ใครๆ ก็อยากได้ของใหม่ป้ายแดง ถ้าเงินหรือปัจจัยถึง แต่ถ้ามันไม่มีมันไม่ได้ แต่จำเป็นต้องใช้!! ก็ต้องมองหาของมือสองที่พอจะทดแทนกันได้จนกว่าจะมีเงินซื้อของใหม่ป้ายแดง ของมือสอง…ถ้าตาดีตาถึง “มันก็ใช้ได้ดี” ตอบสนองการใช้งานได้เหมือนกัน แต่หลายคนดูไม่ได้ดูไม่เป็น ผู้เชี่ยวชาญเรื่องรถก็ไม่รู้จัก จะหาใครช่วยก็ไม่มี จะทำอย่างไร? ลองมาดูข้อมูลความรู้บางอย่างเกี่ยวกับการเลือกซื้อรถมือสองอย่างรอบคอบ ก่อน…จะควักเงินออกจากกระเป๋าดีกว่า?

ก่อนอื่น…ขอดู Book Service จากเจ้าของรถ เช็กดูว่ามีรายการซ่อม เปลี่ยนอะไหล่จุดไหนรึเปล่า? Book Service ช่วยตรวจสอบจุดอื่นๆ ของตัวรถได้ง่ายขึ้น และก่อนจะดูรถควรมีตารางรายการตรวจสอบจุดที่คุณจะเช็กอยู่ในมือ จะช่วยทำให้ไม่หลงลืม ละเลยจุดใดจุดหนึ่งไป การตรวจเช็คสภาพจุดต่างๆ ที่สำคัญก็ต้องทำ มีรายการอะไรบ้าง? มาดูกัน!

buy used car

AOME1812/shutterstock.com

การเช็คสภาพรถภายนอก

อย่าหลงติดกับรูปร่างหน้าตา!! ไม่ว่ากับคนหรือกับรถ หลักการนี้ยังใช้ได้อยู่เหมือนกัน Body รถข้างนอกอาจลวงตา…สวยมากทุกอย่างเพอร์เฟค!! แค่มองปราดเดียวชวนให้หลงใหล อยากได้มาครอบครอง แต่เดี๋ยวก่อน!!! อาจจะมีบางอย่างที่ลวงตา ทั้งตบตาและแอบไว้ สิ่งที่คุณต้องดูและใช้สายตาเหยี่ยวสแกนได้มีรายการอะไรบ้าง? Body สภาพตัวถังของรถทั้งคัน เดินดูให้รอบ ไม่ว่าจะด้านหน้า-หลัง ประตูข้าง หลังคารถ ได้รูปปรกติสมส่วนหรือไม่ รอยบุบ รอยบุ๋มหรือปูดตรงไหนรึเปล่า? ถ้ามีคิดไว้ก่อนเลยว่า มีการชนมาชัวร์ จะชนหนักหรือแค่เฉี่ยวๆขูดๆ ก็แล้วแต่แผลและจุดตรงที่โดน ถ้ารถที่โดนชนมาหนัก ก็เผื่อไว้เลยว่า ศูนย์ถ่วงช่วงล่างและแม้แต่พวงมาลัยจะมีปัญหาพ่วงมาด้วยแน่นอน ดูป้ายทะเบียนรถ รถหลายคันมีตำหนิชัดเจน ร่องรอยของการชนเห็นได้จากการปะตัดหรือการง้าง บิดงอ สภาพยางทั้ง 4 ล้อ ร่องรอยการสึก น่าจะเหมือนกัน เมื่อรถตั้งอยู่บนพื้นราบไม่เอียงหรือถ่วงไปข้างใดข้างหนึ่ง (ความสมดุลของล้อทั้ง 4 ต้องมี) ถ้าเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง ทั้งๆที่สภาพยางโอเค แสดงว่าศูนย์ถ่วงของรถไม่ดี จะซื้อก็...ซ่อมอานแน่ๆ ไฟหน้า ไฟท้าย หลายคนลืมดู!! มันอาจไม่อยู่ในสภาพเดิมหรือหลวมจนเกือบหลุด ขอบยางตรงประตูหลุด ลอก หย่อน แข็งเกินไปหรือไม่ (รถบางคันจอดตากแดดทำให้ขอบยางประตูเสื่อมหรืออายุรถที่ใช้มานานขอบยางก็เสื่อมได้) ถ้าขอบยางเสื่อม เวลาเปิดแอร์ทำให้ห้องโดยสารไม่เย็น คุณก็ต้องเสียเงินซื้อขอบยางใหม่ถ้าเป็นของแท้ก็หลายพัน น้ำมันรั่วใต้ท้องรถ นี่ก็เป็นสัญญาณอาการของเครื่องยนต์มีปัญหา ปะเก็น ซีลยาง น็อตเสื่อม หรือเคยเกิดอุบัติเหตุหนักก็แล้วแต่จุดตำแหน่งที่น้ำมันรั่วด้วย สภาพใต้ท้องรถ ถ้าคุณคลานเข้าไปนอนดูได้ ดูเลย!! สนิม รอยต่อ จุดที่เคาะ โครงสร้างของรถว่ามีปัญหาหรือไม่ จะเห็นชัดเจน (ส่วนใหญ่จะได้เห็นใต้ท้องรถก็ต่อเมื่อเอารถเข้าศูนย์โดยการยกรถขึ้น) สภาพภายนอกกับอายุของรถมันน่าจะใกล้เคียงกัน บวกกับร่องรอยการชนมีรึเปล่า? ถ้าหนักหนาสาหัสจนบางคันถึงกับเปลี่ยนประตูทั้งบาน ก็ต้องทบทวนหรือคิดหลายตลบหน่อย ว่าคันนี้อุบัติเหตุหนักมาคงทำให้การใช้รถของคุณไม่ปลอดภัย มองหาคันอื่นต่อไป คันนี้ไม่ใช่ของเรา.

การเช็คสีรถเบื้องต้น

สีภายนอกของตัวรถดูไร้รอยขีดข่วนจริงมั้ย? (ริ้วรอยเล็กๆน้อยๆ พอรับได้ตามสภาพปีอายุรถที่ใช้งาน) รอยบุบ รอยบุ๋มหรือปูดตรงไหนรึเปล่า? สีรถคงสภาพเดิมรึเปล่า? ไม่ใช่ผ่านการโป๊วมาแล้วนะ รู้ได้อย่างไร? เดินดูรอบตัวรถ จุดที่ต้องสังเกตเป็นพิเศษก็ตรงประตู เอามือลูบไล้…ตัวรถดูว่าสีเป็นคลื่นหรือสะดุดมั้ย? (ขอเถอะ!! อย่าไปดูรถตอนที่คุณสะดวก เพราะหลายคนไปดูตอนมืดแสงไม่พอ เวลาที่ดีและเหมาะสม การเลือกดูรถควรเป็นเวลาที่มีแสงสว่างชัดเจนจะช่วยให้ดูรถได้ง่ายและเห็นตำหนิต่างๆ ชัดเจน) อย่าลืม!! เทียบสีหลังคารถ บางคันเกิดอุบัติเหตุคว่ำ-หงาย อาการหนัก จนต้องผ่านการทำสี เคาะหลังคามาแล้ว และหลังคารถเป็นจุดที่โดนแดดมากกว่าจุดอื่น สีหลังคารถมันฟ้องว่าได้รับการดูแลเอาใจใส่จากเจ้าของรถรึเปล่า…? สีรถทั้งคันควรมีสีใกล้เคียงกัน ไม่ควรมีจุดใดจุดหนึ่งสีใหม่กว่า ถ้ามี…แสดงว่าตรงจุดนั้นผ่านการชนมาแน่นอน.

มีร่องรอยของสนิม จุดใดจุดหนึ่งแสดงว่าเจ้าของรถไม่ได้ดูแลเอาใจใส่และเป็นสัญญาณว่าจุดใหญ่อื่นๆ อาจมีด้วย เช่น คาน จุดรอยต่อต่างๆ ท่อไอเสีย ตำแหน่งส่วนต่างๆใต้ท้องรถ ถ้าเป็นจุดสำคัญก็เรื่องใหญ่ รถคันนี้อาจเคยน้ำท่วมหรือเป็นเศษเหล็กมาก่อน.

การเช็คสภาพเครื่องยนต์เบื้องต้น

เครื่องยนต์เป็นเรื่องหลักและสำคัญที่สุด เปรียบเหมือนสมองของรถเลยเลย ต่อให้ Body สวยไร้ตำหนิ แต่เครื่องยนต์มีปัญหา รถคันนั้นก็ไม่แตกต่างอะไรกับรถกระป๋อง หลายคนอาจดูเครื่องไม่เป็น แต่คนขับรถได้ฟังเสียงอาการมันออก ลองขับเลย!! อย่าตัดสินใจซื้อทั้งๆที่ยังไม่ไดลองขับ เมื่อสตาร์ทรถติดง่ายมั้ย? (ถ้าแบตเตอรี่ไม่เสื่อม) เครื่องเดินนิ่งเงียบหรือสำลักรึเปล่า? เสียงหอน เสียงดังเมื่อขึ้นเนิน โช้คอัพอาจเริ่มเสื่อม ระบบช่วงล่างน่าจะมีปัญหา เสียง...สะดุด ชักกระตุก รถสตาร์ทติดยาก เลิกซื้อเลย!! ถ้าคุณไม่ใช่ช่างซ่อม ไม่ต้องซื้อมันมาหรอกนะ ซื้อมาก็ไม่คุ้มกับค่าซ่อม.

พวงมาลัยหนัก (ทดสอบการขับดูเลี้ยวซ้าย-ขวา เลี้ยวยากมั้ย?) คันเร่ง ระบบเบรค คลัตช์ เมื่อเข้าเกียร์เปลี่ยนเกียร์ ใช้งานได้ดีหรือเปล่า? ถ้าระบบพวกนี้มีปัญหา ไม่ดีแน่!! มองหาคันอื่นเถอะ ปล่อยมันไป…(ซ่อมไปก็หลายเงิน…)

แผงคอนโซล ปุ่มเปิดปิดแอร์ช่องแอร์ควบคุมดี เย็นสบายมั้ย มีเสียงดังรึเปล่า? (ก่อนเดินเช็คสภาพรถ ควรสตาร์ทเครื่องทิ้งไว้เลย) เสียงแอร์ดังเกินไป หรือมีกลิ่นอับของรถอาจเป็นได้ที่มีการรั่วซึมของน้ำเช็กใต้เบาะทั้งฝั่งคนขับและทุกที่นั่งรวมถึงด้านหลังรถด้วย กลิ่นน้ำมัน กลิ่นควันรถ กลิ่นไหม้ แสดงว่ามีที่ไหนสักจุดที่รั่ว หรือเป็นอาการหนักของเครื่องยนต์ (ห้องโดยสารควรมีกลิ่นสะอาด)

หน้าปัดรถควรทำงานอยู่ และเลขไมล์ควรสัมพันธ์กันกับสภาพรถ อายุการใช้งานของรถ ไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเบรค ทุกดวงปิดเปิดติดสว่าง ถ้าไม่ ก็มีปัญหาที่แบตเตอรี่หรือระบบไฟ

ชิ้นส่วนอุปกรณ์ข้างในรถห้องโดยสารไม่ว่าจะเบาะรถ พวงมาลัย คอนโซลหน้า ช่องแอร์ คงสภาพดีพอในสายตาคุณมั้ย? (สภาพคอนโซลรถบางคันก็ฟ้องว่าเจ้าของตากแดดนาน ทำให้รู้ว่าเจ้าของไม่ค่อยไยดีรถ ไม่ต้องพูดถึงซ่อม คงไม่ต่างกันเท่าไหร่ ถ้ามีอะไรเสีย คนที่ปล่อยประละเลยรถไม่ใส่ใจแม้กระทั่งที่จอดรถ คาดหมายได้เลยว่าเมื่ออะไหล่บางตัวเสีย เขาจะปล่อยทิ้งไว้พลอยให้อะไหล่ตัวอื่นเสียไปด้วย)

ปิดดูฝากระโปรงหน้า (ทั้งๆ ที่ติดเครื่องอยู่) รอยบุบ โก่ง เปิดปิดไม่สนิทมีร่องร่อยของการชนมาชัวร์ มีผลต่อคาน ถ้าชนมาหนักคานจะผ่านการเคาะและบางรายอาจเปลี่ยนคาน (จะเห็นได้ว่าสีของคานดูใหม่เทียบกับส่วนพื้นผิวบริเวณใกล้เคียง) ถ้าถึงกับเปลี่ยนคาน โบกมือลาเถอะ…เอามาใช้ก็มีแต่ปวดหัว คราบสนิม น้ำมันรั่ว ซึม คราบขี้เกลือบนขั้วแบตเตอรี่ เช็กระดับของเหลวไม่ว่าจะน้ำมันเบรค น้ำมันเกียร์ให้อยู่ในระดับที่ไม่ต่ำจนเกินไปเพราะมีผลต่อเครื่องยนต์ หม้อน้ำแตกชำรุดไหม? ท่อสายยาง สายพานชำรุด ตึงเกินไป หรือหย่อน ฉีกขาด เครื่องยนต์กระตุกหรือเสียงรอบเบาดังเกินไปจนผิดสังเกตหรือเปล่า? (ทั้งหมดนี้ ต้องฝึกดูบ่อยๆ ไม่ใช่แค่ตอนจะซื้อรถ แต่ระยะซ่อมบำรุงก็จำเป็น) ฝากระโปรงหลัง ปิดไม่สนิทหรือปิดได้ยาก และก็เหมือนกับกระโปรงหน้ารถ จุดนี้ก็มีคานให้ตรวจดูร่องรอยของการเคาะ การเปลี่ยน ถ้ามี…แสดงว่าผ่านการชน และเผลอๆ ฝนตกน้ำซึมรั่วไปถึงพื้นแน่ๆ รวมทั้งดูอุปกรณ์อะไหล่ที่มากับตัวรถยังอยู่ครบไหม? สภาพเป็นอย่างไร?

เล่มทะเบียนรถ ควรจะดูให้แน่ใจว่าเลขตัวถังกับเลขเครื่องยนต์ตรงกับเลขที่ระบุในเล่มหรือไม่ (รถยนต์แต่ละยี่ห้ออาจไม่ได้อยู่ที่เดียวกัน)

เมื่อเช็คทุกอย่างโอเคแล้ว ลองประเมินดูว่าราคา กับการตรวจเช็กสภาพรถทั้งหมดจะเป็นตัวช่วยตัดสินว่าคุณควรเป็นเจ้าของรถยนต์มือสองคันนั้นหรือไม่ คุณไม่ต้องเกรงใจเจ้าของรถหรือคนขายรถ หรือกลัวว่าเขาจะไม่ขายให้ ท่องไว้ในใจ!! ตอนนี้มีสิทธิ์ที่จะเลือก จงใช้สิทธิ์นั้นให้เต็มที่ ถ้าซื้อมาแล้วแบบใจเร็วด่วนได้ คุณจะเจอกระเป๋าแฟบทีหลัง มีปัญหามากวนใจไม่รู้จักจบสิ้น เรื่องมากในตอนนี้ดีกว่ามาเสียใจแล้วแก้ไม่ได้ ถ้าเกรงใจนัก ก็ออกตัวตั้งแต่แรกไว้เลยว่า “ผมเพิ่งซื้อรถคันแรก ครั้งแรก…และไม่ค่อยมีประสบการณ์ ขอใจเย็นกับผมหน่อยนะครับ ขอเช็คดูทีละรายการ!”) ถ้าคนขายซื่อสัตย์บางรายจะบอกคุณว่า รถของเขาเคยเกิดอุบัติเหตุ บางรายและบางคนจะบอกจุดบอดจุดเสียของรถให้คุณ (ถ้านะ…) แต่ไม่ว่ายังไง เช็คให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ ก็ดีกว่าไม่คิด ไม่ดูอะไรเลย ก็รถมันไม่ใช่คันละบาทสองบาทนี่นาจริงมั้ย? เมื่อเช็คข้อมูลทั้งหมดกับรายการที่อยู่ในมือแล้ว ถ้าข้อดีมีมากกว่าข้อเสียโดยเฉพาะข้อเสียที่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ปัญหาหนัก ประเมินกับราคา ถ้าคุณมั่นใจ ก็จัดไปเลย!!.