ในบทความนี้ ผมจะมาพูดถึงบะหมี่กึงสำเร็จรูปแบนรด์ที่มีชื่อว่า มาม่า ผมเชื่อว่าคนไทยเกือบจะทุกคนเลยก็ว่าได้ที่รู้จักกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบรนด์มาม่า ซึ่งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ชื่อว่าแบรนด์ มาม่า นั้นก็อยู่คู่คนไทยมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว และรู้สึกว่าจะเป็นเจ้าแรกๆในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ที่ทำการผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ซึ่งนั้นทำให้คนไทยหลายคนติดปากเรียกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปว่า มาม่า ทั้งๆที่ บะหมี่กึงสำเร็จรูปก็มีมากมายหลายแบรนด์ และ ไม่ว่าจะเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จจากในประเทศหรือต่างประเทศคนไทยก็จะเรียกติดปากกันว่ามาม่าหมด ยกตัวอย่างเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของต่างประเทศคนไทยก็จะเรียกว่ามาม่าตามด้วยชื่อประเทศ เช่น ตอนนี้ที่กำลังเป็นที่นิยมของคนไทยก็คือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากประเทศเกาหลีที่มีรสเผ็ด คนไทยก็จะเรียกว่ามาม่าเกาหลีรสเผ็ด แต่เพื่อนๆรู้ไหมว่า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบรนด์ มาม่า นั้น เป็นธุรกิจที่แข็งแกร่งมากขนาดไหน

ผมต้องบอกเลยว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แบรนด์มาม่า ที่มีราคาแค่ ซองละ 6 บาท เป็นอาหารที่ใครๆหลายๆคนบอกว่าเป็นอาหารเวลาสิ้นเดือนที่เงินใกล้จะหมดกัน แต่หารู้ไม่ว่า ธุรกิจอย่างบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่มีชื่อแบรนด์ว่า มาม่านั้น ที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนานนั้นเป็นเหมือนเครื่องจักรผลิตเงินมหาศาลให้กับเครือสหพัฒน์เลยล่ะครับ แล้วมันผลิตเงินได้มากขนาดไหนล่ะ ก็ต้องบอกว่ามากขนาดที่ว่าเฉพาะแค่เงินสดเพียงอย่างเดียวของบริษัทไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ ที่เป็นเจ้าของ มาม่า ก็สามารถนำเอาไปซื้อ สายการบินนกแอร์ ได้ทั้งบริษัท โดยไม่ต้องทำการกู้แถมยังมีเงินทอนอีกด้วย

และที่เป็นแบบนี้ได้นั้นเพราะ มาม่า เป็นแบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 40 ปี และครองตลาดของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไว้กว่าร้อยละ 50  และนอกจาก บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จะเป็นเจ้าขอมาม่าแล้ว ยังเป็นเจ้าของขนมปังเบอเกอรี่ที่เราคนไทยกินเป็นประจำด้วยที่มีชื่อว่า ฟาร์มเฮ้าส์ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็อยู่ในธุรกิจ เครือสหพัฒนพิบูล ซึ่งจะมีรายได้มากมายขนาดไหนกันนะที่ทำให้สามารถซื้อสายการบินนกแอร์ได้ทั้งบริษัทโดยที่ไม่ต้องกู้ธนาคาร ไปดูกันเลยครับกับ รายได้ และกำไรย้อนหลังของบริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน)

รายได้และกำไรย้อนหลัง

รายได้และกำไรย้อนหลัง

อย่างที่บอกไปคราวๆในตอนแรกว่า เฉพาะแค่เงินสด ในบริษัทไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ ที่เป็นเจ้าของ มาม่า ก็สามารถนำเอาไปซื้อ สายการบินนกแอร์ ได้ทั้งบริษัท โดยไม่ต้องทำการกู้แถมยังมีเงินทอนด้วย นั้นเขาจะมีรายได้และกำไรมากมายขนาดไหนกันนะ เพื่อนๆคงสงสัยกันแล้วใช่ไหมครับ มาดูกันเลยครับกับ รายได้และกำไรย้อนหลังของบริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) เจ้าของ แบรนด์มาม่า และ ขนมปังเบเกอรี่ ฟาร์มเฮาส์ โดยผมเอาข้อมูลมา ตั้งแต่ปี 2559 , 2560 , 2561 มาดูกันว่าจะเป็นอย่างไร

  • ปี 2559 รายได้มีจำนวน 21,144 ล้านบาท กำไรอยู่ที่ 2,871 ล้านบาท
  • ปี 2560 รายได้มีจำนวน 21,631 ล้านบาท กำไรอยู่ที่ 2,853 ล้านบาท
  • ปี 2561 รายได้มีจำนวน 22,437 ล้านบาท กำไรอยู่ที่ 3,404 ล้านบาท
 โดยรายได้ทั้งหมดที่บอกมานี้ ในทุกๆ 100 บาทจะเป็นรายได้ที่ได้มาจาก บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป  53 บาท , เบเกอรี่ (ฟาร์เฮ้าส์) และ ขนมปังกรอบ 37 บาท , น้ำผลไม้ และ บรรจุภัณฑ์ 10 บาท เพื่อนๆเห็นไหมว่ารายได้จากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนั้นมีสัดส่วนที่มากที่สุด เพื่อนๆก็ลองๆไปคำนวณกันดูนะว่ารายได้จากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอย่างเดียวมันมากมายขนาดไหน และ จากตัวเลขรายได้ที่ได้บอกไปก็จะเห็นว่าหลักๆแล้วรายได้นั้นมาจาก มาม่า และ ขนมปังฟาร์มเฮาส์ แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ก็สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

เปรียบเสมือนเครื่องจักรทำเงินอย่างไร?

เปรียบเสมือนเครื่องจักรทำเงินอย่างไร?

และเมื่อตอนต้นเพื่อนๆจำได้ไหม ผมได้บอกไปว่า ธุรกิจบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มาม่านั้น เป็นเหมือนเครื่องจักรผลิตเงินมหาศาลของเครือสหพัฒน์ แล้วมันเป็นเครื่องจักรผลิตเงินอย่างไร? คำตอบมันอยู่ตรงนี้ ตรงที่หลายคนคิดไม่ถึง คือ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ที่เป็นทั้งเจ้าของ มาม่า และ ฟาร์มเฮ้าส์นั้นสามารถ ทำอัตรากำไรสุทธิได้สูงถึง 15% จากการที่สามารถขายสินค้าได้ในราคาถูก และได้กำไรเยอะ แถมของที่ขายยังถูกซื้อเป็นประจำจากพวกเรา ทำให้ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ที่เป็นธุรกิจในเครือ สหพัฒน์ เปรียเป็นเหมือนเครื่องจักรผลิตเงิน เพราะกำไรไหลเข้าบริษัทแม่ทุกปี โดยที่บริษัทแม่ไม่จำเป็นจะต้องไปง้อเงินกู้ธนาคารเลย

และกำไรในทุกๆปีของ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) นั้นมีมากพอที่จะสามารถนำไปลงทุนต่อได้ ซึ่งต้องบอกว่า กำไรในแต่ละปีนั้นทำให้เงินสดในบริษัทล้นจนกระทั้งที่ว่าฝากธนาคารยังไม่พอล้นจนต้องเอาไปลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินอื่นๆด้วย โดยในปี 2561 มูลค่าเงินสด เงินฝากประจำ เงินลงทุนชั่วคราวต่างๆของบริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์มีมูลค่ารวมกันสูงถึง 7,987 ล้านบาท ซึ่งต้องบอกเลยว่าเงินจำนวนนี้สามารถที่จะนำไปซื้อกิจการในประเทศไทยได้หลายแห่งเลยล่ะครับ ยกตัวอย่าง อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ มูลค่าบริษัท 7,920 ล้านบาท , โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ มูลค่าบริษัท 7,623 ล้านบาท ,  สายการบินนกแอร์ มูลค่าบริษัท 6,279 ล้านบาท เห็นไหมว่าซื้อกิจการไหนก็มีเงินทอนกันทั้งนั้น

ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จก็น่าสนใจควรศึกษาสำหรับนักลงทุน

ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จก็น่าสนใจควรศึกษาสำหรับนักลงทุน

และในวันนี้ที่ผมได้พูด ถึงธุรกิจมาม่า ผมหวังว่าบทความนี้จะทำให้เพื่อนๆรู้จัก ธุรกิจมาม่าดียิ่งขึ้น และรู้ว่าธุรกิจอย่าง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มาม่า นั้นเป็นธุรกิจที่ยิ่งใหญ่และแข่งแกร่งขนาดไหน ปีๆหนึ่งสามารถสร้างกำไรได้หลายพันล้านบาท และถือว่าเป็นหนึ่งธุรกิจในประเทศไทยที่ประสบความสำเร็จ และที่บอกว่าน่าสนใจควรศึกษาสำหรับนักลงทุนนั้นก็เพราะนอกจากธุรกิจมาม่าจะเป็นธุรกิจที่เปรียบได้เหมือนกับเครื่องจกรผลิตเงินสดแล้ว ยัง เป็นหนึ่งในหุ้นห่านทองคำอีกด้วย ซึ่งคำว่าหุ้นห่านทองคำนั้มาจาก คุณนิติ โอสถานุเคราะห์ เศรษฐีนักลงทุนของประเทศไทย ที่ปัจจุบันได้ถือหุ้นบริษัทไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ 3,334,336 หุ้น ซึ่งคิดเป็นมูลค่ากว่า 597 ล้านบาท และต้องขอบอกว่าพอบริษัทไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์จ่ายเงินปันผลที คุณ นิติที่เป็นผู้ถือหุ้นก็จะได้รับเป็นมูลค่ากว่า 10 ล้านบาทเลยทีเดียว นักลงทุนที่กำลังมองหาหุ้นควรจะศึกษาดูนะครับ (แนะนำ)