ในทุกวันนี้ กล่าวได้เลยล่ะว่า โลกโซเชียลได้เข้ามาเป็นสื่อ ที่มีผลกระทบต่อคนทุก ๆ วัยไม่ใช่แค่เฉพาะวัยรุ่นหรือวัยทำงานอีกต่อไป แต่ผู้สูงวัยเองก็เสพสื่อเหล่านี้กันมากพอสมควรเลยล่ะ เนื่องจาก ถูกดีไซน์มาให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น มีหน้าจอที่ใช้ระบบสัมผัส สไลด์ไปก็สามารถเลื่อนไปดูสิ่งต่างๆได้ทันที ด้วยการใช้งานที่ง่ายขึ้น และราคาของโทรศัพท์ที่ถูกลงกว่าเดิม ทำให้ผู้สูงอายุหลายๆคนเข้าถึงอุปกรณ์สื่อสารได้จำนวนมากขึ้น นอกจากนั้นค่าบริการก็ถูกลงอย่างมากด้วย. เมื่อก้าวเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ ไม่ต้องทำงานเต็มเวลาเหมือนเดิม หลายคนจึงมีเวลามากขึ้นในการใช้โซเชียลมีเดีย หรือใช้เป็นอุปกรณ์การคลายความเหงาเลยด้วยซ้ำ

บางครั้งเราอาจเคยได้รับข้อความจากคุณพ่อ คุณแม่ ลุง ป้า น้า อาผ่านทาง Social Media เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นสวัสดีตอนเช้า หรือข้อความอวยพรต่าง ๆ ที่แสดงถึงความปรารถนาดี ข้อคิดดี ๆ จากศาสนา หรือคำคมเตือนใจ แม้กระทั่งแชร์ข่าวสารต่าง ๆ ด้วยซ้ำ จึงตอกย้ำถึงพฤติกรรมของเหล่าผู้สูงวัยที่ใช้สื่อออนไลน์ส่งผ่านความรักความห่วงใยแก่ลูกหลานด้วยนั่นเอง.  ซึ่งแน่นอนว่า สื่อทุกสื่อล้วนมีข้อดีและข้อเสียปะปนกันไปขึ้นอยู่กับการใช้งานของเรา ดังนั้น วันนี้จึงอยากชวนมาพิจารณา 5 ประโยชน์ของโลกโซเชียลสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อจะมีแต่ประโยชน์ ไม่ทำลายสุขภาพและความสัมพันธ์ในโลกของความจริง มาดูกัน

รับรู้สถานการณ์และข่าวสารในปัจจุบัน

เมื่อผู้สูงอายุเล่นโซเชียลมีเดีย ก็กำลัง ใช้สื่อนี้เป็นเครื่องมือในการติดตามความรู้ และก้าวให้ทันกับสถานการณ์ในโลก! ไม่ว่าจะเป็นข่าวสารบ้านเมือง กิจกรรมต่างๆ ที่มีการส่งต่อและเชิญชวนกันได้อย่างรวดเร็ว จึงไม่พลาดการอัปเดตที่น่าสนใจ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันนี่แหละ จะทำให้ผู้สูงอายุรู้ความเป็นไปในสังคมของตัวเอง ตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน หรือระดับตำบลจังหวัดของตัวเองว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น ในระดับประเทศและระดับโลกว่าตอนนี้เหตุการณ์เป็นอย่างไรบ้าง พร้อมทั้งเหมือนช่วยเปิดหูเปิดตา หากท่านเบื่อๆเมื่อยู่ในบ้าน เพราะ สมาร์ทโฟน ไอแพด แท็บเลต หรือคอมพิวเตอร์นี่ล่ะ จะทำให้วันเหงาๆของท่าน ได้ออกไปท่องโลกกว้าง และเป็นแหล่งความรู้ชั้นดี ที่สามารถหาได้ทันท่วงที ไม่พลาดโอกาส และที่สำคัญที่สุด คือ การใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์นี่ล่ะ!

เรียนรู้สิ่งใหม่ๆได้มากขึ้น

เพราะอินเตอร์เน็ตเหมือนโลกใบใหม่ที่ไม่มีวันสิ้นสุด! แน่นอนว่า สิ่งที่ช่วยผู้สูงวัยหลายๆคน ให้ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆตลอดเวลาและง่ายดาย ก็ยังเป็นสื่อสังคมออนไลน์ในยุคใหม่นี้  เพราะอายุไม่ได้เป็นอุปสรรค หากใครตั้งใจจะเรียนรู้! สมัยก่อน หากใครต้องการจะเรียนอะไรใหม่ๆ ก็ต้องไปโรงเรียน ไปเข้าคอร์สอบรม หรือสัมมนาไกลๆ แต่เมื่อมีโลกโซเชียลมาเชื่อมสังคมให้ใกล้กันขึ้น ทำให้ผู้สูงอายุ สามารถเรียนรู้ ควบคู่ไปกับวันว่างได้ เช่น YouTube , โปรแกรมคอมพิวเตอร์ใหม่ๆ หรือ แอพลิเคชั่น ก็ใช้งานง่าย สะดวก รวดเร็วกว่าที่เคย ใครที่อาจเดินทางไกลๆ ไม่สะดวก จะด้วยเวลา หรือทุนทรัพย์  โลกโซเชี่ยวและสื่อออนไลน์นี่แหล่ะ ที่สามารถทำให้ท่านสามารถเข้าถึงเรื่องราว และวิธีการต่างๆง่ายขึ้น เพียงแค่ปลายนิ้ว และบางคนอาจค้นพบตัวตนที่ตามหามานานเลยก็ได้ จึงช่วยให้ผู้สูงอายุได้ใช้ประโยชน์จากโลกโซเชียลอย่างสร้างสรรค์ มีความรู้เท่าทันโลก สามารถสืบหาข้อมูลที่ถูกต้องได้มากขึ้นด้วยตัวเอง จึงไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอีกด้วย

ใกล้ชิดกับครอบครัวและเพื่อนๆ

แน่นอน หากผู้สูงอายุไม่ได้รับความรัก ความเอาใจใส่หรือความอบอุ่นจากลูกหลานอย่างพอเพียง อาจทำให้ว้าเหว่ อ้างว้าง หรือคิดวิตกกังวลมากได้ แต่โซเชียลมีเดียก็คือเรื่องของสังคม ที่จะเป็นการทำให้ผู้สูงอายุได้สามารถติดต่อกับลูกหลาน หรือครอบครัวของตัวเองได้มากขึ้น เช่น วีดีโอคอลคุยกันหรือ LINE แมสเสจคุยกัน ไม่ว่าจะอยู่ไกลกันคนละซีกโลก ก็รู้สึกเหมือนอยู่ใกล้ชิดกันได้ตลอดเวลา แม้จะเป็นแค่การพิมพ์คุยกันแต่ก็ทำให้พวกเขาไม่เหงาอย่างเดิม ได้รู้ความเป็นไปของกันและกัน เนื่องจากโลกออนไลน์ สามารถเชื่อมต่อภาพ และสามารถคุยกันได้โดยเห็นหน้า ทำให้ทราบถึงสารทุกข์สุกดิบของบุคคลในครอบครัว สมาชิกในครอบครัวและญาติได้ จึงเหมือนการช่วยสร้างสัมพันธ์ในครอบครัวให้แน่นแฟ้นขึ้น มีตั้งแต่รุ่น ปู่ ย่า ตา ยาย  ไปจนถึง ลูก และหลานๆ ที่สามารถติดต่อสื่อสารกันในครอบครัวผ่านช่องทางออนไลน์นี่ล่ะ

นอกจากนั้น โลกโซเชี่ยลยังทำให้ ผู้สูงอายุไม่เหงา สามารถพูดคุยกันได้มากขึ้นในกลุ่มคนที่มีความสนใจด้านเดียวกัน เช่น สนใจในเรื่องของสุขภาพ การวิ่ง หรือเพื่อนเก่าๆ เมื่อต่างคนต่างมีครอบครัว และภาระหน้าที่ของตัวเอง แต่ด้วยสื่อโซเชียลนี่ล่ะ ก็ทำให้พวกเขาสร้างแรงบันดาลใจ หรือจัดตั้งกลุ่ม รวมตัวคนที่ชอบอะไรเหมือนๆกันไว้ด้วย ซึ่งกิจกรรมตรงนี้ถ้าใช้ให้ถูกวิธีก็จะทำให้เราได้เจอเพื่อนใหม่ๆ ที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกันได้ เช่น สมาคมผู้ที่ชอบวิ่ง สมาคมผู้ที่สนใจในเรื่องการเย็บปักถักร้อย เป็นต้น หรืออาจได้เจอเพื่อนเก่าสมัยเรียน หรือทำงาน ก็สามารถนัดพบนัดเจอหรือทำกิจกรรมสังสรรค์ร่วมกันได้ง่าย ผ่านไลน์กรุ๊ปก็มีด้วย

ลดความเสี่ยงเรื่องสุขภาพ

ความเสี่ยงจากความจำเสื่อมเป็นภัยเงียบที่กำลังมีผลต่อผู้สูงอายุหลายต่อหลายคน เพราะผู้สูงอายุมักจะต้องรับมือกับปัญหาสุขภาพกันมากขึ้น มีโรคภัยทั้งทางกายและสมอง โดยสถิติ ผู้มีอายุเกิน 65 ปี มักมีอาการที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น สมองเสื่อม หลงลืม หรือซึมเศร้าได้ง่าย   แต่จากการใช้โซเชียลมีเดีย กลับเป็นขั้นตอนของการใช้ทำให้ผู้สูงอายุต้องเรียนรู้สิ่งอื่นๆ ซึ่งการเรียนรู้และการใช้บ่อยๆ แบบนี้จะเป็นการกระตุ้นการใช้สมอง เป็นการลดความเสี่ยงอาการที่จะเป็นป่วยจากโรคอัลไซเมอร์ได้นั่นเอง รวมถึงในด้านการพัฒนาระบบสมอง การเล่นอินเทอร์เน็ตช่วยฝึกความจำ กระตุ้นสมอง และช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อมได้เป็นอย่างดี และยังเป็นการปรับตัวเข้ากับสังคมอีกด้วย

จึงกล่าวได้ว่าเพราะสื่อโซเชียลนี่ล่ะ จะช่วยสร้างความเพลิดเพลิน ทำให้ท่านมีสุขภาพจิตที่ดี  เพราะเทคโนโลยีผ่านซื่อโซเชียลจะช่วยในด้านการได้พักผ่อนสมอง และคลายความเครียดจากภาวะไม่ได้ทำงานดังเคย ทำให้ไม่คิดฟุ้งซ่าน เช่น การดูหนัง ฟังเพลง อ่านเรื่องราวต่างๆ ข่าวสารทางสุขภาพ นิยายหรือวรรณกรรม ก็ทำให้มีความสุขมากขึ้น หรือการฝึกเครื่องดนตรี เรียนภาษาต่างประเทศ หรือการทำขนมเบอเกอรี่เพื่อต่อยอดธุรกิจก็เป็นได้อีกด้วย

เป็นเครื่องมือทุ่นแรงในการทำงาน

การทำงานของผู้สูงวัยโดยทั่วไปให้ถือว่าทำอย่างมีความสุข เพราะไม่ใช่ทำเพราะถูกภาวะบีบบังคับ หรือถ้าไม่ทำไม่มีกิน ดังนั้น ตอนช่วงยังหนุ่มยังสาว อาจต้องรีบทำงานเก็บเงินเก็บทอง เพื่อตั้งตัวกันพร้อมความกดดันต่างๆ  แต่เมื่อก้าวเข้าสู่วัยเกษียณแล้วกลับไม่ทำงานก็อยู่ได้ แต่แน่นอนผู้สูงอายุไม่อยู่เพื่อเป็นภาระกับโลก แต่เขาเหล่านั้นอยู่เพื่อช่วยสร้างโลก ทำงานสร้างสรรค์สิ่งที่มีคุณค่ากับโลก และเป็นการทำแบบไม่มีภาระการเงินมาดันหลัง ดังนั้น จึงควรทลายกรอบความคิดเรื่องการทำงานไปก่อน งานไม่ใช่เป็นภาระเหนื่อย แต่คือความสุข. ซึ่งในการใช้อุปกรณ์ไอทีเป็นเครื่องช่วย แม้หลายท่านอาจไม่ได้มีความรู้สูง ทำงานก็กึ่งๆใช้แรงงาน พออายุเยอะขึ้นแรงกายทดถอย จะไปแบกข้าวของหนักๆ แบบสมัยก่อนก็ทำไม่ได้ ดังนั้น เทคโนโลยีจึงเป็นเครื่องช่วยที่ดีและนำไปสู่ช่องทางในการทำธุรกิจเพิ่มเติมได้ เพียงแค่มีไอเดียดีๆ และเว็บไซต์ที่ตอบโจทย์ ธุรกิจออนไลน์ก็ไม่ยากเกินไปด้วย สามารถทำงานที่ไหนก็ได้ ไม่ใช่แค่บ้าน แต่การพักผ่อนหย่อนใจก็ทำได้ ไม่ต่างกันวัยรุ่นสมัยนี้เลยล่ะ

สูงวัยไฮเทคไม่ใช่เรื่องยาก!

การเข้าถึงเทคโนโลยีได้กลายเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันแล้ว เพราะสังคมปัจจุบันถูกผลักดันให้การดำเนินชีวิตต้องผ่านเทคโนโลยีเกือบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการรับ-โอนเงิน การซื้อของออนไลน์ การสั่งอาหาร หรือแม้แต่เรื่องสุขภาพที่ต้องติดตามข่าวสาร หาความรู้เรื่องโรคใหม่ ๆ จึงกล่าวได้ว่า เทคโนโลยีจึงเป็นส่วนเติมเต็มให้ผู้สูงวัยก้าวทันโลก ทันเหตุการณ์  ถึงจะสูงวัยแต่ก็มีคุณภาพ สามารถมีความสุข และพึ่งพาตัวเองจากการใช้สื่อโซเชียล ช่วยฝึกความจำและฝึกสมองซึ่งป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้อย่างแท้จริง เพราะเทคโนโลยีพร้อมสื่อโซเชียลนี่ล่ะ เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุ สามารถเรียนรู้ ควบคู่ไปกับการทำงานได้มากขึ้น ได้ปรับตัวเพื่อเข้ากับการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคใหม่ที่พัฒนา เพราะตามเฉลี่ย อายุขัยของผู้คนจะยืนยาวขึ้น แต่การหยุดการเรียนรู้ไว้แค่ระดับมหาวิทยาลัย จึงไม่ค่อยสมเหตุสมผลนัก หากไม่เรียนรู้และจมอยู่กับอดีตก็คงไม่ใช่สูงวัยไฮเทคใช่ไหมล่ะ!

เราจึงเห็นว่า สังคมผู้สูงอายุปัจจุบันของเรา ถือว่ามีการปรับตัวที่ยอดเยี่ยมเกี่ยวกับโลกโซเชียลกันอย่างมากทีเดียว โลกสังคมออนไลน์ หรือการใช้อินเทอร์เน็ต เป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นวัยที่มีเวลาว่างมากมาย ให้สามารถใช้เวลาได้เกิดประโยชน์ มีความสุข เสริมสร้างสุขภาพจิต และช่วยให้ได้ใกล้ชิดลูกหลานมากขึ้นอีกด้วย การที่ผู้สูงอายุเล่นโซเชียลฯ อย่างพอดี หรือเล่นไลน์หรือเฟซบุ๊กเพียงแค่สำหรับติดต่อหาเพื่อนๆ บ้างโดยที่ไม่ได้ทำให้เสียสุขภาพ ซึ่งก็เปรียบเสมือนการดูทีวี ถ้าผู้สูงอายุดูเพื่อรับรู้ข่าวสารบ้านเมือง และมีรายการบันเทิงบ้างเล็กน้อยก่อนเข้านอน ก็เป็นสิ่งทำได้ แต่ก็เหมือนๆกับทุกวัย สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ การแบ่งเวลา เมื่อไม่ถูกกดดันด้วยด้วยการเงิน ก็แบ่งเวลาไปออกกำลังกายบ้าง นอนให้พอ ทานอาหารถูกสุขลักษณะ อารมณ์เบิกบานแจ่มใส อายุยืนสุขภาพแข็งแรง เรียกว่าเป็นผู้สูงวัยไฮเทค เรียนรู้ ยอมรับ และปรับตัวก็สามารถดำรงชีวิตอย่างมีความสุขและคุณค่านั่นเอง