ถ้าพูดถึงการออมเงิน หลายคนคิดว่าแค่ใช้จ่ายในแต่ละวันยังไม่ค่อยพอ จึงทำให้ยากที่จะมีเงินเหลือที่จะเก็บ นี้เป็นปัญหาที่คนส่วนใหญ่ประสบ การออมเงินต้องใช้ความอดทนและความพยายาม เพราะทุกวันนี้มีหลายวิธีที่จะช่วยเก็บออม สำคัญคือ ไม่ว่าเราจะเก็บออมได้มากน้อยแค่ไหนก็มีค่าด้วยกันทั้งนั้น ต้องใช้วิธีที่จะทำให้เงินออมงอกเงและเพิ่มมูลค่าได้ สิ่งที่มูลค่าที่นิยมหลายคนคิดถึง “ทองคำ” ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ ใช้เพื่อเก็บ หรือเพื่อออม ทำให้หลาคนเริ่มหันมาสนใจที่จะซื้อทองมากขึ้น แต่สำหรับคนที่มีเงินน้อยรู้สึกว่าการจะซื้อทองสักบาทเป็นเรื่องยากเย็น คิดว่าต้องสะสมเงินให้ได้มากๆก่อน แล้วค่อไปซื้อทองคำมาเก็บออมไว้ เมื่อเก็บเงินครบแล้วก็มาคิดกังวลอีกว่า ถ้าซื้อทองแล้วราคาทองจะลงไหม กลัวขาดทุนหรือเงินที่เก็บไว้ไม่พอเพราะราคาทองเพิ่มขึ้นมากเรื่อยๆ เลยไม่ได้ซื้อสักที แต่ก็มีวิธีการเก็บเงินในรูปแบบองการลงทุนสะสมทองคำ เหมือนการฝากธนาคาร แต่เปลี่ยนจากการฝากเงินได้เงินเป็นการฝากเงินได้ทอง เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจซื้อทองเพื่อเก็บ จะเลือกออมแบบทีเดียวหือแบ่งซื้อเป็นงวดๆ เน้นที่จำนวนลงทุนมากกว่าราคาทองคำก็ได้ แต่ไม่ว่าจะออมแบบไหน สุดท้ายก็ได้เป็นเจ้าของทองคำอยู่ดี การออมเงินแบบนี้เรียกว่า “การออมทอง” ดังนั้นมารู้จักการออมทองกันเลย

gold saving

Pixfiction/shutterstock.com

การออมทองคืออะไร

เป็นการทยอยสะสมเงินเก็บ เพื่อซื้อทองคำแท่งโดยการสะสมให้ครบตามที่บริษัทแต่ละที่กำหนด ทองคำที่สะสมจนครบแล้วสามารขอรับเป็นทองคำจริง หรือขอขายคืนเพื่อรับเป็นเงินที่สามารถโอนเข้าบัญชีธนาคารได้ อีกวิธีหนึ่งก็คือจะสะสมเงินต่อไปเรื่อยๆ เป็นการเก็บเงิน การสะสมเงินโดยใช้วิธีการออมทอง วิธีนี้จะเหมาะกับคนเงินน้อยที่ต้องการสะสมทองคำ หรือคนที่ไม่รู้จะซื้อทองคำช่วงไหนดี เพราะเห็นราคาทองที่ขึ้นลงตลอดเวลาจึงทำให้ไม่กล้าซื้อ การออมทองจะเป็นการทยอยซื้อแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน (Dollar Cost Averaging :DCA) คือการที่เรากำหนดการลงทุนเป็นงวด ๆ งวดละเท่า ๆ กัน โดยไม่สนใจว่าราคาหน่วยลงทุน หรือราคาหุ้นที่เราจะซื้อตอนนั้นเป็นราคาเท่าไร จะขึ้นหรือจะลง ก็ไม่สนใจ การลงทุนแบบนี้จะเป็นระบบตัดเอาอารมณ์ความรู้สึกเหล่านั้นออกไป เป็นการแบ่งซื้อเป็นงวดๆตามจำนวนเงินและเวลาที่กำหนดไว้ เช่น ทุกต้นเดือนซื้อทองคำเดือนละ 1,000 บาท เป็นต้น ปัจจุบันมีบริษัทที่ให้บริการโปรแกรมออมทอง 2 แบบ คือ ซื้อสะสมรายเดือนและซื้อเป็นรายวัน โดยทุกสิ้นเดือนบริษัททองจะมาตัดเงินในบัญชีธนาคารของเรา ไปซื้อทองคำและเก็บรักษาไว้ให้เรา เมื่อสะสมได้จำนวนมากพอแล้ว เราสามารถทำเป็นเหรียญทองหรือทำเป็นทองแท่งเก็บได้ สิ่งสำคัญ คือ 1,000 บาทก็เริ่มลงทุนซื้อทองคำได้

วิธีการออมทองจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ

การออมทองครั้งแรก: จ่ายเงินสด

สมัครที่สาขาของบริษัท หรือสมัครภายในงานการมหกรรมการเงินต่างๆ กรอกข้อมูลเอกสารการเปิดบัญชี แนบสำเนาบัตรประชาชนและหน้าแรกสมุดบัญชี พร้อมกับจ่ายเงินที่จะใช้ออมทอง แล้วเจ้าหน้าที่จะออกใบเสร็จรับเงินให้เก็บไว้เป็นหลักฐาน หลังจากนั้นจะได้รับเอกสารยืนยันเลขที่บัญชีออมทอง จากบริษัทส่งให้ทางไปรษณีย์ สมัครทางไปรษณีย์ จะต้องส่ง "เอกสารที่ใช้เปิดบัญชี" ไปยังบริษัทที่จะออมทอง ผ่านไป 2-3 วัน หลังจากนั้นจะได้รับเลขที่บัญชีของตนเองแล้ว เจ้าหน้าที่จะบอกเลขที่บัญชีธนาคารของบริษัท เพื่อให้ที่จะสามารถโอนเงินเข้าไปซื้อทอง เมื่อสามารถโอนเงินเสร็จแล้วก็ให้เก็บหลักฐานการโอนไว้ พร้อมกับโทรบอกเจ้าหน้าที่ให้รับรู้ว่าได้ทำการโอนเงินเรียบร้อยแล้ว (ทุกขั้นตอนจะถูกบันทึกเทปไว้เป็นหลักฐาน) และอีกไม่กี่วันใบเสร็จรับเงินจะส่งมาที่บ้านของผู้ซื้อทางไปรษณีย์เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนรายละเอียดยิบย่อยของแต่ละบริษัทแตกต่างกัน

การออมทองครั้งต่อไป: ตัดอัตโนมัติผ่านบัญชีธนาคาร

เดือนที่สอง บริษัททองก็จะตัดเงินอัตโนมัติจากบัญชีธนาคารของเราไปซื้อทองเก็บไว้ทุกเดือน มีค่าธรรมเนียมการตัดอัตโนมัติครั้งละ 8-10 บาท (แต่ละธนาคารคิดค่าธรรมเนียมไม่เท่ากัน) แล้วบริษัทจะส่งเอกสารยืนยันการซื้อขายมาให้เราทางอีเมล์หรือไปรษณีย์ ถ้าเดือนไหนเราต้องการเพิ่มเงินหรือลดจำนวนเงินซื้อทอง เช่น จากเดิมซื้อเดือนละ 2,000 บาท จะเพิ่มเป็นเดือนละ 3,000 บาท หรือซื้อลดลงเหลือเดือนละ 1,000 บาท ติดต่อโทรบอกเจ้าหน้าที่จัดการให้ได้ แต่จะต้องโทรบอกก่อนวันที่ระบบจะตัดเงินไปซื้อทอง

การออมทองมีข้อดีอย่างไร

  • ถึงจะมีงบน้อยก็สามารถที่จะซื้อทองคำแท่งได้ การออมทองนั้นไม่จำเป็นต้องใช้เงินก้อนในการซื้อทองคำแท่ง เราสามารถซื้อทองคำแท่งได้โดยเริ่มต้นการซื้อเพียงแค่เดือนละ 1,000 บาทเท่านั้น
  • ซื้อขายได้ง่าย หากเราต้องการที่จะยุติการออมทองหรือต้องการที่จะถอนทองคำแท่งออกมาก็สามารถทำได้ ซึ่งเราสามารถถอนทองคำแท่งออกมาได้ตามจำนวนที่เราทำการสะสมมาเรื่อยๆ หรือหากได้เป็นเงินสดเราก็ทำการขายคืนกลับไป ซึ่งราคาการขายคืนก็จะเป็นไปตามที่ราคาสมาคมการค้าทองคำปรากาศ ณ วันเวลานั้นๆ
  • เป็นการกระจายความเสี่ยง ทองคำแท่งนั้นเป็นสินทรัพย์ที่สามารถป้องกันอัตราเงินเฟ้อได้ซึ่งนั้นก็เป็นไปได้ที่จะได้กำไรจากการออมทอง ตัวอย่างเช่น หากปีที่เราเริ่มออมทองคำเท่งราคาบาทละ 17,500 บาท เราออมไปซัก 3-5 ปี เกิดอยากขายทองขึ้นมา ทองคำช่วงนั้นเกิดขึ้นราคาเป็นบาทละ 24,000 บาท เราก็จะได้กำไรจากการออมทองปีแรกๆ และเงินที่ได้กำไรจากทองคำนั้นจะไม่ถูกเก็บภาษีอีกด้วย
  • การเก็บรักษา หากเราซื้อทองคำแท่งเราจำเป็นต้องมีการเก็บรักษาที่ปลอดภัยอย่างมาก แต่หากเราเข้าโครงการออมทอง เราสามารถที่จะตัดเรื่องการเก็บรักษานั้นออกไปได้เลยเพราะทางบริษัทที่เราออมทองอยู่นั้นจะเป็นผู้ที่เก็บรักษษให้แทนเราเอง เพราะฉนั้นเราสามารถตัดต้นทุนการเก็บรักษาทองคำได้

การออมทองมีข้อเสียอย่างไร

  • มีความผันผวนของราคาทองคำ เนื่องด้วยทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนของราคาอยู่ตลอดเวลาเพราะมีหลากหลายปัจจัยที่ทำให้ราคาทองคำนั้นขึ้นๆลงๆ ซึ่งก็มีความเป็นไปได้เช่นกันว่าออมทองมีสิทธิที่จะขาดทุน
  • ออมทองนั้นไม่มีดอกเบี้ย ในโครงการออมทองนั้นจะแตกต่างจากเงนฝากคือไม่มีดอกเบี้ยให้ถึงแม้จะออมทองคำมาหลายปี ซึ่งเราจะได้กำไรได้ก็ต่อเมื่อราคาทองคำขึ้นสูงกว่าราคาที่เราเคยซื้อไว้
  • การออมทองไม่มีปันผล
  • มีค่าธรรมเนียมในการตัดยอดเงินออมทอง
  • รับความเสี่ยงหากบริษัทปิดตัว
  • เลือกราคาซื้อไม่ได้

ขั้นตอนการออมทอง

ขั้นตอนแรก

  • เอกสารการเปิดบัญชีออมทอง (โหลดผ่านเว็บไซด์หรือสาขาของบริษัทที่ต้องการออมทอง)
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  • สำเนาหน้าแรกสมุดบัญชีธนาคาร

ขั้นตอนที่สอง

นำเอกสารไปเปิดบัญชีที่สาขาหรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์

ขั้นตอนที่สาม

  • การออมทองครั้งแรก = เป็นเงินสด
  • การออมทองครั้งต่อไป = ซื้อผ่านบัญชีธนาคารอัตโนมัติทุกเดือน

ข้อสรุปในการออมทอง

เป็นการซื้อทองคำเก็บทุกเดือนเพียงเปลี่ยนจากกำหนดน้ำหนักทองที่จะซื้อในแต่ละเดือนเป็นกำหนดจำนวนเงินที่จะใช้ซื้อทองคำในแต่ละเดือนแทน อย่างไรก็ตาม หัวใจของการออมทอง คือต้องมีวินัยการออม และควรพิจารณาเลือกบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ มั่นคง ที่สำคัญต้องศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ