การทำประกันเป็นเรื่องไม่สำคัญ แต่ในความเป็นจริงเราไม่ควรมองข้ามการทำประกัน เนื่องจากเราไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น หากประสบอุบัติเหตุต้องเข้ารักษาพยาบาลจะเอาเงินที่ไหนมาเป็นค่ารักษา เมื่อลูกโตขึ้นจะเอาเงินที่ให้ลูกเรียนจนจบมหาลัย. ดังนั้น การทำประกันไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดี ประกอบกับในปัจจุบันมีกรมธรรม์ในรูปแบบประกันที่หลากหลาย และเบี้ยประกันที่มีราคาถูก ซึ่งการทำประกันที่มาพร้อมบัตรเครดิตก็เป็นตัวเลือกหนึ่งด้วยเช่นกัน.

หลายๆคนเวลาอยากไปทำธุรกรรมกับบัตรเครดิต หรือธนาคาร หากมีของพวกของแถม ก็มักจะชอบใจใช่ไหม โดยเฉพาะบัตรเครดิตที่มักพ่วงประกันเดินทางต่างประเทศมาให้ด้วย หลายๆคนก็คงคิดว่า บัตรเครดิตพ่วงประกันประเภทนี้ ก็น่าจะเพียงพอสำหรับนักเดินทางแล้ว แต่อย่างไรก็ดีเราก็ควรตรวจสอบเงื่อนไขของตัวประกันให้ดี จึงมีข้อเปรียบเทียบระหว่างประกันการเดินทางต่างประเทศแบบเพรียวๆกับประกัน ที่พ่วงมากับบัตรเครดิต มาฝากกันว่าอะไรคุ้มค่าอะไรที่เหมาะกับเรา.

credit card insurance

Chaay_Tee/shutterstock.com

เงื่อนไขและการคุ้มครอง

ประกันเดินทางต่างประเทศทั่วไป VS ประกันเดินทางต่างประเทศ ที่พ่วงมากับบัตรเครดิต.

การคุ้มครองสูงสุด แบบทั่วไป : สามารถเลือกเพดานการคุ้มครองสูงสุด จากแบบพื้นฐาน ไปจนถึงแบบ unlimited ได้ด้วยตนเอง. มากับบัตร : ประกันบางตัวจะจำกัดการคุ้มครอง ในกรณีมีค่าใช้จ่ายการรักษาฉุกเฉินในต่างประเทศ

ระยะเวลาการเดินทาง แบบทั่วไป : ขึ้นอยู่กับประเภทประกันเดินทางของคุณว่าเป็นประกันเดินทางรายปี หรือรายเที่ยว มากับบัตร: สามารถยืดหยุ่นได้ตามสะดวก. ประกันแบบนี้อาจจะจำกัดระยะเวลาในการเดินทางของคุณ เช่นหากไปพักร้อน ก็อาจจะคุ้มครองได้ไม่เกิน 3เดือน. ไม่ใช้จ่ายผ่านบัตรจะคุ้มครองไหม?

แบบทั่วไป : N/A. มากับบัตร : จะคุ้มครองก็ต่อเมื่อ คุณมีการจองตั๋วการเดินทางด้วยบัตรเครดิตเท่านั้น แถมแต่ละบัตรเครดิตก็มีเงื่อนไขแตกต่างกันไป ว่าการคุ้มครองจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อไหร่.

การคุ้มครองเพิ่มเติม แบบทั่วไป : ประกันเดินทางต่างประเทศ จะเปิดโอกาสให้คุณซื้อประกันเพิ่มเติมได้ในกรณีที่ต้องเข้ามากับบัตร : ร่วมในการแข่งขันกีฬา ต่างๆโดยจะต้องจ่ายเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย. บัตรเครดิตมักจะไม่รวมการคุ้มครองการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาหรือการผจญภัย.

ค่าธรรมเนียมรายปี แบบทั่วไป : ไม่มี เพียงแค่จ่ายค่าเบี้ยประกันเท่านั้น. มากับบัตร : มี. ความคุ้มครองสิ่งของมีค่า

แบบทั่วไป : คุณสามารถเพิ่มความคุ้มครองได้โดยซื้อประกันเพิ่มเติมสำหรับของมีค่าต่างๆ. มากับบัตร : ส่วนใหญ่มักไม่คุ้มครองถ้าหากคุณเอาเก็บไว้ในกระเป๋าเดินทางแล้วของเกิดเสียหายหรือชำรุด.

ทริปเที่ยวในประเทศคุ้มครองด้วยไหม? แบบทั่วไป : คุ้มครองด้วยในหลายจุดหมายปลายทาง. เป็นแค่ประกันเดินทางต่างประเทศเท่านั้น แต่บางบริษัทก็คุ้มครองบ้างนะ.

ลิมิตอายุหรือไม่? แบบทั่วไป : ยิ่งแก่ขึ้นค่าประกันก็จะยิ่งสูงขึ้น. มากับบัตร : ไม่มีลิมิตอายุ ทำให้ผู้สูงวัยที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยวก็ยังคงมีประกันเดินทางต่างประเทศคุ้มครองอยู่ในระดับหนึ่ง.

มีโรคประจำตัวอยู่แล้วคุ้มครองหรือไม่? แบบทั่วไป : บางแห่งก็คุ้มครองนะ. ส่วนใหญ่ไม่คุ้มครองเลย.

คุ้มครองผู้ร่วมเดินทางด้วยหรือไม่? แบบทั่วไป : บางแห่งก็คุ้มครองผู้ร่วมเดินทางด้วย แต่เช็คก่อนก็ดี. มากับบัตร : บางบัตรเครดิตก็คุ้มครองผู้ร่วมเดินทางด้วยเช่นกัน.

เงินสดหายคุ้มครองด้วยไหม? แบบทั่วไป : คุ้มครองต่ำ. มากับบัตร : หากมีคนขโมยกระเป๋าสตางค์ของคุณตอนไปเที่ยว ก็มักจะคุ้มครองเงินสดให้คุณในระดับที่สูงกว่า.

ใครก็ซื้อประกันได้ใช่ไหม แบบทั่วไป : ใครก็ซื้อได้ครับไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกที่มีสิทธิพิเศษ. มากับบัตร : ต้องถือบัตรเครดิตจึงจะได้รับความคุ้มครองเท่านั้น.

คุ้มครองในทุกจุดหมายปลายทางหรือไม่? แบบทั่วไป : ยิ่งจ่ายแพงก็ยิ่งคุ้มครองครอบคลุมหลายจุดหมายปลายทาง. มากับบัตร : จุดหมายปลายทางให้คุณเดินทางมีมากกว่า.

ประกันเดินทางต่างประเทศที่มีพร้อมกับการเปิดบัตรเครดิตต่างประเทศ มีข้อจำกัดและเงื่อนไขหลายอย่างทีเราต้องศึกษาให้เข้าใจด้วย เช่นการเจ็บป่วยที่มีอาการอยู่ก่อนการเดินทางจะเคลมประกันเดินทางต่างประเทศไม่ได้ เพราะฉะนั้น ต้องทำความเข้าใจนโยบายของประกันที่มาพร้อมการใช้บัตรเครดิตต่างประเทศซะก่อน ว่าอะไรเคลมได้ อะไรเคลมไม่ได้

5 ข้อมูลประกอบก่อนการเคลมประกัน

1. รูดบัตรเครดิตต่างประเทศ และอยากใช้ประกันเดินทาง ต้องเปิดใช้บริการประกันเดินทางต่างประเทศก่อน

สิ่งที่เราต้องทำอย่างแรกคือ เปิดใช้บริการประกันเดินทางต่างประเทศที่ผูกอยู่กับบัตรเครดิตต่างประเทศของเราก่อน ลองศึกษาว่าการจะใช้ประกันเดินทางต่างประเทศ ต้องทำอะไรบ้าง ปกติแต่ละเจ้าก็มีเงื่อนไขต่างกันไป แต่อย่างน้อย ก็น่าจะต้องใช้บัตรเครดิตต่างประเทศจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินสำหรับทริปนั้น ถ้าจ่ายด้วยวิธีอื่น ก็ไม่น่าจะได้ใช้ประกันเดินทางต่างประเทศ.

2. ระยะเวลาเดินทาง

เงื่อนไขระยะเวลาของทริปจะแตกต่างกันไปครับ อย่างเช่น การใช้บัตรเครดิตต่างประเทศ A มีจำกัดระยะเวลารับประกันได้ว่าทริปนั้นต้องไปเกินกี่วัน หรือการใช้บัตรเครดิตต่างประเทศ B อาจจะกำหนดขั้นต่ำว่าต้องเดินทางนานกี่วัน จึงจะได้ใช้ประกันเดินทางต่างประเทศ

นอกจากนั้น เราก็ควรอ่านพวกเงื่อนไขจุกจิกที่มักจะเป็นตัวเล็ก ๆ ในกรมธรรม์ด้วย จะได้ไม่ต้องแปลกใจภายหลัง ถ้าเกิดประกันเดินทางต่างประเทศของบัตรเราไม่ให้เคลมค่าใช้จ่ายกรณีสัมภาระหรือของมีค่าสูญหายหรือมีกำหนดว่าจะไม่คุ้มครองถ้าเราเดินทางไปประเทศที่มีการออกคำเตือนโดยรัฐบาล เป็นต้น

3. วงเงินของค่ารักษาพยาบาล

ต้องหาข้อมูลดูว่าถ้าเราเกิดอุบัติเหตุต้องเข้าโรงพยาบาลระหว่างเดินทางแล้วประกันเดินทางต่างประเทศที่แถมมากับการใช้บัตรเครดิตต่างประเทศของเราจะช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้เท่าไหร่ เพราะปกติพวกนี้จะต้องมีวงเงินระบุมาอยู่แล้วจึงแนะนำว่าหาจะไปเที่ยวอเมริกา ยุโรป หรือญี่ปุ่น ควรทำประกันเดินทางต่างประเทศที่วงเงินค่ารักษาพยาบาลไม่จำกัด เพราะค่ารักษาพยาบาลที่นู่นแพงมาก ๆ ถ้าเกิดประกันของบัตรเครดิตต่างประเทศที่มีอยู่วงเงินไม่พอ ก็อาจจะไปซื้อประกันเดินทางต่างประเทศเพิ่มเอา.

4. ลองคุย/ต่อรองเงื่อนไขกับตัวแทนประกันเดินทางต่างประเทศ

ส่วนมากบัตรเครดิตต่างประเทศจะไม่รับประกันเดินทางต่างประเทศกับอาการป่วยหรือการบาดเจ็บที่มีอยู่แล้วก่อนเดินทาง (เช่น หอบหืด หรือเบาหวาน) และจะจำกัดอายุผู้รับประกันเดินทางต่างประเทศไว้ที่ 74ปี แต่เรา อาจจะลองโทรไปเจรจากับตัวแทนประกันเดินทางต่างประเทศ ว่าจะพอยืดหยุ่นตรงไหนได้บ้าง อาจจะให้เราจ่ายเงินเพิ่มเพื่อครอบคลุมโรคประจำตัวของเรา หรือลดราคาส่วนอื่นได้ ต้องลองคุยดูนะอีกครั้ง

5. นอกจากเจ้าของบัตรเครดิตต่างประเทศ ประกันคุ้มครองใครอีกบ้าง?

บัตรบางใบจะให้บริการประกันเดินทางต่างประเทศกับเจ้าของผู้ใช้บัตรเครดิตต่างประเทศเท่านั้น แต่ก็มีการใช้บัตรเครดิตต่างประเทศบางใบที่มีประกันเดินทางต่างประเทศครอบคลุมถึงคู่สมรสและลูก ๆ ที่เดินทางไปด้วยนะ แต่อาจจะต้องระบุวงเงินการเคลมประกันสำหรับสมาชิกครอบครัวก่อนเปิดใช้บริการประกันเดินทางต่างประเทศ ส่วนมากจะกำหนดอายุของลูกไว้ที่ไม่เกิน 19 ปี แต่บางเจ้าอาจจะให้บริการประกันเดินทางต่างประเทศกับลูกที่เรียนมหาวิทยาลัยถึงอายุ 25 ปีได้เลย.

น่าจะได้ไอเดียเพิ่มขึ้นว่าเจ้าประกันเดินทางต่างประเทศที่มีแถมมากับการใช้บัตรเครดิตต่างประเทศหน้าตาเป็นอย่างไร แต่การอ่านข้อมูล ศึกษาเงื่อนไขให้ดี ๆ เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ของเราให้ได้มากที่สุดก็สำคัญจริงๆ ดังนั้น จากเบื้องต้นแล้ว รูปแบบประกันนั้นมีประโยชน์อย่างไร น่าจะทำให้การตัดสินใจเลือกซื้อประเภทของประกันได้ง่ายยิ่งขึ้น และเราต้องไม่ลืมด้วยว่าการทำประกันคือเพื่ออนาคตที่ไม่อาจคาดเดาได้นั่นเอง.