ปัจจุบันการลงทุนในทองคำ เราสามารถเลือกได้หลายวิธี ไม่จำกัดเแค่การไปซื้อที่ร้านทองแล้วหิ้วกลับมาที่บ้านเพียงเท่านั้น  นักลงทุนมือใหม่หลายๆคนก็เริ่มหันมานิยมการลงทุนชนิดนี้กันมากขึ้น  แต่คำถามที่ยังคงวนอยู่เสมอให้ต้องขบคิด ก็หนีไม่พ้น คำถามที่ว่า เราควรเลือกการลงทุนรูปแบบไหนดีระหว่าง ทองคำแท่ง กับ กองทุนทองคำ?!

แม้แว๊บแรกเราเองก็อาจจะยังมองไม่ออก แต่ด้วยการเปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย เราจะพบคำตอบและเลือกการลงทุนที่เหมาะกับเราได้แน่ๆ บทความนี้ จะชวนเรามาวิเคราะห์กันค่ะ

‘การลงทุนในทองคำแท่ง’ ยืนหนึ่งรึเปล่า?

หลายคนหันมาสนใจในการถือครองทองคำแท่งก็เพราะว่า ซื้อขายได้ในแบบที่คล่องตัวกว่าทองรูปพรรณ และไม่มีค่ากำเหน็จ. ซึ่งนักลงทุนที่ชื่นชอบการสะสมทองคำแท่ง ก็จะตอบเป็นเสียงเดียวกันอีกด้วยว่า การลงทุนรูปแบบนี้มันคือสิ่งที่เราจับต้องได้ อยู่กับเราแล้วแบบชัวร์ๆ ไม่ต้องไปลงทุนแบบผ่านใครให้เสียค่าธรรมเนียมในการบริหารจัดการเหมือนการซื้อกองทองฯ

เราจะได้ประโยชน์จากผลตอบแทนของราคาทองคำที่มักจะปรับตัวขึ้นสูง เพราะเป็นทรัพยากรที่มีจำกัด หากยาก จึงเหมาะแก่การเก็บออมในระยะยาว  รวมถึงเรื่องการป้องกันความเสี่ยงแบบที่เอาชนะอัตราเงินเฟ้อได้ดี ใครที่ถือครองทองคำอยู่ ก็เหมือนถืออำนาจในการซื้อไว้ได้ในมือ และหากจะเลือกเป็นการลงทุนแนวกระจายความเสี่ยง ก็ยังดีกว่า หุ้น ตราสารหนี้ หรือสินทรัพย์อื่นๆ เพราะการเคลื่อนไหวของทิศทางการลงทุนที่ไม่ใช่ระนาบเดียวกัน จึงจัดเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยให้เราอุ่นใจได้มากขึ้นกว่าแน่ๆ

แต่อย่างไรก็ตาม ข้อเสียกลับเป็นเรื่องการเก็บรักษาที่อาจเสี่ยงต่อการสูญหาญหรือถูกโจรกรรมเอาได้หากเราไม่มีที่เก็บอย่างปลอดภัย หรือตู้เซฟที่ช่วยให้ไร้กังวลจริงๆ การถือครองไว้ก็ยังคงมีความเสี่ยงในการถูกลักขโมยและนำไปขายต่อ ทำให้นักลงทุนด้านนี้หลายคนต้องเช่าตู้นิรภัยจากบริษัทที่ไว้ใจ หรือทำประกันสินทรัพย์นี้  และการลงทุนในทองคำแท่งนั้น นักลงทุนก็ยังต้องรับมือกับราคาทองคำที่มีความผันผวน และส่วนต่างที่เราจะได้ระหว่างราคาซื้อขายด้วย จึงจะบอกว่าการลงทุนด้านนี้ไม่มีข้อจำกัดเลย ยืนหนึ่งแน่ๆ ก็คงไม่จริง

ซึ่งหากอยากให้แนะนำเรื่องการลงทุนในทองคำแท่งนั้น ถ้าจะให้ดีที่สุด ก็ควรเก็บไว้เพื่อการเก็งกำไรไม่น้อยกว่า 5 บาท เพราะจะไม่ต้องเสียค่าบล็อค ส่วนทองคำแบบ 96.5 % จะได้รับความนิยมแค่ในไทย ซื้อง่ายขายคล่อง แต่ใครที่เงินถึง หากเลือกเก็บเป็นทองคำแท่ง 99.9% ก็จะซื้อขายกันได้แบบทั่วโลกและขายเป็นกิโลกรัม ซึ่งจะให้ราคาที่แพงขึ้นไปอีกขั้นด้วย

รึจะเลือก ‘กองทุนทองคำ’ ดี!!

สำหรับมือใหม่ที่พึ่งกระโดดลงสู่สนามการลงทุนในทองคำ คนที่เงินทุนน้อยหน่อย การเลือกซื้อกองทุนทองคำก็จัดเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยล่ะ  เพราะเราจะไม่ถูกจำกัดให้ต้องซื้อแต่ละครั้งเป็นเงินจำนวนมาก ซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาทแบบที่แบ่งขายเป็นหน่วยก็ทำได้แล้ว เวลาซื้อขายเราก็ต้องไม่เดินทางไปที่ร้านทอง จะเก็บรักษาก็ปลอดภัยไม่ต้องกลัวทองหาย หรือกังวลเรื่องขโมยขึ้นบ้าน เพราะจะมีมืออาชีพคอยดูแลบริหารจัดการแทนเรา พร้อมโอกาสในการรับผลตอบแทนจากส่วนต่างในมูลค่าหน่วยลงทุน และตัวเงินปันผลด้วย

โดยกองทุนทองคำ หรือ Gold Fund นี้ จะเป็นการลงทุนในกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทนในทองคำ อ้างอิงการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลก เหมือนๆกับการลงทุนในทองคำแท่งแต่เป็นแบบทางอ้อม โดยการลงทุนผ่านกองทุนหลักในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นทองคำแบบ 99.95 % หรือ แบบ 99.50 % ที่จะต้องตัดสินใจในอีกทีหนึ่ง. ส่วนมูลค่าหน่วยลงทุน ก็จะอ้างอิงกับราคาทองคำโลก จึงอาจตามมาด้วยความเสี่ยงในเรื่องของอัตราการแลกเปลี่ยนได้อีกเช่นกัน

จึงแนะนำคนที่สนใจเฉพาะผลตอบแทนจากราคาทองคำเพียงอย่างเดียว ก็จะมีกองทุนรวมที่ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนแบบเต็มจำนวน หรือ Fully Hedged ตัวเลือกนี้ก็จะดีกว่า แต่ถ้ายังมองเรื่องการทำกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ก็มีกองทุนรวมอีกมากที่เป็นแบบ Non-Hedged ให้ได้เลือกกัน. ซึ่งใครที่สนใจด้านนี้จริงๆ ก่อนตัดสินใจ เราก็จะต้องศึกษาเพิ่มเติมในเรื่องของผลตอบแทนย้อนหลัง ค่าใช้จ่าย/ค่าธรรมเนียมของกองทุนในแต่ละปี และนโยบายในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไว้ด้วยเพื่อความรอบคอบ

ส่วนข้อเสียของกองทุนทองคำ ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเหมือนกัน ด้วยค่าธรรมเนียมที่จะเพิ่มขึ้นในทุกปีๆ ถึงบางคนจะมองว่าไม่ได้เยอะเมื่อเทียบกับเวลาที่เราให้มีคนบริหารจัดการแทน แต่หากคิดเรื่องการลงทุนแบบยาวๆ ก็ถือเป็นตัวเลขที่สูงอยู่เหมือนกันด้วย. ยิ่งถ้าเป็นกองทุนทองคำแบบ Gold Futures ไปอีก ก็ยิ่งมีความเสี่ยงและค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นไปอีกระดับ ใครที่พึ่งเริ่มต้นทางสายนี้ ก็ขอให้ค่อยๆก้าวกันจึงจะดีกว่า

ทางเลือกที่แตกต่าง แต่ผลตอบแทนก็อยู่ในทางที่สร้างกำไรถ้าเราคิดอย่างรอบคอบ!

เราจึงพอสรุปได้ว่า ‘ทองคำ’ ถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย หรือ Safe Haven ที่ยังน่าลงทุนในอันดับต้นๆอยู่  ซึ่งจะว่าไปแล้ว ไม่ว่าจะทองคำแท่งที่เหมาะกันคนที่เงินถึงใจถึง มีแหล่งเก็บรักษาที่ปลอดภัย หรือ  กองทุนทองคำ ที่เหมาะกับคนที่พึ่งเริ่มต้นทางสายนี้ และค่อยๆขยับขึ้นมา เราก็จะเห็นทางเลือกที่แตกต่าง ในการลงทุนทองคำแต่ละแบบ ซึ่งก็จะมีผลตอบแทนหรือทางในการสร้างกำไรแบบที่เราเลือกกำหนดได้ รวมทั้งข้อดี ข้อเสียที่แฝนกันอยู่ ใครชอบแบบไหน หรือเงินทุนมีเท่าใด ก็ลองเลือกตัดสินใจกันดูได้

แต่สิ่งที่จะส่งผลต่อการถือครองและลงทุนของเรา ก็คือเรื่องความผันผวนของราคาทองที่ยังสูงมาก และอาจมาจากอีกหลายๆสาเหตุ จึงต้องไม่ลืมพิจารณาข้อมูลในส่วนนี้ให้รอบคอบ ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกลงทุนใดๆ และจัดพอร์ตของเราให้กระจายความเสี่ยงมากกว่าการทุ่มเงินทั้งหมดลงไปในช่องทางใดช่องทางหนึ่งเท่านั้น เพียงแค่นี้การทำกำไรของเราจากช่องทางการลงทุนเหล่านี้ ยังไปต่อได้อีกสวยงามแบบยาวๆ