แน่นอนว่าไม่มีใครอยากเจอกับเหตุการณ์บัตรเครดิตหาย! เพราะคุณสมบัติของบัตรเครดิตนั้นสามารถที่จะใช้รูดจ่ายราคาสินค้าหรือบริการทั้งแบบปกติและการค้าออนไลน์ แถมยังใช้กดเงินสดในยามฉุกเฉินได้อีก ทำให้ผู้ถือบัตรอย่างเราๆ ต้องระมัดระวัง และเก็บรักษาบัตรไว้อย่างดีไม่แพ้กับเงินสดเลยทีเดียว. แต่หากวันหนึ่งต้องวนมาเจอกับฝันร้ายที่ว่าบัตรใบนั้นหายไป คงกังวลใจกันไม่น้อย แต่หลังจากที่ดำเนินการอายัดได้ทันท่วงทีแล้ว ก็อาจกังวลใจกันอีกถึงก้าวต่อไปในการได้มาซึ่งบัตรใบใหม่ที่ตอบโจทย์เราอย่างดีนั้นต้องคิดถึงอะไรอีก จึงนำมาให้ได้ลองวิเคราะห์กันดู

สาเหตุที่หลายคนต้องทำบัตรใหม่

credit card

aslysun/shutterstock.com

ถูกขโมยบัตรเครดิต

สำหรับใครที่รู้ตัวเร็วว่าบัตรเครดิตถูกขโมยไปก็อาจโทร.แจ้งอายัดบัตรได้ทัน ทำให้เราไม่ต้องรับผิดชอบหนี้ใดๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากแจ้งแล้วทันที หรือภายในเวลา 5 นาทีตามเงื่อนไขที่กำหนด แต่ถ้าหากถูกขโมยบัตรเครดิตไปแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว ก็เป็นโอกาสให้เหล่ามิจฉาชีพสวมรอยนำบัตรไปใช้ ซึ่งตรงนี้เราก็ต้องรีบแจ้งอายัดบัตรทันทีที่รู้ตัว แจ้งความ และหากมีรายการที่มิจฉาชีพนำบัตรไปใช้เกิดขึ้นแล้ว ก็ต้องกรอกแบบฟอร์มทักท้วงการใช้บัตรยื่นให้แก่เจ้าหน้าที่ธนาคาร/บริษัทผู้ออกบัตรฯ ด้วย จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจและทางธนาคาร/บริษัทผู้ออกบัตรฯ จะตรวจสอบและตามจับตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป แต่หากตามจับตัวคนร้ายไม่ได้ และเราไม่สามารถไกล่เกลี่ยยอดหนี้ที่ธนาคาร/บริษัทผู้ออกบัตรฯ เรียกเก็บได้ ผู้ใช้บัตรเครดิตบางรายอาจถูกฟ้องร้องให้ต้องชำระหนี้ดังกล่าว ก็อย่าเพิ่งตกใจกันเกินไป เพราะถ้าเรามีหลักฐานชัดเจนว่าเราไม่ได้ใช้บัตรเครดิตในรายการดังกล่าว เช่น มีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดว่าเราไม่ได้เป็นผู้รูดบัตรในร้านค้าแห่งนั้น ช่วงเวลานั้นเราอยู่ต่างประเทศ หรือลายเซ็นในเซลล์สลิปไม่ตรงกับลายเซ็นหลังบัตรเครดิตที่เราเคยเซ็นไว้ ก็สามารถนำหลักฐานต่างๆ นี้ไปยื่นต่อศาลเพื่อพิสูจน์ว่าเราไม่ได้เป็นผู้ใช้บัตรจริงๆ และศาลอาจตัดสินให้เราไม่ต้องชดใช้ในหนี้นั้นได้

ถูกคัดลอกข้อมูลบัตรเครดิต

ทุกวันนี้มีเหล่ามิจฉาชีพที่สามารถคัดลอกข้อมูลบัตรเครดิตของเราได้ ทั้งจากเครื่อง Skimmer ที่ติดอยู่ตามตู้ ATM และเครื่อง Skimmer แบบพกพา รวมทั้งการแอบถ่ายข้อมูลตัวเลขหน้าและหลังบัตรเครดิต แล้วนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ ซึ่งในกรณีนี้เจ้าของบัตรเครดิตจะไม่มีทางรู้ตัวก่อนเลย เพราะบัตรเครดิตนั้นจะยังอยู่กับตัว ไม่ได้หายไปไหน ดังนั้น ทันทีที่ทราบว่ามีคนแอบใช้บัตรเครดิตของเรา หรือสมัครบริการ SMS แจ้งเตือนการใช้จ่ายไว้ก็จะรู้ตัวได้เร็วกว่า ก็ให้รีบโทร.แจ้งอายัดบัตรเครดิต พร้อมแจ้งให้ทางธนาคาร/บริษัทผู้ออกบัตรเครดิตทราบว่า บัตรเครดิตของเราถูกลักลอบนำไปใช้และขอให้รีบตรวจสอบโดยด่วน หลังจากนั้นเราก็ต้องแจ้งความ กรอกแบบฟอร์มทักท้วงการใช้บัตร แล้วให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและบริษัทผู้ออกบัตรเครดิตตรวจสอบและตามจับตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไปเช่นเดียวกัก ซึ่งหลังจากที่ได้ตรวจสอบแล้ว โดยส่วนใหญ่ผู้ใช้งานบัตรเครดิตอย่างเราก็จะไม่ต้องรับผิดชอบกับหนี้สินที่เกิดขึ้น เพียงแต่ต้องรวบรวมหลักฐานให้ชัดเจน และปฏิบัติตามที่เจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำแก่เรานั่นเอง

ถูกปลอมแปลงเอกสารในการสมัครบัตรเครดิต

บางคนทั้งๆ ที่ไม่เคยสมัครบัตรเครดิตดังกล่าว แต่ชื่อ-นามสกุล และที่อยู่ในใบแจ้งหนี้บัตรเครดิตที่ส่งมาถึงบ้าน กลับเป็นข้อมูลของเราทุกประการ ดังนี้เราควรรีบติดต่ออายัดบัตร แล้วไปแจ้งความทันที พร้อมนำเอกสารทั้งหมดที่ได้รับไปด้วย ซึ่งกรณีนี้เรามีหน้าที่ต้องยืนยันกับทางเจ้าหน้าที่ว่าเราไม่ใช่ผู้สมัครบัตรดังกล่าว รวมถึงพิสูจน์ว่าเอกสารการสมัครบัตรฯ นั้นเป็นเอกสารปลอม ลายเซ็นที่เซ็นไปนั้นไม่ใช่ของเรา และผู้ใช้บัตรตามรายการดังกล่าวก็เป็นคนละคนกับเราด้วย โดยส่วนใหญ่ผู้ที่ถูกปลอมแปลงเอกสารนั้นจะไม่ต้องรับผิดชอบในหนี้บัตรเครดิตที่เกิดขึ้น เพราะถือได้ว่าเป็นความประมาทของทางธนาคาร/บริษัทผู้ออกบัตรเครดิต ที่ไม่ตรวจสอบให้ดีก่อน และอนุมัติบัตรเครดิตไปให้แก่มิจฉาชีพรายนั้นไป

เอกสารที่ต้องใช้

documents required

Pressmaster/shutterstock.com

บัตรประจำตัวประชาชน

เป็นเอกสารที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นการแสดงตัวตนของเรา ดังนั้นเราจึงควรที่จะตรวจสอบดูเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวกับบัตรประชาชนให้ดี เช่น วันหมดอายุของบัตร การเสื่อมของตัวบัตร หากมีการชำรุดหรือเสียหาย เราควรที่จะทำการเปลี่ยนบัตรใหม่ เป็นต้น เพื่อที่จะเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้งาน และเมื่อต้องถ่ายเอกสารหากบัตรอยู่ในสภาพดีข้อมูลต่างๆ ก็จะชัดเจนและถูกต้อง

สลิปเงินเดือน

หากว่าเราทำงานบริษัท ส่วนใหญ่ก็จะได้รับสลิปเงินเดือนเป็นประจำอยู่แล้วในทุกๆ เดือน ซึ่งเอกสารส่วนนี้ควรเก็บไว้ให้ดีเพราะมีความสำคัญเป็นอย่างมาก จะแสดงถึงรายได้ที่เราจะได้รับในแต่ละเดือนนั่นเอง

หนังสือรับรองเงินเดือน

สำหรับใครที่ไม่มีสลิปเงินเดือน ก็สามารถเลือกใช้หนังสือรับรองเงินเดือนเป็นเอกสารสมัครบัตรเครดิตแทนได้ เพราะถือเป็นเอกสารที่มีความสำคัญในการรับรองรายได้ของเราจากบริษัทหรือหน่วยงานที่เราทำงานอยู่ ซึ่งหากไม่ได้รับก็สามารถติดต่อกับฝ่ายการเงิน หรือฝ่ายธุรการของที่ทำงาน เพื่อขอรับเอกสารนี้ได้

ทะเบียนบ้าน และ สำเนาทะเบียนบ้าน

เป็นเอกสารที่จะแสดงที่อยู่ของเรา เพื่อให้ทางสถาบันการเงินได้ตรวจสอบถึงความน่าเชื่อถือของเราว่ามีที่อยู่เป็นหลักแหล่งจริง และสามารถติดตามได้หากกรณีเกิดมีการติดหนี้ เราก็ควรจะอัพเดทส่วนนี้ให้ใหม่อยู่เสมอ เพื่อให้ที่อยู่จริงของเราและอยู่ตามสำเนาทะเบียนบ้านนั้นตรงกันอยู่เสมอ หากเรามีความจำเป็นต้องอยู่คนละที่ ก็ขอให้เตรียมข้อมูลในส่วนนี้ไว้ด้วยเพราะมีความจำเป็นอย่างมากในการประกอบการพิจารณาของสถาบันการเงิน

สมุดเงินฝากบัญชีธนาคาร

หากว่าเรานั้นอยากจะสมัครบัตรเครดิต ก็ควรที่จะมีการอัพเดทสมุดบัญชีเงินฝากอย่างสม่ำเสมอ เพื่อที่ว่าเราจะสามารถใช้ข้อมูลในส่วนนี้ประกอบการสมัครบัตรเครดิตได้ รวมถึงการที่เรามีบัญชีเงินฝากนี้จะช่วยให้เราทำธุรกรรมทางการเงินอื่นๆ กับทางสถาบันการเงินได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

รายการเดินบัญชีย้อนหลัง (Statement)

รายการเดินบัญชีย้อนหลัง (Statement) ถือเป็นเอกสารที่สำคัญมาก เพราะสถาบันการเงินจะมีการเรียกตรวจสอบเอกสารตัวนี้เสมอเมื่อเราทำการสมัครบัตรเครดิต ซึ่งการจะขอเอกสารตัวนี้นั้นทำได้ไม่ยาก เพียงแค่เราไปยังธนาคารที่เรามีการฝากเงินเข้าเป็นประจำหรือ จะเป็นบัญชีธนาคารที่บริษัทใช้จ่ายเงินเดือนเราก็ได้ แล้วก็ทำการขอเอกสารตัวนี้ โดยปกติแล้วเมื่อทำการขอเอกสารตัวนี้กับทางธนาคารก็จะได้รับภายใน 1 วัน โดยระยะเวลาที่เราขอย้อนหลังควรจะอยู่ที่ประมาณ 6 ถึง 12 เดือน (จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของบัตรแต่ละใบและสถาบันการเงินเจ้าของบัตร) ความสำคัญของเอกสารตัวนี้คือ ใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาเรื่องแหล่งรายได้ของเรา

ช่องทางการสมัครบัตรใหม่

apply credit card

Hamik/shutterstock.com

สำหรับช่องทางในการสมัครก็มีอยู่หลายช่องทางด้วยกัน ดังนี้

สมัครผ่านทางออนไลน์ ทางหน้าเว็บไซต์ของธนาคารหรือผู้ให้บริการสินเชื่อเงินสด

ปัจจุบันนี้เกือบทุกธนาคารได้มีช่องทางในการให้ลูกค้าสามารถสมัครสินเชื่อเงินสดผ่านทางออนไลน์โดยให้ผู้สนใจไปกรอกข้อมูล ชื่อ นามสกุล โทรศัพท์มือถือและอีเมล ซึ่งจะให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับมาเพื่อให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับสินเชื่อเงินสดเพิ่มเติม พร้อมกับขั้นตอนในการเตรียมเอกสารและยื่นเพื่อสมัคร ทางหน้าเว็บไซต์ของบางธนาคารจะมีแบบฟอร์มที่เป็นใบสมัครออนไลน์แบบฉบับเต็มที่ลูกค้าสามารถเลือกกรอกและส่งก่อนได้เลย เพื่อให้ขั้นตอนต่าง ๆ รวมถึงการอนุมัตินั้นรวดเร็วมากขึ้นอีก

สมัครทางไปรษณีย์

ผู้ประกอบการบัตรกดเงินสดบางแห่ง มีช่องทางในการให้ลูกค้าสามารถสมัครบัตรกดเงินสดได้ทางไปรษณีย์ สำหรับขั้นตอนการสมัครทางไปรษณีย์ก็ให้ทำตามขั้นตอนดังนี้

1.ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม พิมพ์เอกสารและกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน 2.เซ็นชื่อกำกับพร้อมกับแนบเอกสารการสมัครเพื่อพิจารณาอนุมัติ รับรองสำเนาถูกต้องที่เอกสารทุกฉบับ 3.ส่งเอกสารทั้งหมดไปยังที่อยู่ของบริษัทที่เราทำการสมัครบัตรกดเงินสด 4.หลังจากนั้นก็รอผลการอนุมัติบัตรกดเงินสดทาง SMS 5.เมื่อได้รับอนุมัติลูกค้ารอรับบัตรกดเงินสดทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ที่แจ้งในใบสมัคร

สมัครผ่านทาง Mobile Application

เกือบทุกสถาบันการเงินจะมีช่องทางในการให้ลูกค้าสามารถสมัครสินเชื่อเงินสดผ่านทาง Mobile Application ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่นิยมซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ ผ่านทางแอพพลิเคชันบนมือถืออยู่แล้ว ซึ่งขั้นตอนในการสมัครสินเชื่อเงินสดผ่านทาง Mobile Application มีดังนี้

1.ดาวน์โหลดแอพพลิเคชันของผู้ให้บริการบัตรกดเงินสดผ่านทาง App Store (iOS) หรือ PlayStore (Android) 2.เลือกเมนูสมัครบัตรกดเงินสด 3.กรอกข้อมูลส่วนตัวให้ครบถ้วน 4.ตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง 5.กดส่งข้อมูล

สมัครโดยตรงที่ธนาคารหรือผู้ให้บริการสาขาใกล้บ้าน

ทำการดาวน์โหลดใบสมัครและกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน พร้อมทั้งเตรียมเอกสารที่ต้องยื่นเพื่อสมัครตามที่ธนาคารหรือผู้ให้บริการบัตรกดเงินสดกำหนด หลังจากนั้นให้นำทั้งใบสมัครและเอกสารทั้งหมดไปยื่นสมัครกับเจ้าหน้าที่โดยตรงที่ธนาคารสาขาใกล้บ้านหรือผู้ให้บริการบัตรกดเงินสดสาขาใกล้บ้าน หากคุณสมบัติและเอกสารครบถ้วน ธนาคารจะอนุมัติบัตรกดเงินสดให้ได้ทันที

สมัครกับบูธในงานมหกรรมการเงิน

เมื่อมีการจัดงานมหกรรมการเงินทุกครั้ง แต่ละธนาคารก็จะไปร่วมออกบูธในงานด้วย ลูกค้าที่สนใจขอเงินกู้ประเภทต่าง ๆ ก็มักจะรอสมัครในงานมหกรรมการเงินนี้เพื่อที่จะได้รับโปรโมชั่นต่าง ๆ ที่แต่ละธนาคารขนมาลดแลกแจกแถมให้ลูกค้าที่สนใจสมัครสินเชื่อเงินสดและบัตรกดเงินสดก็สามารถสมัครได้ที่งานมหกรรมการเงินเช่นเดียวกับสินเชื่อประเภทอื่น การสมัครสินเชื่อเงินสดที่งานมหกรรมการเงินจะมีข้อดี ก็คือ หากคุณสมบัติตรงและเอกสารครบจะได้รับบัตรกดเงินสดทันที

ค่าใช้จ่ายที่อาจจะต้องใช้ราคาประมาณเท่าไร

ค่าธรรมเนียมทำบัตรเครดิตกรณี หาย ชำรุด

  • ธนาคารกสิกรไทย 50
  • ธนาคารไทยพาณิชย์: 0
  • ธนาคารกรุงเทพ: 200 บาท/ครั้ง
  • ธนาคารกรุงศรีอยุธยา: 214 บาท/ครั้ง
  • ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์: 214 บาท/ครั้ง
  • ธนาคารธนชาติ: 200 บาท/ครั้ง
  • ธนาคารออมสิน: 200 บาท/ครั้ง
  • ธนาคารซิตี้แบงค์: 200
  • ธนาคารยูโอบี: 200 บาท/ครั้ง
  • ธนาคารซีไอเอ็มบี: 200 บาท/ครั้ง
  • บัตรเคเครดิตทีซี: 200 บาท/ครั้ง
  • บัตรเครดิตอิออน: 200 บาท/ครั้ง
  • บัตรเครดิต เซ็นทรัล การ์ด: 200 บาท/ครั้ง
  • บัตรเครดิตเทสโก้โลตัส: 200 บาท/ครั้ง

ดังนั้น เราจะเห็นว่าบัตรเครดิตนั้นก็ยังถือได้ว่ามีความจำเป็นในการช่วยอำนวยความสะดวก ให้การใช้จ่ายของเราง่ายขึ้นได้จริง จึงควรตรวจสอบเรื่องเอกสารและช่องทางในการสมัครไว้เพื่อความรวดเร็วในการได้มา แต่ผู้ใช้บัตรเครดิตก็ควรมีความระมัดระวังและรอบคอบในการใช้บัตรเครดิตอยู่เสมอ เพื่อป้องกันภัยที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้บัตรนั้นๆ และทันทีที่รู้ตัวว่าบัตรเครดิตของเราถูกโจรกรรมไป หรือว่ามีความเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรม ทำใหสูญหายหรือชำรุดก็ควรรีบโทรแจ้งอายัดบัตร แจ้งความ และแจ้งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบโดยด่วน พร้อมทั้งขอคำปรึกษาเพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้นั่นเอง