หลาย ๆ คนอาจะเคยได้ยินเกี่ยวกับ บัตร แบล็คการ์ด แต่ก็ยังไม่เข้าใจอย่างชัดเจนว่า บัตร แบล็คการ์ด นั้น มีข้อดีหรือสิทธิพิเศษอะไร และทำยังไงถึงจะถือบัตร แบล็คการ์ด มาใช้ได้ วันนี้เราจะรวบรวมข้อมูลที่มีประโยชน์เกี่ยวกับบัตร แบล็คการ์ด มาให้ทุกคนได้รู้จัก แบล็คการ์ด ได้ดียิ่งขึ้น

black card

Ruslan Grumble/shutterstock.com

แบล็คการ์ดคืออะไร

บัตรแบล็กการ์ดนั้นมาจากบัตร American Express Centurion Card ซึ่งเป็นบัตรที่รู้จักกันในชื่อ “Amex Black” ซึ่งผู้ที่จะถือบัตรแบล็คการ์ดไม่ใช้ว่าใครก็จะไปสมัครบัตรแบล็คการ์ดใบนี้ได้ง่าย ๆ นะคะ เพราะผู้ที่สามารถมีบัตรแบล็คการ์ดไว้ในครอบครองนั้น จะต้องมาจากการได้รับเชิญเพียงอย่างเดียวเท่านั้น และสำหรับผู้ที่ได้รับเชิญนั้นจะถูกคัดเลือกอย่างละเอียด จากข้อมูล ทั่วโลก แบล็คการ์ด นั้นมีอยู่ไม่ถึง 10,000 ใบ ดังนั้นบัตรเครดิตแบล็คการ์ดนั้นถือได้ว่าเป็นบัตรเครดิตที่มีสิทธิประโยชน์ และ มีสิทธิพิเศษมากที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ในตอนนี้ บัตรเครดิตแบล็กการ์ดจึงถึงเป็น king of credit card นั่นเองค่ะ

ผู้ที่มีสิทธิ์ถือแบล็คการ์ด

อย่างที่เกริ่นไปข้างต้นว่า ผู้ที่สามารถมีบัตรแบล็คการ์ดไว้ในครอบครองนั้น จะต้องมาจากการได้รับเชิญเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ไม่สามารถจะสมัครเองได้ ซึ่งผู้ที่ได้รับการเชิญให้ใช้บัตรเครดิตแบล็คการ์ดนั้นจะต้องผ่านการคัดเลือกอย่างละเอียด นอกจากนั้น บัตรแบล็คการ์ด นั้นจะมีค่าธรรมเนียมแรกเข้าด้วยค่ะ คือ 5,000$ และยังมี ค่าธรรมเนียมรายปีคือ 2,500$ ถ้าเรามาลองคิดคำนวณเป็นเงินไทยก็จะตกอยู่ที่ ประมาณ160,200 บาท และ 80,100 บาท ซึ่งผู้ถือบัตรแบล็คการ์ดนั้นจะต้องมีรายได้ในขั้นต่ำต่อปีอยู่ที่ 1.3 ล้านดอลล่าสหรัฐและรวมทั้งหมดประมาณ 16 ล้านดอลล่าร์เป็นอย่างน้อยๆ ถ้าลองคิดคำนวณแบบง่าย ๆ โดยการคูณ 30 เข้าไปก็จะได้เป็นเงินไทย ซึ่งแค่ค่าใช้จ่ายทั่วไปในชีวิตที่ใช้ประจำวันอย่างเดียวนั้นก็คงจะไม่พอที่จะมีคุณสมบัติได้ถือครองบัตร แบล็คการ์ดใบนี่ได้

คุณสมบัติของแบล็คการ์ด

ทีนี้เรามาดูคุณสมบัติของผู้ที่สามารถจะมีสิทธิที่จะถือบัตร แบล็คการ์ดหรือ (Amex Black) กันบ้างค่ะ ซึ่งคุณสมบัติของคนที่จะได้รับบัตรเครดิตใบนี้ก็คือ คุณนั้นจะต้องใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต Amex ใบอื่นภายในปีนั้นเกิน 250,000 ดอลล่าร์สหรัฐ คิดคำนวณง่าย ๆ เป็นเงินไทย ก็ตกอยู่ที่ประมาณปีละ 8,100,000 บาท จากเลขก็ถือได้ว่ามีมูลค่าอย่างมหาศาลมาก เลยล่ะ - ต้องมีเงินคงเหลือติดในบัญชี 5 ล้าน US เพื่อเก็บเอาไว้เป็นเงินค้ำประกันบัตรแบล็คการ์ด - ต้องมียอดในการใช้จ่ายรายปีมากกว่า 750,000 us ต่อปี - ต้องไม่เคยเป็นบุคคลที่มีประวัติเสียหาย หรือด่างพร้อยใน ทางด้านการเงินมาก่อน - บัตรแบล็คการ์ดจะมีค่าธรรมเนียมแรกเข้าด้วย คิดเป็น 5,000 US และในปีต่อๆไปคิดเป็น 2,500 US ต่อปี - ในกรณีการชำระค่าตั๋วเครื่องบิน ถ้าจ่ายด้วยบัตรแบล็คการ์ด นี้ จะต้องเลืองที่นั่งในระดับ First Class เท่านั้น ถ้านั่งในระดับต่ำกว่า first Class บัตรแบล็คการ์ดนี้ก็จะไม่รับจ่าย - ในส่วนของค่าธรรมเนียมของออกบัตรแบล็คการ์ดออกใหม่นั้น จะอยู่ที่ 25,000 US ถือว่าราคาถูก เป็นเพราะว่า เนื่องจากบัตรนี้ทำมาจาก วัสดุอย่างดี คือ ทำจาก ไททาเนียมทั้งบัตรจึงทำให้บัตรแบล็คการ์ด นั้นจึงมีราคาสูงด้วย

สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับจากแบล็คการ์ด

ถ้าเป็นบัตรแบล็กการ์ดของ(Amex Black) นั้น วงเงินมีให้ใช้อย่างไม่จำกัดกันไปเลย ใช้จ่ายได้เต็มที่มาก ๆ และยัง มีสิทธิพิเศษชั้นเลิศเพราะว่ามีบริการเลขาส่วนตัวเพื่อจะมาคอยช่วยในการช้อปปิ้งกับแบรนด์แนมต่าง ๆ คอยเทคแคร์ดูแลให้อย่างดีทุกอย่าง นอกจากนั้นก็ยังสามารถจะเข้าไปแอร์พอร์ตของที่ไหนก็ได้ทั่วโลกเลย ที่สำคัญยังได้ priority pass สำหรับใช้เข้าเลานจ์สนามบินทัวร์โลกได้สบาย ๆ โดย ไม่จำกัดจำนวนครั้งอีกด้วย และยังได้เป็นสมาชิกคลับระดับ elite ในหลาย ๆ ที่อีกด้วย ยังมีสิทธิประโยชน์อีกมากมายค่ะ ดีงามมาก ๆ อาทิเช่น - วงเกินไม่กำกัด เท่าที่มีแรงจะรูด - สามารถใช้บริการ เครื่องบินส่วนตัวฟรี 1 ครั้งต่อปี เดินทางไปไหนก็ได้ทั่วโลก - ห้องพักรับรอง first Class ทุกสนามบินนานาชาติมั่วโลก - สามารถเข้า Club ที่ไหนก็ได้ทั่วโลก เพียงโปรไปที่ AMEX - มีเลขาส่วนตัว ไม่ใช่ Call center คอยบริการตลอดที่คุณถือบัตร - รถรับส่งจากบ้านถึงสนามบิน ไม่จำกัดจำนวนครั้ง - ที่สนามบินในอเมริกา มีตรวจหนังสือเดินทางสำหรับ ผู้ถือบัตรแบล็คการ์ดนี้เท่านั้น

บริษัทใดบ้างที่ให้บริการแบล็คการ์ด

หลังจากที่มีบัตรแบล็คการ์ด Amex Black ออกมา ตอนนี้ก็มีธนาคาร หลาย ๆ เจ้าก็ได้ทำการออกบัตรเครดิตการ์ดสีดำมาเช่นกัน ซึ่งมาพร้อมกับสิทธิพิเศษน่าสนใจ ๆ ที่ชวนให้เหล่าเศรษฐีมาเป็นเจ้าของแบล็คการ์ดเช่น -บัตรเดอะวิสดอมกสิกรไทย (วีซ่า อินฟินิท) ของธนาคารกสิกร -บัตรเครดิต KTB Precious plus Visa Infinite ของธนาคารกรุงไทย - True Black Card - ธนชาติแบล็คการ์ด - UOB Black Card ซึ่งในรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แบล็คการ์ด (Black Card) สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมกันได้กับทางธนาคารที่ท่านสนใจจะสมัครบัตรเครดิต แบล็คการ์ดได้เลย สำหรับวันนี้หลายคนคงได้รู้จักเจ้าบัตร แบล็คการ์ด (Black Card ) กันมากขึ้นแล้วว่าเป็นยังไงบ้าง มีประโยชน์และสิทธิพิเศษยังไง หวังว่าบทความนี้คงช่วยให้หลาย ๆ คนให้มีความรู้เกี่ยวกับบัตรเครดิตชนิดนี้มากขึ้นและสามารถที่จะเลือกใช้บัตรเครดิตที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง เพื่อจะได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุดและความคุ้มค่ากับทุกคนนะคะ