ในทุกวันนี้บัตรเครดิตมีหลายสถาบันมากๆมีให้เลือกเป็นร้อยๆใบในประเทศไทย การที่เราจะเลือกบัตรเครดิตให้เหมาะสม และให้ดีที่สุดสำหรับตัวเองนับว่าเป็นเรื่องที่ยากมากจริงๆ หลายคนได้รับความกดดันจากปัญหาหลายๆด้าน สภาพการณ์ในโลกทุกวันนี้ที่แตกต่างกันออกไปของแต่ละคน จึงทำให้มีความจำเป็นที่ต้องใช้เงินเพื่อกิจกรรมต่างๆ กันไป เพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ การใช้ชีวิต หรือเพื่อธุรกิจร้อยล้านพันล้านของคุณ การเลือกบัตรเครดิตสักใบให้เหมาะกับวัตถุประสงค์ ของตัวคุณเองมากที่สุด ช่วยให้คุณประหยัดทั้งเงินและเวลาอันคุ้มค่าที่สุดของคุณด้วยบริการที่ง่ายสะดวก รวดเร็วทันใจ เรามีคำแนะนำดีดีที่หลายคนทั่วโลกได้ลองใช้คำแนะนำนี้ คุณควรลองอ่านและคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้

 choose right credit card

xmee/shutterstock.com

1. ความสะดวกสบายในการชำระเงิน

เป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียน เพื่อเพิ่มสภาพความคล่องตัวช่วยเหลือ ควบคุม จัดการค่าใช้จ่ายต่างๆในชีวิตประจำวันให้คล่องตัวเมื่อยามขัดสน -ช่วยยืดระยะเวลาในการชำระแทนเงินสด สามารถนำเงินไปหมุนเวียนอย่างอื่นเพื่อทำให้เกิดผลกำไร -ช่วยผ่อนชำระค่าสินค้าแทนชำระเงินสดโดยไม่ต้องเสียค่าดอกเบี้ย -ใช้รูดซื้อสินค้าและได้รับคะแนนสะสมจากบัตรคืนกำไรในรูปของยอดสะสม แต้มพอยท์ หรือเป็นตัวเงินแล้วแต่รูปแบบของการให้บริการของธนาคารหรือสถาบันการเงินนั้นๆเป็นผู้กำหนด

2. เลือกบัตรที่ไม่เก็บค่าธรรมเนียมสมาชิกรายปี

อาจขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละสถาบันการเงินนั้นๆว่าจะคิดค่าธรรมเนียมสมาชิกรายปีหรือไม่ คิดเท่าไร หรือไม่เก็บค่าธรรมเนียมเลย หากมียอดค่าใช้จ่ายถึงที่กำหนด หรือบางสถาบันการเงินก็ฟรีค่าสมาชิกรายปี

3. เลือกบัตรที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ

ปกติอัตราดอกเบี้ยของบัตรเครดิตค่อนข้างสูงมากกว่าร้อยละ18% ต่อปี ส่วนใหญ่ของสถาบันการเงินไทยจะมีอัตราต่ำกว่าของสถาบันการเงินของต่างประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยงอัตราดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นต้องชำระค่าบัตรเครดิตภายในระยะเวลาที่สถาบันการเงินนั้นๆกำหนด

4. วงเงินของบัตรเครดิตต้องไม่มากหรือน้อยจนเกินไป

เพื่อจะสามารถกำหนดวงเงินที่เหมาะสมสำหรับตัวเองได้ต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายๆอย่าง ต้องรู้สถานะรายได้-รายจ่ายของตัวเองทั้งในปัจุบันและคาดการณ์ในอนาคตว่าแต่ละเดือนจำเป็นต้องใช้จ่ายเท่าไร สถาบันการเงินส่วนใหญ่แต่ละที่ให้วงเงินไม่เท่ากันส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับรายได้ ประวัติการชำระเงินที่ดี เครดิตของแต่ละบุคคล โปรโมชั่นของแต่ละที่ หรือแล้วแต่ละชนิดของบัตรนั้นๆ ดังนั้นควรเลือกบัตรให้เหมาะสมกับตัวเอง

5. ควรเลือกบัตรที่มีการเเจ้งเตือนทางSMS(SMS alert)

เพื่อรู้ทุกความเคลื่อนไหวในบัญชีและสามารถตรวจสอบยอดเงินคงเหลือ ยอดเงินคงค้างและบริการอื่นๆได้ง่ายๆเเละสะดวกอาจมีค่าธรรมเนียมเเละค่าบริการตามเเต่ละสถาบันการเงินนั้นๆกำหนด

6. สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ(cash back)

การนำคะแนนสะสมจากบัตรเครดิตสามารถคืนกลับมาในรูปแบบของเงินสดใช้แลกแทนจำนวนเงินได้เลย หรือเพื่อใช้ซื้อสินค้าบางอย่างที่ร่วมรายการ -นำมาแลกคืนเป็นของรางวัล เช่นใช้แต้มคะแนนสะสม 2000 คะแนนใช้แลกเป็นสินค้าที่ถูกใจ เช่นกระเป๋าเดินทาง อุปกรณ์กีฬา เครื่องออกกำลังกายอาหารเสริมสุขภาพ หรือสิ่งของต่างๆได้ตั้งแต่ชิ้นเล็กไปจนถึงชิ้นใหญ่ตามแต้มคะแนนที่จะใช้แลกภายใต้เงื่อนไขที่แตกต่างกันไป แล้วแต่ละผู้ให้บริการของสถาบันการเงินนั้นๆ -นอกจากนั้นคะแนนสะสมในบัตรเครดิตของบางสถาบันการเงินยังสามารถนำไปจ่ายเป็นค่าสาธารณูปโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวันได้ เช่นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าโทรศัพท์มือถือ ค่าอาหารได้อีกเช่นกัน -สำหรับคนที่ชอบเดินทางท่องเที่ยวหรือจำเป็นต้องเดินทางบ่อยๆ สามารถนำคะแนนแลกเป็นเงินสดกลับมาเป็นตั๋วเครื่องบินให้ได้บินฟรีๆนั่นเอง นอกจากนี้บางบัตรยังสามารถนำมาแลกเป็นที่พักในระหว่างการเดินทาง หรือแลกเป็นตั๋วเครื่องบินพร้อมกับที่พักได้เลย -สามารถใช้แลกเป็นกิจกรรม สันทนาการในรูปแบบ ความบันเทิงต่างๆได้เช่น แลกเป็นบัตรชมภาพยนต์พร้อมเครื่องดื่ม แลกเป็นบัตรโยนโบว์ลิ่ง ชั่วโมงร้องเพลงคาราโอแกะ โดยสามารถนำไปใช้ได้ทั้งในโรงภาพยนต์ ห้างสรรพสินค้า หรือสถานบันเทิงต่างๆที่เข้าร่วมกับโปรโมชั่น

ความสะดวกสบายในการชำระเงิน

ปัจจุบันนี้มีบริการในการรับชำระเงินค่าบัตรเครดิตหลายช่องทางมากขึ้น หลายวิธี หลายแบบเพื่อความสะดวกสบาย ของผู้ใช้บัตร ง่ายประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ระยะทางใกล้ ที่ไหนชำระที่นั่นมีหลายทางเช่น

  • ชำระด้วยเงินสดผ่านทางออนไลน์ ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปสถาบันการเงินนั้นๆไม่ต้องเข้าคิวรอไปทำธุรกรรมด้วยตัวเองอีกต่อไป ชำระได้ทันทีหรือเลือกระบุเวลาชำระล่วงหน้า -ชำระผ่านทางไปรษณีย์ ด้วยเงินสด(Pay at Post) หรือเช็คสั่งจ่ายแล้วแต่เงื่อนไขของสถาบันการเงินนั้นๆ *หากชำระด้วยเช็คธนาคารจะถือว่าต้องได้รับเงินครบถ้วนก็ต่อเมื่อเช็คนั้นได้รับเงินตามการเรียกเก็บเรียบร้อยแล้วเท่านั้น -ชำระโดยการหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ กรอกแบบฟอร์มหนังสือยินยอมของสถาบันการเงินนั้นๆ กรณีมียอดเงินในบัญชีไม่เพียงพอธนาคารจะไม่ทำการหักได้เป็นสาเหตุให้คุณต้องเสียดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมได้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละสถาบันการเงิน - ชำระผ่านเครื่อง ATM and CDM ของทุกธนาคารได้ทุกวันตลอด24ชั่วโมง -ชำระผ่านบริการธนาคารทางโทรศัพท์ Personal Internet Banking ต้องมีบัญชีเงินฝากกับธนาคารนั้นๆ ก็สมัครเข้าใช้บริการของธนาคารนั้นๆได้ทุกวันตลอด24ชั่วโมง - ชำระผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส ที่มีเครื่องหมาย"เคาน์เตอร์เซอร์วิส" ตลอด24ชั่วโมง -ชำระโดยตรงผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารด้วยเงินสดหรือเช็ค

เปรียบเทียบบัตรประเภทเดียวกันเลือกให้ถูกวัตถุประสงค์ของตัวเอง เพื่อประโยชน์และความคุ้มค่าของคุณก่อนตัดสินใจเลือกทำบัตรเครดิต