คุณอาจจะเคยได้ยินประโยคที่ว่าความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอดใช่ไหม? สำนวนนี้มักจะใช้กับคนที่มีความรู้ แต่ใช้ความรู้นั้นให้เกิดประโยชน์ไม่ได้ หรือความรู้นั้นกลับทำให้ตัวเองเดือดร้อนนั่นเอง ประโยคนี้ก็ใช้ได้กับคนที่เป็นหนี้ด้วยนะ คนที่เริ่มขอสินเชื่อก็ต้องอาศัยความรู้เรื่องสินเชื่อก่อนแล้วก็ต้องเริ่มจากการวางแผนด้วย แต่ถ้ามีความรู้อย่างเดียวจัดการบริหารเงินไม่ดีก็เป็นหนี้เสียได้เลย เพราะเวลาเป็นหนี้แล้วจ่ายไม่ไหวก็เอาตัวรอดยากเหมือนกัน เมื่อเป็นหนี้แล้วจ่ายไม่ไหวจะเอาตัวรอดได้อย่างไร? คุณอยากรู้หรือไม่? บทความนี้มีทางออกมาบอกคุณให้เอาตัวรอดจากภาวะจ่ายหนี้ไม่ไหวค่ะ ซึ่งจะพูดถึงการเป็นหนี้ที่หนักที่สุดในบรรดาหนี้ทั้งหลาย นั้นคือ หนี้บ้าน ใครที่เป็นหนี้บ้านคงเข้าใจดีว่าสินเชื่อบ้านที่ไปขอมานั้นต้องรับผิดชอบในระยะเวลานาน จึงมีโอกาสความเป็นไปได้ที่จะเกิดเรื่องติดขัดระหว่างทางที่กำลังผ่อนชำระอยู่ แต่ไม่ต้องกังวลมากไป เพราะทางออกที่จะบอกในบทความนี้ช่วยให้เรื่องติดๆขัดๆคลี่คลายลงได้ค่ะ มีวิธีไหนที่ทีได้บ้าง? มาดูกัน

ขอขยายเวลา

การขอขยายเวลาการชำระหนี้ดีอย่างไร? วิธีนี้ช่วยให้ค่าผ่อนบ้านในแต่ละเดือนนั้นลดลง ยิ่งคุณยังอายุน้อยก็ยิ่งมีโอกาสที่ค่าผ่อนบ้านจะลดลงมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ตามปกติคุณต้องผ่อนบ้านเดือนละ 15,000 บาท ในระยะเวลา 30 ปี แต่คุณไม่สามารถผ่อนบ้านเดือนละ 15,000 ได้เพราะเกิดปัญหาทางการเงิน การขอขยายระยะเวลาจาก 30 เป็น 40 – 50 ปีจะช่วยให้ค่าผ่อนบ้านลดลงค่ะ แต่จะลดลงเหลือเท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของธนาคารนะคะ แต่ที่แน่นอนคือคุณจะสามารถรักษาบ้านนั้นไว้ได้ และผ่อนบ้านต่อไปได้นั่นเองค่ะ วิธีขอขยายเวลาผ่อนชำระหนี้บ้านเหมาะกับใครบ้าง? คนที่อายุยังน้อยขอขยายเวลาได้ก็ยังมีอายุไม่เกิน 70 ปี และคนที่มีรายได้ประจำแต่ว่ารายได้ลดลงค่ะ วิธีนี้เหมาะกับสภาพการณ์ของบุคคลเหล่านี้

ขอผ่อนในราคาต่ำ

การขอผ่อนผันหนี้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ แต่ไม่ใช่ลูกหนี้ทุกคนจะสามารถใช้วิธีนี้ได้นะคะ ต้องมีคุณสมบัติตรงตามที่ธนาคารกำหนดด้วยถึงจะขอผ่อนผันหนี้ได้ แต่ถ้าทำได้ก็ถือว่าดีมากเลยช่วยทำให้หายใจหายคอได้สะดวกหน่อย ต้องมีคุณสมบัติอะไรถึงจะใช้วิธีนี้ได้?

  1. คนที่มีประวัติการชำระหนี้ที่ดีมากๆ
  2. คนที่มีรายได้ประจำแต่เกิดปัญหาบางอย่าง เช่น รายได้ลดลง หรือ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
  3. คนที่ทำให้ธนาคารเชื่อว่าจะกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติหลังจากที่ได้ขอผ่อนผันไปแล้ว

เพื่อจะขอผ่อนผันหนี้ได้ขอให้ในช่วงที่ไม่มีปัญหาติดขัดคุณต้องพยายามทำหน้าที่เป็นลูกหนี้ที่ดีมีประวัติการชำระหนี้ที่ดีนะคะ เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาในอนาคตที่ง่ายขึ้น

ขอลดดอกเบี้ย

ดอกเบี้ยเป็นเรื่องหนึ่งที่คนขอสินเชื่อต้องคิดถึงไม่ว่าจะก่อนขอสินเชื่อ หรือหลังจากได้รับการอนุมัติแล้ว เพราะว่าดอกเบี้ยมีขึ้นมีลง บางครั้งที่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นก็ทำให้เดือนร้อนได้เหมือนกัน ทำให้ค่าผ่อนบ้านแต่ละเดือนเพิ่มขึ้นจนผ่อนไม่ไหวได้ ดังนั้นวิธีการขอลดดอกเบี้ยจึงจำเป็นต้องทำ แต่คุณก็ต้องมีประวัติการชำระหนี้ทีดีนะถึงจะขอลดดอกเบี้ยได้ และการขอลดดอกเบี้ยก็ยังต้องผ่อนบ้านต่อไปอยู่ แถมยังต้องพร้อมจะผ่อนบ้านเป็นเงินก้อนใหญ่ตามที่ธนาคารเรียกร้องในภายหลังด้วย วิธีนี้มีได้ก็ต้องมีเสียค่ะ แต่ยังดีกว่าไม่มีทางออกนะ

ขอโอนบ้านให้ธนาคาร

การขอโอนบ้านให้ธนาคาร วิธีนี้เป็นเหมือนขายบ้านคืนให้กับธนาคารแต่คุณยังมีสิทธิ์ในบ้านหลังนั้นอยู่ และต้องจ่ายเงินให้กับธนาคารด้วยเป็นเหมือนการเช่าบ้านอยู่ค่ะ แต่มีโอกาสจะซื้อบ้านนั้นคืนมาได้ในอนาคต แต่เพื่อจะลดค่าใช้จ่ายรายเดือนวิธีนี้ก็ทำได้นะ คนที่เหมาะจะใช้วิธีนี้ต้องมีสภาพการณ์ดังนี้คือ

  1. คนที่มีรายได้ลดลง หรือขาดรายได้ และจะอยู่ในสภาพการณ์แบบนี้เป็นระยะเวลานาน
  2. แม้จะผ่อนบ้านไม่ไหวแต่ก็ต้องพร้อมจ่ายค่าดำเนินการฝากขายบ้านแก่ธนาคารด้วย
  3. สามารถจ่ายเงินให้แก่ธนาคารได้อยู่ในจำนวนที่น้อยลงเป็นเหมือนค่าเช่าบ้าน
  4. เป็นคนที่ธนาคารเชื่อมั่นว่าจะสามารถกลับมาซื้อบ้านคืนได้เพราะมีทรัพย์สินอื่นๆ

วิธีการโอนบ้านให้ธนาคารก็ไม่ใช่วิธีที่ง่ายนัก แต่ก็สามารถทำได้ถ้าจำเป็นต้องทำค่ะ

ขอผ่อนผันหนี้

การขอผ่อนผันหนี้มักจะช่วยแก้ไขปัญหาได้ในระยะสั้น แต่ก็ช่วยได้มากสำหรับคนที่เจอปัญหาทางการเงินจริงๆ เพราะวิธีที่ทำให้คุณสามารถจ่ายหนี้หมดในช่วงเวลาสั้นกว่าเดิม และก็ต้องกลับมาชำระหนี้ส่วนที่เหลืออีกครั้งตามเงื่อนไขธนาคารเมื่อครบกำหนด วิธีขอผ่อนผันหนี้มี 3 รูปแบบ คือ

  1. การชำระเงินเป็นก้อนแบ่งเป็นงวดๆ
  2. การชำระเงินที่ยังค้างในระยะเวลาหนึ่ง
  3. การชำระเงินเป็นก้อนเล็กๆรายเดือน

วิธีขอผ่อนผันหนี้เหมาะกับสภาพการณ์แบบไหนบ้าง? คนที่ขาดรายได้ในช่วงเวลาสั้นๆ / มีประวัติการชำระหนี้ที่ดี / มีหนี้ค้างชำระที่เหลือไม่สูงมาก / มีโอกาสกลับมาชำระหนี้ได้ตามเดิม ถ้าคุณอยู่ใสภาพการณ์แบบนี้ก็น่าจะใช้วิธีนี้ได้ค่ะ

หนี้บ้านจะหนักแค่ไหนแต่ก็เอาตัวรอดได้ด้วยวิธีเหล่านี้นะ

หนี้บ้าน เป็นอะไรที่หนักอกหนักใจใครหลายๆคนแน่ๆ เพราะสภาพเศรษฐกิจที่แย่แบบนี้ทำให้รายได้ของหลายคนไม่คงที่ ไม่เท่าเดิม จึงมีผลกระทบต่อรายจ่ายเป็นธรรมดา ยิ่งมีหนี้อีกก็ยิ่งจัดการได้ยากกว่า แต่ถึงยังไงก็ยังมีทางออกนะคะ ลองศึกษาข้อมูลเหล่าเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสภาพการณ์ของคุณที่สุดรับรองว่าคุณสามารถเอาตัวรอดจากหนี้บ้านที่จ่ายไหวได้แน่นอน เอาใจช่วยเจ้าของบ้านทุกคนนะคะ ไม่อยากให้ใครต้องสูญเสียบ้านในฝันไปเลยจริงๆ