หลายคนคงจะกำลังเจอกับสภาวะเงินขาดมือ อันเนื่องมาจากปัญหาหนี้สินต่างๆที่ตัวเองได้ก่อไว้ ส่วนใหญ่มาจากหลายสาเหตุ เช่น บางท่านสมัครบัตรเครดิตไว้หลายใบ แต่ละใบล้วนมีวงเงินมหาศาล อย่างน้อยๆ ก็สามเท่าของเงินเดือน ทำให้ลืมตัว ใช้จ่ายอย่างไม่ยั้งคิด และกว่าจะรู้ตัวอีกที ยอดหนี้ต่อเดือน ก็มากเกินเงินเดือนตัวเองไปแล้ว

บางคนอาจจะกู้มาด้วยความจำเป็น เพราะต้องเป็นเสาหลักให้ครอบครัว มีภาระที่ต้องรับผิดชอบมากมาย แต่ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม ท่านไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขเหตุการณ์ในอดีตได้อีกแล้ว สิ่งเดียวที่ท่านสามารถทำได้ในเวลานี้คือ หาทางปลดหนี้ ทุกบัตรจากยอดแสนให้กลายเป็นศูนย์ให้ได้ ฟังดูเหมือนจะยากแต่ที่จริงแล้วทำได้ไม่ยากเลย

มีข้อมูลจากบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ ออกมาว่า ปัจจุบันคนรุ่นใหม่ที่มีอายุอยู่ในช่วง 16-35 ปี เป็นหนี้ 5.24 ล้านคน มูลค่าหนี้รวมกันประมาณ 2.2 ล้านล้านบาท  และพบว่ามีการผิดชำระหนี้ ประมาณ 1.1 ล้านคน และยังพบหนี้เสียอีกประมาณ 20% ถือเป็นตัวเลขที่น่าตกใจ และไม่แน่ใจว่า ในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นกับคนกลุ่มนี้ จะมีปัญหาทางการเงินที่เรื้อรังเพิ่มขึ้นหรือไม่  หากไม่มีการให้ความรู้ทางเงินกับคนกลุ่มนี้ ไม่แน่ว่าจะส่งผลเสียต่อคุณภาพชีวิตตอนแก่ ที่ ต้องมานั่งแบกรับภาระหนี้สินอันอ่วมอรทัย

ดังนั้น เมื่อบางคนเริ่มรู้สึกตัวขึ้นมาก็คงอยากจะปลดหนี้แล้ว มีวิธีที่ช่วยคุณจากบทความนี้ดังนี้ค่ะ หยุดสร้างหนี้ / คำนวณจำนวนหนี้ที่มีทั้งหมด / คำนวณรายได้ที่ทั้งหมด / ปลดหนี้ทีละอย่าง / เปลี่ยนแปลงนิสัยการใช้จ่าย /  ติดต่อเจ้าหนี้เพื่อเจรจา เป็นต้นค่ะ

หยุดสร้างหนี้

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า การใช้โฆษณาการตลาดนำของสถาบันการเงินในรูปแบบต่าง ๆ เช่น รถแลกเงิน สินเชื่อเงินสด สินเชื่อเอนกประสงค์ เป็นต้น กลายเป็นสิ่งเร้าที่กระตุ้นให้ประชาชนภาคครัวเรือนส่วนหนึ่งอดใจไม่ไหว จนคล้อยตามคำโฆษณาและเข้าไปติดกับดักหนี้จนบางรายแทบจะหาทางออกไม่เจอ ซึ่งการเป็นหนี้ได้ง่าย ๆ ทำให้เกิดการใช้จ่ายเงินเกินตัวและอาจเกิดภาวะหนี้สินล้นพ้นตัวได้ 
หากไม่อยากติดกับดักหนี้ ก่อนใช้บริการสินเชื่อทุกครั้งจึงควร  คิดก่อนก่อหนี้ กันสักนิด   หลัก ๆ ที่สำคัญคือ: 
- ต้องไม่หลงก่อหนี้ตามคำโฆษณา
- ก่อหนี้เมื่อมีความจำเป็นจริง ๆ  และต้องเป็นในจำนวนที่น้อย
- ควรหาข้อมูลการขอสินเชื่อเปรียบเทียบจากหลาย ๆ แห่งก่อนสร้างหนี้
- ต้องมีรายได้เพียงพอในการชำระหนี้
- ที่สำคัญที่สุด ควรหลีกเลี่ยงเงินกู้นอกระบบ ทั้งนี้ ยอดหนี้ที่ต้องชำระต่อเดือนที่ปลอดภัยสำหรับการดำรงชีวิต ไม่ควรจะเกิน 50% ของรายได้ในแต่ละเดือน แต่ถ้าจะให้ดีที่สุด หยุดสร้างหนี้ไปเลยดีกว่าค่ะ ดังนั้น ก่อนจะตัดสินใจซื้ออะไร  ต้องคิดทบทวนให้ดี ให้รอบคอบ ว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นจริง ๆ  ไม่ใช่สิ่งที่อยากได้ เช่น ถ้าซื้อรถโดยวิธีผ่อนชำระ ค่าใช้จ่ายที่จะมีเพิ่มขึ้นตามมาด้วย เช่น ค่าผ่อนรถ ค่าน้ำมัน หรือค่าเช่าที่จอดรถ เป็นต้น ในท้ายที่สุดแล้ว ท่านจะเป็นอีกผู้หนึ่งที่โชคดีที่สามารถขจัด ปัดเป่า หนี้ให้หลุดไปได้ หลังจากนี้ ก็ควรที่จะหันมาเก็บออมสำรองเงินไว้ใช้ยามจำเป็นต่อไป

หากท่านมีความจำเป็นต้องก่อหนี้ในครั้งต่อไปก็พึงระมัดระวังให้ดี  และต้องตระหนักว่า หนี้ใหม่ที่จะเกิดขึ้นควรเป็นหนี้ที่ดีและควรก่อ  เป็นหนี้ที่ทำให้เรามีรายได้หรือทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเท่านั้น  เพราะครั้งต่อไปท่านอาจจะไม่โชคดี สามารถขจัดหนี้ให้หลุดได้เหมือนกับครั้งที่ผ่านมาก็ได้นะคะ

คำนวณจำนวนหนี้ที่มีทั้งหมด

เมื่อเป็นหนี้หลายราย หลายแหล่ง แถมอัตราดอกเบี้ยก็แตกต่างกันมาก  เราควรที่จะยุบจากหลาย ๆ แหล่ง แล้วย้ายทุกแหล่งมารวมกันไว้อยู่เป็นที่เดียวกัน เพื่อง่ายต่อการชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย นั่นก็คือ  ถ้าเราเป็นหนี้อยู่ 5 ราย แต่ละราย  วันชำระเงินก็แตกต่างกันไป  ถ้าเป็นอยู่อย่างนี้ ในแต่ละเดือนเราจะต้องคิดอยู่เสมอว่า  วันไหนถึงกำหนดชำระรายไหน จำนวนเงินเท่าไหร่  จะเอาเงินจากไหนมาชำระหนี้

ฉะนั้น เราจึงควรหาแหล่งเงินกู้แหล่งใหม่ที่สามารถกู้แล้วได้เงินมากลบหนี้ทั้ง 5 รายนี้ได้  ค่าดอกเบี้ยที่เสียให้แหล่งใหม่ควรมีจำนวนที่น้อยกว่าหรือเท่ากันกับค่าดอกเบี้ยเดิมเป็นดีที่สุด  ผลดีที่สามารถรวมทุกหนี้มาไว้ที่เดียวกันได้คือ  ทำให้ง่ายต่อการจดจำวันชำระหนี้จาก 5 วันเป็นเหลือเพียงแค่ 1 วัน ทำให้มีสมาธิในการทำงานเพิ่มขึ้น เป็นต้น

คำนวณรายได้ที่มีทั้งหมด

คุณเคยสงสัยไหม ว่าเงินของคุณหายไปไหน ทันทีที่คุณแลกเงินเป็นย่อยปุ๊บ กว่าจะรู้ตัว คุณก็เหลือติดตัวแค่ไม่เท่าไหร่แล้ว ดังนั้นการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ถือว่าสำคัญมากเลยทีเดียว ถ้าขี้เกียจพกสมุดเล่มหนา ไม่อยากนั่งตีตารางให้เสียเวลา ปัจจุบันก็มีหลายวิธีให้เลือกทำ เช่น จดลงแท็ปเล็ต หรือในโทรศัพท์มือถือของคุณเอง หากไม่สะดวกอีก ตามร้านหนังสือหรือร้านเครื่องเขียนชั้นนำทั่วไป มีสมุดรายรับรายจ่ายเล่มเล็กๆขายกันอยู่ที่ราคาเริ่มต้นที่ 14 บาทโดยประมาณ วิธีง่ายๆเดิมแต่ได้ผลเพื่อจะรู้ค่าใช้จ่ายของตัวคุณเองค่ะ

ปลดหนี้ทีละอย่าง

การชำระหนี้จะต้องมีการวางแผนอย่างเป็นระบบ หลักคิดของวิธีการนี้คือ ทยอยปิดหนี้ทีละราย ด้วยเงินคงเหลือในแต่ละเดือน โดยให้เน้นชำระเกินจากขั้นต่ำ เพราะเงินส่วนเกินจากขั้นต่ำที่เรานําไปชําระหนี้ จะถูกนําไปตัดเงินต้น และด้วยวิธีการนี้จะทําให้หนี้หมดเร็วขึ้นค่ะ

เมื่อคุณมีโอกาสได้เงินก้อนมา เช่น เงินโบนัส ให้เลือกชําระ หรือ ปิดหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงสุดก่อนเป็นลําดับแรก ถ้ามีดอกเบี้ยสูงสุดเท่ากันสองรายการ ให้เลือกนำเงินไปปิดหนี้ที่มีวงเงินเหลือน้อยกว่าก่อน หัวใจสำคัญของการ (โปะ) คือการต้องปิดหนี้ทีละรายการ อย่ากระจ่ายเงินใส่หนี้หลาย ๆ ก้อน เพราะนั่นจะทําให้ภาระหนี้ต่อเดือนไม่ลดลง หรืออีกวิธี คือเลือกนําเงินก้อนไปโปะหนี้ที่ลดต้นลดดอกก่อนค่ะ ถือเป็นการลดภาระดอกเบี้ยของคุณต่อเดือน ให้ลดน้อยลงไปได้เช่นกัน เพียงเท่านี้หนี้ของคุณก็จะค่อยๆหายไปทีละอย่างค่ะ

เปลี่ยนแปลงนิสัยการใช้จ่าย

วิธีนี้ก็ต้องทำควบคู่ไปกับการทำบัญชีค่ะ คือ ลดรายจ่ายฟุ่มเฟือย หากเงินไม่พอใช้ในแต่ละเดือน ลองปรับวิธีคิด เป็นหาวิธีลดรายจ่ายอื่น ๆ แทนการก่อหนี้เพิ่ม และเมื่อคุณเปลี่ยนวิธีคิดได้แล้ว ก็จะปลดหนี้ได้เร็วเช่นกัน โดยการลดค่าใช้จ่ายนั้นง่ายมาก เพียงแค่คุณจดบันทึกรายรับ – รายจ่าย ว่าในแต่ละวันคุณหมดเงินไปกับอะไรบ้าง เมื่อหมดวัน ให้คุณดูบันทึกนั้น คุณจะรู้ได้ทันที ว่ารายจ่ายอันไหนที่คุณสามารถตัดทิ้งออกไปได้นั่นเองค่ะ

ตัวอย่างเช่น ค่ากาแฟแก้วละเป็นร้อย เป็นต้น ขั้นต่อมาคือการเริ่มต้นมองหาหนทางชําระหนี้ แนวทางคือมองหาเงินก้อนเพื่อมาโปะให้หมดไป โดยลองสํารวจดูสิว่า ตัวคุณมีโอกาสที่จะได้รับเงินก้อนหรือไม่ ถ้ามีให้วางแผนกันเงินก้อนนี้บางส่วนเผื่อไว้สําหรับชําระหนี้ หรือถ้าไม่มีเงินก้อน ให้นำทรัพย์สินบางอย่างที่สามารถแปลงเป็นเงินได้บางส่วนไปขาย เพื่อนําเงินมาชําระหนี้ด้วยก็เป็นได้ นั้นก็แล้วแต่คุณจะหาวิธี หรือ หาช่องทางสร้างรายได้เพิ่มค่ะ

ถ้าคุณเก่งคอมพิวเตอร์ คุณสามารถใช้ความสามารถพิเศษเหล่านั้นของคุณหารายได้เพิ่มได้ไม่ยาก เปิดเฟสบุ๊คขึ้นมาสักเพจหนึ่ง รับแต่งภาพ ทำโปรแกรม ตัดต่อโฆษณา รับออกแบบป้ายสินค้า หรืออะไรก็ตามที่คุณถนัด หรือคุณเป็นผู้หญิง มีฝีมือในการทำเบเกอรี่ ก็ลงทุนน้อยๆ ซื้อเครื่องทำโดนัตสำเร็จรูป มาทำโดนัทส่งขายเป็นรายได้พิเศษในวันหยุดหรือหลังเลิกงาน เลือกทำอาหารชนิดที่ไม่ต้องใช้เวลานานๆในการผลิต เพื่อที่คุณจะได้มีเวลาพักผ่อนบ้าง

ติดต่อเจ้าหนี้เพื่อเจรจา

การเจรจาประนอมหนี้เป็นวิธีที่ดี เพราะถ้าหนี้ที่เรามีอยู่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามจำนวนเงินหรือเงื่อนไขที่เจ้าหนี้กำหนดได้ ให้หาวิธีเจรจาขอประนอมหนี้ เช่น ขอลดจำนวนเงินที่ต้องผ่อนในแต่ละงวด หรือ ขอยืดเวลาในการชำระหนี้ เพราะบางอาชีพมีความเสี่ยงเรื่องรายได้ โดยเฉพาะอาชีพเกษตรกรที่รายได้ไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับ ฤดูกาล และ พืชผลทางการเกษตร เช่น ชาวสวนยาง เมื่อก่อนราคายางมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละประมาณ 180 บาท แต่ปัจจุบันราคายางลดลงเหลือกิโลกรัมละประมาณ 80 บาท

เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์ทีดีต่อเจ้าหนี้และตัวเราเอง  เราจึงไม่ควร หนีหนี้ หนีหน้า  หนีปัญหาด้วยการฆ่าตัวตาย  และไม่ควรยึดคติที่ว่า ไม่มี  ไม่หนี  และไม่ให้  หากท่านไม่สามารถเจรจาประนอมหนี้ได้ ให้นึกถึงคำว่า  ทุกปัญหามีทางออก ถ้าคิดอะไรไม่ออก  โทรปรึกษา 1213 กันดีกว่าค่ะ

สรุป

หวังว่าแนวทางเหล่านี้จะเป็นประโยชน์สำหรับคุณ ขอให้คุณชนะ และหมดสิ้นหนี้สินสมความตั้งใจนะคะ และที่สำคัญอย่าเผลอไปทำหนี้สินต่อล่ะ ไม่งั้นคุณก็จะจมอยู่ในวงเวียนแห่งหนี้สินไม่หมดไม่สิ้นกันเสียทีใครที่ไม่อยากเป็นหนี้ไปตลอดชีวิตก็เร่งจัดการกับปัญหาหนี้สินแล้วเริ่มวางรากฐานชีวิตวัยเกษียณให้กับตัวเองเสียใหม่ แค่นี้หนี้สินก็จะหมดไปพร้อมมีชีวิตวัยเกษียณที่ดีขึ้นแล้วล่ะ