ธุรกิจร้านกาแฟ เป็นร้านที่สามารถเปิดได้ง่ายๆ เพราะส่วนใหญ่เราจะเห็นว่าวัยรุ่นหรือคนยุคใหม่นิยมที่จะเปิดร้านแนวนี้ และคนส่วนใหญ่ก็ชอบนั่งชิวร้านแบบนี้ แต่สิ่งที่เราต้องเตรียมตัวรวมทั้งค่าใช้จ่ายต่างๆ ก็ไม่น้อยเลยทีเดียว ถึงแม้เราจะรู้เรื่องนี้มากเพียงใด แต่เราก็ไม่สามาถมั่นใจได้ทันทีว่าสามารถที่จะเป็นตามความคาดหวังของเราหรือไม่ และมันจะออกมาดีขานาดไหนนั่นเอง ดังนั้น เราจะต้องรู้ก่อนว่า จะต้องเริ่มธุรกิจร้านกาแฟอย่างไรให้ประสบความสำเร็จได้ ให้รามาดูด้วยกันต่อไปนี้

ปัจจัยในการทำธุรกิจร้ากาแฟมีอะไรบ้าง?

มีอยู่ 6 ปัจจัยในการทำธุรกิจร้านการแฟ ดังต่อไปนี้:

1.มนุษย์สัมพันธ์ที่ดี

การมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีเป็นเรื่องสำคัญมาก ที่เราจะเปิดร้านกาแฟ เพราะนอกจากรสชาติของกาแฟแล้ว ผู้คนมักจะชอบการต้อนรับและการบริการของแม้ค้าส่วนใหญ่ ถ้าเกิดว่ารสชาติกาแฟอร่อยมากแต่ถ้าบริการไม่ดี ก็ไม่สามารถดึงดูดใจลูกค้าได้

สมมุติว่าเราไปนั่งร้านกาแฟร้านนึง และรสชาติสุดยอดไปเลย แต่การบริการแย่และไม่มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี เราก็คงไม่อยากเข้าร้านนั้นอีกจริงไหม ดังนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่เราจะแสดงความใส่ใจลูกค้า และพูดจาไพเราะเสมอ รับรองว่าลูกค้าติดใจและมีลูกค้าเพียบแน่นอน

2.สร้างบรรยากาศในร้าน

บรรยากาศในร้านก็เป็นอีกอย่างที่ทำให้ลูกค้าชอบและดึงดูด ลูกค้าส่วนใหญ่มักจะชอบที่เงียบสงบ ผ่อนคลาย อาจจะเปิดเพลงเบาๆ ไม่ดังเกินไป ทำให้ผ่อนคลาย และอากาศดีสบายๆ เช่น แอร์ พัดลม เพียงเท่านี้ก็ทำให้ลูกค้าติดใจแล้ว

3.การชงกาแฟ

รสชาติของกาแฟนั้นจะต้องถูกสร้างสรรค์มาจากทักษะโดยเฉพาะ เราวสามารถเข้าฝึกอบรบวิธีการชงกาแฟเพื่อเพิ่มทักษะให้กับตัวเองได้ รสชาติของกาแฟที่อร่อย จะทำให้ดึงดูดลูกค้าอย่างมากเลยทีเดียว

4.ของหวาน

การดื่มกาแฟ จะต้องควบคู่กับขนมด้วย ถ้ายิ่งมีทั้งเครื่องดื่มที่หลากหลายและขนมหลายๆ อย่าง เมนูก็จะดึงดูดลูกค้าให้อยากเข้ามาอีกเรื่อยๆ เพราะมีครบทุกอย่างนั่นเอง

5.มีโปรโมชั่นสุดคุ้ม

สิ่งที่จะทำให้ลูกค้าชอบและเข้ามาบ่อยๆ คือ โปรโมชั่นนั่นเอง เช่น 10 แก้ว ฟรี 1 ตามใจเรา หรืออาจจะมีโปรโมชั่นส่วนลดได้ด้วย นี่ทำให้ลุกค้าชอบใจอย่างแน่นอน

6.ความสะอาดของห้องน้ำ

สิ่งที่สำคัญคือความสะอาด ไม่ว่าจะที่ไหนก้ต้องสะอาดเสมอ ที่ต้องเน้นคือห้องน้ำ และทำความสะอาดเป็นประจำ ทำให้ลูกค้ารู้สึกสะอาด มีสุขอนามัยที่ดีด้วย เมื่อเราทำเช่นนี้ก็จะทำให้ลูกค้าชอบ และอยากที่จะมาบ่อยๆ นั่นเอง

สิ่งที่ควรรู้ก่อนเปิดร้านกาแฟมีอะไรบ้าง

มี 5 ข้อที่ต้องรู้ก่อนเปิดร้านกาแฟ ดังนี้:

1.ความเตรียมพร้อม

การเตรียมแผนธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จได้จะต้องวางแผนอย่างดี เช่น ที่ทำเล ทุน และสิ่งที่ทำให้ก้าวหน้า ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะเตรียมอย่างดี เพราะเมื่อลงทุนจะได้รู้ว่าต้องดำเนินการประมาณไหน

2.สินค้า

ทดลองทำสินค้า ให่มั่นใจว่ารสชาติของกาแฟเราดีพอที่จะวางขายได้ เช่น วิธีชงกาแฟ คุ้กกี้ เค้ก หรืออาหารว่างต่างๆ ควรเช็คให้ดีก่อนทีจะไปวางขาย หลังจากเปิดร้านไปแล้วพักหนึ่ง ก็มาเช็คดูอีกทีว่า สินค้าไหนขายดี และสินค้าอันไหนขายไม่ค่อยได้ อาจจะตัดสินค้าชิ้นนั้นออกไป

3.พนักงาน

พนักงานแต่ละคนใจต้องเข้าถึงใจลูกค้า ใส่ใจลูกค้าเสมอ อบอุ่นและเป็นมิตรกับลูกค้า มีความคิดใจแง่บวกและมารยาทต่าง สิ่งนี้สามารถฝึกสอนกันได้ เพื่อดึงดูดลูกค้านั่นเอง

4.ความเอื้ออำนวย

อำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า อาทิ อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในยุคปัจจุบัน มีที่นั่งสบายๆ ให้เช็คงาน ถ้าเกรงว่าจะทำให้ลูกค้านั่งนานเกินไปและไม่สั่งอาหารเพิ่ม ทำให้การหมุนเวียนของโต๊ะไม่ถี่เท่าที่ควรจะทำให้ได้ลูกค้าประจำมากขึ้น

5.ตกแต่งร้านแบบมีดีไซน์ ให้น่าจดจำ

การตกแต่งร้านให้สวย ไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนมากนัก เพียงแต่เราต้องมีไอเดีย และคอนเซ็ปต์สำหรับร้านของเราให้ชัดเจน ว่าต้องการรูปแบบไหน สไตล์เป็นอย่างไร โดยเราต้องคำนึงถึงทำเล และกลุ่มลูกค้าของร้านด้วย เช่น หากเราเปิดร้านแถวมหาวิทยาลัย ร้านของเราก็ควรจะตกแต่งไปในทางน่ารักสดใส ดูสบายตา แต่หากเปิดแถวออฟฟิศ แหล่งคนทำงาน ร้านของเราก็อาจจะตกแต่งสไตล์ลอฟท์  หรือคลาสสิค ให้ดูดีแบบมีความน่าเชื่อถือ แต่ไม่ถึงกับหรูหรา เพราะหากเน้นความหรูหรา ลูกค้าอาจจะคิดว่าร้านของเราจำหน่ายกาแฟราคาสูงได้ นอกจากนี้ ก็ควรทำป้ายบอกราคาเครื่องดื่มให้ชัดเจน อาจจะมีตั้งป้ายไว้หน้าร้านเลยก็ดี ส่วนการตกแต่งร้านในส่วนของเคาน์เตอร์ โต๊ะ เก้าอี้ และของประดับตกแต่งตามจุดต่างๆ ก็ควรเป็นไปในแนวทางเดียวกัน เน้นไอเดีย ความครีเอท แล้วร้านของเราก็จะโดดเด่น สะดุดตาแน่นอน

ปัญหาธุรกิจร้านกาแฟที่ทุกคนต้องเจอมีอะไรบ้าง?

มี 6 ปัญหาที่ธุรกิจร้านกาแฟต้องเจอ ดังต่อไปนี้

1.สั่งน้อยนั่งนาน

นี่ถือเป็นปัญหาที่ปกติมาก และทุกร้านกาแฟคงเคยเจอกันมาแล้วแน่นอน วิธีแก้ไขคือด้วยการตั้งราคาที่สูงขึ้นมาอีกนิด โดยบวกค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียโอกาสต่างๆ ที่จะเกิดจากปัญหานี้เพิ่มไปด้วย แลกกับการเอาใจลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในร้านของเรานั่นเอง

2.ที่นั่งไม่พอ

ถ้าเราขายดีก็เป็นเรื่องดี แต่อาจจะดีจนทำให้เกิดปัญหาที่นั่งไม่พอ หรืออาจจะไม่ได้ขายดีแต่บางคนนั่งนานทำใหไม่มีที่นั่งพอ วิธีแก้คือ เพิ่มโต๊ะเก้าอี ให้มากขึ้นนี่ก็ช่วยได้ หรืออีกวิธีหนึ่ง คือ ติดป้ายเป็นคำพูดที่ขอความเห็นใจแบบน่ารักๆ คนที่นั่งนานๆ เขาจะได้นึกขึ้นได้ ว่ามีลูกค้าคนอื่นรออยู่

3.เสียงดังรบกวนโต๊ะอื่นๆ

ปกติก็มักจะมีคนพูดเสียงดังบ้างซึ่งรบกวนคนอื่น นี่อาจจะทำให้คนอื่นหงุดหงิดหรือมีปัญหาได้ ดังนั้น ควรที่จะมีป้ายเตือนเสมอ เช่น กรุณาอย่าส่งเสียงดังจนเกินไป บางทีเราอาจเกรงใจไม่กล้าพุดจรงๆ ใช้วิธีนี้ได้ แต่ถ้าดังเกินไปก็อาจจะต้องไปบอกเขาอย่างสุภาพ เพื่อรักษาลูกค้ารายอื่นๆ ไม่ให้เขาหงุดหงิดจนลุกออกจากร้าน

4.ที่จอดรถ

ที่ทำเล ที่จอดรถอาจจะไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าไม่มีที่จอดรถอาจทำให้เสียลูกค้าไปได้ ถ้าเกิดร้านเราเป็นร้านที่คนแน่นตลอดและที่จอดรถไม่ค่อยพอ ก็จะต้องหาพื่นที่เช่าจอรถสำหรับลูกค้าเพิ่ม นี่ก็จะช่วยได้มากขึ้นนั่นเอง

5.พนักงานในร้าน

พนักงานเป็นเรื่องใหญ่ที่จะต้องเลือกดีๆ ก่อน เพราะเราไม่รู้ว่าแต่ละคนเป็นอย่างไร บางคนอาจจะไม่มีใจบริการ บ้างก็ไม่ซื่อสัตย์ เราเห็นบ่อยๆ ในข่าวที่พนักงานขโมยเงิน ซ่อนเงินไว้ ซึ่งปัญหานี้ป้องกันได้ง่าย โดยการติดกล้องวงจรปิด คุ้มแก่การที่เอามาติดไว้ ถึงแม่จะเป็นเรื่องง่ายที่แก้ปัญหา แต่เราควรหาพนักงานดีๆ ก่อนเสมอ เพราะถึงแม้ปัญหาเกิดขึ้นเราจะต้องมาเสียเวลากับพนักงานอีกแน่นอน

6.คู่แข่ง

ธุรกิจร้านกาแฟ เป็นธุรกิจที่กำลังได้รับความนิยมสูงมากในยุคนี้  ทำให้ธุรกิจร้านกาแฟเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง การจะเป็นหนึ่งในผู้อยู่รอด หรือประสบความสำเร็จนั้นจึงต้องแลกมาด้วยการลงทุนลงแรงที่หนักหน่วง  ต้องศึกษาข้อมูลตลาด และคู่แข่งอย่างรอบคอบ วางแผนอย่างดีจึงจะฝ่าฟันวิกฤติและปัญหาต่างๆ ไปได้ หนึ่งเคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณเอาชนะคู่แข่งของคุณไปได้ก็คือการชูจุดเด่นของร้านที่แตกต่างจากร้านอื่นให้ชัดเจน

ทำอย่างไรไม่ให้ธุรกิจร้านกาแฟเจ๊ง?

มี 4 ข้อ ทำอย่างไรไม่ให้ธุรกิจร้านกาแฟเจ๊ง?

1.รสชาติ

รสชาติเป็นเรื่องสำคัญของความประสบความสำเร็จเลยทีเดียว ถ้าบรรยากาศร้านดีแต่รสชาติไม่ดี ลูกค้าก็จะหันไปร้านอื่นนั่นเอง เป็นสาเหตุทำให้รานกาแฟเรานั้นเจ๊ง

2.ทำเลที่ตั้ง

หากร้านของเราที่ตั้งอยู่ในที่มีคนเดินมากและมีความสะดวกทำให้ผู้คนแวะพักการเข้าไปถึงพื้นที่ที่ยังไม่มีคู่แข่ง และซื้อใจลูกค้าได้ก่อนจะได้เปรียบคนที่มาตั้งทีหลัง บางครั้งเราเปิดร้านอยู่ก่อนแล้ว มีคู่แข่งมาเปิดใกล้ ๆ หากร้านเรายังมีลูกค้าประจำ โอกาสรอดก็มีมาก

3.วัตถุดิบ

  • แก้วกาแฟ หลายคนอาจไม่ได้คิดถึง แต่แก้วกาแฟที่ชวนให้ดื่มเหมือนกับเป็น Packaging ให้กับกาแฟในแก้วนั้นๆ เวลาลูกค้าซื้อกาแฟแบบ “กลับบ้าน” ก็จะต้องนำแก้วกาแฟกลับไปด้วย หากมันดูดีมีชาติสกุล ก็ทำให้ลูกค้ารู้สึกดี พลอยทำให้รู้สึกว่ากาแฟนี้รสชาติดีได้เหมือนกัน
  • เมล็ดกาแฟ การคัดเลือกเมล็ดกาแฟที่ดี โดยเฉพาะเรื่องของ “กลิ่น” ถ้ากลิ่นดีนอกจากจะเป็นการชวนให้คนเข้าร้าน ยังทำให้รู้สึกดี ผ่อนคลายอารมณ์ด้วยเช่นกัน
  • การบริการของพนักงาน ตั้งแต่พนักงานชงกาแฟ ไปจนถึงพนักงานเสิร์ฟ ควรยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นกันเอง บางคนซื้อกาแฟร้านนี้เพราะความ “คุ้นเคย” กับผู้ให้บริการทำให้ติดใจมาซื้อซ้ำบ่อยๆ ก็มี

4.เงิน

  • ก้อนแรก: ใช้สำหรับหมุนเป็นสภาพคล่อง ก้อนนี้ควรจะเป็นเงินสด เอาไว้หมุนเวียนรายวัน ซื้อเมล็ดกาแฟ ซื้อวัตถุดิบต่างๆ รายเดือนก็จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าพนักงาน เป็นต้น ควรมีเงินทุนหมุนเวียนที่เพียงพอต่อรายจ่ายต่อเดือน หรือต่อปีขึ้นไปนั่นเอง

  • ก้อนที่สอง: เก็บเป็นทุนสำรอง 
ก้อนนี้สำหรับเก็บสะสมไว้ยามฉุกเฉิน เผื่อมีเหตุการณ์ไม่คาดคิด โดยควรแบ่งกำไรที่ได้จากการประกอบกิจการมาเก็บไว้ จะฝากไว้กับธนาคาร หรือนำไปลงทุนระยะยาวก็ได้

  • ก้อนที่สาม: เงินก้อนสำหรับลงทุนขยายกิจการ

กิจการที่ดีไม่ควรหยุดนิ่ง หากมีเงินเหลือควรแบ่งมาลงทุนเพื่อขยายกิจการเพิ่มเติม หรือเก็บไว้ปรับปรุงร้านให้ดูดีเสมอ เพราะหากมีคู่แข่งเข้ามา ร้านเรามีลูกค้าประจำแล้ว แถมยังดูดี ก็จะช่วยรักษาลูกค้าได้ในระยะยาวนั่นเอง

สรุป เราต้องทำอย่างไรให้ร้านกาแฟประสบความสำเร็จ?

อยากที่เราได้ทราบไปว่าต้องทำอย่างไร เพื่อที่จะประสบความสำเร็จ เราจะต้องพยายามทำตามสิ่งเหล่านี้ เพื่อที่จะดึงดูดลูกค้าได้นั่นเอง ทั้งรสชาติที่ดี ใจบริการ ความสะอาดต่างๆเป็นเรื่องสำคัญทุกอย่างเพื่อไม่มีที่ติ หลายคนที่อยากจะประสบความสำเร็จธุรกิจร้านกาแฟนั้นซึ่งทำตามที่กล่าวมานี้ก็จะประสบความสำเร็จแน่นอน