ทุกวันนี้ บัตรเครดิตในประเทศไทยนั้นมีมากมายหลายแบบ หลายประเภท หลายธนาคาร ให้พวกเราได้เลือกใช้ แต่ละประเภทก็จะมีคุณสมบัติ, จุดเด่นและสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกัน แต่ก็ล้วนอำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้ทั้งนั้น เช่นดังต่อไปนี้

จุดเด่นของบัตรเครดิต VISA

บัตรเครดิต VISA นั้นมีหลายแบบและหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทก็มีจุดเด่นแตกต่างกัน ดังต่อไปนี้

VISA Classic

เป็นบัตรพื้นฐานของบัตรวีซ่า ซึ่งมีสิทธิประโยชน์ดังนี้ ความช่วยเหลือทุกแห่งทั่วโลก 24 ชม. 7 วันทำการ จากบริการช่วยเหลือฉุกเฉินสำหรับลูกค้าวีซ่า (Global Customer Assistance), รับบัตรทดแทนในเวลาฉุกเฉิน, และเปิดถอนเงินสดฉุกเฉิน

VISA Gold

จะได้รับสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกับ วีซ่า คลาสสิก พร้อมทั้งได้รับข้อเสนอพิเศษจากร้านค้า ภัตตาคาร แหล่งท่องเที่ยว และสถานบันเทิงชั้นนำทั่วโลก

VISA Platinum

มีสิทธิประโยชน์ดังนี้ มีผู้ดูแลส่วนตัว 24 ชั่วโมง, ประกันอุบัติเหตุระหว่างเดินทางของผู้ถือบัตร คู่สมรส และบุตร ในวงเงินขั้นต่ำ $500,000 ขึ้นไป, โบนัสในการเดินทาง ซึ่งจะได้รับการต้อนรับระดับวีไอพีระหว่างเดินทาง, สะสมคะแนนแลกของรางวัล และเอกสิทธิ์แห่งไลฟสไตล์ ที่จะได้รับเชิญไปรับประทานมือค่ำสุดหรู หรืองานเปิดแกลลอรี่ต่าง ๆ

VISA Signature

มีสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างจากระดับแพลทินัม ซึ่งสิทธิประโยชน์ของระดับซิกเนเจอร์มีดังนี้ คะแนนสะสมเพื่อแลกรับรางวัลพิเศษ, บริการผู้ดูแลส่วนตัว, ประกันอุบัติเหตุการเดินทางตลอดเส้นทาง, สิทธิพิเศษที่สนามบิน, สิทธิประโยชน์จากโรงแรม และสิทธิพิเศษส่วนลดสนามกอล์ฟกว่า 300 แห่งทั่วโลก

VISA Infinite

ถือเป็นระดับสูงสุดของบัตร VISA มีสิทธิพิเศษดังนี้ ผู้ดูแลส่วนตัวถึงที่บ้าน รวมไปถึงในต่างประเทศด้วย ตลอด 24 ชม. 7 วันทำการ, ประกันอุบัติเหตุการเดินทาง ขั้นต่ำ $1,000,000 ขึ้นไป, พักผ่อนในห้องรับรองพิเศษของสนามบินทั่วโลก, สิทธิพิเศษที่สนามบินระดับวีไอพี และข้อเสนอพิเศษส่วนลด 75% จากโรงแรมกว่า 55,000 แห่งทั่วโลก

จุดเด่นของบัตรเครดิต MasterCard

MasterCard Standard

MasterCard Global Service บริการช่วยเหลือตลอด 24 ชม. 7 วันทำการ และเงินฉุกเฉิน

MasterCard Gold

บริการช่วยเหลือบนท้องถนน ทั้งส่งน้ำมันฉุกเฉิน เปลี่ยนยาง และอื่น ๆ, บริการผู้ช่วยเหลือระหว่างเดินทาง ติดต่อสถานทูตในกรณีฉุกเฉิน รวมไปถึงแพทย์และทนายความ ที่สามารถพูดภาษาของคุณได้ด้วย

MasterCard Platinum

มีบริการ Purchase Assurance ที่ช่วยคุ้มครองสินค้าที่คุณซื้อผ่านบัตร มาสเตอร์การ์ด แพลทินัม ในกรณีสูญหายหรือถูกขโมย ภายใน 90 วัน, บริการผู้ช่วยเหลือระหว่างเดินทาง เช่นเดียวกันกับ มาสเตอร์การ์ด โกลด์ และบริการผู้ช่วยทางด้านการเงินที่ช่วยจัดการการเงินของคุณ ทั้งการเตรียมการด้านภาษี และบริหารจัดการเงินของคุณ

MasterCard World

จะมีสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจากบัตร Benefits เช่นมีที่ปรึกษาการเดินทางส่วนบุคคล, มีการคุ้มครองราคาเพิ่มเป็น 120 วัน และมีสิ่งอำนวยความสะดวกในโรงแรมเพิ่ม เช่น อาหารเช้าฟรี, เช็คเอาท์ช้าได้, และการอัพเกรดห้องพัก

MasterCard World Elite

เป็นบัตรระดับสูงสุดของมาสเตอร์การ์ด มาพร้อมกับสิทธิประโยชน์มหาศาล เช่น ให้บริการในราคาสุดพิเศษกับร้านค้าที่ร่วมรายการหรือบริการเช่ารถ, ราคาสุดพิเศษสำหรับค่าตั๋วเครื่องบินและการล่องเรือ หรือแพคเกจท่องเที่ยวสำหรับวันหยุดพักผ่อน

จุดเด่นของบัตรเครดิต JCB

Stock Photo - JCB

Stock Photo - JCB

บัตรเครดิตที่ติดยี่ห้อ JCB เป็นบัตรของบริษัทการเงินเจ้าใหญ่เจ้าแรกของญี่ปุ่น เริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1961 ในฐานะบริษัทเครดิตบูโรของญี่ปุ่น หลังจากนั้นก็พัฒนาตัวเองและร่วมมือกับธุรกิจทางการเงินในหลายๆ ประเทศทั่วโลก จนปัจจุบันให้บริการบัตรเครดิตทั่วโลกถึง 15 ล้านแห่ง พร้อมทั้งมีจุดบริการที่เรียกว่า JCB Plaza มากถึง 61 แห่งทั่วโลก

ในประเทศไทยเอง เริ่มแรกนั้น ธนาคารที่ให้บริการออกบัตรเครดิตเป็นบัตร JCB คือ ธนาคารกรุงไทย หรือ KTC แต่ต่อมาเมื่อการท่องเที่ยวญี่ปุ่นเป็นที่นิยมในไทยหลังการยกเลิกวีซ่าท่องเที่ยว ทำให้สถาบันการเงินต่างๆในประเทศไทยหันมาให้บริการบัตรเครดิตร่วมกับ JCB มากขึ้น ซึ่งตอนนี้ (ข้อมูลล่าสุดเมื่อเดือนม.ค.2561) มีทั้งหมด 4 แห่ง นั่นคือ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรี ธนาคารกสิกรไทย และ อิออน โดยทั้ง 4 แห่ง ให้บัตร JCB ที่มีคุณสมบัติได้แตกต่างกันออกไป

สำหรับสิทธิประโยชน์หลักๆเลย คือ การใช้สิทธิ์เข้าใช้เลานจ์พันธมิตรของ JCB ที่สนามบินต่างๆมากกว่า 28 แห่งทั่วญี่ปุ่น ฟรี แบบไม่ต้องใช้แต้มจากบัตรสะสมไมล์ของทางสายการบินให้วุ่นวาย และนอกจากสิทธิ์เข้าใช้เลานจ์ได้ฟรีที่สนามบินแล้ว ยังมีสิทธิ์ตั๋วรถบัสฟรี ตั๋วเข้าชมทาวเวอร์ต่างๆรอบญี่ปุ่น สิทธิ์ใช้บริการช่วยเหลือจาก JCB Plaza ฟรี ส่วนลดค่าเช่าไวไฟ รวมไปจนถึงส่วนลดต่างๆจากร้านค้าที่ร่วมรายการอีกหลายสิบรายการ ซึ่งเราจะเห็นว่า สิทธิประโยชน์นั้นมีเยอะมากจริงๆ

จุดเด่นของบัตร UnionPay

บัตรเครดิต UnionPay นั้นให้สิทธิประโยชน์มากมาย ได้รับส่วนลด 10% กับห้างสรรพสินค้าและร้านค้าที่ร่วมรายการ อีกทั้งยังได้รับสิทธิพิเศษที่สนามบินกว่า 100 แห่งทั่วโลก ในประเทศไทยมีหลายธนาคารที่ร่วมกับ UnionPay ซึ่งแต่ละแห่งก็จะมีสิทธิพิเศษที่แตกต่างกันไปตามแต่ละธนาคาร เช่น

บัตรเครดิต UnionPay ธนาคารกรุงเทพ

  • ให้สิทธิพิเศษในการยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปี 1 ปี
  • ส่วนลดพิเศษและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่จีน มาเก๊า และฮ่องกง
  • รับคะแนนสะสมบัวหลวง Thank You Reward
  • ประกันภัยการเดินทางสูงสุด 3 ล้านบาท

บัตรเครดิต UnionPay ธนาคารกสิกรไทย

  • รับคะแนนสะสม K bank Reward Point 2 เท่าทุกการใช้จ่ายที่จีน ฮ่องกง และมาเก๊า
  • แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็น RMB และ HKD ในอัตราพิเศษ
  • ส่วนลดโรงแรมและที่พักทั่วประเทศ
  • ส่วนลดร้านอาหารมากมายทั่วประเทศ
  • ประกันภัยคุ้มครองอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางสูงสุด 8 ล้านบาท

บัตร ATM UnionPay ธนาคาร LH Bank

  • ฟรีค่าธรรมเนียมบริการแจ้งเตือนอัตโนมัติ SMS Alert ระยะเวลา 1 เดือน
  • ฟรีค่าธรรมเนียมออกบัตร LH Bank Debit Chip Card ใหม่แทนบัตร ATM เดิม จำนวน 100 บาท
  • ฟรี SMS Alert เตือนทุกครั้งที่มีการซื้อสินค้าและบริการผ่านบัตร LH Bank Debit Chip Card
  • กดเงินสดฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม ทุกตู้ ทุกธนาคารทั่วไทย

บัตรเครดิต UnionPay ธนาคารเกียรตินาคิน

  • ถอนเงินสดทุกตู้ทั่วโลก พร้อมฟรีค่าบริการถอนเงินผ่านตู้ ATM ในประเทศไทย
  • มาพร้อมเทคโนโลยีชิพ EMV มาตรฐานระดับโลก
  • ให้บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชั่วโมง
  • ส่วนลดร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วโลก และโปรโมชั่นต่างๆ ของธนาคาร พร้อมรับข้อเสนอส่วนลดพิเศษกับ Travel Mate Asia

อีกทั้งยังมีอีกหลายธนาคารที่มีสามารถออกบัตร UnionPay ได้ เช่น ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไอซีบีซี เป็นต้น นี่เป็นแค่ตัวอย่างสิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตร UnionPay ยังมีความพิเศษอีกมากมายรอคุณอยู่ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนบนโลก เพียงแค่คุณพกบัตร UnionPay ความสะดวกสบาย สิทธิพิเศษเหนือระดับต่างๆ ก็จะตามคุณไปทุกที่ ทำให้ไม่ต้องกังวลสำหรับการเดินทางและการใช้จ่ายอีกต่อไป