คนเราเมื่อมีชีวิตคู่ พอถึงจุดๆหนึ่งก็คงอยากจะมีบ้านเป็นของตนเอง หลายคนเลยตัดสินใจที่จะกู้บ้าน และในเมื่อเราตกลงปลงใจจะใช้ชีวิตคู่กับอีกฝ่ายแล้ว ทำไมถึงไม่กู้ร่วมไปเลยล่ะ คู่สมรสหลายๆคนเลยตัดสินใจที่จะกู้ร่วมกันเป็นจำนวนมาก แต่ว่าหลายๆคู่ก็คงไม่ได้คาดคิดว่าเมื่อถึงช่วงๆนึงจะมีช่วงเวลาที่ต้องแยกทางกัน เมื่อทั้งสองตัดสินในที่จะแยกทาง แล้วปัญหาคืออะไร?? ปัญหาคือทั้งคู่ไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับสัญญากู้ร่วมซื้อบ้านและการผ่อนสินเชื่อที่เหลือ ดังนั้นบทความของฉันในวันนี้จึงอยากจะมาอธิบายว่าจะทำยังไงดีหากเกิดเหตุการแบบนี้ขึ้นมา เราจะสามารถแบ่งกลุ่มคนที่มีปัญหานี้ออกมาเป็นสองกลุ่มย่อยๆคือ กลุ่มคนที่ยังไม่ได้จดทะเบียนหย่า. กับอีกกลุ่มคือ จดทะเบียนหย่าเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นให้เรามาดูกันดีกว่าว่าถ้าเราอยู่ในคนสองกลุ่มนี้เราจะทำอย่างไรได้บ้างเพื่อที่จะไม่ให้เกิดเป็นปัญหาในภายหลัง งั้นเรามาเริ่มต้นด้วยคนที่ยังไม่จดทะเบียนหย่ากันค่ะ

กรณีคนที่ยังไม่ได้จดทะเบียนหย่า

divorce

aslysun/shutterstock.com

สำหรับคนที่ตัดสินใจที่จะหย่าอย่างแน่นอนแล้วแต่ว่ายังมาได้จดทะเบียนหย่าให้เรียบร้อย หรือในกรณีนี้อาจหมายถึงการที่ทั้งคู่แยกไปใช้ชีวิตของตนแล้วหรือว่าอาจจะแยกกันอยู่เป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่ได้จดทะเบียนหย่า. ซึ่งในกรณีแบบนี้นั้นทั้งสองคนมีสิทธิ์ที่จะคุยกันและตัดสินใจว่าใครที่จะเป็นคนถือกรรมสิทธิ์ที่จะเป็นเจ้าของบ้านในอนาคต ส่วนในเรื่องของสินเชื่อก็คือการผ่อนสินเชื่อนั้นเราต้องแจ้งกับที่ธนาคารว่าเราต้องการที่จะให้อดีตคู่สมรสนี้คนใดคนหนึ่งเป็นผู้ที่จะถือกรรมสิทธิ์ต่อและเป็นผู้ที่กู้เพียงคนเดียวเท่านั้น ซึ่งเราสามารถแจ้งเหตุผลกับธนาคารได้ว่าเราจะหย่าร้างกัน ซึ่งขั้นตอนต่อไปนี้จะเป็นหน้าที่ของธนาคารต่อไปค่ะ ซึ่งขั้นตอนนี้ก็คือการประเมินผู้กู้ตามที่ได้ตกลงว่าจะเป็นผู้กู้เพียงคนเดียวนั้นว่าจะสามารถผ่อนสินเชื่อเพื่อชำระหนี้ได้ต่อไปด้วยตัวคนเดียวหรือไม่ หากทางธนาคารประเมินแล้วว่าคนที่เป็นตัวแทนของอดีตคู่สมรสนี้ไม่สามารถที่จะชำระสินเชื่อนี้ต่อไปได้ทางธนาคารจะขอให้หาผู้กู้คนอื่นที่มีความสัมพันธ์เป็นญาติกับผู้ที่ประสงค์ที่เป็นผู้กู้คนแรกเท่านั้น และยอดเงินที่เคยผ่อนชำระไปร่วมกันนั้นก็ขอให้ทั้งสองคนไปตกลงกันเองต่อไป

สรุปขั้นตอนการจัดการสินเชื่อสำหรับคนที่ยังไม่ได้จดทะเบียนหย่า

  • ทั้งสองฝ่ายต้องตกลงกันอย่างแน่ใจแล้วว่าจะหย่าร้างกัน และที่สำคัญถ้าอยากจะให้ดำเนินการอย่างรวดเร็วควรที่จะตัดสินใจกันมาก่อนว่าใครที่จะเป็นผู้คนเดียวเป็นคนถัดไป
  • แจ้งกับธนาคารว่าเราต้องการที่จะเปลี่ยนจากการกู้ร่วมที่เคยทำไว้เป็นการกู้เพียงคนเดียว โดยให้เหตุผลว่าจะหย่าร้าง
  • ทางธนาคารจะทำการประเมินว่าผู้ที่จะมาเป็นผู้กู้เป็นคนต่อไปนั้นจะสามารถที่จะกู้ต่อไปคนเดียวได้หรือไม่ หากธนาคารประเมินแล้วว่าคนคนนั้นสามารถที่จะกู้ต่อไปได้ ทางธนาคารจะบอกว่าต้องทำอย่างไรต่อเป็นขั้นตอนต่อไป
  • แต่ว่าหากทางธนาคารพิจารณาแล้วแต่ว่าผลคือผู้กู้คนนี้ไม่สามารถชำระหนี้ที่เหลือได้ ผู้กู้ก็ต้องหาคนที่จะมากู้แทนซึ่งคนนั้นต้องเป็นคนในเครือญาติเท่านั้นจึงจะสามารถกู้ได้
  • หากธนาคารได้ทำการประเมินแล้วผู้กู้ที่หามานั้นสามารถทำการกู้นั้นสามารถกู้ได้ ขั้นตอนก็เป็นอันเสร็จสิ้น

เห็นแล้วใช่มั้ยคะว่าการหย่าร้างนั้นเป็นเรื่องยุ่งยาก ดังนั้นการจะหาคู่ชีวิตทั้งทีจะต้องละเอียดรอบคอบ และนอกจากนี้จะต้องคิดไปถึงเรื่องที่อาจจะเกิดขี้นในอนาคตต่อไปด้วย แต่เรื่องที่เกิดขึ้นมาแล้วก็คงจะแก้ไขอะไรไม่ได้มาก แต่สิ่งที่ทำได้หลังจากการที่จดทะเบียนสมรสเรียบร้อยแล้วก็คือการที่เราจัดการเรื่องสินเชื่อบ้านแบบกู้ร่วมให้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมา ซึ่งถ้าเกิดปัญหาตามมาก็คงไม่ใช่เป็นปัญหาที่แก้ได้ง่ายแน่ๆ เราจึงต้องรอบคอบอยู่เสมอ งั้นให้เรามาดูกันค่ะว่าเราจะต้องทำอย่างไรบ้างเพื่อที่จัดการเรื่องสินเชื่อแบบกู้ร่วมนี้ให้เรียบร้อยสำหรับคนที่จดทะเบียนแล้ว

กรณีคนที่จดทะเบียนหย่าเรียบร้อย

ทุกคนที่ตัดสินใจมีชีวิตคู่ ก็คงไม่ได้ว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขี้นมา แต่สำหรับคู่ที่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาแล้วก็ต้องจัดการให้เรียบร้อยและโดยเร็วที่สุด ดังนั้นเมื่ออดีตคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งประสงค์ที่จะไม่ผ่อนชำระหนี้และต้องการยกบ้านที่ทำการผ่อนอยู่นั้นให้กับอีกฝ่ายไปเลย ก็ต้องให้อดีตสมรสทั้งสองฝ่ายนั้นทำสัญญาซื้อขายต่อกัน และหลังจากนั้นให้นำใบสัญญาที่ซื้อขายกันพร้อมกับใบจดทะเบียนหย่าไปที่ธนาคารเพื่อที่จะยื่นเป็นเอกสารประกอบการขอสินเชื่อใหม่ ซึ่งฝ่ายที่ต้องการที่จะรับช่วงในการผ่อนต่อนั้นจะต้องของสินเชื่อใหม่เพื่อที่จะสามารถนำเงินที่ได้จากการกู้มาแบ่งกับอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย ถึงแม้ว่าการทำอะไรแบบนี้จะเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก แต่ว่าการขอสินเชื่อใหม่นี้ก็ทำให้เกิดผลดีกับทั้งสองฝ่าย เพราะว่าวงเงินกู้ที่ได้รับหลังจากการขอสินเชื่อใหม่นั้นทำให้ผู้กู้ได้รับวงเงินที่มากเท่ากับการซื้อบ้านทั้งหลัง

สรุปขั้นตอนการจัดการสินเชื่อสำหรับอดีตคู่สมรสนั้นจดทะเบียนหย่ากันเรียบร้อยแล้ว

  • อดีตคู่สมรสต้องตัดสินใจว่าจะต้องมีฝ่ายหนึ่งที่จะเป็นผู้กู้ และต้อเป็นผู้ที่จะต้องขอวินเชื่อใหม่เป็นคนถัดไป
  • เมื่อตัดสินใจได้แล้วให้ททั้งคู่ทำการซื้อขายกันให้เรียบร้อย
  • นำสัญญาซื้อขายและทะเบียนหย่าไปที่ธนาคาร เพื่อที่จะขอทำสินเชื่อใหม่
  • ผู้กู้นำเงินที่ได้จากวงเงินไปแบ่งกันเป็นขั้นตอนต่อไป

จากที่หลายคนได้อ่านบทความแล้วก็คงจะรู้สึกจริงๆว่าการที่เราจะจัดการธุระต่างๆหลังจากการหย่านั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อกับอดีตคู่สมรส ที่อาจจะมีธุระมากมาย การที่ทั้งสองฝ่ายจะหาเวลาว่างที่จะไปทำธุระด้วยดัยที่ธนาคาร หรือแม้แต่การเตรียมเอกสารก็คงยุ่งยากไม่แพ้กัน นอกจากนั้นยังมีปัญหาเกี่ยวกับการสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ที่ธนาคารก็ทำให้เกิดปัญหาได้อีกเหมือนกัน ก็อยากฝากไว้สำหรับคนที่อาจจะกำลังตัดสินใจที่จะหย่า ก็อยากที่จะให้ทั้งคู่คุยกันด้วยความเข้าใจไม่ใช่ด้วยอารมณ์ บางทีการที่ทั้งคู่คุยกันอาจจะทำให้ทั้งคู่ไม่ต้องมาเจอปัญหาเกี่ยวกับสอนเชื่อแบบนี้ได้นะคะ