ขับรถไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนๆ หรือ เดินทางไปทำธุระพร้อมกับครอบครัว พาหนะที่จะตอบโจทย์ได้ตรงใจที่สุด ให้ไม่ต้องคิดหนักว่าควรเอารถไปกี่คันถึงจะพอ มีพื้นที่เก็บสัมภาระมั๊ยสำหรับสมาชิกจำนวนหลายชีวิต ก็คือ ‘รถครอบครัว’ หรือ รถยนต์ 7 ที่นั่งนั่นเอง

จะ SUV (Sport Utility Vehicle) แท้ๆ PPV (Pick-up Passenger Vehicle) หรือ Crossover ที่ถูกออกแบบมาให้เป็นรถสำหรับครอบครัว หรือ รถอเนกประสงค์ ก็กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน!  สเปคควรเป็นอย่างไร สนนราคาจะประมาณเท่าไหร่ Money Duck ขอรวบรวมข้อมูลของรถครอบครัวที่น่าใช้งาน ในปี 2021 มาฝากบรรดาคนใช้รถที่กำลังมองหากันเลยค่ะ

1. Mitsubishi Xpander

รถครอบครัวในราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ขอเริ่มต้นกันด้วยมิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ จากสมรรถนะที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเบนซิน 1.5 ลิตร  16 วาล์ว 4สูบ  ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า  ที่ 6,000 รอบ:นาที แรงบิดสูงสุด 141 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ:นาที  พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ และ ระบบ INC

จุดเด่นจะอยู่ที่ หน้าตาตัวรถที่ทันสมัย และมีความสูงที่เหมาะกับถนนในบ้านเรา (แต่หลายคนก็แอบติงหน่อยว่า เป็นเกียร์แบบ 4 สปีด ถ้าได้มา 5 สปีดคงจะประหยัดน้ำมันได้ดีกว่านี้)

ภายในรถครอบครัวรุ่นนี้ จะมีดีไซน์ที่ล้ำสมัย โปร่งโล่ง จึงให้ความกว้างขวางมากกว่าเดิม เบาะนั่งแถวหลังพับเก็บเพื่อเพิ่มพื้นที่วางสัมภาระได้ มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ กล้องมองหลัง, ระบบป้องกันการลื่นไถล , ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน , ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว และ ระบบเครื่องเสียงพร้อมแบบหน้าจอสัมผัส ขนาด 6.2 นิ้ว พร้อมช่องจ่ายไฟ 12 V

Mitsubishi Xpander จะมีให้เลือกใน 3 รุ่น คือ GLS LTD ที่เริ่มต้นด้วยราคา 789,000 บาท ; รุ่น GT ราคา 859,000 บาท และ รุ่น Cross ราคา 899,000 บาท

นอกจากนี้ ยังมีให้เลือกได้ 6 สีสุดฮิต คือ ส้ม Sunrise Orange (เฉพาะรุ่น Cross) , เทา Graphite Grey (เฉพาะรุ่น Cross) , เทา Titanium Grey (เฉพาะรุ่น GLS LTD, GT) , ดำ Jet Black Mica , ขาวมุก Quartz White Pearl และ เงิน Sterling Silver Metallic ค่ะ

2. Suzuki Ertiga

รถครอบครัว 7 ที่นั่ง จากค่าย Suzuki  All New Suzuki Ertiga 2020 ถูกออกแบบมาอย่างแข็งแกร่งด้วยสมรรถนะเครื่องยนต์ใหม่ ขุมพลังเบนซิน 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/วินาที แรงบิดสูงสุด 138 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ:วินาที พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด และ ระบบ NVH ที่ช่วยให้การขับขี่นุ่นนวลมากขึ้น ดูดซับแรงสั้นสะเทือนพร้อมตัดเสียงรบกวนในตลอดเส้นทาง

นอกจากนี้ ยังมี HEARTECT เทคโนโลยีเฉพาะจากSuzuki ที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะและความปลอดภัย ใส่ใจด้วยการเสริมยึดเบาะนั่นนิรภัย ISOFIX  และ แบบ Top tether สำหรับเด็ก ทนทานด้วยโครงสร้างตัวถังลดการสึกหรอ ให้ความท้าทายด้วยพวงมาลัย D-shape เพิ่มพื้นที่วางขาให้มากขึ้น พร้อมฟังก์ชั่นบลูทูธเพื่อเชื่อมต่อโทรศัพท์

มีห้องโดยสารที่ออกแบบมาอย่างเรียบหรูแต่ผสานความสปอร์ต ที่นั่งแถวสองปรับเลื่อนได้ 240 มม. เพื่อตอบโจทย์ช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนของคุณ มีเทคโนโลยีรองรับความบันเทิงที่ครบครันด้วยจอสัมผัสขนาด 10 นิ้ว  ช่องวางเครื่องดื่มที่สามารถรักษาอุณหภูมิความเย็นได้นานยิ่งขึ้น  ระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง รองรับ Apple Carplay, Keyless/ Push Start, เซนเซอร์ถอยหลัง/สัญญาณเตือน และ ABS with EBD

โดย All New Suzuki Ertiga 2020 จะมีอยู่สองรุ่น คือ GL ที่เริ่มต้นด้วยราคา 659,000 บาท และ รุ่น GX ในราคา 725,000 บาท   เลือกได้กับ 5 สี ได้แก่ แดงเข้ม Pearl Burgundy Red, แดงสด Pearl Radiant Red, ขาว Pearl Snow White, เทา Metallic Magma Gray และ ดำ Cool Black Metallic ค่ะ

3. Mazda CX-8

ต่อกันด้วย Mazda CX-8 รถ SUV 7 ที่นั่งที่เน้นภาพลักษณ์ภูมิฐานสง่างาม ออกแบบภายใต้ปรัชญา KODO design : Soul of Motion  คอนเซ็ปต์ "Less is More" แนวสปอร์ตกระจังหน้า Signature Wing ภายในจะเป็นโทนสีเข้มวัสดุแบบ Real Wood พร้อมฟังก์ชั่นอันทันสมัยที่ครบครัน โดย Mazda CX-8 2020 จะเปิดตัวมาด้วยราคาเริ่มต้นที่ 1,599,000 บาท

เครื่องยนต์มีให้เลือกด้วยกัน 2 รุ่น คือ เครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G 2.5 DOHC แถวเรียง 4 สูบ 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 194 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ:นาที แรงบิดสูงสุด 258 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ:นาที พร้อมเกียร์ส่งอัตโนมัติ SKYACTIV-Drive 6 สปีด และ Manual โหมด

ส่วนอีกรุ่น คือ  เครื่องยนต์ดีเซล SKYACTIV-D 2.2 DOHC แถวเรียง 4 สูบ 16 วาล์ว ที่มาพร้อมระบบวาล์วไอเสียแปรผันอัจฉริยะ VVT และระบบเทอร์โบแปรผัน 2 ชั้น ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 4 000 รอบ:นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 รอบ:นาที พร้อมเกียร์ส่งอัตโนมัติ SKYACTIV-Drive 6 สปีด และ Manual โหมดค่ะ

จึงเป็นตัวเลือกรถครอบครัวซึ่งเปี่ยมไปด้วยพละกำลังแบบเต็มประสิทธิภาพแห่งวิศวกรรมยานยนต์ ในช่วงล่างที่เหนือชั้นปลอดภัยสูงสุด นอกจากนี้ยังมีจุดเด่น คือ พื้นที่จัดเก็บสัมภาระที่เพิ่มมากขึ้น ภายในดูกว้างขวาง สะดวกสบาย และพนักพิงของเบาะนั่งแถวที่ 2 และ 3 สามารถพับให้เป็นพื้นราบไปเลยก็ได้ตามความต้องการของแต่ละบุคคล

4. Toyota Sienta

สำหรับ Toyota Sienta จะขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน (2NR-FE) ขนาด 1.5 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุด 108 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ:นาที แรงบิดสูงสุด 140 นิวตันเมตร ที่ 4,200 รอบ:นาที ผสานกับเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT และ ระบบ Sport Sequential Shift 7 สปีด พร้อม Manual Mode ค่ะ

จุดเด่นคงต้องบอกว่าอยู่ที่ ประตูแบบสไลด์ขึ้นลงที่สะดวกสบาย พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในแบบจัดเต็ม เช่น กล้องบันทึกภาพด้านหน้าและหลังรถ รอบทิศทาง 360 องศา , หน้าจอแบบสัมผัส 6.8 นิ้ว และ จอ LED ขนาด 8 นิ้ว สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง, มีจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID แบบสี TFT 4.2 นิ้ว, มาตรวัดเรืองแสง Optitron  และระบบเปิด-ปิดประตูแบบอัจฉริยะ

โดย Toyota Sienta จะแบ่งเป็น 2 รุ่นย่อย คือ Toyota Sienta 1.5 G CVT ในราคาเริ่มต้นที่ 765,000 บาท และ Toyota Sienta 1.5 V CVT ราคา 875,000 บาท และสามารถเลือกได้ใน 4 สี คือ ขาว Super White II, ดำ  Attitude Black Micra, บรอนด์เงิน  Silver Metallic และ เขียวมะนาว Citrus Mica Metallic ค่ะ

5. Honda BR-V

ปิดท้ายด้วย New Honda BR-V 2020 รถแนว Active Sport Crossover ที่เพิ่งปรับโฉมใหม่ไปหมาดๆ กับไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์  ไฟหรี่และไฟ LED สำหรับวิ่งกลางวัน  ไฟตัดหมอกล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 16 นิ้ว สำหรับเครื่องยนต์ ยังจะมาในแบบเดียวกับ Honda City คือมีขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ:นาที แรงบิดสูงสุด 146 นิวตัน-เมตร ที่ 4,700 รอบ:นาที ส่งด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ที่พัฒนาขึ้นภายใต้เทคโนโลยี Earth Dreams จึงประหยัดน้ำมันได้มากกว่ารุ่นอื่น ที่สำคัญยังรองรับพลังงานทางเลือกอย่าง E20 และ E85

โดยรวมแล้วภายนอกจะเป็นดีไซน์ที่ดูแข็งแกร่งแบบมีสไตล์ ทรงที่ดูทันสมัย พร้อมขนาดที่กำลังดี  ส่วนภายในห้องโดยสารจะเป็นดีไซน์ใหม่ที่หรูหรา ทูโทน สีดำ-แดงแบบสปอร์ตๆ มาพร้อมกับพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ และฟีทเจอร์เด็ด ๆ หลายตัว อาทิ กล้องมองหลัง , ชุดเครื่องเสียงมาตรฐาน 2DIN แบบรอบทิศทาง , ระบบควบคุมประตูอัจฉริยะ, Push Start, Smart Phone Connectivity และ หน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว เพื่อทำให้ทุกทริปของคุณคงความสนุกสนานได้มากขึ้น

มีการเปิดตัวแล้วใน 2 รุ่น  คือ ฮอนด้า บีอาร์วี รุ่น V CVT มีราคาเริ่มต้นที่ 7.5 แสนบาท และ  ฮอนด้า บีอาร์วี รุ่น SV CVT ที่ราคา 8.2 แสนบาท โดยเลือกได้ทั้งหมด 6 สี คือ แดงแพสชั่น , ขาวมุกแพลทินัม, ดำคริสตัล, เทาโมเดิร์นสตีล, สีเงินลูนาร์ และ สีขาวทาฟเฟต้าค่ะ

มองหา ‘รถครอบครัว’ เพื่อตอบโจทย์ชีวิตคุณ ในราคาโดนๆที่จับต้องได้สิ!

และ 5 อันดับข้างต้น ถือเป็น ‘รถครอบครัว’ ที่หลายสายแนะนำกันมาเพื่อเริ่มต้นปี 2021  ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่น ใช้งานได้ดี พร้อมออฟชั่นที่อำนวยความสะดวกครบครัน ใครเป็นแฟนคลับรุ่นไหนหรือค่ายไหนอยู่ก็ลองเข้าไปสัมผัสจริงๆได้ที่โชว์รูมใกล้บ้านท่านกันนะคะ

นอกจากนี้ ยังขอแถมให้กับรายชื่อ ‘รถครอบครัว’ รุ่นฮอตฮิตแบบตลอดกาลที่ราคาแอบสูงขึ้นมาหน่อย แต่เหมาะกับครอบครัวใหญ่สาย Adventure อาทิ Isuzu MU-X 4X2 1.9 Ddi CD A/T ราคา 1,099,000 บาท;  Mitsubishi Pajero Sport 2.4 D GT 2WD ราคา 1,299,000 บาท

Ford Everest 2.0 L Turbo 4X2 Trend ราคา 1,299,000 บาท และ Toyota Fortuner 2.4 G ราคา 1,309,000 บาท ที่มาพร้อมกับสมรรถนะที่แข็งแกร่งและเป็นรถครอบครัวยอดนิยมที่สุดในไทยค่ะ

หมายเหตุ

ข้อมูลสินค้าข้างต้นนี้ เมื่อเวลาผ่านไปราคาดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ผู้ที่สนใจจึงควรสอบถามรายละเอียดและราคาล่าสุด ที่ตัวแทนจำหน่ายรถรุ่นนั้นๆ อีกครั้ง