ในโลกปัจจุบันของเราเรื่องของการลงทุนในกองทุนรวมนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่หลายๆคนคงจะให้ความสนใจมากยิ่งขึ้น เพราะว่าการลงทุนในกองทุนรวมนั้นไม่เพียงแต่ลดหย่อนภาษีได้อย่างเดียวแต่ยังเป็นการให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากเงินตามธนาคารแบบทั่วๆไป โดยเฉพาะกองทุนรวม 2 ตัวนี้หากดิฉันบอกไปเพื่อนๆก็ต้องมีอ๋อกันบ้างแหละค่ะ ซึ่งเจ้ากองทุนรวม 2 ประเภทนั้นก็คือ กองทุนรวม RMF และ LTF นั่นเองค่ะ ซึ่งเหตุผลที่สำคัญที่ทำให้เจ้ากองทุน 2 ตัวนี้ได้รับความนิยมในหมู่มากนั่นก็เพราะว่าผลตอบแทนในการลดหย่อนภาษีนั่นเองค่ะ แต่ว่าในการที่เราจะซื้อกองทุน RMF และ LTF นั้น ก็แอบเสี่ยงในการลงทุนเหมือนกันอยู่นะคะ เพราะว่าทั้งสองกองทุนนั้นมีมากมายเยอะแยะนับไม่ถ้วนหลายกองทุนเลยแหละค่ะ และในแต่ละกองทุนนั้นก็ให้ผลตอบแทนแก่เราที่ไม่เหมือนกันอีกด้วย โดยในปีแต่ละปีก็จะมีกองทุนใหม่ๆออกมาให้เลือกซื้อได้หลากหลายกันเลยทีเดียวเลยค่ะ ดังนั้นนะคะการเลือกซื้อกองทุน LTF หรือ RMF ที่ให้ผลดีก็นับว่ามีความท้าทายต่อผู้ซื้อเป็นอย่างมาก ซึ่งในที่นี้จะขอสรุปคร่าว ๆ สัก 6 กองทุนได้แก่ KMSRMF K2OSLTF BBASICRMF PHATRA LTFD TDHRMF และ KFLTFEQ ดังนี้ค่ะ

KMSRMF

ในกองทุนแบบนี้นะคะคือ โดยผลจากการประกอบการในรอบ 1 ปีที่ผ่านมามีเปอร์เซ็นต์สูงถึง 30.55% หากว่าเรานั้นคิดเป็นค่าเฉลี่ยตั้งแต่ที่จัดกองทุนที่ 29.69% ต่อปี จะเป็นการเน้นที่การลงทุนในหุ้นขนาดกลางและเล็กสะมากกว่าโดยหุ้นขนาดกลางและเล็กนั้นมีปัจจัยพื้นฐานที่ดีด้วย มีสภาพที่คล่องทางการเงิน และยิ่งเวลาผ่านไปเรื่อยๆ มีแนวโน้มว่าจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าหุ้นที่มีขนาดใหญ่โดยเป็นการคาดคะเนคาดการณ์ในระยะยาว เพราะฉะนั้นกองทุนนี้จึงเป็นกองทุนที่เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจอยากสร้างความมั่นคงให้กับตนเองในตอนที่ตัวเองเกษียณด้วยการลงทุนในหุ้น หรือผู้ที่ต้องการและหวังผลตอบแทนที่ดี และพร้อมรับความเสี่ยงในระดับที่สูงเช่นกันค่ะ

K2OSLTF

ในกองทุนแบบนี้นะคะคือ โดยผลจากการประกอบการในรอบ 1 ปีที่ผ่านมามีเปอร์เซ็นต์สูงถึง 18.36% หากว่าเรานั้นคิดเป็นค่าเฉลี่ยตั้งแต่ที่จัดกองทุนที่ 82% ต่อ โดยที่กองทุนนี้จะเน้นไปที่การลงทุนในหุ้นที่ได้ถูกคัดสรรมาอย่างดีแล้วโดยที่จำนวนหุ้นที่คัดสรรมานั้นไม่เกินถึง 20 บริษัท โดยหุ้นที่ถูกคัดเลือกมานั้นจะคัดเลือกเฉพาะหุ้นที่มีความโดดเด่นด้านศักยภาพที่แข็งแกร่ง เพื่อเป็นการสร้างโอกาสที่ดีในการที่เราจะได้รับผลตอบแทนที่ดีจากพอร์ตลงทุน อีกทั้งยังเป็นกองทุน LTF ที่มีนโยบายในการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ลงทุนจำนวนไม่เกิน 2 ครั้งต่อปีอีกด้วยค่ะ โดยภาพรวมของผลประกอบการในกองทุนนี้ถือว่ามากกว่าเกณฑ์มาตรฐานมาตลอด 3 ปีอีกด้วยเลยทีเดียว

BBASICRMF

ในกองทุนแบบนี้นะคะคือ โดยผลจากการประกอบการในรอบ 1 ปีที่ผ่านมามีเปอร์เซ็นต์สูงถึง 42% หากว่าเรานั้นคิดเป็นค่าเฉลี่ยตั้งแต่ที่จัดกองทุนที่ 6.80% ต่อปี โดยที่จุดเด่นของกองทุนอันนี้จะเป็นที่การลงทุนในหลักทรัพย์จากในหรือต่างประเทศ โดยการเน้นลงทุนในกลุ่มบริษัทที่ได้ทำธุรกิจด้านปัจจัย 4 ทั้งเรื่องของอาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรคค่ะ โดยปกติมักเป็นหลักทรัพย์ของหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานที่มีราคาที่ต่ำกว่า Intrinsic Value หรืออาจจะเรียกได้ว่าหุ้นที่มีแนวโน้มการเจริญเติบโตทางธุรกิจที่สูงมากเลยที่เดียวค่ะ โดยที่กองทุนนี้เน้นที่การลงทุนในกลุ่มธุรกิจ 3 กลุ่มใหญ่ๆ นั่นคือเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร สินค้าประเภทอุปโภคบริโภค อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ซึ่งร่วมกับ 2 หมวดธุรกิจบริการคืองานด้านพาณิชย์และการแพทย์ โดยที่มีการลงทุนในหลักทรัพย์ตามที่ได้ดังกล่าวมาในข้างต้นนี้ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุนเลยทีเดียวค่ะ

PHATRA LTFD

ในกองทุนแบบนี้นะคะคือ โดยผลจากการประกอบการในรอบ 1 ปีที่ผ่านมามีเปอร์เซ็นต์สูงถึง 46% หากว่าเรานั้นคิดเป็นค่าเฉลี่ยตั้งแต่ที่จัดกองทุนที่ 12.37% ต่อปี โดยที่กองทุนนี้นะคะจะเป็นกองทุนที่เน้นเรื่องของการลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทที่จดทะเบียน หรือว่าจะเป็นตราสารทุนต่างๆ โดยที่ราคานั้นจะไม่น้อยกว่า 65% ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนในแต่ละรอบบัญชี เป็นเรื่องที่น่าตกใจมากที่กองทุนนี้ไม่มีนโยบายการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และรวมทั้งตราสารหนี้ที่มีลักษณะการซื้อขายในรูปแบบสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง กองทุนนี้อาจจะมีการทำธุรกรรมขายหรือการกู้ยืมเงินโดยที่มีสัญญาซื้อคืนชัดเจน ซึ่งในกองทุนนี้เป็นกองทุนที่อยู่รวมภายใต้ในการดูแลของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ภัทร จำกัด และยังเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มธุรกิจการเงินของเกียรตินาคินทร์ภัทร อยู่ภายใต้ในการควบคุมและบริหารของบริษัท ทุนภัทร จำกัด (มหาชน)อีกด้วยค่ะ

TDHRMF

ในกองทุนแบบนี้นะคะคือ โดยผลจากการประกอบการในรอบ 1 ปีที่ผ่านมามีเปอร์เซ็นต์สูงถึง 53% หากว่าเรานั้นคิดเป็นค่าเฉลี่ยตั้งแต่ที่จัดกองทุนที่ 20.95% ต่อปี โดยการพิจารณาลงทุนในหุ้นนั้นถูกจัดให้จัดอันดับในดัชนีของ SET High Dividend 30 Index เป็นหลักด้วยค่ะ โดยทีจำนวนหลักทรัพย์เฉลี่ยที่ลงทุนในรอบปี บัญชีไม่ต่ำกว่า 80%ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ส่วนอื่น ๆ อาจลงทุนในตราสารทางการเงิน ตราสารหนี้อื่น ๆ ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น ๆ อีกด้วย

KFLTFEQ

ในกองทุนแบบนี้นะคะคือ โดยผลจากการประกอบการในรอบ 1 ปีที่ผ่านมามีเปอร์เซ็นต์สูงถึง 95% หากว่าเรานั้นคิดเป็นค่าเฉลี่ยตั้งแต่ที่จัดกองทุนที่ 8.86% ต่อปี โดยที่กองทุนชนิดนี้มีนโยบายในการลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนในประเทศ โดยที่เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 65% ของสินทรัพย์กองทุน ส่วนที่เหลือจะนำไปลงทุนในตราสารหนี้ของภาครัฐ สถาบันทางการเงินต่าง ๆ บริษัทเอกชน หรือเงินฝากประเภทต่าง ๆค่ะ

สรุป:การเลือกซื้อกองทุน RMF และ LTF

ถึงแม้ว่ากองทุน RMF และ LTF จะมีการให้ผลตอบแทนที่ดีตั้งแต่ที่เราได้เริ่มทำการลงทุน เพราะว่าการที่เราลงทุนในกองทุน RMF และ LTF เราสามารถที่จะนำไปลดหย่อนภาษีได้ แต่เพื่อที่เราจะได้มาซึ่งผลตอบแทนที่คุ้มค่าและได้ประโยชน์สูงที่สุดนั้นแต่ผู้ที่ทำการลงทุนนั้นก็จำเป็นที่ต้องศึกษาข้อมูลของกองทุนแต่ละประเภทให้ดี พร้อมกับหาข้อมูลให้ครบถ้วนไม่ว่าจะเป็นนโยบายในการลงทุน ผลตอบแทนหรือผลประกอบการในรอบที่ผ่าน ๆ มา ระยะเวลาตั้งแต่เปิดกองทุนนั้นเป็นอย่างไร นโยบายการจ่ายเงินปันผล ระดับความเสี่ยง รวมไปถึงรายละเอียดของบริษัทที่กองทุนได้ลงทุนไป  สิ่งที่ได้กล่าวไปนั้นล้วนเป็นรายละเอียดที่ผู้ซื้อกองทุนจะต้องรู้อย่างละเอียดและถี่ถ้วน สิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลต่อสิทธิประโยชน์และผลกำไรที่ผู้ลงทุนจะได้รับ เพื่อนๆอาจจะได้ยินคำนี้กันบ่อย นั่นก็เพราะว่า เพราะทุกการลงทุนมีความเสี่ยง เมื่อเราสนใจกองทุนอันใดก็ควรศึกษารายละเอียดในหนังสือชี้ชวนให้ดีก่อนตัดสินใจ และพิจารณาด้วยว่าตนเองมีความสามารถในการยอมรับความเสี่ยงในระดับที่กองทุนได้ระบุเอาไว้หรือไม่อีกด้วย ทั้งนี้ใครที่จะซื้อกองทุนก็ขอให้ศึกษาให้ดีก่อนนะคะ แล้วก็คิดให้ดีก่อนที่จะทำการลงทุนใดๆ เพราะทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ขอบคุณค่ะ