หากจะเอ่ยกันถึงเรื่องของ “เงื่อนไข” คงเป็นอะไรที่น่าเบื่อมากสำหรับหลายๆคน เพราะแค่หลับตาก็นึกภาพออกได้ว่าเป็นตัวหนังสือเล็กๆ ที่บางครั้งมีเนื้อหาว่ากันยาวเป็นหน้ากระดาษเลยทีเดียว ไม่ได้มีความน่าอ่านเอาเสียเลย ประกันสุขภาพก็เช่นกันที่ภายในกรมธรรม์ก็จะเต็มไปด้วยเงื่อนไขรายละเอียดผลประโยชน์ต่างๆที่แสดงไว้ครบถ้วน โดยเนื้อหาทั้งหมดนั้นก็ยาวเหยียดจนเย็บรวมกันเป็นเล่มกันได้เชียวค่ะ อีกทั้งในนั้นยังเป็นภาษาทางกฎหมายที่บางทีก็ยากจะตีความให้เข้าใจอีกด้วย จึงทำให้เป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาในหลายต่อหลายครั้งจากการเคลมไม่ได้บ้าง จ่ายสินไหมไม่ครบบ้าง จ่ายช้าบ้าง จ่ายไม่จริงบ้าง บอกบริษัทโกงบ้าง และอีกมากมาย แต่พอสืบสาวราวเรื่องกันไปจึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วผู้เอาประกันไม่ได้ทำความเข้าใจเงื่อนไขของกรมธรรม์ให้ดีเสียก่อน หรือบางทีก็ตีความหมายเงื่อนไขกรมธรรม์ไปแบบผิดๆบ้าง ฯลฯ ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ควรจะต้องอ่านและทำความเข้าใจในเงื่อนไขของกรมธรรม์กันให้ดีเสียก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาให้ต้องหัวเสียกันได้ในภายหลังยามที่เกิดเหตุขึ้นค่ะ วันนี้เราได้นำความรู้เกี่ยวกับเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันสุขภาพมาให้เพื่อนๆได้ศึกษาทำความเข้าใจกันในเบื้องต้นก่อนค่ะ กับ “เงื่อนไข “การประกันสุขภาพ” เรื่องต้องรู้หรือปล่อยผ่านได้” จะมีอะไรบ้างนั้น เราไปติดตามกันได้เลยค่ะ

ต้องรู้ก่อนว่าประกันสุขภาพจะไม่คุ้มครองโรคที่เราเป็นมาก่อนทำประกัน

เป็นเรื่องเบสิคมากที่ต้องรู้ก่อนว่าประกันสุขภาพจะไม่คุ้มครองโรคที่เราเป็นมาก่อนทำประกันค่ะ เพราะหากคุ้มครองทั้งหมดทั้งบริษัทก็จะมีคนป่วยที่เตรียมเคลมเท่านั้นเข้ามาเป็นลูกค้าซื้อประกัน รอจ่ายอย่างเดียวแบบนี้แล้วบริษัทไหนจะกล้าดำเนินธุรกิจประกันกันจริงไหมคะ? ฉะนั้นเราจึงควรต้องเข้าใจถึงหลักการประกันกันด้วยว่า การประกันเป็นการกระจายความเสี่ยง เข้าใจง่ายๆก็คือเหมือนกับการนำเงินไปลงขันร่วมกันเพื่อนำเงินกองกลางไปใช้บรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้เกิดเหตุนั่นเองค่ะ คอนเซ็ปของประกันจึงเป็นการซื้อไว้เผื่อจะได้ใช้ ไม่ใช่ซื้อไว้เพื่อที่จะใช้ค่ะ แต่ก็มีผู้ซื้อบางคนคิดหัวหมอใช้เทคนิคที่ไม่สุจริตใจว่า “ถ้าไม่บอกซะอย่าง แล้วใครจะรู้ว่าฉันป่วยมาก่อน” เพื่อซื้อประกันสุขภาพ ก็ขอแจ้งกันชัดๆตรงนี้เลยว่า ถึงคุณไม่บอก บริษัทประกันก็รู้ได้ไม่ยากเลยค่ะ ก็จากประวัติการรักษาของคุณจากโรงพยาบาล ซึ่งตรงนี้เขาจะมีถังข้อมูลกลางไว้เพื่อให้บริษัทประกันได้ใช้สำหรับพิจารณาจ่ายสินไหมให้กับลูกค้า ซึ่งนอกจากจะเป็นถังข้อมูลแล้วก็ยังเป็นถังกับดักสำหรับของลูกค้าที่หัวหมอคิดไม่ซื่อกันอีกด้วยค่ะ ซึ่งหากบริษัทประกันพบว่าเป็นโรคที่เป็นมาก่อนทำประกันแล้วล่ะก็บริษัทก็มีสิทธิที่จะปฏิเสธการจ่ายสินไหมเอาดื้อๆได้ทันทีเลยล่ะค่ะ ฉะนั้นหากอยากอุ่นใจสบายใจว่าตัวเราจะได้รับความคุ้มครองอย่างเต็มที่ก็ควรตรงไปตรงมาอย่าคิดหัวหมอเป็นดีที่สุดค่ะ

ประกันสุขภาพจะไม่เริ่มคุ้มครองทันที

หลายๆคนอาจยังไม่ทราบว่าเมื่อเราซื้อประกันสุขภาพเรียบร้อยแล้ว แต่ประกันสุขภาพจะไม่เริ่มคุ้มครองทันทีค่ะ ประกันสุขภาพจะเริ่มให้ความคุ้มครองทันทีก็ต่อเมื่อพ้น 30 วันหลังจากที่บริษัทได้ตกลงรับประกันแล้ว ซึ่งภาษาประกันเรียกระยะเวลา 30 วันนี้ว่า “ระยะเวลารอคอย” ค่ะ นั่นหมายความว่า หากมีการเจ็บป่วยไปโรงพยาบาลขึ้นมาภายใน 30 วันหลังจากที่ซื้อประกันสุขภาพมาจะไม่สามารถเคลมค่ารักษาได้นั่นเองค่ะ เนื่องจากว่ายังไม่ได้รับความคุ้มครองดังนั้นค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการรักษาพยาบาลในช่วงระยะเวลารอคอยนี้จึงต้องรับผิดชอบกันเองค่ะ

เงื่อนไขที่ว่าประกันสุขภาพจะไม่เริ่มคุ้มครองทันทีจึงเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราจำเป็นต้องรู้ก่อนที่จะซื้อประกันสุขภาพด้วยค่ะ มิเช่นนั้นก็อาจจะเข้าใจผิดคิดว่าบริษัทประกันเบี้ยวไม่ยอมเคลมให้ ซึ่งแท้จริงแล้วนี่เป็นเงื่อนไขของประกันสุขภาพที่ทุกๆบริษัทใช้เป็นกฎเกณฑ์มาตรฐานเดียวกันทุกที่เลยค่ะ เป็นเงื่อนไขที่ตั้งขึ้นเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับบริษัทประกันในกรณีที่มีบุคคลคิดกระทำการแบบไม่สุจริตใจ หรือพูดกันง่ายๆก็คือป้องกันพวกลูกค้าหัวหมอที่กำลังเจ็บป่วย และรู้ตัวว่าจะต้องเข้ารับการรักษาในเร็ววันนี้มาซื้อประกันสุขภาพเพื่อหวังเคลมค่ารักษาที่เกิดขึ้นกับบริษัทประกันนั่นเองค่ะ แต่ก็มีข้อยกเว้นบางเรื่องพิ่มเติมในช่วงระยะเวลารอคอย 30 วันนี้ด้วยนะคะนั่นคือก็ หากเป็นกรณีอุบัติเหตุก็จะได้รับความคุ้มครองในทันทีตั้งแต่วันแรกที่บริษัทได้รับประกัน ซึ่งไม่ต้องมีระยะเวลารอคอยเหมือนกับการเจ็บป่วย เราสามารถเข้ารับการรักษาโดยที่ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นบริษัทประกันจะเป็นผู้รับผิดชอบแทนเราค่ะ

เงื่อนไขประกันสุขภาพมียกเว้นไม่คุ้มครองโรคบางโรค

เงื่อนไขประกันสุขภาพมียกเว้นไม่คุ้มครองโรคบางโรคด้วยนะ ถึงแม้จะไม่เคยมีประวัติการรักษาใดๆมาก่อนก็ตาม ก็จะไม่ได้รับความคุ้มครองค่ะ นี่เป็นเงื่อนไขอีกข้อหนี่งที่หากคิดจะซื้อประกันสุขภาพจำเป็นต้องรู้เอาไว้ด้วยเพื่อที่จะได้ไม่เกิดปัญหาขึ้นได้ในภายหลังได้ค่ะ ซึ่งความคุ้มครองที่ได้รับภายใต้กรมธรรม์ประกันสุขภาพมีข้อยกเว้นสำหรับโรคบางโรคที่เราจะไม่ได้รับความคุ้มครองกันด้วย นั่นแสดงว่าหากมีค่าใช้จ่ายจากการรักษาในโรคที่ถูกยกเว้นเอาไว้นี้ เราก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเอาเองทั้งหมดนั่นเองค่ะ ซึ่งรายละเอียดข้อยกเว้นสำหรับโรคบางโรคนี้ก็จะมีระบุชัดเจนอยู่ภายในกรมธรรม์ให้ด้วยค่ะ ในที่นี้จะขอยกตัวให้ดูกันคร่าวๆว่ามีโรคบ้างอะไรที่ระบุอยู่ในข้อยกเว้นของโรคบางโรคที่จะไม่ได้รับความคุ้มครองค่ะ เช่น การตรวจรักษาหรือ ผ่าตัดเพื่อเสริมสวย หรือแก้ไขปัญหาผิวพรรณ หรือควบคุมน้ำหนัก เว้นแต่เป็นการตกแต่งแผลอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุ , การตั้งครรภ์ แท้งบุตร ทำแท้ง คลอดบุตร โรคแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์การแก้ไขปัญหาการมีบุตรยาก การทำหมันการคุมกำเนิด , โรคเอดส์ หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ , การตรวจรักษา หรือป้องกัน การใช้ยา หรือสารต่าง ๆ เพื่อชะลอวัย การให้ฮอร์โมนทดแทนในวัยใกล้หมดระดู , การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ การรักษาความผิดปกติทางเพศ แปลงเพศ เป็นต้นค่ะ ซึ่งเราสามารถขอข้อมูลเหล่านี้ได้จากตัวแทน หรือจากบริษัทโดยตรงมาศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อค่ะ

การทำประกันสุขภาพต้องเปิดเผยข้อมูลตามความจริง

นอกจากจะรู้เงื่อนไขกรมธรรม์ของประกันสุขภาพในเบื้องต้นกันแล้ว สิ่งสำคัญก่อนคิดจะซื้อประกันสุขภาพเลยนั่นก็คือ การทำประกันสุขภาพต้องเปิดเผยข้อมูลตามความจริงเท่านั้นค่ะ เพราะหากอยากจะได้รับความคุ้มครองแบบที่สบายใจอุ่นใจ การเปิดเผยให้ข้อมูลความจริงจะช่วยทำให้เราเองได้รับผลประโยชน์สูงสุดจากบริษัทประกัน อย่าได้กลัวว่าสุขภาพของเราบริษัทประกันจะไม่รับทำจึงเลือกให้ข้อมูลจริงบ้างเท็จบ้างกันไป สู้เปิดเผยข้อมูลของเราแบบตรงไปตรงมา รับหรือไม่รับประกันอย่างไรก็ป็นเรื่องบริษัทเขาไปพิจารณากันเอาเองค่ะ เพราะถ้าบริษัทตกลงรับประกันเราก็มั่นใจได้ว่าจะได้รับความคุ้มครอง 100% อย่างแน่นอน ดีเสียกว่าการปกปิดข้อมูลความจริงเพื่อให้บริษัทรับประกันที่จะพาให้เกิดปัญหา เกิดความเสียหายขึ้นกับตัวเราเองในวันข้างหน้า บอกได้เลยว่าไม่คุ้มเลยจริงๆค่ะ

ใส่ใจหน่อยกับเงื่อนไข ก็อุ่นใจได้กับความคุ้มครองของประกันสุขภาพ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับ “เงื่อนไข “การประกันสุขภาพ” เรื่องต้องรู้หรือปล่อยผ่านได้” คงช่วยให้เพื่อนๆได้เห็นความสำคัญและหันมาใส่ใจในเงื่อนไขก่อนที่จะทำประกันสุขภาพกันมากขึ้นใช่ไหมคะ ดังนั้นควรศึกษาให้เข้าใจเสียก่อนการตัดสินใจซื้อ เพื่อที่จะไม่เกิดปัญหาขึ้นมาได้ในภายหลัง ซึ่งสามารถศึกษาเงื่อนไขเพิ่มเติมกันต่อได้จากทางตัวแทน หรือติดต่อขอรับข้อมูลจากบริษัทประกันที่เราสนใจโดยตรง ที่นี้การซื้อประกันสุขภาพก็จะมั่นใจว่าเราจะได้รับความคุ้มครองจากบริษัทประกันอย่างเต็มที่ 100% จริงๆค่ะ