ทุกวันนี้ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเป็นอีปัญหาหนึ่งที่คนไทยเผชิญ และต้องอดทนยอมรับไปถึงแม้ว่าจะมีการผลิตน้ำมันบางชนิดออกมาเพื่อเข้าสู่ตลาดในราคาที่ถูกกว่าบ้างก็ตามอย่างเช่น E20 E85 เป็นต้น แต่รถยนต์ทุกคันก็ไม่สามารถใช้บริการน้ำมันราคาถูกเหล่านี้ได้ เพราะถังรับน้ำมันของตัวรถยนต์และเครื่องยนต์ไม่รองรับน้ำมันนี้จึงต้องอดทนใช้น้ำมันราคาสูงต่อไป ตอนนี้ทางกระทรวงพลังงานก็มีโครงการที่จะผลิตน้ำมันอีกชนิดหนึ่งออกมา คือ  B10 นั่นเอง ซึ่งกระทรวงพลังงานเตรียมประกาศใช้มาตรฐานดีเซล B10 เพื่อเป็นน้ำมันทางเลือก หลังจากสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ญี่ปุ่น หรือ JAMA ให้การยอมรับมาตรฐานน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ B100 ทำให้ในส่วนของค่ายรถยนต์ญี่ปุ่น โดยรถยนต์ที่ผลิตตั้งแต่ป 2554 เป็นต้นไป หรือรถที่มีอายุใช้งานไม่เกิน 6-7 ปี สามารถเติมน้ำมัน B10 ได้ แต่รถยนต์ที่มีอายุการผลิตเกินปีดังกล่าว จะต้องนำรไปตรวจสภาพเพื่อชำระล้างเครื่องยนต์ให้พร้อมก่อนเติม B10 ต่อไป ในขณะที่ฝั่งค่ายรถยนต์จากยุโรปและอเมริกา ยังไม่มีความพร้อมที่จะใช้ น้ำมัน B10 โดยขอให้แต่ละค่ายรถ เป็นผู้ชี้แจงเหตุผลเอง

ก่อนอื่นเราก็ต้องมาทำความรู้จักกับน้ำมันที่จะถูกผลิตขึ้นมาใหม่นี้กันก่อนนะคะ ซึ่งบทความนี้จะนำข้อมูลความเคลื่อนไหวมาบอกเช่น น้ำมัน B10 คืออะไร? / ปตท.เตรียมตัวอย่างไรเพื่อจำหน่ายน้ำมัน B10 / บางจากเตรียมอย่างไรเพื่อจำหน่ายน้ำมัน B10 / ธุรกิจรถยนต์เตรียมตัวอย่างไรเพื่อรองรับน้ำมัน B10 นี่คือเรื่องที่คุณควรรู้ค่ะ

น้ำมัน B10 คืออะไร?

น้ำมัน B10 ก็คือนำมันดีเซลที่มีการผลิตต่อเนื่องออกมาตามที่กระทรวงพลังงานได้มีมาตรการในการเพิ่มสัดส่วนการใช้น้ำมันไบโอดีเซล (B100) ในภาคพลังงานให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน โดยมีเป้าหมายในการสร้างสมดุลปาล์มน้ำมันทั้งระบบของประเทศ และได้กำหนดเป้าหมายการใช้ไบโอดีเซล (B100) ให้ได้ประมาณ 7 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งปริมาณดังกล่าวจะสามารถช่วยดูดซับ CPO น้ำมันปาล์มดิบได้ประมาณ 2 ใน 3 ของปริมาณการผลิตทั้งหมดของประเทศในปัจจุบัน หรือประมาณ 2.2 ล้านตันต่อปี กรมธุรกิจพลังงาน จึงได้ดำเนินการเพื่อสนับสนุนนโยบาย โดยได้ออกประกาศกำหนดลักษณะและคุณภาพของ น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B10 และประกาศกำหนดลักษณะและคุณภาพของไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมัน (B100) และกำหนดให้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B10 เป็นน้ำมันดีเซลเกรดมาตรฐานของประเทศไทยสำหรับรถดีเซลทั่วไป โดยมีน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B7 เป็นน้ำมันทางเลือกสำหรับรถเก่าและรถยุโรป และน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 เป็นน้ำมันทางเลือกสำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ ซึ่งได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไป   ปัจจุบันน้ำมันดีเซลมีกี่ประเภท ต่างกันอย่างไร? = จากข้อมูลในปัจจุบัน น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B10 และน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 โดยน้ำมันดีเซลทั้ง 3 ประเภท มีคุณภาพเหมือนกันทุกประการ แต่มีความแตกต่างกันที่สัดส่วนผสมไบโอดีเซล คือ น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา หรือ B7 มีสัดส่วนไบโอดีเซล 6.6 – 7% น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B10 มีสัดส่วนไบโอดีเซล 9 – 10% และน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 มีสัดส่วนไบโอดีเซล 19 – 20%   ประโยชน์และข้อดีของการรณรงค์ใช้น้ำมันดีเซล B10

  1. สร้างสมดุลปาล์มน้ำมันทั้งระบบในประเทศ ปริมาณการใช้ (ภาคพลังงาน และเพื่อการบริโภค)
  2. สร้างเสถียรภาพราคาปาล์มน้ำมัน (ทำให้ราคาสูงขึ้น)
  3. ช่วยลดมลพิษ (ปริมาณฝุ่น PM 2.5) เนื่องจากการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพในสัดส่วนที่สูงขึ้น

เนื่องจากประเทศไทยต้องนำเข้าน้ำมันดิบมาผลิตเป็นน้ำมันสำเร็จรูป ดังนั้น นโยบายการเพิ่มสัดส่วนการผสมของเชื้อเพลิงชีวภาพในสัดส่วนที่สูงขึ้น จะทำให้สามารถประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่มาจากการนำเข้าได้มากขึ้นตามสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นของเชื้อเพลิงชีวภาพ เช่น ปกติการใช้ B7 วันละประมาณ 60 ล้านลิตร ดังนั้น หากดีเซล B10 เป็นดีเซลฐาน ทำให้สามารถประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 3 ของปริมาณการใช้ดีเซล หรือประมาณวันละ 1.8 ล้านลิตร นี่ก็คือความรู้คร่าวๆเกี่ยวกับน้ำมัน B10 นะคะ

ปตท.เตรียมตัวอย่างไรเพื่อจำหน่ายน้ำมัน B10

มาดูกันว่าปั้มรายใหญ่เตรียมตัวอย่างไร ตอนนี้ ปตท. เตรียมตัวเร่งเครื่องเต็มที่มากๆที่จะสนับสนุนและไม่ใช่รองรับน้ำใน B10 เท่านั้นแต่เปลี่ยนหัวจ่ายเพื่อรองรับน้ำมันในแบบ B100 ด้วยซึ่งสามารถรรองรับได้ทุกชนิดเลยค่ะ เพราะการผลิตน้ำมัน B10 นั้นก็เพื่อเป็นการปฏิรูปน้ำมันบนดินเพื่อเศรษฐกิจฐานรากให้ดีขึ้นค่ะ และก่อนกน้านี้ ปตท.ได้มีการทดสอบประสิทธิภาพของน้ำมันนี้แล้วโดยผู้เชี่ยวชาญสถาบันวิจัยของตนเองซึ่งน้ำมันนี้ได้ช่วยลดควันดำได้จริงเมื่อใช้กับรถยนต์และลองใช้งานบนถนนในประเทศไทยเรา ปัจจุบัน ปตท.มีปั๊มที่ขาย บี10 แล้ว 60 แห่ง ภายในเดือน ม.ค.ปีหน้า จะกระจายขาย บี10 ให้ทั่วประเทศ และเดือน มี.ค.ปีหน้า ปตท.จะขาย B10 ครบทุกปั๊ม ขอให้ผู้บริโภคมั่นใจว่า บี10 จะมีขายแน่นอนทั่วประเทศ และขณะนี้ราคาถูกกว่าบี7 อยู่ที่ 2 บาทต่อลิตรด้วยค่ะ

บางจากเตรียมอย่างไรเพื่อจำหน่ายน้ำมัน B10

มาในส่วนของปั้มนำมันอีกแห่งหนึ่งที่รองลงมาก็มีการเตรียมพ้อมอย่างดีด้วย ซึ่งเริ่มมีการจำหน่ายน้ำมัน B10 นี้แล้วตั้งแต่ เดือนมิถุนายนที่ผ่านมาโดยใช้ชื่อว่า S B10 นั่นเองซึ่งตอนนี้ก็อาจจะยังไปครอบคลุมทุกสาขาทั่วประเทศ แต่มีแผนว่าจะมีการจำหน่ายน้ำมัน B10 ให้ทั่วทุกสาขานประเทศไทยในวันที่ 1 มีนาคม 2563 ที่จะถึงนี้ค่ะเพื่อสนับสนุนน้ำมัน B10 อย่างต่อเนื่องและสนับสนุนนโยบายของกระทรวงพลังงานที่ต้องสร้างความมั่นคงให้แก่เกษตรกรปาล์มน้ำมันในประเทศค่ะ

ธุรกิจรถยนต์เตรียมตัวอย่างไรเพื่อรองรับน้ำมัน B10

ขณะที่ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่น และสหรัฐได้มีการประกาศรับรองการใช้น้ำมันนี้ว่ามีความปลอดภัย ทั้งรถบรรทุกเล็ก รถตู้ หรือรถที่มีการผลิตตั้งแต่ปี 2011 สามารถใช้ได้อย่างไม่มีปัญหา จึงต้องการส่งเสริมให้ผู้ใช้รถหันมาใช้ B10 เพิ่มมากขึ้น ส่วนรถยนต์เก่าหรือในรถยนต์นำเข้าจากยุโรปนั้น ได้มีการหารือกับผู้นำเข้า ผู้ผลิตถึงข้อควรระวังในการใช้หรือจะต้องมีการเช็กสภาพรถยนต์อย่างไรบ้าง เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานอีกทั้งยังเป็นการช่วยลดปัญหา PM 2.5 ด้วย   ขณะที่กลุ่มโรงกลั่นเตรียมปรับสภาพระบบการผลิต เพื่อรองรับการใช้ B10 ตามแผนงานในเดือนตุลาคม 2562 คาดว่าในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2562 จะสามารถปรับสภาพน้ำมัน เพื่อใช้ในการผลิต B10 อย่างเต็มรูปแบบได้ โดยผู้ค้าน้ำมันอย่างเช่น ปตท. เตรียมจะเปิดให้บริการจำหน่าย B10 ทุกสถานีน้ำมันในช่วงต้นปี 2563 ส่วนค่ายอื่นเชื่อว่าจะทยอยสามารถเปิดให้บริการได้ 200-300 สถานีบริการทั่วประเทศ ซึ่งจะทำให้เห็นภาพการใช้ B10 อย่างชัดเจน   อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องให้บริการน้ำมัน B7 สำหรับผู้ใช้บริการเดิม แต่อาจจะไม่มีมาตรการส่งเสริม ขึ้นอยู่กับผู้ค้าน้ำมันต้องเป็นผู้พิจารณาให้บริการเอง โดยไม่ได้กำหนดว่าต้องให้ทุกสถานีบริการน้ำมันจำเป็นต้องเปิดให้บริการ B7 ทุกสถานีบริการ ส่วนนโยบายประกันรายได้ปาล์มน้ำมันจะไม่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตอย่างแน่นอน โดยต้นทุนที่เกิดขึ้นจะเป็นไปตามราคาของตลาด เนื่องจากนโยบายดังกล่าวเป็นนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรโดยรัฐเข้าชดเชยส่วนต่างของผลผลิต ดังนั้นจึงไม่มีปัญหา จะเห็นว่าน้ำมันชนิดนี้นอกจากช่วยภาวะลดโลกร้นแล้วยังมีราคาที่ถูกด้วยนะคะ

คุณเองต้องเตรียมตัวด้วยกับน้ำมัน B10 ที่ผลิตขึ้นมาใหม่

ในเมื่อน้ำมันที่ดีและราคาถูกเข้ามาแล้วก็อย่ารอช้ารีบไปใช้บริการเถอะค่ะ จะได้ช่วยเหลือและเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของบ้านเราช่วยส่งแวดล้อมด้วย แต่คุณอาจจะหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อความแน่ใจว่ารถของคุณนั้นสามารถรองรับน้ำมันนี้ได้จริงๆไหมเพื่อความปลอดภัยของเครื่องยนต์นะคะต้องเช็คให้ดีเสียก่อน ตอนนี้อาจจะมีแค่สองปั้มน้ำมันที่มีน้ำมัน B10 จำหน่ายให้เราแต่แค่นี้ก็เพียงพอเพราะสาขาของปั้ม ปตท. และบางจากก็มากมายหาได้ไม่ยากอยู่แล้วค่ะ ถ้าคุณสามารถใช้บริการน้ำมันนี้ได้ก็ไปลองใช้กันดูนะคะ