สำหรับใครที่ทำประกันรถยนต์ห้ามพลาดค่ะ มาหาคำตอบกันดีกว่า หากเราเกิดขับรถแล้วมีอุบัติเหตุเฉี่ยวชนระหว่างรถยนต์กับสัตว์บนท้องถนนขึ้นมา หมา-แมว วิ่งตัดหน้าแบบไม่ได้ตั้งใจ ขับรถชนวัว-ควายในเส้นทางต่างจังหวัด จนรถเกิดความเสียหายขึ้นมาหรือสร้างความบาดเจ็บ งานจะเข้าเราแค่ไหน เคลมประกันได้รึป่าว

แท้จริงแล้ว ตามกฎหมายคุ้มครองอย่างไรกันแน่ ฝ่ายไหนเป็นฝ่ายผิด ฝั่งเจ้าของน้องหมาสามารถเรียกค่าเสียหายกับเจ้าของรถ  หรือฝั่งเจ้าของรถสามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้ แล้วถ้ากรณีชนสัตรว์จรจัดล่ะ จะเรียกค่าซ่อมรถกับใคร ประกันรถ รึ พ.ร.บ. จะจ่ายเรา!? Money Duck จะขออธิบายแบบง่ายๆ โดยแยกเป็นแต่ละกรณี ดังนี้นะคะ

ระบุเจ้าของไม่ได้

กรณีเราขับรถบนท้องถนนดีๆนี่ล่ะ แต่ไปชนกับสัตว์เลี้ยง หรือสัตว์อื่นๆ ที่วิ่งตัดหน้ารถ จะหมา-แมวจรจัด หรือไม่สามารถระบุเจ้าของสัตว์เลี้ยงได้ก็ดี จนรถยนต์ของเราได้รับความเสียหาย คำตอบที่ชื่นใจ คือ ประกันรถยนต์ชั้น 1 จะให้ความคุ้มครองทั้งหมด เราสามารถเคลมค่าเสียหายได้แบบไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก. แต่ถ้าไม่ใช่ประกันชั้น 1 เจ้าของรถก็จะต้องจ่ายค่าซ่อมแซมเองทั้งหมดค่ะ

เพราะถ้าเป็นกรณีการชนสัตว์ที่ระบุเจ้าของไม่ได้แบบนี้ ไม่ว่าเราจะเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิด ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1  จะคุ้มครองความเสียงหายที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ และทรัพย์สินของบุคคลภายนอกทั้งหมดตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์. ยิ่งถ้าเราไม่ได้เป็นฝ่ายผิด ขับรถบนท้องถนนดีๆ ไม่ได้ขับขี่โดยประมาทเลย พร้อมมีหลักฐานยืนยัน เช่น ภาพจากกล้องติดรถยนต์ หรือกล้องวงจรปิด ก็จะได้รับการยกเว้นด้วยว่าไม่มีประวัติเสียในการขับรถ จึงไม่ส่งผลต่อค่าเบี้ยประกันในปีต่อไปด้วยค่ะ

เป็นสัตว์เลี้ยงที่มีเจ้าของ

ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 111 (http://www.fio.co.th/south/law/8/82.pdf) ระบุไว้ว่า ‘ ห้ามมิให้ผู้ใดขี่จูงไล่ตอนหรือปล่อยสัตว์ไปบนทาง ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจรและไม่มีผู้ควบคุมเพียงพอ’ รวมไปถึง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 433 ที่บอกลักษณะการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ให้กับฝ่ายที่เกิดความเสียหาย เมื่อได้พิสูจน์ว่าตนใช้ความระมัดระวังอันสมควรแล้วในการดูแลสัตว์เลี้ยง

แสดงว่า  ถนนคือเส้นทางเดินรถ ไม่ใช่ทางเดินสำหรับสัตว์เลี้ยง เจ้าของจึงต้องมีการระมัดระวังและป้องกันสัตว์ในความดูแล โดยหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น น้องหมาน้องแมวหรือสัตว์เลี้ยงใดๆ วิ่งตัดหน้ารถบนบถนนสาธารณะ ออกไปเดินเล่นจนถูกเฉี่ยวชนบาดเจ็บ และอุบัติเหตุนั้นสร้างความเสียหายให้กับรถยนต์ เจ้าของสัตว์จะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดกับรถทั้งหมด. แต่ถ้าสัตว์เลี้ยงอยู่ในเขตบริเวณบ้าน ที่ส่วนบุคคล หรือเกิดเหตุบนทางเท้า แน่นอนว่าผู้ขับขี่ หรือรถยนต์ที่ชนจะเป็นฝ่ายผิดและต้องรับผิดชอบความเสียหายค่ะ

จึงสรุปได้ว่า

สัตว์มีเจ้าของ และเจ้าของยอมรับผิด

เจ้าของรถยนต์ก็ไม่ต้องกังวลใจไปว่างานจะเข้า เพราะเราขับขี่อย่างถูกต้องบนถนน สามารถเคลียร์หรือเรียกร้องค่าเสียหายจากเจ้าของสัตว์ได้เลยอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นประกันชั้นไหน

สัตว์มีเจ้าของ และรถยนต์เป็นฝ่ายผิด!

กรณีนี้เจ้าของรถจะต้องจ่ายค่าเสียหายให้กับเจ้าของสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาหรือค่าทำขวัญใดๆ แต่ถ้าเป็นประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 บริษัทฯ จะเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องค่าเสียหายตรงนี้ให้ เนื่องจากสัตว์เลี้ยงที่มีเจ้าของ ก็ถือเป็นทรัพย์สินของบุคคลภายนอกตามเงื่อนไขในกรมธรรม์. แต่เราจะต้องชำระค่าเสียหายส่วนแรกเอง

สัตว์มีเจ้าของ แต่..เจ้าของไม่ยอมรับผิด!

ในกรณีนี้ เจ้าของรถสามารถนำหลักฐานยืนยัน เช่น ภาพจากกล้องติดรถยนต์ หรือกล้องวงจรปิด ไปแจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวัน และนำไปยื่นเคลมประกันได้  เพื่อให้บริษัทดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายเกี่ยวกับตัวรถต่อไป

แต่เมื่อเราต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก จนถูกบันทึกว่ามีประวัติการขับรถโดยประมาทจากจากบริษัทประกันไปแล้ว แต่ท้ายที่สุด สามารถติดตามเจ้าของสัตว์ให้มารับผิดชอบได้ บริษัทประกันภัยจะคืนเงินค่าเสียหายส่วนแรกนั้น หักกับค่าเบี้ยที่จะต้องชำระในปีถัดไป และลบข้อมูลประวัติการขับรถโดยประมาทออกจากระบบค่ะ

กรณีอื่นๆ

เมื่อเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนน้องหมา-น้องแมว หรือสัตว์เลี้ยงอื่น จนรถยนต์เสียหาย ขอย้ำว่า ประกันรถยนต์ชั้น 1 เท่านั้นที่สามารถทำการเคลมประกันได้ โดยเราสามารถทำการเคลมสด หรือแจ้งเหตุการร์ที่เกิดขึ้นได้ทันที เพื่อให้พนักงานตรวจสอบความเสียหาย และให้ใบเคลมเพื่อส่งซ่อม โดยที่ไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) เพิ่มเติม. และนอกจากนี้ยังมีเรื่อง

ความคุ้มครองส่วนของ พ.ร.บ.รถยนต์

สำหรับ พ.ร.บ. รถยนต์ จะไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ ไม่ว่ากรณีใดๆ แต่ พ.ร.บ.รถยนต์จะคุ้มครองการบาดเจ็บและการเสียชีวิต เช่น ถ้าเราขับรถชนสัตว์จนได้รับความบาดเจ็บ สามารถแจ้งเคลม  พ.ร.บ.ได้กับทางโรงพยาบาล โดยมีวงเงินชดเชยค่ารักษาพยาบาลไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน

ความผิดฐานตั้งใจขับรถชนสุนัขหรือสัตว์อื่นๆ

จาก พ.ร.บ. ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 ยังถือว่าผู้ขับขี่ที่มีเจตนาชนสัตว์เลี้ยง หรือสัตว์อื่น โดยมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิด หรือพยานยืนยัน ผู้ขับขี่ก็จะมีความผิด เรื่องการทารุณกรรมและทำร้ายสัตว์ โดยมีโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และความผิด ตาม  พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 ที่ทำให้เจ้าของสัตว์ต้องเสียทรัพย์ โดยมีค่าปรับอีก 1,000 บาท. เหล่าคนรักสัตว์ จึงชอบ พ.ร.บ. นี้กันนักแหละ เพราะใครก็ย่อมรักชีวิตของตนทั้งนั้น ไม่อยากเจ็บอยากตาย

อุบัติเหตุบนท้องถนนที่ควบคุมยาก มีประกันไว้ย่อมอุ่นใจกว่า!

อาจมีหลายครั้งหลายครา ที่เราขับรถอยู่ดีๆ แต่ก็มีอุบัติเหตุที่ควบคุมยากทั้งใหญ่และเล็ก อย่างการมีสัตว์เลี้ยงวิ่งตัดหน้ารถขณะอยู่บนท้องถนน ผู้ขับขี่จึงต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก. และอยากที่คุยกันไป หากเราเผลอขับรถชนน้องหมา-น้องแมว หรือสัตว์อื่นโดยที่ไม่ตั้งใจ จนเป็นเหตุให้เกิดความบาดเจ็บหรือรถเสียหาย ประกันรถยนต์ชั้น 1 เท่านั้นที่จะให้ความคุ้มครองเมื่อเกิดอุบัติเหตุไม่ว่าเราจะเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิด หรือระบุเจ้าของสัตว์เลี้ยงได้หรือไม่ มีไว้ย่อมอุ่นใจกว่า อย่าลืมมาเช็คเบี้ยประกันหรือหาข้อมูลดีๆ เพิ่มเติมกับทาง Money Duck นะคะ

แต่อย่างไรก็ตาม การขับขี่โดยไม่ประมาท ใช้ความเร็วอย่างเหมาะสมบนท้องถนน ก็จะลดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันลงไปได้อีกเยอะ รวมถึงเจ้าของสัตว์ก็จะต้องดูแลสัตว์เลี้ยงของตนให้ดีไม่ปล่อยปละละเลย เพื่อสร้างความปลอดภัยในทั้งสองฝ่ายค่ะ. นี่ก็เป็นเรื่องราวที่เราตั้งใจนำมาฝากกันค่ะ