หลายๆคนคงอยากจะไปเที่ยวต่างประเทศ หวังไว้ว่าสักวันหนึ่งคงจะพาครอบครัวหรือไม่ก็เพื่อนหรือแม้กระทั่งคนรักของคุณ แต่บางทีเราอาจจะกังวลในเรื่องบางเรื่องอย่างเช่นการซื้อทัวร์หรือว่าเที่ยวเอง และเรื่องที่ยังน่ากังวลอีกเรื่องหนึ่งนั้นก็คือ การใช้บัตรเครดิตที่ต่างประเทศ แน่นอนว่าต่างก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียทั้งนั้นค่ะและวันนี้เราจะมาบอกถึงข้อดี-ข้อเสียของการใช้บัตรเครดิตในต่างประเทศ จะเป็นยังไงบ้างมาดูกันเล๊ย

ข้อดีของการใช้บัตรเครดิตในต่างประเทศ

  • คือความสะดวก ที่เราไม่ต้องเก็บเงินสดไว้ที่ตัวเราไว้เยอะ นี่ก็เป็นเหตุผลลำดับต้นๆ ที่คนส่วนใหญ่ที่ไปเที่ยวต่างประเทศเลือกที่จะใช้บัตรเครดิตที่ต่างประเทศ  สะดวกและแถมไม่ต้องถือเงินสดไว้เยอะ และยังซื้อของได้อย่างรวดเร็ว เรียกได้ว่าเจ้าบัตรเครดิตนั้นเป็นของใช้ที่สะดวกสายที่ขาดไม่ได้ในการซื้อของที่ต่างประเทศเลยครับ
  • สิทธิประโยชน์ของบัตรเครดิตที่แฝงอยู่นั้น  หากว่าเพื่อนๆคนไหนที่ชื่นชอบการสะสมแต้มบัตรเครดิต หรือไม่ว่าจะเป็นส่วนลดซื้อขงหน้างานที่เพื่อนอยากได้ หรืออยากได้เงินคืนเอาไว้ไปรูดใช้จ่ายบิลรอบหน้า และใช่ค่ะ การไปต่างประเทศก็เป็นโอกาสที่ดีที่จะสะสมสิทธิประโยชน์พวกนี้ แล้วนอกจากนี้ บัตรเครดิตหลายๆบัตรมีสิทธิประโยชน์อื่นๆเพิ่มเติมด้วย เช่น บัตรเครดิตบางบัตรสามารถใช้เข้า Airport Lounge สนามบินต่างๆ ได้ ยกตัวอย่างเช่นบัตรเครดิต บัตรเครดิต ยูโอบี พรีวิไมลส์ (UOB Privimiles) , SCB MY TRAVEL , บัตรเครดิตซิตี้ รอยัล ออร์คิด พลัส พรีเฟอร์ บัตรดังกล่าวที่พูดมานั้นใช้สำหรับการเพิ่มแต้ม Mileage ได้ ถ้าเราใช้รูดบัตรที่ต่างประเทศ เป็นต้น
  • มีประกันชีวิตหรือประกันภัยให้ฟรี เรื่องนี้ในความเป็นจริงแล้วคนหลายคนอาจจะนึกไม่ถึง หรือได้มองข้ามไปเลยว่าสิทธิประโยชน์ที่มากับบัตรเครดิตบ่อยๆ ก็คือประกันภัย ซึ่งบางทีไอเจ้าตัวนี้ที่เราพูดถึงนั้นอาจจะทำให้เราไม่ต้องกดสั่งซื้อประกันเดินทางเลยด้วยซ้ำ แต่ว่าเงื่อนไขประกันของแต่ละบัตรเครดิตเราคงที่จะต้องอ่าน Terms & Conditions ของแต่ละบัตรให้ดี โดยประกันภัยที่อาจ Cover ให้ในบัตรเครดิตก็เช่น โดนล้วงกระเป๋า เครื่องบินล่าช้า กระเป๋าเดินทางหาย เวลาที่เราจะเลือกบัตรเครดิตบัตรไหนสักบัตรให้เราเลือกบัตรที่มีเงื่อนไขของประกันไม่เยอะนะคะ เพราะหลายๆบัตรก็อาจจะมีเงื่อนไขการประกันภัยไว้เยอะเหมือนกัน อย่างเช่น ถ้าเราจะได้สิทธิประโยชน์ประกันภัย จะต้องจองตั๋วเครื่องบินกับสายการบินบางที่เท่านั้น หรือใช้บัตรเครดิตรูดซื้อเท่านั้น เป็นต้น

ข้อเสียของการใช้บัตรเครดิตในต่างประเทศ

ตอนนี้เราก็มาถึงข้อเสียของการใช้บัตรเครดิตในต่างประเทศกันบ้างค่ะ โดยสะส่วนใหญ่เนี่ยทางธนาคารก็จะโฆษณาเกี่ยวกับข้อดีของบัตรเครดิต แต่ก็ไม่ได้พูดถึงข้อเสียเลย แต่โดยทั่วไปก็ไม่มีใครที่ไหนคงมาโฆษณาข้อเสียมากกว่าข้อดีอยู่แล้ว ไม่ค่อยมีธนาคารไหนบอกข้อเสียเวลาใช้บัตรเครดิตต่างประเทศ วันนี้เราจะชี้ให้เห็นว่า บัตรเครดิตต้องใช้ให้เป็นมีข้อดี ก็มีข้อเสียเหมือนกันค่ะ

  • เราต้องจ่ายอัตราแลกเปลี่ยนสองเด้ง ปกติแล้วเราพอจะรู้ๆกันอยู่โดยเป็นธรรมดาอยู่แล้วว่า ทางธนาคารนั้นจะได้กำไรจากส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนเวลาที่เราใช้รูดกันที่ต่างประเทศ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราใช้บัตรเครดิตท่ออกโดยทางธนาคารที่เมืองไทยแล้วเรานำไปใช้รูดจ่ายที่ประเทศญี่ปุ่น ธนาคารก็จะแปลงเงินเยนที่เรารูดไป(ซึ่งโดยในความเป็นจริงแล้วอัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้สำหรับการแปลงสกุลเงินนี้ก็ต้องแย่กว่าอัตราทั่วไปที่เราแลกได้ในขณะนั้นๆอยู่แล้ว) แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่อาจรับรู้ได้คือ ในกรณีที่กล่าวไปนั้นทางธนาคารจะแปลงจากเงินเยน ไปเป็นเงิน USD ก่อนเสมอ แล้วหลังจากนั้นก็ค่อยแปลงเป็นเงิน USD ที่แปลงมาแล้วนั้นเป็นเงินบาท ดังนั้นแล้วถ้าเราไม่ได้ซื้อสินค้าที่ราคาเป็น USD เราจะโดนชาร์จสองครั้งสำหรับอัตราแลกเปลี่ยนเสมอ ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวค่ะ
  • เราต้องจ่ายค่าความเสี่ยงค่ะ จาการแปลงสกุลเงินต่างประเทศมา นอกจาการโดนชาร์จอัตราแลกเปลี่ยนเงินในอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งปกติก็ไม่ดีสำหรับเราแล้ว แบะถมเรายังต้องจ่ายค่าความเสี่ยงจากการแปลงเป็นเงินสกุลเงินของต่างประเทศอีกด้วย ซึ่งธนาคารในเมืองไทยของราก็จะชาร์จกันอยู่ที่ประมาณ 2.0% - 2.5% ของจำนวนเงินบาทที่ถูกแปลงสกุลเงินมาแล้ว และเราก็สามารถเห็นได้ว่า ถ้าเรายิ่งรูดบัตรที่ต่างประเทศเยอะเท่าไหร่ ทางธนาคารก็จะยิ่งได้เยอะเช่นกันด้วย ทางธนาคารจึงได้ออกโปรโมชั่นต่างๆมากมายเพื่อมาล่อตาล่อใจให้เรานำบัตรไปใช้ที่ต่างประเทศให้เยอะๆค่ะ
  • ถ้าทำบัตรหายที่ต่างประเทศเราต้องรีบอายัด ข้อเสียนี้อันที่จริงแล้วสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่เลยค่ะ ไม่ว่าจะในประเทศหรือนอกประเทศก็ตาม เพียงแต่หายที่ต่างประเทศนั้นจะมีความวุ่นวายมากกว่า วุ่นวายตรงที่การต้องโทรกลับไปประเทศไทยเพื่ออายัดหรือแม้แต่เรื่องวุ่นวายที่เกี่ยวกับ Time Zone เป็นต้น โดยหลักๆคือถ้าเรารู้ตัวว่าบัตรเครดิตเรานั้นหาย เราควรรีบอายัดทันที ก็จะไม่มีปัญหา หรือว่าในบางประเทศ การรูดบัตรเครดิตนั้นก็ต้องใส่ PIN ด้วย ถ้าหายในประเทศความเสี่ยงก็อาจจะไม่มาก แต่ถ้าบัตรเครดิตนั้นหายโดยที่เราไม่รู้ หรืออายัดช้าเกินไปและประเทศที่เราทำหายนั้น การใช้บัตรเครดิตที่ไม่ต้องมีการใส่ PIN ความเสี่ยงก็อาจจะมากเลยทีเดียว หรือถ้าหากบางทีเรายังไม่แน่ใจว่าบัตรหายแน่ๆหรือเปล่าเราก็สามารถเข้าไประงับการใช้งานบัตรเครดิตไว้ชั่วคราวก่อนได้ค่ะ แล้วค่อยเปิดใช้งานทีหลัง

การพิจารณาการใช้บัตรเครดิตในต่างประเทศ

การใช้บัตรเครดิตที่ต่างประเทศนั้นต่างก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย และบัตรแต่ละบัตรเครดิตนั้นก็ให้สิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกัน หรือเงื่อนไขแต่ละอย่างที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น ข้อสรุปที่เราอยากนะนำก็คือ

  • เราต้องเลือกใช้บัตรเครดิตให้ถูกใบ โดยเลือกใช้บัตรที่ได้ประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวต่างประเทศจริงๆด้วย ตัวอย่างบัตรเครดิตที่เน้นการท่องเที่ยวต่างประเทศก็ได้แก่บัตรเครดิตKTC JCB Platinum , บัตรเครดิต กรุงศรี เจซีบี แพลทินัม และตัวอย่างบัตรเครดิตที่ไม่ได้ให้ประโยชน์อะไรเกี่ยวกับการไปเที่ยวต่างประเทศ อย่างเช่น บัตรเครดิตวีซ่าแพลทินัม แรบบิท ศิริราช ธนาคารกรุงเทพ ซึ่งไม่ได้เน้นประโยชน์ด้านต่างประเทศโดยตรง แต่จะให้สิทธิประโยชน์ทางด้านโรงพยาบาลศิริราชมากกว่าค่ะโดยมี Checklist ที่จะช่วยให้เพื่อนๆเลือกบัตร The Right One ที่ได้ประโยชน์ และคุ้มเวลารูดในต่างประเทศตามนี้ค่ะ -- บัตรเครดิตไหนเสียค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงินต่างประเทศต่ำ (ต่ำคือ 2% เพราะปกติส่วนใหญ่จะเป็น 2.5% ของยอดใช้จ่ายที่แปลงเป็นเงินบาทแล้ว) -- ประเทศที่เราจะไปรับบัตรเครดิตแค่ไหน และถ้ารับบัตรเครดิต รับค่ายไหนบ้าง หรือไม่รับค่ายไหนบ้าง หรือค่ายไหนได้ ประโยชน์ดีสุด เช่น ถ้าไปญี่ปุ่น บัตร JCB จะเหมาะมาก หรือบางประเทศจะไม่รับ Amex เป็นต้น -- บัตรเครดิตไหนมีโปรโมชั่นสำหรับใช้ต่างประเทศ ณ ขณะนั้นๆ บ้าง เช่น ได้แต้มสะสมสองเท่า เงินคืน หรือส่วนลดเพิ่มจากปกติถ้าเอาไปใช้ที่ต่างประเทศ หรือบางประเทศ  -- บัตรเครดิตไหนมีการคุ้มครองด้านประกันภัยที่สูง หรือมีเงื่อนไขในการประกันภัยไม่เยอะ
  • นอกเหนือจากการเลือก The Right One แล้วนะคะ ในทางปฏิบัติ ถ้าหากเรามีบัตรเครดิตที่เหมาะจะใช้ในต่างประเทศได้หลายใบ และเอาไปหลายใบ ข้อแนะนำคือ อย่าใส่ทุกอย่างในกระเป๋าเดียวกัน เพราะถ้าหาย จะหายไปหมดเลยค่ะ (Don't Put All Eggs in One Basket)