โลกของการเงินและการลงทุนก็เช่นกัน ธุรกิจธนาคารเป็นเสือสำราญรอรับส่วนต่างเป็นรายได้ของตนเอง โดยมีต้นทุนเป็น (เงินฝาก) ที่รับมาจากคนออมเงินแล้วให้ผลตอบแทนเป็น ดอกเบี้ยเงินฝาก ในอัตราต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แล้วนำไปปล่อยกู้ให้กับคนที่ต้องการเงินในอัตราดอกเบี้ยที่สูง เช่น จ่ายดอกเบี้ยให้คนฝากเงิน 0.125% แล้วปล่อยกู้ให้คนซื้อบ้าน 6% ส่วนต่างเป็นกำไรนั่นเองจ้าเป็นที่ฮือฮากันเลยทีเดียวเมื่อช่วงนึงของธนาคารแห่งหนึ่ง ดอกเบี้ยเงินฝากลดลงถึง 0.00% ภายในวันเดียว

คนจำนวนไม่น้อยตื่นตระหนกกันยกใหญ่ นี่ใกล้จะถึงจุดอวสานของดอกเบี้ยเงินฝากแล้วจริงหรือ แล้วเราจะฝากกับที่ไหนดีที่ทำให้เงินฝากสะสมมานานแสนนานของเราได้พอกพูนมากขึ้น มาถึงตอนนี้ ยังไงแล้วดอกเบี้ยเงินฝากก็ไม่น่าจะถึง 0.5% แน่นอน และคิดว่าคงจะอยู่กับเราไม่อีกนาน สำหรับแนวทางการลงทุนหรือแบ่งเงินแทนที่จะเก็บเงินก้อนไว้เพียงกระจุกเดียวเรามีแนวทางอีกหลายๆแบบมาแนะนำ

พอพูดถึงคำว่า ลงทุน หลายคนมักมีคำถามเกิดขึ้นในใจว่า แล้วเงินต้นจะหดหายไปมั้ย เพราะการลงทุนมักมาคู่กับความเสี่ยงหรือความไม่แน่นอน แต่ถ้าดูดอกเบี้ยเงินฝากแล้ว ก็จะเห็นว่า หากเราฝากเงินไว้ในบัญชีเงินฝากเพียงอย่างเดียว ก็มีความเสี่ยงด้วยเช่นกัน คือ เสี่ยงที่มูลค่าของเงินที่เรามีนั้นจะลดลงไปเรื่อยๆ

ดังนั้น การนำเงินไปลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนชนะอัตราเงินเฟ้อจะช่วยลดความเสี่ยงที่มูลค่าเงินของเราจะลดลงไปได้ เมื่อพูดถึงการลงทุน อีกอุปสรรคที่ทำให้เราไม่ได้นำเงินไปลงทุนให้งอกเงยคือ การขาดความรู้ความเข้าใจในการลงทุน ทำให้กลัวและไม่รู้ว่า จะนำเงินไปลงทุนอะไรดี ตอนนี้มี 4 ทางหลักที่จะมาแนะนำดังนี้ เลือกฝากเงินในสลากออมสิน / ลงทุนในกองทุนพันธมิตร / ซื้อกองทุนรวม / ลงทุนในหุ้น

เลือกฝากเงินในสลากออมสิน

ส่วนตัวมองว่าจากเรื่องนี้มันเป็นโอกาสดีที่จะทำให้เรา(ผู้ฝากเงิน)เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับ ที่เก็บเงิน กันมากขึ้น เรา(ผู้ฝากเงิน)ไม่ควรเล่นตามเกมส์ของธนาคารที่จะปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นลงยังไงก็ได้ตามสบายใจพี่ แต่เรา(ผู้ฝากเงิน)ควรสร้างเกมส์ของตัวเอง ในสนามที่ออกแบบกติกาได้เอง แม้ว่าเรา(ผู้ฝากเงิน)ไม่สามารถบังคับให้พี่ธนาคารขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากได้ แต่เรา(ผู้ฝากเงิน)สามารถสร้างทางเลือกให้ตัวเองได้ด้วยการ เปลี่ยนที่อยู่ของเงิน ไปสู่ทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า

เงินเก็บระยะยาว เลือกฝากไว้ในสลากออมสิน ยอมฝากระยะยาว เอาไปวัดดวงกับผลตอบแทนที่น่าจะมากกว่าเงินฝากประจำทั่วๆไป สำหรับคนที่ไม่ชอบความเสี่ยงสูง แต่ก็อยากลุ้น การออมไว้กับสลากออมสินถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะหากเราถูกรางวัลใหญ่ ก็เหมือนเราได้กำไรจากการออมมากมายมหาศาล แต่หากเราไม่ถูกรางวัลใหญ่ เราก็จะได้รับผลตอบแทนเฉลี่ย 2-3% จากการซื้อสลากออมสิน เพราะโดยสถิติแล้วการซื้อสลากออมสิน และเก็บมันไว้นานพอจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าฝากเงินไว้กับธนาคาร แถมยังได้ลุ้นอีกด้วย

ลงทุนในกองทุนพันธมิตร

หลายท่านคงเกิดคำถามว่า จะนำเงินไปทำอะไรดีในภาวะดอกเบี้ยต่ำแบบนี้ คำตอบที่ตายตัวคงไม่มีเพราะการลงทุนจำเป็นต้องขึ้นอยู่กับความสามารถในการ รับความเสี่ยงของแต่ละคน ลองนำเงินมาลงทุนแบบเงินระยะกลางเสี่ยงได้บ้างเอาลงกองทุนพันธบัตรแบบความเสี่ยงต่ำ (ส่วนใหญ่จะได้อยู่ที่ 2% ไม่เสียภาษี) โดยปกติแล้วพันธบัตรรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพันธบัตรรัฐบาลนั้น จะมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าเงินฝากประจำ และมีความเสี่ยงที่ทำให้นักออม หรือนักลงทุนระยะยาวนั้นรับได้

อย่างไรก็ตามการออมไว้กับพันธบัตรนั้นจะมีระยะเวลาการถือครอง และควรเป็นการออมระยะยาวจริงๆ เหมาะสำหรับคนที่มีเงินเย็น และไม่มีความจำเป็นต้องนำเงินก้อนนั้นออกมาใช้จ่ายในช่วงเวลาสั้นๆ หากเราต้องการดอกเบี้ยที่ดีมีกำไรกว่าเงินฝาก การออมไว้กับพันธบัตร ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

ซื้อกองทุนรวม

ลงทุนแบบเงินระยะสั้น  ซื้อกองทุนรวม ได้เงินปันผล ขอแนะนำให้เริ่มจากการลงทุนในกองทุนรวมก่อนเลยเพราะกองทุนรวมเป็นการนำเงินของเราไปลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ พันธบัตร หุ้นกู้ หรือทองคำ โดยมีผู้จัดการกองทุนที่มีความรู้และประสบการณ์เป็นคนบริหารเงินให้กับเรา

ดังนั้น จึงไม่ต้องกังวลไปเลยว่า จะไม่มีความรู้หรือความเชี่ยวชาญในการลงทุน เพียงแค่เลือกประเภทของกองทุนให้ตรงกับวัตถุประสงค์และระดับความเสี่ยงที่เรารับได้ก็เพียงพอแล้วล่ะค่ะ

อย่างถ้าลองเปรียบเทียบกับตัวอย่างที่เรามีเงินอยู่ 100 บาท หากนำเงินก้อนนี้ไปลงทุนในกองทุนหุ้นที่ได้ผลตอบแทน 10% ต่อปี เมื่อครบ 10 ปี เงินก้อนนี้จะเพิ่มมูลค่าขึ้นเป็น 259 บาท ซึ่งพอเอามาเทียบกับการฝากไว้ในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์แล้วถือว่าสูงกว่าหลายเท่าตัวเลยล่ะ น่าสนใจสุด ๆ

สำหรับคนรับความเสี่ยงได้น้อย ต้องยกให้กองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Fund) ที่ถือเป็นแหล่งพักเงินที่ดีสำหรับคนที่อยากได้ดอกเบี้ยสูงกว่าเงินฝากออมทรัพย์ เพราะให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี สูงสุด 1.19% ต่ำสุด 0.82% (ข้อมูลจาก Morning Star Thailand วันที่ 31 ตุลาคม 2560) ข้อดี คือ เป็นกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงต่ำ เพราะเน้นลงทุนในเงินฝากของธนาคาร หรือตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีอายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปี มีเงินหลักร้อยก็ลงทุนได้ แถมไม่ต้องเสียภาษีเหมือนเงินฝากประจำ สามารถซื้อ-ขายหน่วยลงทุนได้ทุกวันทำการ

แต่จะได้รับเงินในอีก 1 วันทำการที่สั่งขายหน่วยลงทุน อธิบายง่าย ๆ ก็คือ ซื้อง่าย ขายคล่อง ฝากได้ ถอนได้ไม่ต่างจากบัญชีออมทรัพย์ แม้จะได้รับเงินช้ากว่าเงินฝากออมทรัพย์อย่างน้อย 1 วันทำการ แต่มีโอกาสได้ดอกเบี้ยพอ ๆ กับเงินฝากประจำเลยทีเดียว

การออมเงินไว้กับกองทุนรวมนั้นมีข้อดีมากมาย เพราะนอกจากเราจะออมเงินแล้ว สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ต้องเสียภาษี ยังสามารถนำเงินที่ซื้อกองทุนมาหักลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย ถือว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว แต่ข้อเสียของการซื้อกองทุนรวมก็คือ ความเสี่ยงที่สูงกว่าการออมทั่วไป เทคนิคการออมก็คือ ควรซื้อแบบถัวเฉลี่ยทุกๆ เดือน และควรซื้อกองทุนที่มีเงินปันผล เพราะในระหว่างทางนอกจากเราได้ออมเงินแล้ว จะได้เงินปันผลมาใช้จ่ายอีกต่างหาก และควรเป็นการออมระยะยาวเช่นเดียวกับการออมในรูปแบบอื่นๆ จึงจะสร้างผลกำไรได้เร็วอย่างที่ตั้งใจเอาไว้

ลงทุนในหุ้น

เงินลงทุนแบบเสี่ยงสูง ลงทุนในหุ้นที่มีปันผลสม่ำเสมอ โดยทยอยช้อนซื้อตอนที่หุ้นตัวนั้นๆลงการออมแบบนี้จะได้ผลกำไรรวดเร็วที่สุด แต่ก็มีความเสี่ยงสูงสุดเช่นกัน เพราะหุ้นสามัญ หรือเรียกสั้นๆ ว่า (หุ้น) เป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การเพิ่มขึ้น หรือการลดลงของราคาหุ้นแต่ละรอบนั้นชวนให้เราหวาดเสียวเอาง่ายๆ

แม้การออมไว้ในหุ้นจะทำให้เราได้รับผลกำไรเร็ว แต่มันก็ไม่เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบความเสี่ยง แต่สำหรับคนที่ชอบความเสี่ยง และมีใจที่หนักแน่นมากพอ การออมไว้ในหุ้นถือเป็นทางเลือกที่ดีมาก โดยนักลงทุนหุ้นบางคนสามารถสร้างผลกำไรจนเปลี่ยนชีวิตให้ร่ำรวยขึ้นมาได้เลยก็มีตัวอย่างให้เห็นมาแล้ว

หุ้นที่น่าสนใจ คือ ตราสารหนี้ประเภทหนึ่งที่ออกโดยบริษัทเอกชน เพื่อกู้ยืมเงินของประชาชนไปลงทุน มีระยะเวลาในการฝาก เช่น 3 ปี 5 ปี 10 ปี อัตราดอกเบี้ยแล้วแต่บริษัทจะกำหนดซึ่งมีทั้งแบบกำหนดเป็นเปอร์เซ็นต์แน่นอนตายตัว หรือแบบขั้นบันได  หุ้นกู้จะมีความเสี่ยงมาก-น้อยขึ้นอยู่กับเครดิตของบริษัทนั้น

เช่น ถ้าบริษัทมีความน่าเชื่อถือมากก็จะได้รับเครดิตสูงสุด AAA ส่วนอันดับความน่าเชื่อถือที่ต่ำกว่า BBB- จัดเป็นหุ้นกู้ที่ควรระมัดระวังในการลงทุน โดยทั่วไปหุ้นกู้ที่มีความน่าเชื่อถือต่ำจะให้ดอกเบี้ยที่สูงกว่าหุ้นกู้ที่มีความน่าเชื่อถือสูง เพื่อชดเชยความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น การซื้อหุ้นกู้ไม่ควรดูแค่อัตราดอกเบี้ยสูง ๆ เท่านั้น แต่ควรดูอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทด้วย การลงทุนในหุ้นกู้ก็จะยากอย่างที่คะนะคะ

บัญชีออมหุ้น สำหรับคนที่อยากลงทุนในหุ้น แต่ขาดความรู้ ไม่รู้จะเริ่มอย่างไรดี อาจลองใช้วิธีออมหุ้นแทนไปก่อน โดยเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่มีบริการออมหุ้น เราก็เพียงคัดเลือกหุ้นที่น่าลงทุนในระยะยาว แล้วซื้อหุ้นเป็นจำนวนเงินเท่า ๆ กันในทุกเดือน วิธีนี้เรียกว่า Dollar-Cost Averaging หรือ DCA ซึ่งเป็นการลงทุนด้วยเงินที่เท่ากันอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน เช่น เดือนละ 5,000 บาท โดยไม่สนใจว่าราคาหุ้นจะเป็นเท่าไหร่ วิธีนี้จะช่วยให้เราสามารถซื้อหุ้นได้จำนวนมากขึ้นเมื่อราคาต่ำลงและหากราคาหุ้นสูงขึ้น เราจะซื้อหุ้นได้จำนวนน้อยลง ดังนั้นถ้าเราเลือกหุ้นดี ถือไว้ระยะยาวหลาย ๆ ปี ก็มีโอกาสได้กำไร หรือถ้าเลือกหุ้นที่มีปันผลสูงด้วยก็ยังได้เงินระหว่างปีเป็นดอกเบี้ยกลาย ๆ เหมือนกันค่ะ

สรุป

สำหรับผู้ออมหรือนักลงทุน ที่มีเงิน (เย็น) การลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์เป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่ง การลงทุนซื้อ ที่ดินนั้น ถึงแม้ว่าการซื้อในปีนี้ จะได้ราคาต่ำค่อนข้างสมเหตุสมผล อีกทั้งยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี จากการโอน ที่ดินถึงสิ้นปีที่ลดหย่อนให้เหลือ 0.01% ของราคาประเมิน ประกอบกับราคาประเมินที่ดินลดลงโดยเฉลี่ย 15-35% ก็จะยิ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายลงไปได้ ส่วนการซื้อ ที่ดิน เพื่อเก็งกำไรเหมาะสำหรับผู้มีเงินก้อนใหญ่

ดังนั้น ควรรอบคอบในการเลือกทำเล ผู้ฝากเงินหรือนักลงทุนไม่ต้องกังวลกับการตกต่ำของอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ยังมีช่องทางอีกมากมายสำหรับการหาผลตอบแทน ยิ่งในอนาคตยังมีช่องทางการลงทุนหลากหลายรูปแบบออกมาหลากหลายให้เราได้เลือกจัดสรรเงินได้เองตามความต้องการได้ค่ะ

ดังนั้นนะคะถึงแม้ว่าเรื่องอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 0% จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ แต่อนาคตอะไรๆก็เกิดขึ้นได้ เราควรเตรียมหาทางออกก่อนที่มันจะเกิดขึ้นจริงๆ เพราะเงินมันต้องมีที่อยู่ นอกจากจะเก็บไว้ที่ทรัพย์สิน ที่ดิน คอนโด ทองคำแท่ง พระเครื่อง เก็บของสะสม ลงทุนทำธุรกิจแล้ว อีกทางเลือกที่น่าสนใจ คือ การลงทุนควรเอาใจใส่ให้มากมากค่ะ