่มาก เราก็จะเลือกซื้อแต่หุ้นที่มีพื่นฐานดี อาจเป็นหุ้นในกลุ่มของ Set 50 ที่มีการขึ้นลงของราคาเป็นธรรมชาติ มีมูลค่าหุ้นตามพื้นฐานของบริษัท การลงทุนในหุ้นของคุณก็จะไม่สร้างความเครียดในการลงทุนให้กับคุณ แถมยังมีโอกาสที่คุณนั้นจะได้กำไรมากกว่าขาดทุนอีกด้วยค่ะ

5.รักษา“ต้นทุน”ก่อนคิดเก็งกำไร

หลายๆคนที่เข้ามาในตลาดแห่งนี้ ตั้งหน้าตั้งตาแต่เพียงมุ่งจะกอบโกยกำไรให้ได้มากที่สุดออกจากตลาดหุ้น ความตั้งใจก่อนเข้าสู่ตลาดหุ้นเมื่อแรกเริ่มว่าจะเข้ามาลงุทนในหุ้นนั้นถูกครอบงำไปด้วยความโลภ การตัดสินใจในการเข้าซื้อหรือขายหุ้นนั้นจึงผิดพลาด ส่งผลเสียให้เกิดการขาดทุนจากการลงทุน ซึ่งสืบเนื่องจากการใช้อารมณ์และความโลภในการตัดสินใจซื้อขายเข้ามาแทนที่ความรู้ และแผนการที่วางไว้ล่วงหน้าก่อนการลงทุน ผลที่เกิดขึ้นนั้นทำให้นักลงทุนบางรายต้องม้วนเสื่อเก็บ และเข็ดขยาดในตลาดหุ้นกันไปเลยค่ะ

การรักษาต้นทุนก่อนคิดเก็งกำไรนั่นเป็นหัวใจสำคัญของทุกๆการลงทุน ไม่ใช่เพียงแค่ในตลาดหุ้นเท่านั้นหรอกค่ะ เพราะหากต้นทุนของคุณค่อยๆลดลงจนหมดไป คุณจะทำกำไรได้จากตรงไหนจริงไหมคะ? การลงทุนในหุ้นก็เช่นกันค่ะ การจะตัดสินใจส่งคำสั่งซื้อในแต่ละครั้งนั้น เราควรต้องชั่งน้ำหนักเหตุผลในการจะซื้อหุ้นตัวนั้นๆมาแล้วว่า การเข้าซื้อครั้งนี้ในครั้งนี้มีโอกาสขาดทุนได้กี่เปอร์เซ็นต์ เพราะการที่เรามองไปที่ความเสี่ยงในการขาดทุน มันก็คือการรักษาต้นทุนไว้นั่นเองค่ะ แล้วถ้าคุณเห็นว่ามันเสี่ยงเกินไปที่จะขาดทุน ตัวคุณก็เลือกที่จะไม่เสี่ยง และไปมองหาหุ้นตัวอื่นแทน ซึ่งนั่นจะเป็นผลทำให้เกิดกำไรที่ตามมาเองโดยที่คุณไม่ทันได้เก็งอะไรเลยล่ะค่ะ

รู้เคล็ดแล้ว ก็พร้อมลุยกันเลย

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับ “5เคล็ดลับมือใหม่ เล่นหุ้นให้ได้กำไร” คงจะพอเป็นพื้นฐานหลักๆให้รู้กันไว้เบื้องต้นแก่นักลงทุนมือใหม่ที่สนใจอยากจะเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นกันได้พอสมควรเลยใช่ไหมคะ การที่เราจะอยู่ในตลาดหุ้นให้รอดได้นั้นนอกจากความรู้เพียงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอค่ะ สิ่งที่สำคัญไปไม่น้อยกว่ากันเลยนั่นคือ “ประสบการณ์” จริงนั่นเอง ในวันนี้หากความรู้ของคุณพร้อมแล้ว ที่เหลือคุณจะต้องหาเก็บเกี่ยวด้วยตัวเองในสนามลงทุนแห่งนี้ค่ะ ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์จริงในการลงทุนนั้น จะเป็นครูที่สอนและจะช่วยคุณให้ประสบความสำเร็จในตลาดได้ ซี่งสิ่งๆนี้ถึงมีเงินก็หาซื้อไม่ได้ค่ะ