ปัจจุบันมีการนิยมใช้บัตรเครดิตกันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากสะดวกในการซื้อสินค้า ทั้งตามห้างสรรพสินค้า ร้านค้าทั่วไป หรือแม้แต่ตามร้านค้าในอินเตอร์เน็ตหรือโซเชียลเน็ตเวิร์คหลายคนจึงทำบัตรเครดิตให้กับคนในครอบครัวเพื่อความสะดวกโดยไม่ต้องพกเงินสด

แต่คนในครอบครัวจะสามารถใช้บัตรเครดิตได้ก็ต่อเมื่อเราต้องเป็นผู้สมัครบัตรเครดิตหลักก่อน ซึ่งบัตรเหล่านี้เป็นบัตรที่เรายื่นเรื่องสมัครเอง โดยใช้หลักฐานการสมัครต่างๆของเราเอง บัตรหลักนี้มีแค่ผู้ที่ยื่นเรื่องสมัครเท่านั้นที่สามารถใช้ได้ แต่นอกจากบัตรหลักแล้ว ยังมีบัตรอีกชนิด ที่สามารถใช้ควบคู่ไปกับบัตรนี้ได้ เรียกว่า บัตรเสริม บัตรนี้แหละที่คนในครอบครัวของผู้ถือบัตรหลักนั้นสามารถใช้ร่วมกันได้ เรามาดูกันว่าบัตรเสริมคืออะไร บัตรเสริมคืออะไร?คือบัตรเครดิตที่ผู้ใช้บัตรหลักสามารถแจ้งขอเพิ่มได้ เพื่อใช้บัตรเครดิตร่วมกับผู้อื่นโดยที่ไม่จำเป็นต้องถือบัตรใบเดียวกัน โดยที่บัตรเสริมนี้อยู่ภายใต้เงื่อนไขเดียวกับบัตรหลัก ทั้งในเรื่องของวงเงินที่อนุมัติให้ใช้ รวมถึงอัตราดอกเบี้ยด้วย ซึ่งในเรื่องของวงเงินนั้น จะเรียกได้ว่าเป็นการใช้วงเงินร่วมกัน เช่น หากบัตรหลักมีวงเงิน 100,000 บาท บัตรเสริมก็จะมีวงเงิน 100,000 บาทเช่นเดียวกัน และหากบัตรหลักไม่ได้ใช้วงเงิน บัตรเสริมก็จะสามารถใช้ได้สูงสุด 100,000 บาทเต็มวงเงิน แต่หากบัตรหลักใช้วงเงินไปแล้ว 30,000 บาท บัตรเสริมก็จะสามารถใช้วงเงินที่เหลือได้เพียง 70,000 บาทเท่านั้น

supplementary cards

TZIDO SUN/shutterstock.com

ใครบ้างที่สามารถใช้บัตรเสริมได้

ส่วนใหญ่แล้วมีการนิยมทำบัตรเสริมให้คนในครอบครัวเดียวกัน เช่น สามี ภรรยา ลูกๆ หรือญาติๆของผู้ถือบัตรหลัก หลายท่านอาจคิดว่า ผู้ถือบัตรเสริม จำเป็นต้องมีนามสกุลเดียวกับผู้ถือบัตรหลักเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว ผู้ถือบัตรหลัก สามารถยื่นขอบัตรเสริมให้ใครถือก็ได้ แม้แต่เพื่อน หรือแฟน หรือคนที่ไม่ได้ใช้นามสกุลเดียวกัน ก็สามารถถือบัตรเสริมได้ทั้งหมด เพียงแค่ บุคคลนั้นจะต้องสามารถยืนยันข้อมูลของตนเองกับทางธนาคารได้ว่า ตนเป็นบุคคลที่ได้รับการอนุญาตให้ถือบัตรเสริมจริง

ต้องใช้เอกสารอะไรบ้างเพื่อสมัครบัตรเสริม

ก่อนที่จะสมัครบัตรเสริมได้นั้น จำเป็นต้องมีบัตรหลักก่อน ซึ่งเอกสารในการสมัครบัตรหลักทั่วๆไปก็คือ สำเนาบัตรประชาชน สลิปเงินเดือน เอกสารการเดินบัญชี หรือเอกสารทางการเงินต่างๆที่ทางธนาคารร้องขอ และเมื่อสมัครบัตรหลักสำเร็จแล้ว การสมัครบัตรเสริมก็เป็นเรื่องที่ง่ายมากๆ เพียงแค่กรอกใบสมัครขอมีบัตรเสริม ยื่นพร้อมสำนาบัตรประชาชนของผู้ถือบัตรหลักและผู้ประสงค์จะถือบัตรเสริม พร้อมทั้งสำเนาหน้าบัตรหลัก และอาจมีเอกสารเพิ่มเติม เช่น สำเนาทะเบียนบ้าน (แล้วแต่บางธนาคาร) แค่นี้ก็สามารถมีบัตรเสริมได้แล้วค่ะ

การคิดอัตราดอกเบี้ยเสริมมีแบบไหนบ้าง

สำหรับอัตราดอกเบี้ยของบัตรเสริมนั้น ใช้อัตราเดียวกับบัตรหลัก ตามแต่ประเภทของบัตรหลักนั้นๆเลยค่ะ ซึ่งธนาคารบางแห่งได้กำหนดอัตราดอกเบี้ย 15% ต่อปี, ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน 3% ต่อปี รวมกันแล้วสูงสุดไม่เกิน 18% ต่อปี บางธนาคารมีระยะเวลาในการปลอดดอกเบี้ยให้สูงสุด 45 วันขึ้นไปหลังจากวันที่ได้รับใบแจ้งหนี้แล้ว คุณสามมารถชำระหนี้ได้โดยไม่ต้องเสียอัตราดอกเบี้ย แต่หากผู้ถือบัตรค้างชำระธนาคารจะคิดอัตราดอกเบี้ย 18% ต่อปี นับตั้งแต่วันแรกที่ทำรายการ แต่ที่น่าสนใจคือ ปกติแล้วธนาคารจะกำหนดว่าหากมียอดค่าใช้จ่ายภายในรอบบัญชี12เดือนถึงตามที่กำหนด ก็จะไม่ต้องมีการเสียค่าธรรมเนียมรายปี และหากมีบัตรเสริม ก็สามารถรวมยอดบัตรหลักกับบัตรเสริมได้ เพื่อรับสิทธิ์ฟรีค่าธรรมเนียมรายปีนั้น

ผู้ทำเสริมต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง

ผู้ถือบัตรเสริมควรมีอายุมากกว่า 15 ปีขึ้นไป เนื่องจากสามารถทำธุรกรรมได้เองตามกฎหมายแล้ว แต่ก็มีการเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปีเช่นกัน โดยมีการระบุว่า หากมีการซื้อของที่มูลค่าสูงเกินไป ผู้ปกครองสามารถบอกเลิกสัญญาซื้อขายให้เป็น โมฆะได้ พูดง่ายๆคือ เอาของไปคืนร้านได้นั่นเอง(หากทางร้านไม่ยินยอม สามารถแจ้งตำรวจเพื่อช่วยในการเจรจากับร้านนั้นได้ )และนอกจากนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหานี้ ผู้ถือบัตรหลักจึงสามารถกำหนดวงเงินให้บัตรเสริมได้ด้วย

ข้อดีและข้อเสียของบัตรเสริม

ข้อดี

เพิ่มความสะดวกแก่คนในครอบครัวในการไม่ต้องพกเงินสด ช่วยให้บางคนที่ยังไม่สามารถสมัครบัตรเครดิตด้วยตัวเอง มีบัตรเครดิตใช้ได้ ไม่เสียค่าธรรมเนียมรายปีและค่าธรรมเนียมแรกเข้า (ตามเงื่อนไขของธนาคาร) ช่วยสะสมยอดค่าใช้จ่ายเพื่อลดค่าธรรมเนียมรายปีให้บัตรหลักได้ สมัครง่าย แม้ไม่ใช่คนในครอบครัวก็สมัครได้ สามารถโอนคะแนนสะสมให้บัตรหลักได้

ข้อเสีย

ควบคุมค่าใช้จ่ายยาก อาจทำให้มีค่าใช้จ่ายเกินกว่าที่วางแผนไว้ ผู้ถือบัตรหลักต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมดหากผู้ถือบัตรเสริมค้างชำระ ไม่สามารถเพิ่มวงเงินนอกเหนือจากบัตรหลักได้ ไม่สามารถใช้ร่วมกับ Mobile Banking ได้ ต้องเช็คยอดผ่านเอทีเอ็มหรือเจ้าหน้าที่ธนาคารเท่านั้น จำกัดอายุผู้ถือบัตรเสริม บางธนาคารบัตรเสริมต้องเสียค่าธรรมเนียมรายปีด้วย ทำให้ต้องเสียสองต่อด้วยกัน คือทั้งบัตรหลักและบัตรเสริม การเบิกเงินสดฉุกเฉินเสียค่าธรรมเนียมต่อครั้ง 3%

Conclusion

ดังนั้น เราจะเห็นได้ว่าบัตรเสริมมีข้อดีอยู่มากก็จริง แต่ก็ยังมีข้อเสียอยู่อีกไม่น้อยเช่นเดียวกัน ฉะนั้น ผู้ถือบัตรหลักหลายคนจึงตัดสินใจให้ผู้ถือบัตรเสริมส่วนใหญ่เป็นเฉพาะคนในครอบครัวเท่านั้น เพื่อความง่ายต่อการจำกัดค่าใช้จ่าย และที่สำคัญ ผู้ถือบัตรหลักมีหน้าที่ที่จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดหากผู้ถือบัตรเสริมไม่มีการชำระหนี้ ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของผู้ถือบัตรหลัก ที่จะเลือกให้ดีว่าใครจะสามารถถือบัตรเสริมได้บ้าง และต้องชี้แจงรายละเอียดต่างๆแก่ผู้ถือบัตรเสริม เช่น อัตราดอกเบี้ย วงเงิน การจ่ายบิล และการเก็บเซลสลิปทุกครั้งที่มีการใช้จ่ายผ่านบัตร เพื่อตัวผู้ถือบัตรหลักเอง